Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การขายสินค้าพร้อมติดตั้ง” (Turn key project) ขายหลอดไฟพร้อมติดตั้ง


เรื่อง การขายสินค้าพร้อมติดตั้ง” (Turn key project) ขายหลอดไฟพร้อมติดตั้ง
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 30/01/2026 - วันที่ตอบ 08/03/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
บริษัทฯ ประกอบกิจการซื้อมาขายไปโดยปกติ ภายหลังได้จดเพิ่มเติมวัตถุประสงค์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการขาย ขาย + ติดตั้ง เกี่ยวกับอุปกรณ์ให้แสงสว่าง
อยากสอบถามว่า กรณีที่ลูกค้าซื้อหลอดไฟกับเราแล้วให้เราติดตั้งให้ ควรพิจารณาเป็นการขายพร้อมติดตั้งดี หรือ เป็นการขายหลอดไฟ 1 บิล อีกบิลเป็นค่าบริการ หรือ ออกบิลเดียวกัน แต่เเยกบรรทัดเป็นค่าหลอดไฟ อีกบรรทัดเป็นค่าติดตั้งดีค่ะ และควรหัก ณ ที่จ่ายอย่างไรดีค่ะ

หมายเหตุ สมมุติค่าของ 30,000 บาท ค่าติดตั้ง 70,000 บาท
หนูขอปรึกษาอีกนิดค่ะ อะไรคือจุดฟันธงเลยว่า เคสนี้คือขายสินค้า แบบนี้คือบริการ
วิสัชนา
ตามหนังสือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/9274 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เรื่อง ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง 
ข้อหารือ : 
    บริษัท ท. (บริษัทฯ) ประกอบกิจการขายสินค้าประเภทระบบลำเลียงสายพานและระบบควบคุมอัตโนมัติพร้อมบริการ ติดตั้งโดยสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ภายในประเทศและต่างประเทศ มาผลิตแล้วขายพร้อมติดตั้งให้แก่ลูกค้าตามขนาดและ มาตรฐานที่บริษัทฯ มีขายอยู่แล้วหรือขนาดต่างๆ ตามที่บริษัทฯ จะตกลงกับลูกค้า บริษัทฯ ขอทราบว่า ในการจ่ายเงินค่าสินค้า ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในกรณีใดบ้าง
    1. กรณีขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง โดยมีการออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าพร้อมบริการติดตั้งรวมเป็น ยอดเดียวกัน
    2. กรณีขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้งโดยการออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าและบริการติดตั้ง แยกออกเป็น 2 ฉบับ คือ ค่าสินค้าหนึ่งฉบับและค่าบริการติดตั้งหนึ่งฉบับ หรือออกใบกำกับภาษีเป็นฉบับเดียวกันแต่แยกเป็นสองรายการคือรายการ ค่าสินค้าหนึ่งรายการและค่าบริการติดตั้งอีกหนึ่งรายการ
    3. กรณีขายสินค้าโดยมิได้ให้บริการติดตั้งหรือซ่อมแซมบำรุงรักษา
    4. กรณีขายอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมบริการซ่อมแซมบำรุงรักษาโดยออกใบกำกับภาษี หรือใบแจ้งหนี้ค่าอุปกรณ์และบริการ ติดตั้งฉบับเดียวกัน แต่แยกราคาค่าอุปกรณ์และค่าบริการออกจากกัน

แนววินิจฉัย :
    1. กรณีตาม 1. การขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้งโดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าพร้อมบริการติดตั้งรวมเป็นยอดเดียวกัน และกรณีตาม 3. การขายสินค้าโดยมิได้ให้บริการติดตั้งหรือซ่อมแซมบำรุงรักษา ถือเป็นการขายสินค้า ผู้จ่ายเงินได้ไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
    2. กรณีตาม 2. การขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าและค่าบริการติดตั้งแยกออก จากกันเป็น 2 ฉบับ คือ ค่าสินค้าหนึ่งฉบับและค่าบริการติดตั้งหนึ่งฉบับหรือออกใบกำกับภาษี ฉบับเดียวแต่แยกรายการคือสินค้า หนึ่งรายการและค่าบริการติดตั้งอีกหนึ่งรายการ เฉพาะค่าบริการที่แยกออกจากราคาสินค้า เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
    3. กรณีตาม 4. การให้บริการซ่อมแซมบำรุงรักษา โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ ค่าอุปกรณ์และบริการติดตั้งฉบับเดียวกันแต่แยกราคาค่าอุปกรณ์และค่าบริการออกจากกันเข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของ ผู้จ่ายเงินได้จะต้องหักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่าย จากยอดรวมมูลค่าสินค้าและค่าซ่อมแซม โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

เลขตู้ : 72/36975

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
กรณีตามข้อเท็จจริง ให้บริษัทฯ ถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากรตามตัวอย่างแนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากร ดังนี้ 
1. กรณีขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าพร้อมบริการติดตั้งรวมเป็นยอดเดียวกัน หรือกรณีการขายสินค้า โดยมิได้ให้บริการติดตั้งหรือซ่อมแซมบำรุงรักษา 
    (1) ถือเป็นการขายสินค้า บริษัทฯ ต้องรับรู้รายได้ และนำมูลค่าสินค้าไปคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากยอดขายที่รวมค่าติดตั้งทั้งจำนวน 
    (2) ผู้จ่ายเงินได้ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ไม่อยู่ในบังคับต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 
    (3) กรณีดังกล่าวถือเป็นการขายสินค้า บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่อย่างใด 

2. กรณีขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าและค่าบริการติดตั้งแยกออก จากกันเป็น 2 ฉบับ คือ ค่าสินค้าหนึ่งฉบับและค่าบริการติดตั้งหนึ่งฉบับ หรือออกใบกำกับภาษี ฉบับเดียวแต่แยกรายการคือสินค้า หนึ่งรายการและค่าบริการติดตั้งอีกหนึ่งรายการ 
    (1) ให้บริษัทฯ รับรู้รายได้เมื่อส่งมอบสินค้า และรับรู้ค่าบริการติดตั้งเมื่อการติดตั้งแล้วเสร็จ ซึ่งอาจเป็นวันเดียวกันหรือคนละวันก็ได้ 
    (2) เฉพาะค่าบริการที่แยกออกจากราคาสินค้า เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 
    (3) บริษัทฯ อาจต้องเสียอากรแสตมป์ สำหรับค่าบริการตาม (2) หากได้มีการกระทำตราสาร และลงลายมือชื่อครบทั้งสองฝ่าย 

3. ตามความเห็นส่วนตัว บริษัทฯ ควรเลือกวิธีที่ 1 กรณีขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าพร้อมบริการติดตั้งรวมเป็นยอดเดียวกัน เพราะไม่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยอ้างอิงคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากร อันเป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานทางภาษีอากรที่ทราบกันโดยทั่วไป  

คุณ XXXX  XXXXXX
ขอสอบถามเพิ่มเติมนะคะ
หากเลือกวิธีที่ 1 คือขายสินค้าพร้อมติดตั้ง 
หากมีสัญญาว่าจ้างงาน และ มีการเก็บเงินเป็นงวด ๆ ยังจะถือเป็นการขายสินค้าพร้อมติดตั้งอยู่ไหมค่ะ

สุเทพ พงษ์พิทักษ์ วิสัชนา:
กรณีเลือกวิธีที่ 1 แม้จะมีสัญญาว่าจ้างทำของ และมีการเก็บเงินเป็นงวด ๆ ก็ตาม
1. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม 
    การดำเนินการดังกล่าว ยังคงถือเป็น “การขายสินค้าพร้อมติดตั้ง” (Turn key project) ตามมาตรา 77/1 (8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดทั้งจำนวนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการ “ส่งมอบ” สินค้า ถึง site งาน 

2. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล 
    เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในสินค้ายังคงเป็นของผู้ขายจนกว่าจะได้มีการส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์เมื่องานเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ตามประสงค์ บริษัทผู้ขายจึงต้องรับรู้รายได้เมื่อส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ในงานที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ตามประสงค์นั้น 
    ผู้จ่ายเงินได้ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นไม่อยู่ในบังคับต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 

3. กรณีอากรแสตมป์
    เมื่อกรณีดังกล่าวถือเป็น “การขายสินค้าสินค้าพร้อมติดตั้ง” บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่อย่างใด



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ