Case study

ภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง เมื่อนิติบุคคลไทยซื้อ/ขายคาร์บอนเครดิต


เรื่อง ภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง เมื่อนิติบุคคลไทยซื้อ/ขายคาร์บอนเครดิต
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 15/05/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง เมื่อนิติบุคคลไทยซื้อ/ขายคาร์บอนเครดิต มีภาษีอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าคะ

คำตอบ

คำตอบ


ภาระภาษีเกี่ยวกับผู้ขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • การขายคาร์บอนเครดิต ถือเป็นการขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง ตามมาตรา 77/1 (9) แห่งประมวลรัษฎากร 
  • อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ ตามมาตรา 77/2 และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร
  • ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการจำหน่ายคาร์บอนเครดิต เกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาสินค้า เว้นแต่กรณีได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือได้มีการออกใบกำกับภาษีก่อนได้รับชำระราคา แล้วแต่กรณี ตามมาตรา 78/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534)
  • ดังนั้นหากบริษัทฯ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าเมื่อรับชำระเงิน


มาตรา 78/3 ให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในกรณีดังต่อไปนี้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  (1) การขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างเช่น สิทธิในสิทธิบัตร กู๊ดวิลล์ การขายกระแสไฟฟ้า การขายสินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน หรือการขายสินค้าบางชนิดที่ตามลักษณะของสินค้าไม่อาจกำหนดได้แน่นอนว่ามีการส่งมอบเมื่อใด


กฎกระทรวงฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534)  ออกตามความในประมวลรัษฎากร

ว่าด้วยความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มบางกรณี

ข้อ 2การขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง เช่น สิทธิในสิทธิบัตร กู๊ดวิลล์ เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สัมปทาน ค่าสิทธิ หรือสินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกันให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาสินค้าเว้นแต่กรณีได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาสินค้าก็ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย

                      (1) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า หรือ

                      (2) ได้ออกใบกำกับภาษี

                      ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล


1. กรณีบริษัทขายคาร์บอนเครดิต โดยได้เข้าร่วมโครงการที่ได้ขึ้นทะเบียนการดำเนินโครงการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก บริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิในการดำเนินการโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นเวลา 3 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 514) พ.ศ. 2554 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 199)ฯ ลงวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554


https://www.rd.go.th/44307.html

พระราชกฤษฎีกา
 ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 514)
 พ.ศ. 2554

มาตรา 4ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิในการดำเนินการโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่กำหนดในมาตรา 5 ในแต่ละโครงการเฉพาะส่วนที่เกิดจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตไม่ว่าจะกระทำในหรือนอกประเทศเป็นเวลาสามรอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดการยกเว้นภาษีเงินได้ตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป และให้เริ่มนับรอบระยะเวลาบัญชีแรก ดังต่อไปนี้
                         (1) สำหรับโครงการตามมาตรา 5 (1) เมื่อคณะกรรมการบริหารกลไกการพัฒนาที่สะอาดแห่งสหประชาชาติให้การรับรอง
                         (2) สำหรับโครงการตามมาตรา 5 (2) เมื่อองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้ออกใบรับรองการจำหน่ายคาร์บอนเครดิต

 

  มาตรา 5โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 4 ได้แก่โครงการดังต่อไปนี้
                         (1) โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด ซึ่งจำหน่ายคาร์บอนเครดิตประเภท Certified Emission Reductions (CERs) ที่ได้รับการรับรองการดำเนินโครงการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกก่อนหรือในปี พ.ศ. 2555
                         (2) โครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจำหน่ายคาร์บอนเครดิตประเภท Voluntary Emission Reductions (VERs) ที่ได้ขึ้นทะเบียนการดำเนินโครงการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกก่อนหรือในปี พ.ศ. 2555 



https://www.rd.go.th/44940.html

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
 เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 199)
 เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัท
 หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก







2. กรณีบริษัทขายคาร์บอนเครดิต โดยได้เข้าร่วมโครงการ “ลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ที่ได้ขึ้นทะเบียนการดำเนินโครงการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570 บริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิในการดำเนินการโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นเวลา 3 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 760) พ.ศ. 2566 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 433)ฯ ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566


https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dc760.pdf


พระราชกฤษฎีกา

ออกตามความในประมวลรัษฎากร

ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 760)

พ.ศ. 2566

มาตรา  3  ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่เกิดจากการขายคาร์บอนเครดิตในประเทศตามโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจที่ได้ขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570 เป็นเวลาสามรอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

            การเริ่มนับรอบระยะเวลาบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มนับรอบระยะเวลาบัญชีที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ได้ออกใบรับรองการขายคาร์บอนเครดิตให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรก


https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/dg433A.pdf

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 433) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้ ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งดําเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก



ศึกษารายละเอียดโครงการตาม Link Update กฏหมาย

ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (20/3/2566-31/12/2570)


ประเด็น

รายละเอียด

1. ผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์

  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

2. เข้าร่วมโครงการ

  • โครงการ “ลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ที่ได้ขึ้นทะเบียนการดำเนินโครงการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570

3. สิทธิประโยชน์ทางภาษี

  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

สำหรับกำไรสุทธิในการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจเฉพาะส่วนที่เกิดจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตไม่ว่าจะกระทำในประเทศหรือนอกประเทศเป็นระยะเวลา 3 รอบบัญชีต่อเนื่องกัน

  • การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของนิติบุคคล
      
    ให้คำนวณตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร โดยนิติบุคคลนั้นต้องคำนวณกำไรสุทธิของรายได้จากการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแต่ละโครงการแยกออกจากรายได้จากการประกอบกิจการอื่นเป็นระยะเวลา 3 รอบบัญชีต่อเนื่องกัน
  • การเริ่มนับรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ให้สำหรับโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ซึ่งจำหน่ายคาร์บอนเครดิต  ให้เริ่มนับรอบระยะเวลาบัญชีแรกคือ รอบระยะเวลาบัญชีที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้ออกใบรับรองการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
  • นิติบุคคล ที่ประสงค์จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
      
    1)  ให้แยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้พร้อมทั้งบัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนของแต่ละโครงการ
     2) ให้ยื่นบัญชีงบดุลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
      3) ให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเดียวกันในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นั้น

4. ระยะเวลาบังคับใช้

  • ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2570


3. กรณีที่บริษัทไม่ได้เข้าร่วมโครงการตาม ข้อ 1 – 2  รายได้จากการประกอบกิจการขายคาร์บอนเครดิต บริษัทจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 


สรุปภาระภาษี ผู้ขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Seller) กรณีเป็น “นิติบุคคลจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม


ภาษี

รายละเอียด

VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)

  • คาร์บอนเครดิต ถือเป็นการขายทรัพย์สินไม่มีตัวตน → ต้องเสีย VAT 7% 
  • ต้องออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อได้รับชำระราคาสินค้า

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • ได้รับยกเว้นภาษีหากปฏิบัติตาม พ.ร.ฏ.514 หรือ พ.ร.ฏ.760
  • ไม่ได้รับยกเว้นหากไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ฏ.514 หรือ พ.ร.ฏ.760

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

  • ไม่มี เนื่องจากเป็นการขายสินค้าไม่ใช่ค่าบริการ





ภาระภาษีเกี่ยวกับผู้ซื้อคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)


ภาษี

รายละเอียด

VAT (ภาษีซื้อ)

หากได้รับใบกำกับภาษีถูกต้อง ครบถ้วน → สามารถขอเครดิตภาษีซื้อได้ 

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ลงเป็นรายจ่ายหรือทรัพย์สินได้เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกิจการ โดยบันทึกเป็น ทรัพย์สินไม่มีตัวตน / สิทธิในทรัพยากร / ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม แล้วแต่วัตถุประสงค์ในการใช้

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 

ไม่มี เนื่องจากเป็นการขายสินค้าไม่ใช่ค่าบริการ 




สรุปหน้าที่ของผู้ขาย-ผู้ซื้อ


รายการ

ผู้ขาย (ในไทย)

ผู้ซื้อ (ในไทย)

VAT

  • ต้องออกใบกำกับ 7% เมื่อชำระราคา
  • ขอคืน VAT ได้ (ถ้าได้รับใบกำกับภาษีถูกต้อง)

ภาษีเงินได้

  • ต้องนำรายได้รวมในกำไรสุทธิ 
  • ได้รับยกเว้นภาษีหากปฏิบัติตาม พ.ร.ฏ.514 หรือ พ.ร.ฏ.760
  • ไม่ได้รับยกเว้นหากไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ฏ.514 หรือ พ.ร.ฏ.760
  • ลงเป็นรายจ่ายหรือทรัพย์สินได้เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกิจการ โดยบันทึกเป็น ทรัพย์สินไม่มีตัวตน / สิทธิในทรัพยากร / ต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม แล้วแต่วัตถุประสงค์ในการใช้

หัก ณ ที่จ่าย

  • ไม่มี เนื่องจากเป็นการขายสินค้าไม่ใช่ค่าบริการ
  • ไม่มี เนื่องจากเป็นการขายสินค้าไม่ใช่ค่าบริการ



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายคาร์บอนเครดิต

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

24/04/2018

เลขที่หนังสือ

0702/3206

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 (9) และมาตรา 77/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

          องค์การ A (องค์การมหาชน) (องค์การฯ) ได้หารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีรายละเอียดสรุปได้ว่า องค์การฯ ได้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือโครงการ T-VER ขึ้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกโดยความสมัครใจ ตามที่ประชาคมโลกได้เรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมกันแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศไทยได้ยื่นข้อเสนอการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศลงร้อยละ 7 และร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2573 ตามลำดับ โดยประเทศไทยได้นำปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากการดำเนินโครงการและผ่านการรับรอง ซึ่งเรียกว่า “คาร์บอนเครดิต” ไปขายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศ ซึ่งเป็นแรงจูงใจหนึ่งที่จะให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกองค์การฯ จึงหารือ ดังนี้


           1. ผู้ขายจำเป็นต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิตหรือไม่


           2. หากจำเป็นต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม จะจัดให้คาร์บอนเครดิตเป็นทรัพย์สินในหมวดใด และจะต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราเท่าใด


           3. ผู้ขายจะสามารถลดหย่อนหรือยกเว้นการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิตได้หรือไม่ เนื่องจากคาร์บอนเครดิต คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่ตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐในด้านการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งมูลค่าของคาร์บอนเครดิตที่ขายได้โดยเฉลี่ยต่อปีมีค่าประมาณ 60,000,000 บาท เท่านั้น (คิดจากค่าเฉลี่ยการรับรองคาร์บอนเครดิตประเภท TVERs 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่าต่อปีคูณด้วยราคาคาร์บอนเครดิตสูงสุด ซึ่งเป็นข้อมูลจาก 3 โครงการที่ขายได้จริง คือ 30-200 บาท ต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)

แนววินิจฉัย

     คาร์บอนเครดิตประเภท Voluntary Emission Reduction (VERs) เป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างและอาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใดๆ เข้าลักษณะเป็นสินค้า ตามมาตรา 77/1 (9) แห่งประมวลรัษฎากร อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 7 ตามมาตรา 77/2 และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร โดยความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตประเภท VERs เกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาสินค้า เว้นแต่กรณีได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือได้มีการออกใบกำกับภาษีก่อนได้รับชำระราคา แล้วแต่กรณี ตามมาตรา 78/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มบางกรณี ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 และหากผู้ขายคาร์บอนเครดิต ประเภท VERsเป็นผู้ประกอบการ ตามมาตรา 77/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากร จึงมีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ตามมาตรา 82/4 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ได้กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิในการดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เฉพาะส่วนที่เกิดจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิต ไม่ว่าได้กระทำในหรือนอกประเทศ ทั้งนี้ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 514) พ.ศ. 2554

เลขตู้

81/40636


เรื่อง

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขายคาร์บอนเครดิต

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

08/01/2024

เลขที่หนังสือ

กค 0702/89

ประเภทภาษี


ข้อกฎหมาย

มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 514) พ.ศ. 2554 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 199)ฯ ลงวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข้อหารือ

บริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อคาร์บอนเครดิตจากบริษัทในเครือ และทำการขายคาร์บอนเครดิตให้แก่บริษัทในเครือ หรือบริษัทภายนอกซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศบริษัทขอทราบว่า

     1. บริษัทซื้อคาร์บอนเครดิตประเภท Voluntary Emission Reductions (VERs) ภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program-TVER) จากบริษัทผู้ดำเนินโครงการดังกล่าวซึ่งได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 514) พ.ศ. 2554 ต่อมาบริษัทได้จำหน่าย TVER นั้น ให้กับบริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นบริษัทและบริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิจากการขายคาร์บอนเครดิตดังกล่าวหรือไม่

     2. บริษัทได้นำโครงการพลังงานหมุนเวียนของบริษัทในเครือขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตประเภท VERs กับมาตรฐานต่างประเทศ เมื่อบริษัทขายคาร์บอนเครดิตดังกล่าวให้กับบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศบริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิจากการขายคาร์บอนเครดิตดังกล่าวหรือไม่

แนววินิจฉัย

กรณีตาม 1.เนื่องจากมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 514) พ.ศ. 2554 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่ดำเนินการโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เมื่อบริษัทไม่ได้ดำเนินการโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้ขึ้นทะเบียนการดำเนินโครงการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ดังนั้น กรณีบริษัท บริษัทในเครือหรือบริษัทอื่นได้ซื้อ VERs และนำไปจำหน่าย จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 514) พ.ศ. 2554 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 199)ฯ ลงวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

กรณีตาม 2.การที่บริษัทขายคาร์บอนเครดิตจากโครงการที่มิได้ขึ้นทะเบียนการดำเนินโครงการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก บริษัทจึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 514) พ.ศ. 2554 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 199)ฯ ลงวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เลขตู้


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ