Case study

ภาษีสายการบินในประเทศ มีประเด็นภาระภาษีใดบ้าง CIT VAT WHT
| เรื่อง | ภาษีสายการบินในประเทศ มีประเด็นภาระภาษีใดบ้าง CIT VAT WHT | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แหล่งที่มา | Case study | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันที่ | 20/11/2025 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อกฎหมาย | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำถาม | บริษัทจดทะเบียนบริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน จะมีประเด็นภาระภาษีใดบ้าง CIT VAT WHT |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำตอบ | ภาระภาษีของบริษัทไทยที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศทางอากาศบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยและประกอบกิจการรับขนผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยเครื่องบิน มีภาระภาษีสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งสรุปได้ดังนี้ 1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax - CIT)สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนในไทย และประกอบกิจการ ขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ (หักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ และเสียภาษีจากกำไรสุทธิ) ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร รายได้ที่ต้องนำมาคำนวณกำไรสุทธิ (มาตรา 65) คือ
ดังนั้น ฐานรายได้เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลคือรายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากค่าโดยสารทั้งหมด โดย รายได้จากการให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยานต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเช่นเดียวกับรายได้จากกิจการอื่นๆ ตามแนวปฏิบัติของ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.53/2537 คือ ไม่มีข้อยกเว้นเป็นพิเศษ สำหรับรายได้จากการบินระหว่างประเทศของบริษัทไทย และหากบริษัทได้ชำระภาษีในต่างประเทศจากรายได้นั้น อาจใช้ประโยชน์จากอนุสัญญาภาษีซ้อนหรือหลักเกณฑ์เครดิตภาษีต่างประเทศเพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อนได้ (ขึ้นอยู่กับกรณีและประเทศที่เกี่ยวข้อง)
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax - VAT)สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนในไทย และประกอบกิจการ ขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน
มูลค่าค่าโดยสาร + ค่าธรรมเนียม + ประโยชน์อื่นใด ที่ เรียกเก็บในประเทศไทย โดย “มูลค่า” ตามกฎหมาย หมายถึง รายได้จากการรับขนผู้โดยสารที่เรียกเก็บจากผู้โดยสาร
3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax - WHT)บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องถูกหัก ณ ที่จ่าย จากการมีรายได้จากการรับขนคนโดยสาร ” รายได้ค่าตั๋วโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้โดยสาร” กรณีที่บริษัทมีรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานระหว่างประเทศ เช่น ค่าคอมมิชชั่นให้ตัวแทนจำหน่ายตั๋ว, ค่าบริการภาคพื้นดิน, หรือค่าบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ขึ้นอยู่กับลักษณะผู้รับเงิน ดังนี้:
กรณีผู้รับเป็น บุคคลธรรมดาในประเทศ ที่มิใช่พนักงาน บริษัทก็มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเช่นกัน โดยอัตราที่หักจะขึ้นกับประเภทเงินได้และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร ตารางสรุปภาระภาษีของบริษัทไทยที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศทางอากาศ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ประเภทภาษี | หน้าที่ของบริษัทสายการบินไทย | ฐานภาษี / รายได้ที่ต้องนำมาคำนวณ | อ้างอิงกฎหมายสำคัญ |
1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) | ต้องเสียภาษีจาก กำไรสุทธิ ตามเกณฑ์สิทธิ | • รายได้จากค่าตั๋วโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้โดยสาร (ขายโดยตรง/ผ่านตัวแทน) | • มาตรา 65, 65 ทวิ, 65 ตรี |
2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | ต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษี แต่การให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศใช้อัตรา 0% | • มูลค่าค่าโดยสาร + ค่าธรรมเนียม + ประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในประเทศไทย ก่อนหักค่าใช้จ่าย | • มาตรา 80/1(3) (VAT 0%) |
3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) | ไม่มีหน้าที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจากค่าตั๋วโดยสาร | • จ่ายค่าคอมมิชชั่น/ค่าบริการให้ นิติบุคคลไทย → หัก 3% | • มาตรา 3 เตรส |
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยานและสำหรับกิจการให้บริการเป็นตัวแทนขายตั๋วโดยสาร -------------------------------------------- เพื่อให้มีแนวทางปฏิบัติเดียวกันในการตรวจและแนะนำสำหรับกรณีการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม ในการขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการเป็นตัวแทนของบริษัทสายการบิน และโดยที่ตัวแทนนั้นเป็นตัวแทนของบริษัทสายการบินไม่ใช่ตัวแทนของผู้ใช้บริการโดยสาร กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนำดังต่อไปนี้ ข้อ 2 ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน รายได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึง รายได้ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการรับขนคนโดยสารซึ่งเรียกเก็บจากคนโดยสาร ทั้งในกรณีที่บริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยตรงและในกรณีที่บริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยผ่านตัวแทน โดยไม่คำนึงว่ารายได้ดังกล่าวจะมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาค่าโดยสารที่ระบุในตั๋วโดยสาร ข้อ 3 ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน บริษัทสายการบินจะต้องนำมูลค่าของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในราชอาณาจักรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสารมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร มูลค่าของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในราชอาณาจักรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสาร ตามวรรคหนึ่ง หมายถึง รายได้ที่ได้รับจากการรับขนคนโดยสารซึ่งเรียกเก็บจากคนโดยสาร ทั้งในกรณีที่บริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยตรงและในกรณีที่บริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยผ่านตัวแทน โดยไม่คำนึงว่ารายได้ดังกล่าวจะมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาค่าโดยสารที่ระบุในตั๋วโดยสาร ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5 แห่งประมวลรัษฎากรให้คนโดยสาร ทั้งในกรณีที่ได้ขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยตรงและในกรณีที่ได้ขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยผ่านตัวแทน ข้อ 6 ในกรณีที่มีระเบียบ คำสั่ง หรือหนังสือสั่งการใด ๆ กำหนดให้ต้องนำใบกำกับภาษีไปใช้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบกรณีต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบยัน ให้นำใบกำกับภาษีที่บริษัทสายการบินออกให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการในกรณีบริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการโดยตรง หรือใบกำกับภาษีที่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ออกให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการ ในกรณีบริษัทสายการบินขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการโดยผ่านตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งไปใช้ดำเนินการ สำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของใบกำกับภาษีที่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งออกให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการ ให้ทำการตรวจสอบกับหลักฐานรับเงินที่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งหรือตัวแทนช่วงออกให้คนโดยสารหรือผู้รับบริการ |
--------------------------------------------- เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจแนะนำ กรณีฐานภาษีสำหรับการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน หรือการให้บริการรับขนสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ฐานภาษีสำหรับการให้บริการรับขนคนโดยสารซึ่งต้องนำไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 หรือมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร และเพื่อรวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้คำนวณจากมูลค่าของค่าโดยสารที่ได้รับหรือพึงได้รับ สำหรับระยะทางจากต้นทางถึงปลายทางตามที่ระบุในตั๋วโดยสาร รวมถึงค่าธรรมเนียมและผลประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากคนโดยสาร อันเนื่องมาจากการให้บริการรับขนคนโดยสาร ไม่ว่าสายการบินนั้นจะให้บริการรับขนเองทั้งหมด หรือให้ผู้ประกอบการอื่นรับขนส่งช่วงให้ |
เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 21) เรื่อง กำหนดรายการในใบกำกับภาษีของสินค้าหรือบริการบางกรณี ตามมาตรา86/5(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 86/5(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ2534 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดรายการในใบกำกับภาษีของสินค้าหรือบริการบางกรณี ไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1กำหนดให้ใบกำกับภาษีของการขายสินค้าหรือให้บริการโดยการส่งออกตามมาตรา 86/5(1)แห่งประมวลรัษฎากร มีรายการเช่นเดียวกันกับใบกำกับสินค้าซึ่งผู้ส่งออกได้ออกเป็นปกติตามประเพณีทางการค้าระหว่างประเทศ ข้อ 2กำหนดให้ใบกำกับภาษีของการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศตามมาตรา 86/5(1) แห่งประมวลรัษฎากร มีรายการดังต่อไปนี้ (1) ใบกำกับภาษีของการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยานให้รายการเช่นเดียวกับแอร์เวย์บิลหรือเฮ้าส์แอร์เวย์บิลที่ผู้ขนส่งหรือตัวแทนรับขนส่งได้ออกเป็นปกติตามประเพณีทางการค้าระหว่างประเทศ (2) ใบกำกับภาษีของการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล ให้มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่กรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเลเรียกเก็บค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดนอกรายอาณาจักรไม่ต้องระบุชื่อและที่อยู่ของผู้รับบริการ แต่ต้องระบุชื่อเรือเดินทะเล และหมายเลขของบิลออฟเลดิงในกรณีดังกล่าวทุกฉบับสำหรับเที่ยวเรือนั้นในใบกำกับภาษี (แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 61) ใช้บังคับ 1 พฤษภาคม 2538 เป็นต้นไป) (3) ใบกำกับภาษีของการให้บริการรับขนคนโดยสารระหวางประเทศโดยอากาศยานให้มีรายการเช่นเดียวกับรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่รายการ ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการกรณีผู้รับบริการเป็นบุคคลธรรมดาจะระบุที่อยู่หรือไม่ก็ได้และกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียน ซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนส่งคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยานขายตั๋วโดยสารให้คนโดยสารโดยผ่านตัวแทนไม่ต้องระบุที่อยู่และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยานแต่ต้องระบุเลขที่ของตั๋วโดยสารในใบกำกับภาษีและสำหรับรายการหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขกำดับของเล่มถ้ามี ให้ระบุหมายเลขลำดับของตัวแทน (แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 111) ใช้บังคับ 1 กันยายน 2543 เป็นต้นไป) |
อ้างอิงคำตอบ
เรื่อง | บริษัทฯ ประกอบธุรกิจสายการบิน โดยมีทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ |
แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
วันที่ | วันที่ถาม 05/03/2020 - วันที่ตอบ 10/03/2020 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
ข้อกฎหมาย | - |
ปุจฉา | - บริษัท ก. เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย เพื่อประกอบธุรกิจสายการบิน โดยมีทั้งเที่ยวบินในประเทศและระหว่างประเทศ ขอบคุณมากค่ะ |
วิสัชนา | 1. บริษัท ก. ต้องการออก invoice เพื่อเรียกเก็บรายได้จากการขายพื้นที่ดังกล่าว โดยบริษัท ก. เข้าใจว่ารายได้ที่เกิดจากการขายพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินในประเทศไทย ควรต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 7% และสำหรับรายได้ที่เกิดจากพื้นที่ใต้ท้องเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ควรมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 0% ความเข้าใจดังกล่าวถูกต้องดีงามแล้วครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |
เรื่อง | |
แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร |
วันที่ | 14/06/2001 |
เลขที่หนังสือ | กค 0811/6019 |
ประเภทภาษี | ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 86/5(1), มาตรา 90/2(3) |
ข้อหารือ | สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ส่งคำร้องของบริษัท เอ จำกัด ซึ่งของดค่าปรับอาญาให้กรมสรรพากรพิจารณา กรณีบริษัทฯ ขายตั๋วโดยสารให้กับคนโดยสารหรือผู้รับบริการโดยตรง และบริษัทฯได้จัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร โดยมิได้ส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับคนโดยสารหรือผู้รับบริการ ซึ่งจากการตรวจสอบไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้โดยสารเป็นชาวต่างชาติไม่ต้องการใบกำกับภาษี บริษัทฯ จึงไม่ได้ส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับคนโดยสารสพท. มีความเห็นว่า บริษัทฯ มีความรับผิดกรณีมิได้ส่งมอบใบกำกับภาษีให้กับคนโดยสารหรือผู้รับบริการตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษตามมาตรา 90/2(3) แห่งประมวลรัษฎากร |
แนววินิจฉัย | 1. กรณีบริษัทฯ ให้บริการรับขนคนโดยสารระหว่างประเทศโดยอากาศยาน และขายตั๋วโดยสารให้กับคนโดยสารซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาโดยตรง บริษัทฯ ต้องจัดทำใบกำกับภาษีที่มีรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่จำต้องระบุที่อยู่ของคนโดยสาร ทั้งนี้ ตามมาตรา 86/5(1) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 21)ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 |
เลขตู้ | 64/30595 |