Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บริษัทที่มีสถานะร้าง (ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน) ไม่สามารถยื่นแบบ ภ.พ.30 หรือดำเนินกิจการใดๆ ได้
| เรื่อง | บริษัทที่มีสถานะร้าง (ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน) ไม่สามารถยื่นแบบ ภ.พ.30 หรือดำเนินกิจการใดๆ ได้ |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 04/02/2026 - วันที่ตอบ 15/03/2026 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | - |
| ปุจฉา | ขอปรึกษาเรื่องยื่นแบบ ภ.พ.30 ดังนี้นะคะ ได้รับงานจากบริษัทแห่งหนึ่ง พบว่าบริษัทฯ จดทะเบียนเมื่อปี 2562 โดยตั้งแต่เปิดบริษัทฯ เจ้าของได้จ้างสำนักงานบัญชีทำงานมาตลอด ตั้งแต่เปิดบิลและบันทึกบัญชี แต่ปัจจุบันตรวจพบว่าสำนักงานดังกล่าวไม่ได้นำส่ง ภ.พ.30 ให้ตั้งแต่ปี 2562 และไม่เคยยื่นงบการเงินเลย ปัจจุบันตรวจพบว่า บริษัทฯ ถูกขีดชื่อจาก DBD และมีสถานะ “ร้าง” ณ วันที่ตรวจพบ มีภาษีมูลค่าเพิ่มรวมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มอยู่ประมาณ 5 แสนเศษ อยากเรียนถามอาจารย์ว่า ในทางสรรพากรบริษัทฯ สามารถยื่นแบบ ภ.พ.30 นำส่งภาษีย้อนหลัง ได้ทันทีเลยไหมคะ หรือว่าต้องไปทำเรื่องขอคืนทะเบียนนิติบุคคลกลับมาก่อน ถึงจะยื่นแบบ ภ.พ.30 ย้อนหลังได้ค่ะ |
| วิสัชนา | 1. การถอนทะเบียนร้างใช้ดำเนินการกับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด แต่ไม่มีผลบังคับใช้กับบริษัทมหาชนจำกัด สมาคมการค้าและหอการค้า บุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์ ทั้งนี้ การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้างตามกฎหมายที่กล่าวถึงข้างต้นสามารถดำเนินการได้ 2 กรณี คือ (1) กรณีมีมูลเหตุอันสมควรเชื่อว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ไม่ได้ประกอบการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว โดยไม่นำส่งงบการเงินนับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลัง 3 ปีติดต่อกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่งหนังสือฉบับที่ 1 ไปยังห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ที่เข้าข่ายจะถอนทะเบียนร้าง เพื่อสอบถามการประกอบการงาน โดยให้ชี้แจงภายใน 30 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือ เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด นายทะเบียนจะออกประกาศว่าจะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน โดยลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่หนึ่งครั้ง และส่งหนังสือฉบับที่ 2 แจ้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นว่า กรมฯ จะขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้ว และเมื่อพ้นเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ส่งหนังสือบอกกล่าว นายทะเบียนก็จะออกคำสั่งขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/1 และมาตรา 1273/3 (2) กรณีมีมูลเหตุอันสมควรเชื่อว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเลิกกันแล้วแต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ ไม่จัดทำรายงานการชำระบัญชีติดต่อกัน 3 ปี ไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายใน 3 ปีนับแต่วันที่รับจดทะเบียนเลิก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะส่งหนังสือฉบับที่ 1 ไปยังห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าข่ายจะถอนทะเบียนร้าง เพื่อให้ดำเนินการมีตัวผู้ชำระบัญชี หรือยื่นรายงานการชำระบัญชี หรือจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี แล้วแต่กรณี โดยให้ดำเนินการดังกล่าวภายใน 180 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือ เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนด นายทะเบียนจะออกประกาศว่าจะขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน โดยลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่หนึ่งครั้ง และส่งหนังสือฉบับที่ 2 แจ้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นว่า กรมฯจะขีดชื่อออก จากทะเบียนแล้ว และเมื่อพ้นเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ส่งหนังสือบอกกล่าว นายทะเบียนก็จะออกคำสั่งขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/2 และมาตรา 1273/3 2. บริษัทที่มีสถานะร้าง (ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน) ไม่สามารถยื่นแบบ ภ.พ.30 หรือดำเนินกิจการใดๆ ได้ เนื่องจากถือว่าสิ้นสภาพนิติบุคคลไปแล้ว กรรมการไม่สามารถทำนิติกรรมหรือจำหน่ายทรัพย์สินได้ หากนำไปใช้จะถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย ควรรีบติดต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อแก้ไขสถานะ ข้อควรทราบเกี่ยวกับบริษัทร้างและภ.พ.30 • สถานะร้าง: เกิดจากการไม่ยื่นงบการเงินหลายปี หรือไม่ได้ประกอบการ ทำให้ทะเบียนถูกขีดชื่อ • การยื่นภาษี: การยื่น ภ.พ.30 หรือ ภาษีเงินได้ ต้องทำก่อนที่สถานะจะกลายเป็น "ร้าง" • หากต้องการทำธุรกรรมต่อ: ต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้บริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน • ข้อควรระวัง: กรรมการที่ยังทำรายการในนามบริษัทร้างอาจมีความผิดทางกฎหมายและเจ้าหนี้สามารถฟ้องร้องเป็นจำเลยร่วมได้ 3. การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทร้าง บริษัทจำกัดสถานะ “ร้าง” ต้องทำอย่างไร กรรมการจะมีความผิดหรือไม่หากยังคงเพิกเฉย และจะกลับมาทำธุรกิจใหม่่ได้หรือไม่่ บริษัทจำกัดสถานะ "ร้าง" คือบริษัทที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง มีผลให้บริษัทเป็นอันเลิกกันตั้งแต่เมื่อโฆษณาแจ้งความในหนังสือราชกิจจนุเบกษา ลักษณะบริษัทที่เข้าข่ายการเป็นบริษัทร้าง เมื่อปรากฏว่าบริษัทใดมิได้ส่งงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี นับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังลงไป ทั้งนี้ไม่ว่าบริษัทนั้นจะได้มีการติดต่อทางทะเบียนในเรื่องอื่นใดหรือไม่ หรือบริษัทที่อยู่ระหว่างการชำระบัญชีมิได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี นับแต่วันรับจดทะเบียนเลิกบริษัท และนายทะเบียนได้มีหนังสือบอกกล่าวเรียกให้ส่งรายงานการชำระบัญชีหรือให้มาจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ที่ลงในคำบอกกล่าวแล้ว แต่ผู้ชำระบัญชีมิได้ปฏิบัติตาม ให้สันนิษฐานว่า บริษัทนั้นมิได้ทำการค้า หรือประกอบการงานหรือไม่มีผู้ชำระบัญชีทำการอยู่แล้วแต่กรณี เมื่อปรากฎมูลเหตุเบื้องต้นอันเป็นข้อสันนิษฐานที่จะดำเนินการถอนทะเบียนร้างได้ ตามวรรคแรกแล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการตามขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อถอนทะเบียนบริษัทให้เป็นบริษัทร้างต่อไป กรณีที่ปรากฎต่อนายทะเบียนในระหว่างดำเนินการเพื่อถอนทะเบียนบริษัทร้างว่าบริษัทยังคงทำการค้าหรือประกอบการงานอยู่ หรือยังมีตัวผู้ชำระบัญชีกระทำการชำระบัญชีอยู่หรือได้มีส่วนราชการใดมีหนังสือขอให้ระงับการถอนทะเบียนบริษัทร้างไว้ เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี หรือเพื่อประโยชน์ที่สำคัญอื่นใดของทางราชการ ให้นายทะเบียนพิจารณาระงับการถอนทะเบียนบริษัทร้างนั้น ทั้งนี้ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก ป.พ.พ. ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัท เรื่อง การถอนทะเบียนร้าง มาตรา 1246 ขั้นตอนการกลับจดชื่อบริษัทคืนเข้าสู่ทะเบียนมีดังนี้ (1) บริษัทร้างที่ประสงค์จะกลับมาประกอบกิจการอีก จะต้องดำเนินการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนกลับจดชื่อบริษัทเข้าสู่ทะเบียนตาม ป.พ.พ. 1246 (6) (2) วิธีการฟื้นคืนสู่ทะเบียนคือ บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ใด ๆ จะต้องจ้างทนายไปร้องต่อศาลโดยยื่น คำร้องขอฝ่ายเดียวเพื่อขอให้ศาลสั่งให้นายทะเบียนกลับจดชื่อบริษัทคืนสู่ทะเบียน ระยะเวลาที่ใช้ตั้งแต่ยื่นร้องจนถึงศาลมีคำสั่งให้คืนสู่ทะเบียนใช้เวลาประมาณ 2-4 เดือน (3) เมื่อศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนกลับจดชื่อบริษัทคืนเข้าสู่ทะเบียนแล้ว ให้ผู้ร้องขอคัดสำเนาคำสั่งศาลโดยมีคำรับรองของเจ้าหน้าที่ศาลและทำหนังสือแจ้งนายทะเบียนเพื่อขอให้นายทะเบียนกลับจดชื่อบริษัทคืนเข้าสู่ทะเบียน ตามคำสั่งศาลพร้อมแนบคำสั่งศาลมาด้วย (สำเนาคำสั่งศาลให้ส่งฉบับที่เจ้าหน้าที่ศาลได้รับรองความถูกต้องแล้ว) (4) นายทะเบียนเมื่อได้รับคำสั่งศาลแล้ว จะดำเนินการออกคำสั่งกลับจดทะเบียนคืนเข้าสู่ทะเบียนและแก้ไขข้อมูลรายการทะเบียนในหนังสือรับรอง พร้อมกับนำคำสั่งจดชื่อคืนสู่ทะเบียนส่งไปลงประกาศราชกิจจานุเบกษา (5) บริษัทเมื่อคืนสู่ทะเบียนตามคำสั่งศาลแล้ว ให้ถือว่าบริษัทยังคงตั้งอยู่เสมือนดั่งว่ามิได้มีการขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียนเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1246 (6) ซึ่งมีผลให้บริษัทกลับมามีสถานะเป็นนิติบุคคล มีสิทธิ และหน้าที่ความรับผิดชอบตามกฎหมายเหมือนเดิม การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง ตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1273/1 มาตรา 1273/3 และมาตรา 1273/4 ได้กำหนดให้นายทะเบียนดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ (1) ส่งหนังสือฉบับที่ 1 สอบถามห้างหุ้นส่วน/บริษัท ว่ายังทำการค้าขายหรือประกอบการงานอยู่หรือไม่ และให้ห้างหุ้นส่วน/บริษัทมีหนังสือตอบกลับภายใน 30 วัน (2) ภายหลังครบกำหนด 30 วัน แล้วมิได้หนังสือตอบฉบับที่ 1 นายทะเบียนจะส่ง หนังสือฉบับที่ 2 เพื่อแจ้งให้ห้างหุ้นส่วน/บริษัททราบว่า เมื่อพ้นเวลา 90 วันนับแต่วันที่ส่งหนังสือฉบับที่ 2 ห้างหุ้นส่วน/บริษัทจะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน เว้นแต่จะแสดงเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น ในกรณีห้างหุ้นส่วน/บริษัทนั้นเป็นอันสิ้นสภาพนิติบุคคลตั้งแต่เมื่อนายทะเบียนขีดชื่อออกเสียจากทะเบียน (3) ห้างหุ้นส่วน/บริษัท ที่ถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้ว ถือว่า ห้างหุ้นส่วน/บริษัท นั้น สิ้นสภาพนิติบุคคล ถ้าห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ใดๆ ของห้างหุ้นส่วน/บริษัทรู้สึกว่าต้องเสียหายโดยไม่เป็นธรรมเพราะการที่ห้างหุ้นส่วน/บริษัทถูกขีดชื่อออกจะทะเบียนก็ให้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายทะเบียนจดชื่อห้างหุ้นส่วน/บริษัท กลับคืนเข้าสู่ทะเบียน แต่ห้ามมิให้ร้องขอเมื่อพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อห้างหุ้นส่วน/บริษัท ออกจากทะเบียน ที่มาของข้อมูล: https://www.52accounting.com/znews-020.html ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า บริษัทที่มีสถานะร้าง (ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน) ไม่สามารถยื่นแบบ ภ.พ.30 หรือดำเนินกิจการใดๆ ได้ เนื่องจากถือว่าสิ้นสภาพนิติบุคคลไปแล้ว กรรมการไม่สามารถทำนิติกรรมหรือจำหน่ายทรัพย์สินได้ หากนำไปใช้จะถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย ควรรีบติดต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อแก้ไขสถานะ “ร้าง” เสียก่อนครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |