Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ออกใบลดหนี้รายได้ข้ามปี ขายสินค้าเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ออกใบลดหนี้ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568


เรื่อง ออกใบลดหนี้รายได้ข้ามปี ขายสินค้าเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ออกใบลดหนี้ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 18/06/2025 - วันที่ตอบ 06/10/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
ขอปรึกษา เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล
รายละเอียด:  
ขายสินค้าปี 8/2567 ในราคา 250.- บาทต่อกิโลกรัม 
ต่อมาเดือน 5/2568 ลูกค้าแจ้งว่า สินค้าล็อตดังกล่าวไม่ได้คุณภาพทั้งหมด จึงขอลดราคา 50% บริษัทฯ จึงทำใบลดหนี้ 125.- บาทต่อกิโลกรัม 
ข้อมูลเพิ่มเติม งบปี 2567 ผู้สอบบัญชีให้แสดงยอดขาย 

คำถาม  ออกใบลดหนี้ข้ามรอบบัญชี คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องนำใบลดหนี้มาลดยอดขายได้หรือไม่ ยอดขายที่นำไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลควรเป็น 250.- บาท หรือ 125.- บาท
วิสัชนา
1. ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการและได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว ต่อมาหากมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดเกิดขึ้น อันเป็นเหตุให้ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการมีจำนวนลดลงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวนำภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่ลดลงนั้นมาหักออกจากภาษีขายของตนในเดือนภาษีที่ได้ออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร 
    และให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบลดหนี้ นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏตามใบลดหนี้ดังกล่าวมาหักออกจากภาษีซื้อของตนในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้นั้น

2. ซึ่งกรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการออกใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 80/2542 ฯ ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2542 ดังต่อไปนี้
    “ข้อ 2 ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้
          (1) เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร 
          (2) มีการขายสินค้าหรือให้บริการโดยได้ออกใบกำกับภาษีซึ่งมีรายการตามมาตรา 86/4 หรือมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว
          (3) ภายหลังได้ออกใบกำกับภาษีแล้วได้มีเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการมีจำนวนลดลงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
               (ก) มีการลดราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน สินค้าชำรุดเสียหาย หรือขาดจำนวน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริงหรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด
               (ข) มีการลดราคาค่าบริการเนื่องจากให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน บริการขาดจำนวน คำนวณราคาค่าบริการผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด
               (ค) ได้รับสินค้าที่ขายกลับคืนมาเนื่องจากสินค้าชำรุดบกพร่อง ไม่ตรงตามตัวอย่าง ไม่ตรงตามคำพรรณนา หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด 
               (ง) ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดเชยหรือเงินอื่นในลักษณะทำนองเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามข้อผูกพันในกฎหมาย 
               (จ) ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้มีการจ่ายคืนเงินจ่ายล่วงหน้าเงินประกัน เงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินอื่นที่เรียกเก็บในลักษณะทำนองเดียวกันให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามข้อตกลงทางการค้า 
               (ฉ) มีการคืนสินค้าหรือแลกเปลี่ยนสินค้าตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการจดทะเบียนด้วยกัน 
               (ช) มีการคืนสินค้าหรือแลกเปลี่ยนสินค้าตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างผู้ประกอบการจดทะเบียนและผู้ซื้อสินค้า ทั้งนี้ เฉพาะที่กระทำภายในเวลาอันสมควร 
               (ซ) มีการบอกเลิกสัญญาบริการเนื่องจากการให้บริการบกพร่องหรือให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน 
               (ฌ) มีการบอกเลิกสัญญาบริการเนื่องจากไม่มีการให้บริการตามสัญญา” W 
    ข้อ 3 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 2 ออกใบลดหนี้ให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการได้ในเดือนภาษีที่มีเหตุการณ์ตามข้อ 2 (3) เกิดขึ้น เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถออกใบลดหนี้ได้ทันในเดือนภาษีที่มีเหตุการณ์ตามข้อ 2 (3) เกิดขึ้น ก็ให้ออกใบลดหนี้ให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในเดือนภาษีถัดจากเดือนที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
            ใบลดหนี้ตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
            (1) คำว่า "ใบลดหนี้" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด
            (2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบลดหนี้ 
            (3) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
            (4) วัน เดือน ปี ที่ออกใบลดหนี้
            (5) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม รวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่าที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการ ผลต่างของจำนวนมูลค่าทั้งสองและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บเพิ่มสำหรับส่วนต่างนั้นในกรณีของใบเพิ่มหนี้ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้คืนสำหรับส่วนต่างนั้นในกรณีของใบลดหนี้
            (6) คำอธิบายสั้น ๆ ถึงสาเหตุในการออกใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้
            รายการตามวรรคสองจะตีพิมพ์ จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันก็ได้

3. ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถออกใบลดหนี้ 1 ฉบับ โดยอ้างถึงใบกำกับภาษีเดิมมากกว่า 1 ฉบับก็ได้ และรายการดังต่อไปนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถใช้เอกสารแนบใบลดหนี้อ้างถึงใบกำกับภาษีเป็นรายใบกำกับภาษีก็ได้ 
    (1) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีเดิม รวมทั้งหมายเลขลำดับของเล่ม ถ้ามี มูลค่าของสินค้าหรือบริการที่แสดงไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว มูลค่าที่ถูกต้องของสินค้าหรือบริการ ผลต่างของจำนวนมูลค่าทั้งสองและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บเพิ่มสำหรับส่วนต่างนั้นในกรณีของใบเพิ่มหนี้ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้คืนสำหรับส่วนต่างนั้นในกรณีของใบลดหนี้ 
         มูลค่าของสินค้าหรือบริการตาม (5) หมายความถึง มูลค่ารวมทั้งหมดตามใบกำกับภาษีที่เป็นเหตุให้มีการลดหนี้ มูลค่ารวมทั้งหมดที่ถูกต้อง มูลค่ารวมทั้งหมดของส่วนต่าง และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้คืนสำหรับส่วนต่าง
    (2) คำอธิบายสั้น ๆ ถึงสาเหตุในการออกใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้ โดยสาเหตุในการออกใบลดหนี้ ให้แสดงเฉพาะสาเหตุและรายการสินค้าหรือบริการที่คลาดเคลื่อนเท่านั้น  

4. ตามวรรคสองของมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบลดหนี้ นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏตามใบลดหนี้ดังกล่าวมาหักออกจากภาษีซื้อของตนในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้นั้น

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
กรณีบริษัทฯ ขายสินค้าเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ในราคา 250.- บาทต่อกิโลกรัม 
ต่อมาเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 ลูกค้าแจ้งว่า สินค้าล็อตดังกล่าวไม่ได้คุณภาพทั้งหมด จึงขอลดราคา 50% บริษัทฯ จึงทำใบลดหนี้ 125.- ต่อกิโลกรัม เช่นนี้ 
    1. ในงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2567 ต้องแสดงยอดขาย 250 บาท ต่อกิโลกรัม
    2. การออกใบลดหนี้ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นคนละรอบระยะเวลาบัญชีกับปีที่ขายสินค้า ให้นำมูลค่าสินค้าที่ลดลงตามใบลดหนี้มาลดยอดขายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ