Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

นำสินค้าไปบริจาคให้ศูนย์อพยพ เหตุยิงปะทะที่ชายแดน (ที่จัดตั้งขึ้นชั่วคราวเฉพาะกิจ) เพื่อทำการประกอบอาหาร
| เรื่อง | นำสินค้าไปบริจาคให้ศูนย์อพยพ เหตุยิงปะทะที่ชายแดน (ที่จัดตั้งขึ้นชั่วคราวเฉพาะกิจ) เพื่อทำการประกอบอาหาร |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 07/09/2025 - วันที่ตอบ 08/09/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ตรี (3), มาตรา 77/1 (8)แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | บริษัทฯ ประกอบธุรกิจค้าปลีก จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สืบเนื่องมาจากการยิงปะทะที่ชายแดน บริษัทฯ จึงได้นำสินค้าไปบริจาคให้ศูนย์อพยพ (ที่จัดตั้งขึ้นชั่วคราวเฉพาะกิจ) เพื่อทำการประกอบอาหาร - การบริจาคในครั้งนี้ นำมาเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทฯ ได้ไหมคะ |
| วิสัชนา | 1. ตามข้อ 1 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) เรื่อง กำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ รายจ่ายเพื่อการศึกษาและรายจ่าย เพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535 อธิบดีกรมสรรพากรโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าให้แก่ส่วนราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติในลักษณะทำนองเดียวกัน ถือเป็นรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ ไว้ดังต่อไปนี้ “ข้อ 1 รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ได้แก่รายจ่ายที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการดังต่อไปนี้ (1) การส่งเสริม อนุรักษ์ และรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (2) การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ (3) การคุ้มครองและรักษาป่าสงวนแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ (4) การส่งเสริม คุ้มครอง และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (5) การควบคุม ป้องกัน แก้ไข ตลอดจนการลดและขจัดอันตรายอันเกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษ หรือภาวะมลพิษและของเสียอันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (6) กองทุนสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (7) การบูรณะโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (8) การก่อสร้างถนนและได้โอนกรรมสิทธิให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลโดยไม่มีค่าตอบแทน ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลผู้รับโอนได้ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในงานดังกล่าว (9) การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าให้แก่ส่วนราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติในลักษณะทำนองเดียวกัน (10) การบริจาคทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการให้แก่ ส่วนราชการ เพื่อบริจาคให้แก่ สถานศึกษาของรัฐ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้น ในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษ แห่งสหประชาชาติ หรือสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษา ที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมาย ว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (11) การส่งเสริมการแสดงกิจกรรมหรือผลงานสิ่งประดิษฐ์ และการจัดนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้แก่หน่วยงานภายใต้การบริหารกิจการขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ทั้งนี้ รายจ่ายตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นการจ่ายให้แก่กิจการตามโครงการพระราชดำริ หรือของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล หรือองค์การกุศลสาธารณะที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร” 2. การบริจาคสินค้าที่ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่บริจาคมารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี (Non VAT Base: ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเสีย) ตามข้อ 2 (19) และ (20) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ได้แก่ (1) การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนบริจาคให้แก่ส่วนราชการตามโครงการของทางราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติในลักษณะทำนองเดียวกัน (2) การบริจาคทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนบริจาคให้แก่ส่วนราชการตามโครงการของทางราชการให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชน หรือสถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน 3. ตามหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/9881 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 เรื่อง ภาษีเงินได้ กรณีการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ข้อกฎหมาย มาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อหารือ : A ได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ขึ้นเพื่อดำเนินการป้องกัน แก้ไข และบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นจากอุบัติภัย สาธารณภัย และอุทกภัย รวมทั้งให้การช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ นอกจากนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยดังกล่าวได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งการดำเนินการรับบริจาคได้มีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล นำเงินและสิ่งของมาบริจาคในนาม A จึงขอทราบว่า ใบเสร็จรับเงินที่ออกให้กับผู้บริจาค โดย A นั้นผู้บริจาคสามารถได้รับการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษีหรือไม่ แนววินิจฉัย : การบริจาคตามข้อเท็จจริงดังกล่าวพิจารณาได้ดังนี้ 1. กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ถือเป็นรายจ่ายเพื่อการสาธารณะประโยชน์ตามข้อ 1 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) เรื่อง กำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ รายจ่ายเพื่อการศึกษาและรายจ่ายเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535 ดังนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้บริจาคมีสิทธิถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร 2. กรณีบุคคลธรรมดาบริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ บุคคลธรรมดาจะได้ลดหย่อนภาษีตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 253 (พ.ศ. 2548) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เลขตู้ : 69/34658 ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ ประกอบธุรกิจค้าปลีก จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ ได้นำสินค้าไปบริจาคให้ศูนย์อพยพ ที่จัดตั้งขึ้นชั่วคราวเฉพาะกิจสืบเนื่องมาจากการยิงปะทะที่ชายแดน เพื่อทำการประกอบอาหาร นั้น 1. การบริจาคในครั้งนี้ถือเป็นรายจ่ายเพื่อการสาธารณะประโยชน์ตามข้อ 1 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) เรื่อง กำหนดรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ รายจ่ายเพื่อการศึกษาและรายจ่ายเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2535 ดังนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้บริจาคมีสิทธิถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร 2. การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งบริษัทฯ บริจาคให้แก่ศูนย์อพยพ ที่จัดตั้งขึ้นชั่วคราวเฉพาะกิจสืบเนื่องมาจากการยิงปะทะที่ชายแดน เพื่อทำการประกอบอาหาร นั้น เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของสินค้า ณ วันที่ได้นำไปบริจาค มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยไม่จำต้องออกใบกำกับภาษีตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 .....อย่างไรก็ตาม การบริจาคสินค้าดังกรณีต่อไปนี้ ที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการบริจาคสินค้าที่เข้าลักษณะการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (4) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ได้แก่ การการบริจาคสินค้าให้แก่ (1) สถานพยาบาลของทางราชการ (2) สถานศึกษาของทางราชการ (3) สภากาชาดไทย (4) วัดวาอาราม (5) มูลนิธิ หรือสมาคม หรือกองทุน หรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ตามที่รัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (6) โรงเรียนเอกชนโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และสถานศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (7) หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของเอกชนที่เปิดให้ใช้เป็นการสาธารณะโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ และหอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของทางราชการ (8) กองทุนผู้สูงอายุตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ และสถานพักฟื้น บำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของเอกชนที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ หรือสถานพักฟื้น บำบัด ฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของทางราชการ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |