ตอบ 1 บริษัทจ่ายดอกเบี้ยให้บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น
เมื่อบริษัทฯมีการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับบริษัทแม่(ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ) ดอกเบี้ย เป็นเงินได้พึงประเมินมาตรา 40(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องหัก ณ ที่จ่าย 15% ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54
มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม บัญชีอัตราภาษีเงินได้ " (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล "(ข) ภาษีตามมาตรา 70 นอกจากที่ระบุใน (ค) ร้อยละ 15 |
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย มีอนุสัญญาภาษีซ้อน DTA กับประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่บริษัทจะหัก ณ ที่จ่าย และนำส่ง พึงต้องทำการตรวจสอบ DTA ก่อนว่า มีข้อตกลงระหว่างประเทศ ให้ ยกเว้น หรือ ลดอัตราภาษีให้หรือไม่ โดยมีวิธีพิจารณาดังนี้ - ถ้า DTA ไม่มียกเว้นให้ ให้หัก 15% ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
- ถ้า อัตราที่ระบุใน DTAน้อยกว่า อัตราที่ระบุไว้ในมาตรา 70 >> ให้หักตาม อัตราที่ระบุใน DTA
- ถ้า อัตราที่ระบุใน DTA มากกว่า อัตราที่ระบุไว้ในมาตรา 70 >> ให้หักตาม อัตราที่ระบุใน มาตรา 70
เมื่อบริษัทจ่ายชำระดอกเบี้ยเงินกู้ ให้กับธนาคารของรัฐบาลในประเทศญี่ปุ่นบริษัทไม่มีหน้าที่ต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่ายเนื่องจากมีเขียนนยกเว้นไว้ในอนุสัญญาภาษีซ้อน ไทย-ญี่ปุ่น ข้อ 11 วรรค 3
เปรีบเทียบ อัตราที่ระบุใน DTA ข้อ 11 (ระบุให้หัก 25%) มากกว่า อัตราที่ระบุไว้ในมาตรา 70 (ระบุให้หัก 15%) ดังนั้น >> ให้หักตาม อัตราที่ระบุใน มาตรา 70( จึงหัก 15%)
สรุปคำตอบ บริษัทฯ กู้เงินจากบริษัทในเครือหรือบริษัทแม่ ที่ประเทศญี่ปุ่น ดอกเบี้ยเงินกู้ที่จ่าย ต้องหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่ ต้องหัก ณ ที่จ่าย 15% ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-ญี่ปุ่น DTA(TH-JP) ข้อ11 1. ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง (THAI) และจ่ายให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง (Japan) อาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง (Japan) นั้น 2. อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยเช่นว่านั้นอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญา(THAI) ซึ่งดอกเบี้ยนั้นเกิดขึ้นและตามกฎหมายของรัฐนั้น(THAI) แต่ถ้าผู้รับนั้นเป็นเจ้าของผู้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยและเป็นบริษัทซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง (Japan) ภาษีที่เรียกเก็บจะต้องไม่เกิน (ก) ร้อยละ 10 ของจำนวนดอกเบี้ยทั้งสิ้น ถ้าดอกเบี้ยนั้นได้รับโดยสถาบันการเงินใดๆ (รวมทั้งบริษัทประกันภัย) (ข) ร้อยละ 25 ของจำนวนดอกเบี้ยทั้งสิ้น ในกรณีอื่นๆ |
ตอบ 2 จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันเงินกู้ที่บริษัทในเครือหรือบริษัทแม่ ที่ประเทศญี่ปุ่น ค้ำประกัน
เมื่อ บริษัท A จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันเงินกู้ที่บริษัทในเครือหรือบริษัทแม่ ที่ประเทศญี่ปุ่น ค้ำประกันการกู้เงินที่บริษัท A กู้เงินกับธนาคารในประเทศไทย ตอนชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันเงินกู้นี้ให้บริษัทในเครือหรือบริษัทแม่ บริษัท ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่ายเนื่องจาก การค้ำประกันเป็นเงินได้พึงประเมินมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามมาตรา 70 ห่งประมวลรัษฎากร ไม่มีกำหนดให้ บริษัทฯ หักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฏากร (มาตรา 70 สั่งให้หักเมื่อจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) เท่านั้น
มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม |
อ้างอิง
เรื่อง | ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเงินกู้ยืม | แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร | วันที่ | 20/11/2001 | เลขที่หนังสือ | กค 0811/10962 | ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีธุรกิจเฉพาะ | ข้อกฎหมาย | มาตรา 40(8), มาตรา 70, มาตรา 91/2(5) | ข้อหารือ | บริษัทฯ ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยประกอบกิจการให้บริการนายหน้า จำหน่ายอะไหล่และเครื่องจักรโดยนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทแม่จะเป็นผู้ทำ GUARANTEE ให้กับธนาคารต่างประเทศ ในการที่บริษัทฯขอกู้เงินจากธนาคารต่างประเทศ เช่น FUJI BANK, ASAHI BANK บริษัทฯ ต้องจ่ายดอกเบี้ย SIBOR บวก MARGIN แล้วบริษัทฯ คิดดอกเบี้ยลูกค้า (ซื้อเครื่องจักรเงินเชื่อ) ในอัตราดอกเบี้ยSIBOR บวก MARGIN บวก MARK UP ซึ่งผลต่างระหว่างดอกเบี้ยดังกล่าว บริษัทฯ ต้องแบ่งให้บริษัทแม่ บริษัทฯจึงหารือว่าเงินที่ทางบริษัทฯ ต้องแบ่งให้บริษัทแม่ บริษัทฯ จะต้องชำระภาษีอะไรบ้าง | แนววินิจฉัย | 1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทฯ ต้องแบ่งผลต่างระหว่างดอกเบี้ยดังกล่าวให้บริษัทแม่ถือเป็นการจ่ายค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินได้ดังกล่าวให้บริษัทแม่ ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด 2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ การที่บริษัทแม่ให้การค้ำประกันเงินกู้ของบริษัทฯ ต่อธนาคารโดยบริษัทแม่ได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการการค้ำประกันดังกล่าวจากบริษัทฯ เข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 91/2(5) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากเป็นการประกอบกิจการในต่างประเทศ รายรับดังกล่าวไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแต่อย่างใด | เลขตู้ | 64/31113 |
|