Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

คลีนิคทันตกรรมได้รับส่วนแบ่งจากรายได้จากรักษาฟัน X-Ray ค่าฟลูออไร ค่าอุดฟัน เคลือบฟัน จากแพทย์
| เรื่อง | คลีนิคทันตกรรมได้รับส่วนแบ่งจากรายได้จากรักษาฟัน X-Ray ค่าฟลูออไร ค่าอุดฟัน เคลือบฟัน จากแพทย์ |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 16/09/2022 - วันที่ตอบ |
| ประเภทภาษี | ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | เรียนถาม อาจารย์ รบกวนสอบถามครับ บริษัทฯ เปิดคลีนิคทันตกรรม โดยมีห้องทำฟันหลายห้อง โดยมีหมอหลายคน เดิมได้จ่ายตอบแทนให้กลับคุณหมอ เป็น 40 (2) โดยแบ่งผลประโยชน์ ตามอัตราส่วนที่ตกกันไว้ บริษัทฯ คลีนิก จะเปลี่ยนนโยบาย แพทย์เป็นผู้เรียกเก็บค่าตรวจรักษาเองและมีข้อตกลงแบ่งเงินค่าตรวจรักษาที่ได้รับจากผู้ป่วยให้แก่บริษัทฯ คลีนิค คำถาม บริษัทฯ คลีนิก มีรายได้ค่าส่วนแบ่งเอ็กเซอร์เร ค่าฟลูออไร ค่าอุดฟัน เคลือบฟัน ค่าอุปกรณ์เวชภัทณ์ จะถือเป็น รายได้ 40 (6) ใช่ไหมครับ ได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มถูกไหมครับ |
| วิสัชนา | ตามข้อ 4 ของหนังสือด่วนที่สุดที่ กค 0811(กม.)/03785 เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับเงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลป ลงวันที่ 27 มีนาคม 2541 กำหนดว่า “กรณีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลป ทำสัญญาหรือข้อตกลงพิเศษกับสถานพยาบาลที่ตนทำงานอยู่เพื่อประกอบโรคศิลปเป็นการส่วนตัวนอกเวลาทำการปกติ โดยการรับตรวจและรักษาผู้ป่วยและมีข้อตกลงแบ่งเงินที่ตนได้รับจากผู้ป่วยให้แก่สถานพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร ค่าตอบแทนที่ได้รับถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร” และตามข้อ 2 ของบันทึกด่วนที่สุด ที่ กค 0811/ว.2498 เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับเงินได้จากวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลป การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และการจัดทำบัญชีพิเศษของสถานพยาบาลที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ลงวันที่ 29 มีนาคม 2543 กำหนดว่า “กรณีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปได้รับค่าตอบแทนที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้ 1. กรณีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับสถานพยาบาลเพื่อขอใช้สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์เพื่อประกอบโรคศิลปในนามของผู้ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจและรักษาผู้ป่วย โดยผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปเป็นผู้เรียกเก็บเงินค่าตรวจรักษาเอง และมีข้อตกลงแบ่งเงินค่าตรวจรักษาที่ได้รับจากผู้ป่วยให้แก่สถานพยาบาลเป็นลายลักษณ์อักษร 2. กรณีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับสถานพยาบาลเพื่อขอใช้สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์เพื่อประกอบโรคศิลปในนามของผู้ได้รับอนุญาต เพื่อตรวจและรักษาผู้ป่วย และมีข้อตกลงแบ่งเงินค่าตรวจรักษาที่ได้รับจากผู้ป่วยโดยสถานพยาบาลจะเป็นผู้เรียกเก็บเงินค่าตรวจ รักษาแทนผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลป แล้วนำมาจ่ายให้กับผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปเพื่อแบ่งรายได้ให้แก่สถานพยาบาลต่อไป ทั้งกรณี 1. และ 2. ให้ถือว่าเงินที่ผู้ได้รับอนุญาตเรียกเก็บจากผู้ป่วยทั้งจำนวนเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ของผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปมิใช่ เฉพาะเงินส่วนแบ่งที่เหลือหลังจากหักส่วนแบ่งของสถานพยาบาลออกแล้ว” อ้างอิง: กค 0706 (กม.06)/542 กรณีบริษัทฯ คลีนิก มีรายได้ค่าส่วนแบ่งเอ็กเซอร์เร ค่าฟลูออไร ค่าอุดฟัน เคลือบฟัน ค่าอุปกรณ์เวชภัทณ์ จะถือเป็น รายได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ไม่ได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทฯ ไม่เป็นผู้รักษาพยาบาล ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |