Case study

ภาษีสายการบินในประเทศ มีประเด็นภาระภาษีใดบ้าง CIT VAT WHT


เรื่อง ภาษีสายการบินในประเทศ มีประเด็นภาระภาษีใดบ้าง CIT VAT WHT
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 20/11/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทจดทะเบียนบริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน จะมีประเด็นภาระภาษีใดบ้าง CIT VAT WHT

คำตอบ

ภาระภาษีของบริษัทไทยที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศทางอากาศ

บริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยและประกอบกิจการรับขนผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยเครื่องบิน มีภาระภาษีสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งสรุปได้ดังนี้

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax - CIT)

สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนในไทย และประกอบกิจการ ขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน  มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ (หักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ และเสียภาษีจากกำไรสุทธิ) ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร 

รายได้ที่ต้องนำมาคำนวณกำไรสุทธิ (มาตรา 65) คือ
 
รายได้จากการรับขนคนโดยสาร” รายได้ค่าตั๋วโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นการ

  • ขายตั๋วให้ผู้โดยสารโดยตรง
  • หรือขายผ่านตัวแทนจำหน่ายตั๋ว
  • ไม่เกี่ยวว่ารายได้ที่ได้รับจริงจะมากหรือน้อยกว่าราคาที่ระบุในตั๋ว

ดังนั้น ฐานรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลคือรายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากค่าโดยสารทั้งหมด

โดย รายได้จากการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยานต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเช่นเดียวกับรายได้จากกิจการอื่นๆ ตามแนวปฏิบัติของ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.53/2537 

คือ ไม่มีข้อยกเว้นเป็นพิเศษ สำหรับรายได้จากการบินระหว่างประเทศของบริษัทไทย และหากบริษัทได้ชำระภาษีในต่างประเทศจากรายได้นั้น อาจใช้ประโยชน์จากอนุสัญญาภาษีซ้อนหรือหลักเกณฑ์เครดิตภาษีต่างประเทศเพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อนได้ (ขึ้นอยู่กับกรณีและประเทศที่เกี่ยวข้อง)

มาตรา 65  เงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามความในส่วนนี้คือกำไรสุทธิซึ่งคำนวณได้จากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี และรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวให้มีกำหนดสิบสองเดือน เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้จะน้อยกว่าสิบสองเดือนก็ได้ คือ
             (ก) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเริ่มตั้งใหม่จะถือวันเริ่มตั้งถึงวันหนึ่งวันใดเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรกก็ได้
             (ข) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีขอเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีเช่นว่านี้ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต สุดแต่จะเห็นสมควร คำสั่งเช่นว่านั้นต้องแจ้งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้ยื่นคำร้องทราบภายในเวลาอันสมควร และในกรณีที่อธิบดีสั่งอนุญาต ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนด
             การคำนวณรายได้และรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้นแม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
             ในกรณีจำเป็น ผู้มีเงินได้จะขออนุมัติต่ออธิบดีเพื่อเปลี่ยนแปลงเกณฑ์สิทธิ และวิธีการทางบัญชีเพื่อคำนวณรายได้และรายจ่ายตามวรรคสองก็ได้ และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป
             ( พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2528 เป็นต้นไป )


2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax - VAT)

สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนในไทย และประกอบกิจการ ขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน 

  • อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1(3) แห่งประมวลรัษฎากร ถือเป็นการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ หมายความว่าบริษัทต้องจดทะเบียน VAT และต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้โดยสาร ตามมาตรา 86/5(1) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 21)ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 แต่ ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากค่าตั๋วโดยสารระหว่างประเทศ (เนื่องจากได้รับ VAT อัตรา 0%) 
  • โดยบริษัทสามารถนำภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องมาหักเครดิตออกจากภาษีขายได้ตามปกติ 
  • ฐานภาษีในการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 0% ) ตามมาตรา 79/1(2) คือ

มูลค่าค่าโดยสาร + ค่าธรรมเนียม + ประโยชน์อื่นใด ที่ เรียกเก็บในประเทศไทย
 และต้องคำนวณ ก่อนหักค่าใช้จ่ายใด ๆ เนื่องจากการรับขนคนโดยสารนั้น

โดย “มูลค่า” ตามกฎหมาย หมายถึง รายได้จากการรับขนผู้โดยสารที่เรียกเก็บจากผู้โดยสาร
 ไม่ว่าจะเป็นการ

  • ขายตั๋วให้ผู้โดยสารโดยตรง
  • หรือขายผ่านตัวแทนจำหน่ายตั๋ว
  • ไม่เกี่ยวว่ารายได้ที่ได้รับจริงจะมากหรือน้อยกว่าราคาที่ระบุในตั๋ว

     

มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(3) การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเลที่กระทำโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล

มาตรา 79/1 ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในกิจการเฉพาะอย่าง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(2) ฐานภาษีสำหรับการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ
 (ก) ในกรณีรับขนคนโดยสาร ได้แก่ 
มูลค่าของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในราชอาณาจักรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสารนั้น
                   ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.53/2537 )
                   ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.55/2538 )

มาตรา 86/5ใบกำกับภาษีดังต่อไปนี้อธิบดีอาจกำหนดให้มีรายการเป็นอย่างอื่นได้
             (1) ใบกำกับภาษีของสินค้าหรือบริการเฉพาะอย่างตามมาตรา 79/1
 
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 21) )


3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax - WHT)

บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องถูกหัก ณ ที่จ่าย จากการมีรายได้จากการรับขนคนโดยสาร 

” รายได้ค่าตั๋วโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้โดยสาร” 

กรณีที่บริษัทมีรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานระหว่างประเทศ เช่น ค่าคอมมิชชั่นให้ตัวแทนจำหน่ายตั๋ว, ค่าบริการภาคพื้นดิน, หรือค่าบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ขึ้นอยู่กับลักษณะผู้รับเงิน ดังนี้:

  • จ่ายให้ผู้รับที่อยู่ในประเทศไทย: 
     หากบริษัทจ่ายค่าคอมมิชชั่นหรือค่าบริการให้แก่ นิติบุคคลไทย เช่น บริษัททัวร์หรือตัวแทนขายตั๋วในประเทศ บริษัทฯ จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ของค่าบริการ(ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3/1 (1) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 

กรณีผู้รับเป็น บุคคลธรรมดาในประเทศ ที่มิใช่พนักงาน บริษัทก็มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเช่นกัน โดยอัตราที่หักจะขึ้นกับประเภทเงินได้และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร


ตารางสรุปภาระภาษีของบริษัทไทยที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศทางอากาศ

 

ประเภทภาษี

หน้าที่ของบริษัทสายการบินไทย

ฐานภาษี / รายได้ที่ต้องนำมาคำนวณ

อ้างอิงกฎหมายสำคัญ

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT)

ต้องเสียภาษีจาก กำไรสุทธิ ตามเกณฑ์สิทธิ

• รายได้จากค่าตั๋วโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้โดยสาร (ขายโดยตรง/ผ่านตัวแทน) 
 • ไม่คำนึงว่ารายได้จริงมากหรือน้อยกว่าราคาตั๋ว 
 • หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง

• มาตรา 65, 65 ทวิ, 65 ตรี 
 • คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.53/2537

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษี แต่การให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศใช้อัตรา 0%

• มูลค่าค่าโดยสาร + ค่าธรรมเนียม + ประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในประเทศไทย ก่อนหักค่าใช้จ่าย 
 • รายได้เกิดขึ้นจากการขายตั๋วโดยตรงหรือผ่านตัวแทน 
 • สามารถนำภาษีซื้อมาหักได้ตามปกติ

• มาตรา 80/1(3) (VAT 0%)
 • มาตรา 79/1(2) (ฐานภาษี) 
 • มาตรา 86/5 (ออกใบกำกับภาษี) 
 • ป.53/2537, ป.55/2538
 • ประกาศ VAT ฉบับที่ 21

3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT)

ไม่มีหน้าที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจากค่าตั๋วโดยสาร 

 แต่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากรายจ่ายที่เกิดขึ้นตามปกติ เช่น ค่าคอมมิชชั่น/ค่าบริการ

• จ่ายค่าคอมมิชชั่น/ค่าบริการให้ นิติบุคคลไทย → หัก 3%
 • จ่ายให้ บุคคลธรรมดาไทย → หักตามประเภทรายได้ เช่น ม.40(2) ตามอัตราก้าวหน้า

• มาตรา 3 เตรส 
 • คำสั่ง ท.ป.4/2528
 • มาตรา 50(1)


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 53/2537

เรื่อง      การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยานและสำหรับกิจการให้บริการเป็นตัวแทนขายตั๋วโดยสาร

--------------------------------------------

                เพื่อให้มีแนวทางปฏิบัติเดียวกันในการตรวจและแนะนำสำหรับกรณีการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม ในการขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการเป็นตัวแทนของบริษัทสายการบิน และโดยที่ตัวแทนนั้นเป็นตัวแทนของบริษัทสายการบินไม่ใช่ตัวแทนของผู้ใช้บริการโดยสาร กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำดังต่อไปนี้

                ข้อ 2   ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน รายได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึง รายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการรับขนคนโดยสารซึ่งเรียกเก็บจากคนโดยสาร ทั้งในกรณีที่บริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยตรงและในกรณีที่บริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยผ่านตัวแทน โดยไม่คำนึงว่ารายได้ดังกล่าวจะมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาค่าโดยสารที่ระบุในตั๋วโดยสาร

                ข้อ 3   ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน บริษัทสายการบินจะต้องนำมูลค่าของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในราชอาณาจักรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสารมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร

                        มูลค่าของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในราชอาณาจักรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสาร ตามวรรคหนึ่ง หมายถึง รายได้ที่ได้รับจากการรับขนคนโดยสารซึ่งเรียกเก็บจากคนโดยสาร ทั้งในกรณีที่บริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยตรงและในกรณีที่บริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยผ่านตัวแทน โดยไม่คำนึงว่ารายได้ดังกล่าวจะมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาค่าโดยสารที่ระบุในตั๋วโดยสาร

                        ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5 แห่งประมวลรัษฎากรให้คนโดยสาร ทั้งในกรณีที่ได้ขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยตรงและในกรณีที่ได้ขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยผ่านตัวแทน

                ข้อ 6 ในกรณีที่มีระเบียบ คำสั่ง หรือหนังสือสั่งการใด ๆ กำหนดให้ต้องนำใบกำกับภาษีไปใช้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบกรณีต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบยัน ให้นำใบกำกับภาษีที่บริษัทสายการบินออกให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการในกรณีบริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการโดยตรง หรือใบกำกับภาษีที่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ออกให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการ ในกรณีบริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการโดยผ่านตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งไปใช้ดำเนินการ

                        สำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของใบกำกับภาษีที่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งออกให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการ ให้ทำการตรวจสอบกับหลักฐานรับเงินที่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งหรือตัวแทนช่วงออกให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการ


คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 55/2538

เรื่อง      ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม ฐานภาษีสำหรับการให้บริการรับขนคนโดยสารหรือสินค้าระหว่างประเทศ

---------------------------------------------

                เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจแนะนำ กรณีฐานภาษีสำหรับการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน หรือการให้บริการรับขนสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

                ข้อ 1 ฐานภาษีสำหรับการให้บริการรับขนคนโดยสารซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 หรือมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร และเพื่อรวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้คำนวณจากมูลค่าของค่าโดยสารที่ได้รับหรือพึงได้รับ สำหรับระยะทางจากต้นทางถึงปลายทางตามที่ระบุในตั๋วโดยสาร รวมถึงค่าธรรมเนียมและผลประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากคนโดยสาร อันเนื่องมาจากการให้บริการรับขนคนโดยสาร ไม่ว่าสายการบินนั้นจะให้บริการรับขนเองทั้งหมด หรือให้ผู้ประกอบการอื่นรับขนส่งช่วงให้



ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 21)

เรื่อง    กำหนดรายการในใบกำกับภาษีของสินค้าหรือบริการบางกรณี ตามมาตรา86/5(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร


อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 86/5(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ2534 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดรายการในใบกำกับภาษีของสินค้าหรือบริการบางกรณี ไว้ดังต่อไปนี้

                ข้อ 1กำหนดให้ใบกำกับภาษีของการขายสินค้าหรือให้บริการโดยการส่งออกตามมาตรา 86/5(1)แห่งประมวลรัษฎากร มีรายการเช่นเดียวกันกับใบกำกับสินค้าซึ่งผู้ส่งออกได้ออกเป็นปกติตามประเพณีทางการค้าระหว่างประเทศ

ข้อ 2กำหนดให้ใบกำกับภาษีของการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศตามมาตรา 86/5(1) แห่งประมวลรัษฎากร มีรายการดังต่อไปนี้

                          (1) ใบกำกับภาษีของการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานให้รายการเช่นเดียวกับแอร์เวย์บิลหรือเฮ้าส์แอร์เวย์บิลที่ผู้ขนส่งหรือตัวแทนรับขนส่งได้ออกเป็นปกติตามประเพณีทางการค้าระหว่างประเทศ

(2) ใบกำกับภาษีของการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล ให้มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่กรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเลเรียกเก็บค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดนอกรายอาณาจักรไม่ต้องระบุชื่อและที่อยู่ของผู้รับบริการ แต่ต้องระบุชื่อเรือเดินทะเล และหมายเลขของบิลออฟเลดิงในกรณีดังกล่าวทุกฉบับสำหรับเที่ยวเรือนั้นในใบกำกับภาษี

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 61) ใช้บังคับ 1 พฤษภาคม 2538 เป็นต้นไป)

                         (3) ใบกำกับภาษีของการให้บริการรับขนคนโดยสารระหวางประเทศโดยอากาศยานให้มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่รายการ ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการกรณีผู้รับบริการเป็นบุคคลธรรมดาจะระบุที่อยู่หรือไม่ก็ได้และกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียน ซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนส่งคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยานขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยผ่านตัวแทนไม่ต้องระบุที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยานแต่ต้องระบุเลขที่ของตั๋วโดยสารในใบกำกับภาษีและสำหรับรายการหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขกำดับของเล่มถ้ามี ให้ระบุหมายเลขลำดับของตัวแทน

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 111) ใช้บังคับ 1 กันยายน 2543 เป็นต้นไป)




อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจสายการบิน โดยมีทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/03/2020 - วันที่ตอบ 10/03/2020

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

- บริษัท ก. เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย เพื่อประกอบธุรกิจสายการบิน โดยมีทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ
 - เนื่องจากบริษัท ก. มีพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินที่เหลือจากการบรรทุกกระเป๋าของผู้โดยสาร บริษัท ก. จึงได้ทำการขายพื้นที่ที่เหลือใต้ท้องเครื่องบินนี้ให้กับบริษัท ข. ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์
 - บริษัท ข. มีหน้าที่บริหารจัดการ Cargo ซึ่งรวมถึงการจัดการขายพื้นที่ที่เหลือใต้ท้องเครื่องบินให้กับลูกค้าของบริษัท ข. พร้อมทั้งรับเรื่องร้องเรียนและการเคลมจากลูกค้า ทำงานร่วมกับบริษัท ก. เพื่อดูแลในส่วน operation เช่น การ load/unload สินค้าจากใต้ท้องเครื่องบินด้วย
 - บริษัท ก. เรียกเก็บค่าขายพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินจากบริษัท ข. เป็นจำนวนที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าตามสัญญา โดยสัญญาไม่ได้ระบุว่าเป็นรายได้จากการขายพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนเท่าไร
 คำถาม
      1. บริษัท ก. ต้องการออก invoice เพื่อเรียกเก็บรายได้จากการขายพื้นที่ดังกล่าว โดยบริษัท ก. เข้าใจว่ารายได้ที่เกิดจากการขายพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินในประเทศไทย ควรต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% และสำหรับรายได้ที่เกิดจากพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ
ควรมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 0%ไม่ทราบว่าความเข้าใจนี้ถูกต้องหรือไม่
      2. หากบริษัท ก. ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที 7% สำหรับรายได้จากพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินที่เป็นเที่ยวบินในประเทศ ไม่ทราบว่าประมวลรัษฎากรได้กำหนดไว้หรือไม่ ว่าบริษัท ก. หรือบริษัท ข.
ใครจะต้องเป็นผู้รับภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% นี้

ขอบคุณมากค่ะ
 เพิ่มเติมข้อมูลคือเป็นการทำธุรกิจขายระวางสินค้าสายการบินค่ะ

วิสัชนา

     1. บริษัท ก. ต้องการออก invoice เพื่อเรียกเก็บรายได้จากการขายพื้นที่ดังกล่าว โดยบริษัท ก. เข้าใจว่ารายได้ที่เกิดจากการขายพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินในประเทศไทย ควรต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% และสำหรับรายได้ที่เกิดจากพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ควรมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 0% ความเข้าใจดังกล่าวถูกต้องดีงามแล้วครับ
      2. หากบริษัท ก. ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% สำหรับรายได้จากพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินที่เป็นเที่ยวบินในประเทศ บริษัท ก. ต้องเป็นผู้รับภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เนื่องจากบริษัท ก เป็นผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศยาน โดยตรง ส่วนบริษัท ข จะไปเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้าของตนต่อไป เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสายการบินจัดทำใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5 แห่งประมวลรัษฎากรแต่ผู้รับบริการไม่รับมอบใบกำกับภาษี

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

14/06/2001

เลขที่หนังสือ

กค 0811/6019

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 86/5(1), มาตรา 90/2(3)

ข้อหารือ

     สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ส่งคำร้องของบริษัท เอ จำกัด ซึ่งของดค่าปรับอาญาให้กรมสรรพากรพิจารณา กรณีบริษัทฯ ขายตั๋วโดยสารให้กับคนโดยสารหรือผู้รับบริการโดยตรง และบริษัทฯได้จัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร โดยมิได้ส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับคนโดยสารหรือผู้รับบริการ ซึ่งจากการตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้โดยสารเป็นชาวต่างชาติไม่ต้องการใบกำกับภาษี บริษัทฯ จึงไม่ได้ส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับคนโดยสารสพท. มีความเห็นว่า บริษัทฯ มีความรับผิดกรณีมิได้ส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับคนโดยสารหรือผู้รับบริการตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษตามมาตรา 90/2(3) แห่งประมวลรัษฎากร

แนววินิจฉัย

     1. กรณีบริษัทฯ ให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน และขายตั๋วโดยสารให้กับคนโดยสารซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาโดยตรง บริษัทฯ ต้องจัดทำใบกำกับภาษีที่มีรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่จำต้องระบุที่อยู่ของคนโดยสาร ทั้งนี้ ตามมาตรา 86/5(1) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 21)ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534
 

      2. กรณี สพท. ตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่า บริษัทฯ จัดทำใบกำกับภาษีตาม 1. แล้ว แต่มิได้ส่งมอบใบกำกับภาษีให้แก่คนโดยสาร เนื่องจากคนโดยสารเป็นชาวต่างชาติและไม่ต้องการหรือไม่เรียกร้องใบกำกับภาษี บริษัทฯ ไม่ต้องรับผิดทางอาญาตามมาตรา 90/2(3)แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

64/30595


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ