Case study

ผู้ให้บริการขนส่ง ทำสินค้าสูญหายระหว่างการจัดส่งให้ลูกค้า สินค้าดังกล่าวเมื่อตัดสต็อกต้องเสียภาษีขายหรือไม่


เรื่อง ผู้ให้บริการขนส่ง ทำสินค้าสูญหายระหว่างการจัดส่งให้ลูกค้า สินค้าดังกล่าวเมื่อตัดสต็อกต้องเสียภาษีขายหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 15/04/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ผู้ให้บริการขนส่งทำสินค้าสูญหายระหว่างการจัดส่งให้ลูกค้า โดยภายหลังได้ทำเอกสารลดหนี้สำหรับบิลสินค้าที่สูญหายและออกบิลและจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าใหม่แล้วเรียบร้อย

ในส่วนของผู้ให้บริการรับผิดชอบความเสียหายตามเงื่อนไขของสัญญา โดยออกเอกสารเคลมความเสียหายเป็นใบลดหนี้ (ยอดเงินบางส่วนของบิลสินค้าที่สูญหาย) โดยใบลดหนี้สามารถนำไปหักกับบิลค่าบริการขนส่งได้ ทางผู้ให้บริการไม่ต้องการให้ออกบิลรายการสินค้าที่สูญหายในนามผู้ให้บริการ

ข้อสอบถาม
มื่อทางบริษัทตัดสต็อคสินค้าที่ผู้ให้บริการทำสูญหาย จะต้องเสียภาษีขายหรือไม่ เข้าข่ายเหตุการณ์ทราบสาเหตุสินค้าสูญหายเนื่องจากผู้ให้บริการทำหาย โดยที่ไม่ต้องเสียภาษีขายได้หรือไม่ โดยทางบริษัทได้รับใบเคลมเป็นหลักฐาน และค่าใช้จ่ายดังกล่าวถือเป็นค่าใช้จ่ายคำนวนภาษีนิติบุคคลได้หรือไม่

คำตอบ

ก่อนอื่นต้องแยก กิจกรรมและความรับผิดชอบ ออกเป็น 2 กลุ่ม ก่อน


ปัญหาบริษัทผู้ขาย (บริษัท A) ขายสินค้าให้ลูกค้า (บริษัท B)  และสินค้า (บางส่วน) สูญหายระหว่างการขนส่ง  โดยผู้ที่ทำสินค้าสูญหายคือ บริษัทรับขนส่งสินค้า (บริษัท C) 


กลุ่มที่  1  ระหว่าง บริษัทผู้ขาย (บริษัท A) และบริษัทผู้ซื้อสินค้า  (ลูกค้าบริษัท B)

  • บบริษัท A ทำเอกสารลดหนี้สำหรับสินค้าที่สูญหาย(ลดราคาเนื่องจากสินค้าขาดจำนวน) ตามมาตรา 82/10(1) แห่งประมวลรัษฎากร และออกบิล(ใบกำกับภาษี) ใหม่ พร้อมทั้งจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า B  
  • สินค้าที่สูญหาย  บริษัท A มีสิทธิตัดเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน แต่บริษัทฯ จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้านั้นได้สูญหายจริง  ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรีแห่งประมวลรัษฎากร 
  • สินค้าที่สูญหาย  ถือเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ในกิจการ เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1(8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของทรัพย์สินหรืออะไหล่ที่สูญหายไปดังกล่าว ตามมาตรา 79 และมาตรา 79/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร

กลุ่มที่  2  ระหว่าง บริษัทผู้ใช้บริการขนส่งสินค้า (บริษัท A)  และบริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้า   (บริษัท C)


ในส่วนของผู้ให้บริการขนส่งสินค้า (บริษัท C) จะรับผิดชอบความเสียหายตามเงื่อนไขของสัญญา โดยออกเอกสารเคลมความเสียหายเป็นใบลดหนี้ มาให้บริษัท A นั้นไม่ถูกต้อง  เนื่องจากไม่เข้าลักษณะเหตุผลที่จะออกใบลดหนี้ตาม82/10 แห่งประมวลรัษฎากรได้   

ที่ถูกต้องบริษัท A  จะต้องเป็นผู้ออกเอกสารเรียกเก็บค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจาก บริษัท C โดย ค่าเสียหายดังกล่าวมิใช่มูลค่าที่บริษัทฯ ได้รับจากการขายสินค้า หรือการให้บริการ ตามมาตรา 77/1(8) และ (10) แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท A ออกเพียงใบแจ้งหนี้ โดยไม่ต้องออกใบกำกับภาษี



สรุปคำตอบ

  1. ผู้ให้บริการขนส่งทำสินค้าสูญหายและออกเอกสารเคลมความเสียหายเป็นใบลดหนี้นั้น   ไม่ถูกต้อง ให้ บริษัท C ยกเลิกใบลดหนี้ และ บริษัท A ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าความเสียหาย
    1. บริษัท A สามารถนำ ใบแจ้งหนี้ที่บริษัท A ออก ไปหักกับบิลค่าบริการขนส่งได้
    2. เมื่อ บริษัท A ตัดสต๊อกสินค้าที่ผู้ให้บริการทำสูญหาย จะต้องเสียภาษีขาย ณ วันที่สินค้าสูญหาย(วันที่จุดรับผิดทางภาษีเกิดขึ้น)  (ไม่ใช่วันที่รับชำระเงิน หรือ หักลบกลบหนี้กับบริษัท C)
    3. เอกสารรับใบเคลม และหลักฐานอื่นๆ เพื่อพิสูจน์ว่าสินค้าได้สูญหายจริง สามารถนำไปเป็นหลักฐานเพื่อให้ค่าใช้จ่ายความเสียหายที่สินค้าสูญหายสามารถนำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ 


อ้างอิงข้อกฎหมาย


มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(8) " ขาย "หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง

(จ)มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง

 (9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด

(10) “บริการ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง


มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ


มาตรา 79 ภายใต้บังคับมาตรา 79/1 ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ได้แก่มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ รวมทั้งภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1 (19) ถ้ามีด้วย
 มูลค่าของฐานภาษีให้หมายความถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการหรือประโยชน์ใด ๆ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน


มาตรา 79/3 การคำนวณมูลค่าของฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการตามมาตรา 79 ให้ถือมูลค่าของฐานภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร มูลค่าของฐานภาษีให้ถือราคาตลาดของสินค้าหรือการให้บริการในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น


มาตรา 82/10 ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการและได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แล้ว ต่อมาหากมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการมีจำนวนลดลงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวนำภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่ลดลงนั้นมาหักออกจากภาษีขายของตนในเดือนภาษีที่ได้ออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10
     (1) มีการลดราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน สินค้าชำรุดเสียหาย หรือขาดจำนวน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีทรัพย์สินเกิดอุบัติเหตุ

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

09/02/2004

เลขที่หนังสือ

กค 0706/พ./1308

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี, มาตรา 77/1(8), มาตรา 77/1(9), มาตรา 77/1(10), มาตรา 77/2, มาตรา 79, มาตรา 79/3(1)

ข้อหารือ

   บริษัท ร. ประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องบันทึกการเก็บเงิน เครื่องกดน้ำ ตู้นึ่งซาลาเปา เตาไมโครเวฟ ซึ่งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ในการประกอบกิจการบริษัทฯ ได้มีการให้บริการบำรุงรักษาสินค้าที่บริษัทฯ ได้จำหน่ายให้แก่ลูกค้าด้วย ในการให้บริการดังกล่าวพนักงานช่างของบริษัทฯ จะทำการเบิกอะไหล่และอุปกรณ์เครื่องมือจากบริษัทฯ เพื่อใช้ในการให้บริการ ในการให้บริการในบางครั้งรถของช่างที่ให้บริการได้เกิดอุบัติเหตุทำให้อะไหล่และอุปกรณ์เครื่องมือเสียหายหรือสูญหาย บริษัทฯ ได้มีการทำประกันภัยทรัพย์สินไว้กับบริษัทประกันภัย โดยกำหนดเงื่อนไขความรับผิดชอบในส่วนแรกของผู้เอาประกันภัยไว้ที่ USD 5,000 ต่อการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง ความเสียหายส่วนที่ไม่เกินหรือต่ำกว่า USD 5,000 บริษัทฯ ต้องรับผิดชอบเองจึงขอหารือดังนี้
1. บริษัทฯ สามารถตัดจ่ายทรัพย์สินหรืออะไหล่ในคลังสินค้าเป็นรายจ่ายได้หรือไม่ และต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ หากต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มฐานภาษีที่ใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของทรัพย์สินหรืออะไหล่จะใช้มูลค่าสุทธิของทรัพย์สิน มูลค่าต้นทุนของอะไหล่หรือจะต้องใช้ราคาตลาดของทรัพย์สินและอะไหล่นั้น
2. ในบางกรณีบริษัทฯ จะเรียกเก็บค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพนักงานที่รับผิดชอบ หากพบว่าความเสียหายเกิดจากความผิดของพนักงานนั้น ในกรณีเช่นนี้บริษัทฯ ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากพนักงานผู้นั้นและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมออกใบกำกับภาษีใช่หรือไม่ โดยฐานภาษีมูลค่าเพิ่มใช้ฐานใด ตามข้อ 1.
      3. กรณีตามข้อ 1. ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และปรากฏว่าบริษัทฯ สามารถเรียกเก็บจากพนักงานได้บางส่วน บริษัทฯ จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเพียงบางส่วนที่เรียกเก็บได้จากพนักงานใช่หรือไม่

แนววินิจฉัย

     1. กรณีที่ทรัพย์สินหรืออะไหล่ชำรุดหรือเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ บริษัทฯ จะนำต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินหรืออะไหล่นั้น ตัดเป็นรายจ่ายทั้งจำนวนไม่ได้ แต่หากได้ทำลายหรือขายไปซึ่งทรัพย์สินหรืออะไหล่นั้น ก็สามารถตัดต้นทุนที่เหลืออยู่ได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีที่มีการขายซากทรัพย์สินหรืออะไหล่ของสินค้าดังกล่าว บริษัทฯ จะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าในราคาตามสภาพของสินค้าและนำมารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
      2. 
กรณีทรัพย์สินหรืออะไหล่สูญหาย หากไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ มูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินนั้น ถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบการ บริษัทฯ มีสิทธิตัดเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน แต่บริษัทฯ จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินนั้นได้สูญหายจริง และทรัพย์สินหรืออะไหล่ที่สูญหายดังกล่าว ถือเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ในกิจการ เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1(8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของทรัพย์สินหรืออะไหล่ที่สูญหายไปดังกล่าว ตามมาตรา 79 และมาตรา 79/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร
 
     3. กรณีที่บริษัทฯ จะเรียกเก็บค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากพนักงานที่รับผิดชอบหากพบว่าความเสียหายเกิดจากความผิดของพนักงานนั้น ค่าเสียหายดังกล่าวมิใช่มูลค่าที่บริษัทฯ ได้รับจากการขายสินค้า หรือการให้บริการ ตามมาตรา 77/1(8) และ (10) แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

67/32813


เรื่อง

ค่าเสียหาย (ค่าปรับ) จากการทำสินค้าเสียหาย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 23/03/2023 - วันที่ตอบ 10/04/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 และ (10) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

กรณีบริษัทรับจ้างผลิตสินค้าแล้วทำสินค้าเสียหาย บริษัทที่จ้างผลิตเรียกค่าเสียหาย (ค่าปรับ) จากการทำสินค้าเสียหายค่าเสียหายที่บริษัทที่จ้างผลิตเรียกเก็บ ออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่คะ เพราะเหตุใด

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ รับจ้างผลิตสินค้า แล้วทำสินค้าเสียหาย บริษัทผู้ว่าจ้างผลิต ได้เรียกค่าเสียหาย (ค่าปรับ) จากการทำสินค้าเสียหาย เช่นนี้ ค่าเสียความหายที่บริษัทผู้ว่าจ้างผลิตเรียกเก็บ ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ เนื่องจากไม่ใช่กิจกรรมการขายสินค้าหรือการให้บริการตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 และ (10) แห่งประมวลรัษฎากร ถือเป็นรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


เรื่อง

กรณีทรัพย์สินหรืออะไหล่สูญหาย หากไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 01/02/2017 - วันที่ตอบ 01/02/2017

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 (8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร, มาตรา 79 และมาตรา 79/3 (1)

ปุจฉา

ทรัพย์สินของบริษัทฯ สูญหาย โดยมีใบแจ้งความเป็นหลักฐานต้องเสียภาษีขายไหมค่ะ หากต้องเสียภาษีขายจะใช้ฐานภาษีจากราคาไหนค่ะ

วิสัชนา

กรณีทรัพย์สินหรืออะไหล่สูญหาย หากไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ มูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินนั้น ถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบการ

.........บริษัทฯ มีสิทธิตัดเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน แต่บริษัทฯ จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินนั้นได้สูญหายจริง และทรัพย์สินหรืออะไหล่ที่สูญหายดังกล่าว ถือเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ในกิจการ เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1 (8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของทรัพย์สินหรืออะไหล่ที่สูญหายไปดังกล่าว

ตามมาตรา 79 และมาตรา 79/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร (หนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/พ./1308 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

ขั้นตอนวิธีการตัดทรัพย์สินนั้นออกจากทะเบียนทรัพย์สินกรณีทรัพย์สินบางรายการสูญหาย เนื่องจากการตรวจนับประจำปี

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 11/01/2023 - วันที่ตอบ 13/01/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 58/2538 ฯ

ปุจฉา

หลังจากตรวจนับทรัพย์สินประจำปี พบบางรายการสูญหายตรวจไม่พบค่ะอยากทราบขั้นตอน วิธีการตัดทรัพย์สินนั้นออกจากทะเบียนทรัพย์สินค่ะเคยได้ยินว่าต้องแจ้งความกับตำรวจด้วยจริงรึเปล่าคะ**ขั้นตอนวิธีการตัดทรัพย์สินออกจากทะเบียนเนื่องจากสูญหาย**

วิสัชนา

1.กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล

    ตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 58/2538 เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการตัดมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินที่สูญหายหรือชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ ลงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2538 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีทรัพย์สินสูญหาย

    “ข้อ 2 กรณีที่ทรัพย์สินสูญหาย ซึ่งถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการ และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ประสงค์จะตัดต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินนั้นเป็นรายจ่ายทั้งจำนวน ได้ดังนี้

         (ก) กรณีที่ทรัพย์สินที่สูญหายนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ ไว้ กรณีดังกล่าวถือเป็นผลเสียหายอันอาจได้รับกลับคืนเนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ ดังนั้น เมื่อทรัพย์สินได้รับความเสียหายและกำลังรอการชดใช้จากบริษัทประกันภัย แต่ได้สิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีไปก่อน เช่นนี้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะตัดผลเสียหายดังกล่าวเป็นรายจ่ายทันทีไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น จะต้องรอจนกว่าจะได้รับค่าสินไหมที่ได้รับชดใช้จากบริษัทประกันภัยเสียก่อน ถ้าผลเสียหายมากกว่าค่าชดใช้ผลต่างถือเป็นผลเสียหายที่มีสิทธิ์หักเป็นรายจ่ายได้ แต่ถ้าค่าชดใช้สูงกว่าความเสียหาย ผลต่างถือเป็นรายได้ จึงต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย

         (ข) กรณีทรัพย์สินที่สูญหายนั้น ไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ มูลค่าของต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินนั้น ถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีสิทธิ์ตัดเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แต่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินนั้นได้สูญหายจริง”

    กรณีสินค้าที่ซื้อมาเพื่อขายสูญหาย เนื่องจากถูกโจรกรรม และบริษัทฯ ได้แจ้งความไว้แล้ว หากสินค้าที่สูญหายดังกล่าวไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใดๆ ย่อมถือเป็นผลเสียหายเนื่องจากการประกอบกิจการ บริษัทฯ มีสิทธินำมูลค่าต้นทุนของสินค้าทั้งจำนวน ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แต่บริษัทฯ จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า สินค้านั้นได้สูญหายจริง (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรที่ กค 0706/34060 ลงวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2549)


 
2. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กรณีสินค้าสูญหาย เข้าลักษณะเป็นสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8)(จ) แห่งประมวลรัษฎากรบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของสินค้าตามราคาตลาดของสินค้าที่สูญหายไปดังกล่าวตามมาตรา 79 และมาตรา 79/3 (3) แห่งประมวลรัษฎากร (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรที่ กค 0706/34060 ลงวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2549)


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

ขั้นตอนวิธีการตัดทรัพย์สินนั้นออกจากทะเบียนทรัพย์สินกรณีทรัพย์สินบางรายการสูญหาย เนื่องจากการตรวจนับประจำปี ซึ่งควรกำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจนับทรัพย์สิน เพื่อความชัดเจน และโปร่งใส

    1. ให้จัดทำรายงานการสูญหายของทรัพย์สินให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบถึงการสูญหายดังกล่าว ตามลำดับชั้น

    กรณีที่เป็นการสูญหายทั้วไปที่ไม่ใช่การโจรกรรม บริษัทฯ ไม่ต้องแจ้งความลงบันทึกประจำวันต่อเจ้าพนักงานตำรวจ แต่อย่างใด

    2. ควรแจ้งสาเหตุของการสูญหายของทรัพย์สินให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นได้รับทราบ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แลแนวทางในการจัดเก็บดูแลรักษาทรัพย์สินรายการที่เหลือต่อไป

    3. ในรายงานความเสียหายเนื่องจากการสูญหายของทรัพย์สิน ให้ขออนุมัติตัดรายการทรัพย์สินรายการที่สูญหายออกจากบัญชีทรัพย์สิน

    4. ผลกระทบทางภาษีอากร

        4.1 กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 58/2538 ฯ ลงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ดังกล่าวข้างต้น

        4.2กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีทรัพย์สินสูญหาย เข้าลักษณะเป็นการจำหน่าย จ่ายโอนทรัพย์สิน /สินค้าตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของสินค้าตามราคาตลาดของสินค้าที่สูญหายไปดังกล่าวตามมาตรา 79 และมาตรา 79/3 (3) แห่งประมวลรัษฎากร


 
ขอขอบคุณข้อมูลจากFB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตามFB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

 

เรื่อง

กรณีทรัพย์สินหรืออะไหล่สูญหาย หากไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 01/02/2017 - วันที่ตอบ 01/02/2017

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 (8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร, มาตรา 79 และมาตรา 79/3 (1)

ปุจฉา

ทรัพย์สินของบริษัทฯ สูญหาย โดยมีใบแจ้งความเป็นหลักฐานต้องเสียภาษีขายไหมค่ะ หากต้องเสียภาษีขายจะใช้ฐานภาษีจากราคาไหนค่ะ

วิสัชนา

กรณีทรัพย์สินหรืออะไหล่สูญหาย หากไม่มีการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ มูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินนั้น ถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบการ

.........บริษัทฯ มีสิทธิตัดเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน แต่บริษัทฯ จะต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินนั้นได้สูญหายจริงและทรัพย์สินหรืออะไหล่ที่สูญหายดังกล่าว ถือเป็นการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้ในกิจการ เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา77/1 (8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของทรัพย์สินหรืออะไหล่ที่สูญหายไปดังกล่าว

ตามมาตรา 79 และมาตรา 79/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร (หนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/พ./1308 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547


  
ขอขอบคุณข้อมูลจากFB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตามFB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ