| คำตอบ |
ตอบทางบัญชีและทางภาษีมีหลักการที่แตกต่างกัน
บัญชี คำนวณค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรเพื่อให้ตัวเลขในงบการเงินสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด ดังนั้น ถ้าผู้บริการและผู้ที่เกี่ยวข้องประเมินอายุการใช้งานเครื่องจักรว่าสามารถใช้ได้ 10 ปีแล้ว ทางบัญชีก็สามารถบันทึกบัญชีค่าเสื่อมราคาได้ที่ 10 ปี
ภาษี คำนวณค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร เหมือนทางบัญชี แต่เพื่อประโยชน์ในทางภาษี ให้แต่ละกิจการไม่ใช้ช่องว่างทางภาษี รับรู้ค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เช่น รับรู้ตัดค่าเสื่อมราคา 1 ปี (เสมือนว่าเป็นค่าใช้จ่าย) ซึ่งจะต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี(5) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น ประมวลรัษฎากร จึงมี กฏหมายกำหนดไว้ที่มาตรา 65 ทวิ(2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ พระราชกฤษฎีกา 145 มาตรา 4(5) ให้คำนวณค่าเสื่อมราคาที่ 20% (5 ปี) แบ่งได้ 3 แบบ ดังนี้
แบบที่ 1 รับรู้ปรับปรุงรายจ่ายค่าเสื่อมราคาทางภาษี เท่ากับ ทางบัญชีคือ 10 ปี ก็สามารถกระทำได้เนื่องจากไม่เกินกฏหมายกำหนด โดยไม่ต้องปรับปรุงรายการใดๆ
แบบที่ 2 รับรู้ปรับปรุงรายจ่ายค่าเสื่อมราคาทางภาษี น้อยกว่า ทางบัญชี (คือภาษี 5 ปี บัญชี 10 ปี) ก็สามารถกระทำได้เช่นกัน โดยจัดทำกระดาษทำการปรับปรุงเมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) - ปีที่ 1-5 หักออกผลต่างจากกำไร/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีต่ำไป)
- ปีที่ 6-10 บวกกลับผลต่างจากกำไร/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีสูงไป)
แบบที่ 3 สมมุติเคสเพิ่ม เป็น บริษัทนโยบายการคำนวณค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินอื่นแค่ 2 ปี จะเข้าเคสที่ 3 คือ รับรู้ปรับปรุงรายจ่ายค่าเสื่อมราคาทางภาษี มากกว่า ทางบัญชี (คือภาษี 5 ปี บัญชี 2 ปี) ก็สามารถกระทำได้เช่นกัน โดยจัดทำกระดาษทำการปรับปรุงเมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) บวกกลับผลต่าง (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีสูงไป) - ปีที่ 1-2 บวกกลับผลต่างจากกำไร/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีสูงไป)
- ปีที่ 3-5 หักออกผลต่างจากกำไร/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีต่ำไป)
**สรุปคือ ทางบัญชีจะมีนโนบายคำนวณค่าเสื่อมราคากี่ปี / กี่เปอร์เซ็นต์ก็ได้ตามความเป็นจริง แต่ ทางภาษี จะต้องปรับปรุงโดย - จำนวนปีบัญชี ไม่น้อยกว่า จำนวนปีทางภาษี ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ฏ.145
- อัตรา % ทางบัญชี ไม่มากกว่า อัตรา % ทางภาษี ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.ฏ.145
การดำเนินการทางด้านภาษี แบบที่ 1 ไม่ต้องปรับปรุงรายการ
แบบที่ 2 ปรับปรุงเมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) - ปีที่ 1-5 หักออกผลต่างจากกำไร/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีต่ำไป)
- ปีที่ 6-10 บวกกลับผลต่างจากกำไร/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีสูงไป)
สมมุติ เครื่องจักรมูลค่า 1 ล้านบาท (และสมมุติคำนวณราคาแบบยังไม่หักราคาซาก) ปีที่ | ทางบัญชี (1 ล้าน /10) หรือ 1 ล้านx10%
| ทางภาษี (1 ล้าน /5) หรือ 1 ล้านx20%
| ปรับปรุง +บวกกลับ/-หักออก | 1 | 100,000 | 200,000 | -100,000 | 2 | 100,000 | 200,000 | -100,000 | 3 | 100,000 | 200,000 | -100,000 | 4 | 100,000 | 200,000 | -100,000 | 5 | 100,000 | 200,000 | -100,000 | 6 | 100,000 | -0- | +100,000 | 7 | 100,000 | -0- | +100,000 | 8 | 100,000 | -0- | +100,000 | 9 | 100,000 | -0- | +100,000 | 10 | 100,000 | -0- | +100,000 | รวม | 1,000,000 | 1,000,000 | -0- |
แบบที่ 3 ปรับปรุงเมื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) - ปีที่ 1-2 บวกกลับผลต่างจากกำไร/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีสูงไป)
- ปีที่ 3-5 หักออกผลต่างจากกำไร/ขาดทุนสุทธิทางบัญชี (รับรู้ค่าเสื่อมราคาทางบัญชีต่ำไป)
สมมุติ เครื่องจักรมูลค่า 1 ล้านบาท (และสมมุติคำนวณราคาแบบยังไม่หักราคาซาก) ปีที่ | ทางบัญชี (1 ล้าน /2) หรือ 1 ล้านx50%
| ทางภาษี (1 ล้าน /5) หรือ 1 ล้านx20%
| ปรับปรุง +บวกกลับ/-หักออก | 1 | 500,000 | 200,000 | +300,000 | 2 | 500,000 | 200,000 | +300,000 | 3 | -0- | 200,000 | -200,000 | 4 | -0- | 200,000 | -200,000 | 5 | -0- | 200,000 | -200,000 | รวม | 1,000,000 | 1,000,000 | -0- |
มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (5) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม |
มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (2) ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้หักได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา |
พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145)พ.ศ. 2527
มาตรา 4 การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินให้คำนวณหักตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีในกรณีที่รอบระยะเวลาใดไม่เต็มสิบสองเดือนให้เฉลี่ยตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ (5) ทรัพย์สินอย่างอื่น ซึ่งโดยสภาพของทรัพย์สินนั้นสึกหรอหรือเสื่อมราคาได้นอกจากที่ดินและสินค้า | ร้อยละ 20 |
|
อ้างอิง เรื่อง | ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร | แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร | วันที่ | 20/01/2010 | เลขที่หนังสือ | กค 0702/570 | ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล | ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ทวิ (ข) มาตรา 65 ตรี พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.58/2538ฯ | ข้อหารือ | 1. บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตแกนเหล็กอ่อนตัวนำไฟฟ้า ได้ซื้อแม่พิมพ์เพื่อใช้ในการผลิตสินค้าจำนวน 3 เครื่อง ราคาเครื่องละ 200,000 บาท เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2540 และได้คำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางบัญชีด้วยวิธีประมาณการจำนวนหน่วยผลิต แต่ในทางภาษีอากรบริษัทฯ จะคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ปีละ 40,000 บาท เป็นระยะเวลา 5 ปี 2. แม่พิมพ์เครื่องที่ 3 ได้บันทึกหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ได้เพียงปีที่ 1 จำนวน 835 บาท ในปีที่ 2 แม่พิมพ์ ได้ชำรุดไม่สามารถใช้การได้ บริษัทฯ จึงได้บันทึกหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางบัญชี จำนวน 199,165 บาท แต่ในทาง ภาษีอากร ยังคงบันทึกหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามเดิม โดยไม่ได้ทำการตัดบัญชีออกจากทะเบียนทรัพย์สินถาวรบริษัทฯ จึงหารือว่า การบันทึกหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าวของบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่ | แนววินิจฉัย | 1. กรณีการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากรนั้น ให้คำนวณหักตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี แต่ต้องไม่เกินอัตรา ร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สิน และเมื่อบริษัทฯ ได้เลือกที่จะหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน โดยใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป บริษัทฯ จะต้องใช้วิธีการทางบัญชีและอัตรานั้นตลอดไป จะเปลี่ยนแปลงได้ต่อเมื่อได้รับ อนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้ที่อธิบดีกรมสรรพากรมอบหมาย และในกรณีที่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงได้ ให้ถือปฏิบัติ ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับอนุมัตินั้น ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 2. กรณีแม่พิมพ์เครื่องที่ชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้อีก บริษัทฯ ต้องหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 บริษัทฯ จะนำมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินนั้นตัดเป็นรายจ่ายทั้งจำนวนไม่ได้ ต้องหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาต่อไปจนหมด แต่หากได้มีการทำลายหรือขายไปซึ่งทรัพย์สินนั้น บริษัทฯ มีสิทธิตัดต้นทุนที่เหลืออยู่เป็นรายจ่ายได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องนำราคาขายทรัพย์สินดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี เงินได้นิติบุคคลด้วย ทั้งนี้ ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 58/2538 เรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการตัดมูลค่าต้นทุนที่ เหลืออยู่ของทรัพย์สินที่สูญหายหรือชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ ลงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2538 | เลขตู้ | 73/37109 |
เรื่อง | การคำนวณค่าเสื่อมราคา ตกแต่งอาคารเช่า | แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ | วันที่ | วันที่ถาม 19/04/2022 - วันที่ตอบ 03/06/2022 | ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล | ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 | ปุจฉา | ขอสอบถาม เรื่อง การคำนวณค่าเสื่อมราคา บริษัทฯ ได้ทำสัญญาเช่าร้าน 3 ปี เริ่ม เม.ย. 2564 - เม.ย. 2567 แต่ทางบริษัทฯ ได้ทำการตกแต่งร้านเสร็จในเดือน ม.ค. 2565 1. บริษัทฯ จะต้องคำนวณค่าเสื่อมอย่างไร เริ่มคำนวณตั้งแต่วันที่บริษัทตกแต่งร้านเสร็จพร้อมใช้งาน ม.ค. 2565 ถึง วันที่สิ้นสุดสัญญา เม.ย. 2567 ใช่หรือไม่คะ 2. หากทางบริษัทฯ ต่อสัญญาเช่าร้านจะมีแนวทางในการคำนวณค่าเสื่อมอย่างไรคะ | วิสัชนา | 1. ในทางบัญชี กรณีบริษัทฯ ได้ทำสัญญาเช่าร้าน 3 ปี เริ่ม เม.ย. 2564 - เม.ย. 2567 แต่ทางบริษัทฯ ได้ทำการตกแต่งร้านเสร็จในเดือน ม.ค. 2565 ดังกล่าวนั้น หากไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์หลังสิ้นสุดสัญญาเช่า บริษัทฯ ต้องคิดค่าเสื่อมราคาตามอายุสัญญาเช่า ตั้งแต่วันที่สัญญาเช่าเริ่มมีผล (เมษายน 2564) โดยต้องรวมอายุสัญญาที่คาดว่าจะต่อด้วย หากเงื่อนไขในสัญญาเช่ากำหนดให้สามารถต่ออายุได้ และ ณ วันที่สัญญาเช่าเริ่มมีผล บริษัทฯ คาดว่าจะต่ออายุสัญญาเช่าแต่แรก อย่างไรก็ตาม หากต่อมาภายหลังบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงขยายอายุสัญญาเช่าออกไป ตาม TFRS16 กำหนดให้บริษัทฯ ต้องคำนวณหนี้สินตามสัญญาเช่า (และสิทธิในการใช้สินทรัพย์) ใหม่ โดยใช้อัตราคิดลดใหม่คำนวณ และไม่รับรู้เป็นสัญญาเช่าแยกต่างหาก ยังคงถือเป็นสัญญาเช่าเดิม ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่าเสื่อมราคา ที่จะต้องคำนวณจากราคาตามบัญชีใหม่ของสิทธิในการใช้สินทรัพย์หารด้วยอายุสัญญาเช่าคงเหลือ (อายุสัญญาเดิมคงเหลือบวกอายุสัญญาที่ต่อ) เพื่อรับรู้เป็นค่าเสื่อมราคาในงวดบัญชี (รายละเอียดศึกษาได้จาก TFRS16 เรื่อง สัญญาเช่า)
2. ในทางภาษี ให้บริษัทฯ รับรู้ทรัพย์สินตามมูลค่า ณ วันที่ได้รับทรัพย์สิน ได้แก่ วันที่ทรัพย์สินนั้นพร้อมใช้งานได้ตามประสงค์ (เช่นเดียวกับหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป) และให้คำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงือนไขตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 หากหลักเกณฑ์ในการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางบัญชี แตกต่างมีจำนวนสูงกว่าค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ให้บรัษัทฯ ปรับปรุงบวกกลับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาส่วนที่เกิน ในแบบ ภ.ง.ด.50 ของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงต่ออายุสัญญาเช่าออกไป บริษัทฯ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการ และอัตราในการคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินดังกล่าวได้ เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร
เครดิต อาจารย์ ดร. ก้อย Sirada Jarutakanont ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |
|