Case study

ประเด็น Cash Tips / Credit Card Tips กรณีใบกำกับภาษีอย่างย่อและใบกำกับภาษีเต็มรูป


เรื่อง ประเด็น Cash Tips / Credit Card Tips กรณีใบกำกับภาษีอย่างย่อและใบกำกับภาษีเต็มรูป
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 28/08/2026
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

รายละเอียด

1. ลักษณะธุรกิจและรายการขาย

บริษัทประกอบธุรกิจร้านอาหาร โดยมีการจำหน่ายอาหารและให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไป และโดยหลักบริษัทออก ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ABB) ให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ ราคาค่าอาหารและค่าบริการที่แสดงต่อลูกค้าเป็นราคาที่ยัง ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าบริการ (Service Charge) ในอัตราร้อยละ 10

นอกจากนี้ ลูกค้าของบริษัทบางรายมีการให้ เงินทิป (Tips) แก่พนักงานของบริษัท ทั้งในรูปแบบ เงินสด (Cash Tips) และ เงินทิปที่ชำระผ่านบัตรเครดิต (Credit Card Tips) ซึ่งลูกค้าเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินเองและให้โดยความสมัครใจ โดยไม่ว่าจะเป็น Cash Tips หรือ Credit Card Tips เงินทิปดังกล่าวจะถูกรับและนำเข้าบัญชีของบริษัทก่อนทั้งสิ้น และบริษัทจะจ่ายเงินทิปดังกล่าวให้แก่พนักงานพร้อมกับการจ่ายเงินเดือน

ทั้งนี้ บริษัท ไม่ได้ถือว่าเงินทิปดังกล่าวเป็นรายได้ของบริษัท และมีการบันทึกหรือจัดทำรายละเอียดแยกต่างหากจากรายได้ของบริษัท เพื่อให้สามารถจ่ายเงินทิปดังกล่าวให้แก่พนักงานได้


2. ประเด็นที่ขอหารือ

2.1 กรณีลูกค้าให้ Tips แก่พนักงาน โดยลูกค้าเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินเองและให้โดยความสมัครใจ Tips ดังกล่าวอยู่ในบังคับต้องนำมารวมคำนวณเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของบริษัทหรือไม่

2.2 จากข้อ 2.1 ที่ลูกค้าเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินและให้โดยความสมัครใจ และบริษัทเป็นผู้รับเงิน Tips ทั้ง Cash และ Credit Card Tips และนำเงินดังกล่าวเข้าบัญชีของบริษัทก่อน แล้วจึงจ่ายให้แก่พนักงาน โดยบริษัทบันทึกแยกต่างหากจากรายได้ของบริษัท ลักษณะการรับและจ่ายเงินดังกล่าวมีผลต่อการพิจารณาฐาน VAT หรือไม่

2.3 บริษัทควรดำเนินการเกี่ยวกับ Tips ในการออก

•ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ABB) และ

•ใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice)

อย่างไร โดยปัจจุบันบริษัทออกใบกำกับภาษีอย่างย่อตามภาพด้านล่าง

2.4 หาก Tips อยู่ในบังคับต้องนำมารวมคำนวณเป็นฐาน VAT บริษัทควรแสดงรายการ Tips ในใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ABB) และใบกำกับภาษีเต็มรูปอย่างไร และควรแสดงแยกจากค่าอาหารและ Service Charge หรือไม่

ทั้งนี้ บริษัทขอความเห็นและแนวทางปฏิบัติทาง VAT สำหรับกรณีดังกล่าว เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง

คำตอบ

2.1 เงินทิป (Tips) ที่ลูกค้าสมัครใจให้ ต้องนำมารวมคำนวณเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือไม่ 

2.2 การที่บริษัทเป็นผู้รับเงินทิป (ทั้งเงินสดและบัตรเครดิต) เข้าบัญชีบริษัทก่อนแล้วจ่ายให้พนักงาน มีผลต่อฐาน VAT หรือไม่


คำตอบ : ถ้าพิจารณาตามกฎหมาย เงินทิปดังกล่าว ไม่อยู่ในบังคับต้องนำมารวมเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 

  • เหตุผลทางกฎหมาย : ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มคือ "มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ"
  • เนื่องจากเงินทิปเกิดจากความสมัครใจของลูกค้าและลูกค้าเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินเอง โดยมิได้เกิดจากเงื่อนไขราคาค่าบริการที่บริษัทฯ เรียกเก็บหรือบังคับตามข้อตกลง (แตกต่างจาก Service Charge 10% ซึ่งเป็นราคาค่าบริการที่บริษัทกำหนด จึงต้องรวมเป็นฐาน VAT) เงินทิปจึงมิใช่ประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนจากการให้บริการของบริษัทฯ
  • การที่บริษัทรับเงินทิปเข้าบัญชีเพื่อเป็นตัวกลางในการรวบรวมและนำจ่ายส่งต่อให้แก่พนักงานในภายหลัง ถือเป็นเพียงการรับและจ่ายเงินแทนพนักงาน (ถือว่าลูกค้าจ่ายตรงให้แก่พนักงาน) 
  • ตราบใดที่บริษัทมีระบบควบคุมภายใน บันทึกบัญชีแยกต่างหากจากรายได้จากการขาย/บริการอย่างชัดเจน เช่น บันทึกเป็น "เงินรับฝากทิปพนักงาน" ในหมวดหนี้สิน และไม่มีการหักส่วนต่างไว้เป็นรายได้ของบริษัท การผ่านเงินเข้าบัญชีบริษัทจึงไม่เปลี่ยนสถานะของเงินทิปให้กลายเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) : เงินทิปที่รับฝากไว้และจ่ายออกให้พนักงานเต็มจำนวน ไม่อยู่ในบังคับต้องนำมารวมเป็นรายได้และรายจ่ายทางภาษีของบริษัท (ตัดรายการผ่านบัญชีหนี้สิน/เงินรับฝาก)


แต่อย่างไรก็ตาม  เจ้าหน้าที่สรรพากรส่วนใหญ่/แนวคำตอบข้อหารือ จะพิจารณาข้อเท็จจริงจาก วิธีการรับเงินทิป โดยหากเป็นเงินสดที่ลูกค้าให้พนักงานโดยตรงจะไม่ถือเป็นรายได้ของบริษัท แต่หากรับผ่านระบบของร้านหรือบัญชีบริษัท จะถือเป็นรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากถือว่า เงินทิปดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการที่ร้านได้รับ


แยกตามกรณีการรับเงินทิป

  • ทิปเงินสด (ให้พนักงานโดยตรง) :
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) / ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) : ไม่ต้องนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องยื่นภาษีขาย (ภ.พ.30) และไม่ถือเป็นรายได้ของร้าน/บริษัท 
    • เหตุผล : เงินทิปดังกล่าวนี้ถือเป็นข้อตกลงและเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับพนักงานโดยตรง ร้านอาหารเป็นเพียงแค่ทางผ่านทางกายภาพ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียทางบัญชี
  • การบันทึกบัญชี : ไม่ต้องบันทึกในระบบบัญชีของร้านค้า/บริษัท
  • ถือเป็นรายได้ของพนักงานโดยตรง : ซึ่งพนักงานต้องนำไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของตนเอง หากถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี คือกรณีเกิน 10 ล้านบาท/ปี ซึ่งก็ไม่น่าจะถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี ตามมาตรา 42 (28) แห่งประมวลรัษฎากร

    มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้  

    (28) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น


  • ทิปผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code) :
    การรวมคำนวณภาษีขายในช่องทางนี้ขึ้นอยู่กับว่า "ปลายทางของบัญชีรับเงิน" เป็นของใคร :
    • กรณีที่ 1 : สแกนเข้า "บัญชีส่วนตัวของพนักงาน" หรือ "กล่องทิปรวมของพนักงาน"
      • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) / ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) : ไม่ต้องนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องยื่นภาษีขาย (ภ.พ.30) และไม่ถือเป็นรายได้ของร้าน/บริษัท 
      • เหตุผล : เนื่องจากเงินโอนตรงจากลูกค้าไปให้พนักงาน โดยไม่ผ่านบัญชีรายรับของร้านค้า/บริษัท
      • การบันทึกบัญชี : ไม่ต้องบันทึกในระบบบัญชีของร้านค้า
         
    • กรณีที่ 2 : สแกนเข้า "บัญชีธนาคารของร้านอาหาร/บริษัท " (รวมถึง QR แม่มณี/K SHOP ของร้าน)
      • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) / ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) : ต้องนำมารวมคำนวณภาษีขาย 7% ต้องยื่นภาษีขาย (ภ.พ.30) และถือเป็นรายได้หรือรายรับของกิจการร้าน/บริษัท 

เหตุผล : สรรพากรจะมองว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีร้านค้า/บริษัททั้งหมดคือ "รายรับจากการให้บริการ" เมื่อมีการตรวจสอบ Statement ยอดเงินนี้จะถูกนับเป็นรายได้หลักของบริษัททันที

  • การบันทึกบัญชี : บริษัทต้องบันทึกรายได้หรือรายรับในระบบบัญชีของร้านค้า/บริษัท
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) : เงินทิปต้องนำมารวมเป็นรายได้และเมื่อจ่ายทิปให้พนักงาน ลงเป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัท 
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.1) : เงินทิปที่พนักงานได้รับจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทจ่ายเงินทิปพร้อมเงินเดือน ต้องนำยอดเงินทิปไปรวมคำนวณเพื่อหักภาษี ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) และนำส่ง ประกันสังคม ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย 
  • ทิปผ่านบัตรเครดิต (รูดบัตรรวมกับค่าอาหารแล้วเขียนยอดทิปเพิ่ม)

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) / ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) : ต้องนำมารวมคำนวณภาษีขาย 7% ต้องยื่นภาษีขาย (ภ.พ.30) และถือเป็นรายได้หรือรายรับของกิจการร้าน/บริษัท 

เหตุผล : เงินทิปถูกบันทึกผ่านระบบเครื่องรูดบัตร (EDC) ของทางร้าน และเงินทั้งหมดจะถูกโอนจากธนาคารเจ้าของบัตรเข้าบัญชีกิจการ กรมสรรพากรวินิจฉัยว่า เงินทิปที่ผ่านบัตรเครดิตถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าบริการที่ร้านได้รับ และเมื่อร้านจ่ายคืนให้พนักงาน สรรพากรจะมองว่าร้านเป็นผู้จ่ายเงินได้ (โบนัส/ค่าจ้างเพิ่ม) ให้แก่พนักงาน ไม่ใช่ลูกค้าจ่ายโดยตรงให้แก่พนักงาน

  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) : เงินทิปต้องนำมารวมเป็นรายได้และเมื่อจ่ายทิปให้พนักงาน ลงเป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัท 
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.1) : เงินทิปที่พนักงานได้รับจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทจ่ายเงินทิปพร้อมเงินเดือน ต้องนำยอดเงินทิปไปรวมคำนวณเพื่อหักภาษี ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) และนำส่ง ประกันสังคม ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย 
  • ความเสี่ยงหากไม่นำมายื่น : ยอดรวมในรายงานภาษีขายจะไม่ตรงกับยอดเงินที่ธนาคารโอนเข้าบัญชี (Statement) ซึ่งเป็นจุดที่สรรพากรใช้สุ่มตรวจเจอได้ง่ายที่สุด


คำแนะนำเพื่อการวางแผนภาษีที่ถูกต้องและไม่มีความเสี่ยง

  1. หากต้องการหลีกเลี่ยงภาระ VAT 7% จากเงินทิป : แนะนำให้ร้านค้าตั้งป้ายแจ้งลูกค้าอย่างชัดเจนว่า "หากต้องการให้ทิปพนักงาน กรุณาให้เป็นเงินสดหรือสแกนเข้าคิวอาร์โค้ดส่วนตัวของพนักงานโดยตรง" เพื่อไม่ให้ยอดเงินดังกล่าวเข้ามาปะปนในบัญชีและระบบเครื่อง POS ของร้านค้า
  2. หากจำเป็นต้องรับทิปผ่านบัตรเครดิต/ระบบร้าน : ร้านค้า/บริษัท ต้องออกใบกำกับภาษีโดยรวมยอดทิปนั้นเข้าไปด้วย และเมื่อถึงสิ้นเดือนที่ต้องจ่ายเงินให้พนักงาน ให้บันทึกเงินส่วนนี้เป็น "ค่าใช้จ่ายพนักงาน" (ในหมวดเงินเดือน/สวัสดิการ) เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
    (หมายเหตุ: พนักงานที่ได้รับเงินทิปส่วนนี้ไป ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.1/91 ของตนเองด้วย)


2.3 แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ABB) และใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice) 

คำตอบ : บริษัทมีแนวทางปฏิบัติดังนี้ : 

  • ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ABB) : 
    • ไม่จำเป็นต้องแสดงรายการ Tips ลงในใบกำกับภาษีอย่างย่อ เนื่องจากไม่ใช่รายการขายสินค้าหรือให้บริการของบริษัท
    • หากระบบ POS บังคับแสดงรายการชำระเงินตาม Slip/EDC เพื่อประโยชน์ในการยันยอดรับชำระ สามารถแสดง Tips เป็นรายการรับชำระเงินภายนอก (Non-VAT Item / Payment Tendered) ได้ แต่ต้องไม่นำยอด Tips ไปรวมกับมูลค่าสินค้า/บริการก่อนคำนวณ VAT
  • ใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice) : 
    • ต้องแสดงเฉพาะมูลค่าสินค้า ค่าบริการ Service Charge 10% และ VAT 7% ที่บริษัทเรียกเก็บจริงเท่านั้น 
    • ไม่นำยอด Tips มารวมเป็นมูลค่าสินค้า/บริการหรือฐานคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

แต่หากไม่อยากมีความเสี่ยงหรือต้องชี้แจงกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ให้แยกตามวิธีการรับเงินตามข้อ 2.1 และ 2.2

  • ทิปเงินสด (ให้พนักงานโดยตรง) : ไม่ต้องนำมาแสดงในใบกำกับภาษีอย่างย่อ / แบบเต็มรูป เนื่องจากไม่ต้องนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องยื่นภาษีขาย (ภ.พ.30) 

  • ทิปผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code)

    • กรณีที่ 1 : สแกนเข้า "บัญชีส่วนตัวของพนักงาน" หรือ "กล่องทิปรวมของพนักงาน"
      • ไม่ต้องนำมาแสดงในใบกำกับภาษีอย่างย่อ / แบบเต็มรูป เนื่องจากไม่ต้องนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องยื่นภาษีขาย (ภ.พ.30)

    • กรณีที่ 2 : สแกนเข้า "บัญชีธนาคารของร้านอาหาร/บริษัท " (รวมถึง QR แม่มณี/K SHOP ของร้าน)
      • ต้องนำมาแสดงในใบกำกับภาษีอย่างย่อ / แบบเต็มรูป รวมเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินค้าและบริการ ต้องนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องยื่นภาษีขาย (ภ.พ.30) 
         
  • ทิปผ่านบัตรเครดิต (รูดบัตรรวมกับค่าอาหารแล้วเขียนยอดทิปเพิ่ม)
    • ต้องนำมาแสดงในใบกำกับภาษีอย่างย่อ / แบบเต็มรูป รวมเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินค้าและบริการ ต้องนำมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องยื่นภาษีขาย (ภ.พ.30)

       

2.4 การแสดงรายการ Tips ในใบกำกับภาษี (กรณีที่รวม หรือต้องการแสดงเพื่ออ้างอิง) 


คำตอบ : กรณีที่บริษัทต้องการแสดงรายการ Tips ในเอกสารใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ABB) เพื่อเป็นหลักฐานการรับเงินเต็มจำนวนให้แก่ลูกค้า ควรจัดวางโครงสร้างและแสดงรายการแยกกันอย่างชัดเจน :

  1. ต้องแสดงแยกบรรทัด : แยกรายการ Tips ออกจากค่าอาหารและ Service Charge 10% อย่างชัดเจน 
  2. แยกออกจากฐานคำนวณ VAT : ยอด Tips ต้องอยู่ล่างสุด ถัดจากบรรทัด "ยอดรวมทั้งสิ้น (Grand Total)" หรือแสดงเป็นส่วนชำระเงินเพิ่มเติม (Non-VAT / Service Tip) เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่สรรพากรให้นำยอดดังกล่าวมารวมคำนวณ VAT 


ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อ ABB :

ค่าอาหาร (Subtotal Food)                        1,000.00

ค่าบริการ (Service Charge 10%)                  100.00

--------------------------------------------------------------

รวมมูลค่าก่อน VAT (Sub-total)                   1,100.00 <-- (ฐานนำส่ง VAT = 1,100.00)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)                                77.00

--------------------------------------------------------------

รวมเงินค่าอาหารและบริการ (Total Amount)     1,177.00   


รายการรับฝากแทนพนักงาน :

เงินทิป (Tips - Non-VAT)                           100.00

--------------------------------------------------------------

จำนวนเงินที่ชำระทั้งสิ้น (Net Paid)                1,277.00


 ******************************************************

แต่หากไม่ต้องการมีความเสี่ยงหรือประเด็นต้องชี้แจงกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร กรณีที่รับเงินผ่านบัญชี/บัตรเครดิตบริษัท จะเลือกนำเงินทิปดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินค้าและบริกา


 ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อ 
ABB :

ค่าอาหาร (Subtotal Food)                     1,000.00

ค่าบริการ (Service Charge 10%)               100.00

เงินทิป (Tips)                                      100.00

--------------------------------------------------------------

รวมมูลค่าก่อน VAT (Sub-total)                1,200.00 <-- (ฐานนำส่ง VAT = 1,200.00)

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)                            84.00

--------------------------------------------------------------

รวมเงินค่าอาหารและบริการ (Total Amount)  1,284.00  

--------------------------------------------------------------

จำนวนเงินที่ชำระทั้งสิ้น (Net Paid)             1,284.00


สรุปประเด็นเงินทิป (Tips) และผลทางภาษี

หัวข้อ / กรณี

ลักษณะการรับเงินทิป

VAT

ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT)

การบันทึกบัญชี / การปฏิบัติ

1. ทิปเงินสด

ลูกค้าให้เงินทิปแก่พนักงานโดยตรง

ไม่ต้องนำมาคำนวณ VAT และไม่ต้องยื่นเป็นภาษีขายใน ภ.พ.30

ไม่ถือเป็นรายได้ของบริษัท

ไม่ต้องบันทึกในระบบบัญชีของบริษัท เพราะถือเป็นข้อตกลงระหว่างลูกค้ากับพนักงานโดยตรง 

2. ทิปผ่าน QR Code – บัญชีพนักงาน

ลูกค้าสแกนเข้าบัญชีส่วนตัวของพนักงาน หรือ “กล่องทิปรวมของพนักงาน”

ไม่ต้องนำมาคำนวณ VAT และไม่ต้องยื่นภาษีขาย

ไม่ถือเป็นรายได้ของบริษัท

เงินโอนจากลูกค้าไปยังพนักงานโดยตรง ไม่ผ่านบัญชีรับรายได้ของบริษัท จึงไม่ต้องบันทึกในระบบบัญชีบริษัท 

3. ทิปผ่าน QR Code – บัญชีบริษัท (ไม่ต้องการมีความเสี่ยงหรือประเด็นต้องชี้แจงกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร)

ลูกค้าสแกนเข้าบัญชีธนาคารของร้าน/บริษัท เช่น QR แม่มณี / K SHOP

ต้องรวมคำนวณ VAT 7% และนำส่งภาษีขายใน ภ.พ.30

ถือเป็นรายได้/รายรับของบริษัท

ต้องบันทึกรายได้ในระบบบัญชีของบริษัท และเมื่อจ่ายให้พนักงานให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท และเป็นเงินได้พนักงาน

4. ทิปผ่านบัตรเครดิต (ไม่ต้องการมีความเสี่ยงหรือประเด็นต้องชี้แจงกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร)

ลูกค้ารูดบัตรรวมกับค่าอาหารและระบุยอดทิปเพิ่มเติม โดยเงินทั้งหมดเข้าบัญชีบริษัท

ต้องรวมคำนวณ VAT 7% และนำส่งภาษีขายใน ภ.พ.30

ถือเป็นรายได้ของบริษัท

ต้องบันทึกรายได้ในระบบบัญชีของบริษัท และเมื่อจ่ายให้พนักงานให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท และเป็นเงินได้พนักงาน

5. บริษัทรับทิปเข้าบัญชีแล้วจ่ายต่อให้พนักงาน (กรณีรับความเสี่ยงและพร้อมชี้แจงกับเจ้าหน้าที่สรรพากร)

บริษัทเป็นผู้รับเงินทิปทั้งเงินสด/บัตรเครดิต แล้วจ่ายต่อให้พนักงาน (ทำเสมือนลูกค้าจ่ายตรงให้พนักงาน)

หากเป็นการรับและจ่ายแทนพนักงาน และมีการควบคุมภายใน/แยกบัญชีชัดเจน ไม่ถือเป็นฐาน VAT ตามมาตรา 79 

หากเป็นเงินรับแทนพนักงานและจ่ายออกเต็มจำนวน ไม่ถือเป็นรายได้/รายจ่ายของบริษัท บันทึกเป็น "เงินรับฝากทิปพนักงาน" ในหมวดหนี้สิน เมื่อจ่ายให้พนักงานก็ล้างบัญชีหนี้สินออก

ควรแยกบัญชีเป็น “เงินรับฝากทิปพนักงาน” และไม่มีการหักส่วนต่าง รับและจ่ายเท่ากัน

6. Service Charge 10%

บริษัทกำหนดและเรียกเก็บจากลูกค้าเป็นค่าบริการ

ต้องรวมเป็นฐาน VAT

ถือเป็นรายได้ของบริษัท

ต้องรวมในมูลค่าค่าบริการก่อนคำนวณ VAT 



กฎหมายที่เกี่ยวข้อง


มาตรา 79 ภายใต้บังคับมาตรา 79/1 ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ได้แก่มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ รวมทั้งภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1 (19) ถ้ามีด้วย
 มูลค่าของฐานภาษีให้หมายความถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการหรือประโยชน์ใด ๆ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน


มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
 (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

การออกใบกำกับภาษี ขายสินค้ายอดรวม VAT และได้รับทิป

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 29/05/2023 - วันที่ตอบ 01/06/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

กรณีบริษัทฯ ขายของมูลค่า 80 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แต่ลูกค้าชำระเงินมาให้ 100 บาทบริษัทฯ ต้องออกใบเสร็จรับเงินด้วยยอดเงินเท่าไร และนำส่ง VAT โดยถอด VAT เพื่อนำส่งภาษีขายให้กรมสรรพากรจากยอดมูลค่าใดครับอีก 20 บาท เป็นทิป ไม่ต้องคืนลูกค้าครับ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ ขายสินค้ามูลค่า 80 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แต่ลูกค้าชำระเงินมาให้ 100 บาท เช่นนี้ บริษัทฯ ต้องออกใบเสร็จรับเงินด้วยยอดเงินดังนี้

        มูลค่าสินค้า            74.77   บาท

        ภาษีมูลค่าเพิ่ม          5.23   บาท

        รวม                   80.00   บาท

        ทิป                    20.00   บาท

        รวม                  100.00   บาท  

และนำส่ง VAT โดยถอด VAT เพื่อนำส่งภาษีขายให้กรมสรรพากรจากยอดมูลค่า 80 บาท คิดเป็นมูลค่าสินค้า (80*100/107) = 74.77 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม (80*7/107) = 5.23 บาท อีก 20 บาท เป็นทิป ซึ่งเป็นรายได้อื่นที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


เรื่อง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีค่าทิปที่ได้รับจากลูกค้าที่มาใช้บริการ 

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

17/04/2013

เลขที่หนังสือ

กค 0702/3278

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

   บริษัทฯ มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร และสำนักงานสาขาตั้งอยู่ จังหวัดภูเก็ต บริษัทฯ ประกอบกิจการโรงแรม และห้องอาหาร ได้รับชำระค่าบริการจากลูกค้า ทั้งเงินสด เงินเชื่อ และบัตรเครดิต บางครั้งก็ได้รับค่าทิปจากลูกค้าที่มีความพึงพอใจในการบริการของพนักงานรวมอยู่ด้วย ซึ่งบริษัทฯ ได้บันทึกรายการแยกไว้ต่างหากเพื่อจ่ายให้กับพนักงาน และทางปฏิบัติบริษัทฯ ได้รวมเงินค่าทิปเป็นเงินได้ของบริษัทฯ เพื่อเสียภาษีขายประจำเดือนแต่ในส่วนของพนักงานบริษัทฯ จึงหารือว่า เงินค่าทิปจะต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานหรือไม่ อย่างไร

แนววินิจฉัย

เงินค่าทิปตามข้อเท็จจริงเป็นเงินที่ลูกค้าจ่ายให้กับบริษัทฯ บริษัทฯ จึงได้นำเงินค่าทิปมาบันทึกเป็นเงินได้ของบริษัทฯ เพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉะนั้น เงินค่าทิปที่พนักงานของบริษัทฯ ได้รับจึงถูกจ่ายโดยบริษัทฯ นายจ้างมิใช่ลูกค้าผู้รับบริการ ถือเป็นประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับเพิ่มเนื่องจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร พนักงานต้องนำเงินค่าทิปดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เลขตู้

76/38562


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ