Case study

สิทธิการเช่า การรับรู้รายได้


เรื่อง สิทธิการเช่า การรับรู้รายได้
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 27/05/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

นาย พี มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่ 25 ตรว. ราคาประเมินกรมที่ดิน ประมาณ 300,000 บ. ต่อ ตรว. ปี 67 นาย พี ได้โอนสิทธิการเช่าระยะเวลา 10 ปี (เดือนละ 45,000 บ.) รวมราคาโอนสิทธิการเช่า 10 ปี เป็นเงิน 5,400,000 บ. (45,000*12*10) ให้ บริษัท นิว (ประกอบธุรกิจให้เช่าพื้นที่ มีนาย พี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่) ต่อมาบริษัท นิว ได้นำสิทธิการเช่านี้ ไปให้เช่าช่วง กับ บริษัท ซ (ประกอบธุรกิจร้านกาแฟ) ต่อ 

คำถาม 

1.นาย พี ต้องนำรายได้จากการโอนสิทธิการเช่า จำนวน 5,400,000 บ. ไปยื่นเป็นรายได้ ในปี 67 ทั้งจำนวนหรือ สามารถยื่นทยอยรับรู้เป็นรายปี ได้ หรือไม่ การยื่นรายได้ของ นาย พี สามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 30 % ได้หรือไม่ 

2.บริษัท นิว รับรู้ ค่าสิทธิการเช่า เฉลี่ยตามอายุ สัญญา 10 ปี ถูกต้องหรือไม่ , เมื่อจากค่าสิทธิการเช่า บริษัท นิว ต้องหัก ภาษี ในอัตรา 3% กับ นายพี ถูกต้องหรือไม่

ขอบคุณค่ะ

คำตอบ


คำตอบข้อ 1


จากโจทย์ที่ให้มาแจ้งว่านาย พี มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่มีสิทธิในการเช่า หากนายพีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีชื่อในโฉนด แล้วนำทรัพย์นั้นมาให้ บริษัท นิว เช่า เช่นนี้ นาย พี จะไม่ได้เรียกว่ากิจกรรมนี้ว่าโอนสิทธิในการเช่า แต่จะเรียกว่าการให้เช่าทรัพย์สิน นายพี ให้บริษัท นิว เช่า โดยจะมีรายได้เป็นค่าเช่า ส่วนบริษัท นิว จะไปปล่อยเช่าช่วงกับบริษัท ซ ต่อก็ทำได้ โดยต้องได้รับการยินยอมจากนาย พี เสียก่อน 


ส่วนเรื่องสิทธิในการเช่า จะต้องเป็นกรณีที่ นาย พี ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่นายนิว ได้มีการเช่าที่ดินนั้นมาจาก ผู้ให้เช่า เช่น นาย พี เช่าที่ดินจากนาย เอ  และนาย พี นำที่ดินที่เช่ามาให้บริษัท นิว เช่าช่วงต่อ เช่นนี้ถึงจะเรียกว่า โอนสิทธิในการเช่า




การโอนสิทธิการเช่า

 

        การโอนสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ผู้เช่าตกลงโอนสิทธิการเช่าอันตนได้มีอยู่กับผู้ให้เช่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี เพื่อให้ผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้เข้าสวมสิทธิการเช่าตามอายุการเช่าอันตนมีอยู่เดิม ซึ่งผู้โอนสิทธิการเช่าต้องยกเลิกการเช่ากับผู้ให้เช่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วง และให้ผู้รับโอนเข้าทำสัญญาเช่าแทนที่

 

ดังนั้น จะขอตอบในกรณีที่นาย พี ให้บริษัท นิว เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะมีภาระภาษีดังนี้

  • ภาระภาษีนาย พี :

o   ต้องเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเงินค่าเช่าและเงินค่าเช่ารับล่วงหน้าที่ได้รับทั้งหมด 5,400,000 บาท ถือเป็นเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40 (5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 15% สำหรับที่ดิน และร้อยละ 30 สำหรับสิ่งปลูกสร้าง หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 เนื่องจากเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 

โดยนำเงินค่าเช่าทั้งจำนวน 5,400,000 บาท ไปถือเป็นเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี 2567 ครั้งเดียวเลย แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 และชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในเดือนมีนาคม 2568 โดยนายพีมีสิทธินำภาษีเงินได้ที่ถูก บริษัท นิว หัก ณ ที่จ่ายไว้ทั้งจำนวน มาหักจากภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ในปีภาษี 2567 

o   หรือจะขอเฉลี่ยเงินค่าเช่ารับล่วงหน้าตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า และชำระภาษีเงินได้จากเงินค่าเช่ารับล่วงหน้าที่เฉลี่ยเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุการเช่าของทุกปีที่เฉลี่ยเป็นการล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นไปภายในเดือนมีนาคม ของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินได้พึงประเมินนั้น ด้วยแบบภ.ง.ด.93 ใช้สิทธิตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ของผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินที่ได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม หรือค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือน ที่ได้รับกรรมสิทธิ์หรือเงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558  ก็ได้

เช่น กรณีสัญญาเช่าเริ่ม 1 ม.ค.2567 เต็มปี

 สัญญาเช่า 10 ปี ให้นายพี ดำเนินการยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 จำนวน 10 ฉบับ (ปี 2567- 2576) คิดเป็นเงินได้พึงประเมินถัวเฉลี่ยปีละ 540,000 บาท แล้วดำเนินการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 93 จำนวน 10 ฉบับ และชำระภาษีเงินได้ของแต่ละปีภาษีทั้งหมด 10 ปี เป็นการล่วงหน้า (ถ้ามี) ให้เสร็จสิ้นไปภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 และเมื่อถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2567 ถึงปีภาษี 2576 นาย พี ผู้มีเงินได้ มีหน้าที่ต้องนำเงินค่าเช่ารับล่วงหน้าดังกล่าวมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 แล้วนำจำนวนภาษีที่ได้เสียไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 93 มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ในแต่ละปีภาษีนั้น ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้มีสิทธินำภาษีเงินได้ที่ถูกบริษัท นิว จำกัด ผู้เช่าได้หักไว้ ณ ที่จ่ายทั้งจำนวน มาหักจากภาษีเงินได้
 

o   ต้องเสีย อากรแสตมป์กรณีจัดทำสัญญาเช่า ตามลักษณะแห่งตราสาร 1. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น กำหนดให้ผู้ที่ต้องเสียอากร ได้แก่ ผู้ให้เช่า และผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์ ได้แก่ ผู้เช่า โดยให้เสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ต่อทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท แห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า  

หมายเหตุ 
 (1) ถ้าสัญญาเช่ามิได้กำหนดอายุการเช่า ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี 
 (2) ถ้าสัญญาเช่าฉบับใดครบกำหนดอายุการเช่าหรือครบกำหนด 3 ปี ตาม (1) แล้ว ผู้เช่ายังคงครองทรัพย์สินอยู่ และผู้ให้เช่ารู้ความนั้นแล้วไม่ทักท้วง ทั้งมิได้ทำสัญญาใหม่ให้ถือว่าสัญญาเช่าเดิมนั้นได้เริ่มทำกันใหม่โดยไม่มีกำหนดอายุการเช่า และต้องเสียอากรภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ถือว่าเริ่มทำสัญญาใหม่นั้น

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร
 เช่าทรัพย์สินใช้ในการทำนา ไร่ สวน

1. ตามมาตรา 40 (5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติเกี่ยวกับเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินดังนี้  

    “มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

         (5) เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจาก

(ก) การให้เช่าทรัพย์สิน 

               (ข) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน

               (ค) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อนซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว

ในกรณี (ก) ถ้าเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้มีเงินได้แสดงเงินได้ต่ำไปไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินได้นั้นตามจำนวนเงินที่ทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ตามปกติ และให้ถือว่าจำนวนเงินที่ประเมินนี้เป็นเงินได้พึงประเมินของผู้มีเงินได้ ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน 2 หมวด 2 ลักษณะ 2 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

               ในกรณี (ข) และ (ค) ให้ถือว่าเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้วแต่วันทำสัญญาจนถึงวันผิดสัญญาทั้งสิ้น เป็นเงินได้พึงประเมินของปีที่มีการผิดสัญญานั้น” 


2. ตามมาตรา 43 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 5 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ดังนี้ 

    “มาตรา 5 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) แห่งประมวลรัษฎากร... ยอมให้หักค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้

(1) การให้เช่าทรัพย์สิน

              (ก) ถ้าเป็นบ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่าให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 ในกรณีให้เช่าช่วงให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี

              (ข) ถ้าเป็นที่ดินที่ใช้ในการเกษตรกรรม ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่าให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 20 ในกรณีให้เช่าช่วง ให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี

(ค) ถ้าเป็นที่ดินที่มิได้ใช้ในการเกษตรกรรมในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 15 ในกรณีให้เช่าช่วง ให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี

              (ง) ถ้าเป็นยานพาหนะ ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 ในกรณีให้เช่าช่วง ให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี

              (จ) ถ้าเป็นทรัพย์สินอย่างอื่น ในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 10 ในกรณีให้เช่าช่วง ให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ให้เช่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี

เว้นแต่ผู้มีเงินได้ตาม (ก) ถึง (จ) จะแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้นก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าตามหลักฐานที่นำมาพิสูจน์ ปรากฏว่ามีรายจ่ายที่หักได้ตามกฎหมายน้อยกว่าอัตราค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ข้างต้น ก็ให้ถือว่ามีค่าใช้จ่ายเพียงเท่าหลักฐานที่นำมาพิสูจน์

         (2) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 20 

         (3) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ร้อยละ 20”  



https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/58_11612.pdf

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ของผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน

ที่ได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้างเงินค่าซ่อมแซม

หรือค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์หรือเงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน


โดยที่กระทรวงการคลังพิจารณาเห็นว่า ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินไม่ยื่นรายการเงินได้ให้ครบถ้วน ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ได้ใช้บังคับเป็นเวลานาน สมควรปรับปรุงเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังต่อไปนี้ 

          ด้วยปรากฏว่า มีบุคคลผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวนมากที่มีเงินได้หรือได้รับประโยชน์อย่างอื่นเนื่องจากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น นอกจากจะเรียกเก็บเงินค่าเช่าแล้ว ยังเรียกเก็บเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม หรือได้รับกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือโรงเรือน หรือเงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน โดยยอมให้ผู้เช่าได้เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นระยะเวลานาน เช่น 3 ปี 10 ปี หรือ 30 ปี ซึ่งผู้ให้เช่าจะต้องนำเงินได้ดังกล่าวไปยื่นรายการและชำระภาษีเงินได้ แต่เนื่องจากผู้ให้เช่าต้องยอมให้ผู้เช่าได้เช่าอาคารหรือโรงเรือนเป็นระยะเวลานาน ถ้าผู้ให้เช่าจะต้องรับภาระการเสียภาษีเงินได้จากจำนวนเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม หรือค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์นั้นทั้งหมดในปีเดียวกับที่ได้รับเงินหรือประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ก็ย่อมจะเป็นภาระหนักแก่ผู้ให้เช่ามิใช่น้อย 

          เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีของผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดังกล่าวเสียภาษีโดยถูกต้องตามกฎหมาย กระทรวงการคลังจึงขอเรียนให้ทราบดังนี้

          1.   ผู้ให้เช่าซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถเฉลี่ย เงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม และค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์นั้น ตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่าได้ เช่น ผู้ให้เช่าได้รับเงินกินเปล่าในการให้เช่าอาคารเป็นเงิน 30,000,000 บาท แต่ผู้ให้เช่าต้องผูกพันให้เช่าเป็นเวลา 30 ปี ดังนี้ ให้เฉลี่ยเงินกินเปล่าจำนวน 30,000,000 บาท นั้นออกเป็นรายปีจำนวน 30 ปี โดยผู้มีเงินได้ดังกล่าวจะมีเงินได้ปีละ 1,000,000 บาท และผู้มีเงินได้ในกรณีนี้จะต้องยื่นรายการเงินได้ และชำระภาษีเงินได้จากเงินกินเปล่าที่เฉลี่ยเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุการเช่าของทุกปีที่เฉลี่ย ให้เสร็จสิ้นไปภายใน
 เดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินได้พึงประเมินนั้น 

        2.           กรณีผู้ให้เช่าซึ่งได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม และค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์ แต่ได้ยื่นรายการเงินได้ และชำระภาษีเงินได้จากเงินกินเปล่าที่เฉลี่ยเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุการเช่าเมื่อพ้นกำหนดเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินได้พึงประเมินแล้ว ผู้มีเงินได้ยังคงสามารถเฉลี่ยเงินกินเปล่าเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุการเช่า แล้วยื่นรายการเงินได้ และชำระภาษีเงินได้จากเงินกินเปล่าที่เฉลี่ยได้ แต่ต้องเสียเงินเพิ่ม อีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสีย 

          3.   กรณีผู้ให้เช่าซึ่งได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม และค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์ซึ่งได้ยื่นขอใช้สิทธิชำระภาษีเงินได้จากเงินกินเปล่าตามประกาศนี้ มิได้ยื่นรายการเงินได้ และชำระภาษีเงินได้จากเงินกินเปล่าที่เฉลี่ยเป็นรายปีตามปีภาษีของอายุการเช่า ให้เจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรทำการประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้ตามมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ต่อไป 

          4.   ประกาศนี้ให้ใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่ปีภาษี 2557 ซึ่งต้องยื่นรายการ
 ในปี 2558 เป็นต้นไป  



2. ผลทางกฎหมาย:

  • การกระทำดังกล่าวถือเป็นการให้เช่า ต้องทำ "สัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ระหว่างนาย พี และบริษัท นิว  
  • ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน ถ้าอายุสัญญาเกิน 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 538

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“มาตรา 537”
 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น“

“มาตรา 538”
 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี “

คำตอบข้อ 2


2. บริษัท นิว รับรู้ ค่าสิทธิการเช่า เฉลี่ยตามอายุ สัญญา 10 ปี ถูกต้องหรือไม่ , เมื่อจากค่าสิทธิการเช่า บริษัท นิว ต้องหัก ภาษี ในอัตรา 3% กับ นายพี ถูกต้องหรือไม่ 


คำตอบ

- บริษัท นิว รับรู้รายจ่ายค่าเช่าทรัพย์สิน เฉลี่ยตามอายุของสัญญาเช่า 10 ปี ตามวิธีเส้นตรง จะต้องนำรายจ่ายค่าเช่าและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ตามเกณฑ์สิทธิ ตามที่เข้าใจถูกต้องแล้วคะ


- เมื่อบริษัท นิว จ่ายค่าเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ถือเป็น การให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40(5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท นิว  ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5 ของค่าเช่า ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 6 (1) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 



คำสั่งกรมสรรพากร
 ที่ ท.ป. 1/2528
 เรื่อง การใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล

ข้อ 3บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลรายใดได้ปฏิบัติในการคำนวณรายได้และรายจ่ายตามข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีใด ให้ถือว่าการปฏิบัติดังกล่าวเป็นกรณีที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้ว บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะต้องถือปฏิบัติตามวิธีการที่ได้รับอนุมัตินั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงจากอธิบดีกรมสรรพากร

       3.4 การคำนวนรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้เช่าทรัพย์สิน ให้ใช้เกณฑ์สิทธิตามข้อ 2 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องนำรายได้ค่าเช่าหรือค่างวดและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องมารวมคำนวณเป็นรายได้และรายจ่ายในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามส่วนแห่งระยะเวลาการให้เช่าทรัพย์สิน หรือตามเกณฑ์อื่น ที่เหมาะสมตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป
 การคำนวนรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้เช่าทรัพย์สิน ให้ใช้เกณฑ์สิทธิตามข้อ 2 โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำรายจ่ายค่าเช่าหรือค่างวดและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามส่วนแห่งระยะเวลาการเช่าทรัพย์สิน หรือตามเกณฑ์อื่นที่เหมาะสมตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป
 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามวรรคหนึ่ง และวรรคสองได้เลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อคำนวณรายได้และรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้แล้ว ให้ใช้วิธีนั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงจากอธิบดีกรมสรรพากร
 
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.299/2561 ใช้บังคับในการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมี รอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป )




คำสั่งกรมสรรพากร
 ที่ ท.ป. 4/2528
 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย


ข้อ 6ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายค่าเช่าหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 40(5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ไม่รวมถึงค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์ ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น
 

(1) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 5.0
                   “(1/1) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นอกจากที่ระบุใน (4) หักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 และได้ดำเนินการนำส่งภาษีด้วยวิธีการที่กำหนดตามมาตรา 3 ปัณรส แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 1.0”
 
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.354/2566 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป)
                   (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย นอกจากที่ระบุใน (3) หักภาษี ณ ที่จ่ายโดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 5.0
                   “(2/1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย นอกจากที่ระบุใน (3) และ (4) หักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 และได้ดำเนินการนำส่งภาษีด้วยวิธีการที่กำหนดตามมาตรา 3 ปัณรส แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 1.0”
 
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.354/2566 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป)



อ้างอิงคำตอบข้อ 1


เรื่อง

การโอนสิทธิการเช่า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 19/11/2022 - วันที่ตอบ 22/11/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 90/2542, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิขย์ มาตรา 544

ปุจฉา

เรื่อง การโอนสิทธิการเช่า


     ในกรณีที่ ผมมีอาคารพาณิชย์ 2 คูหา หากต้องการจะโอนสิทธิการเช่าไปให้ลูกชาย เพื่อให้ลูกชายนำอาคารพาณิชย์ดังกล่าว ไปให้เช่าเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวของลูกชาย โดยไม่ใช่การโอนสิทธิเก็บกินที่ไปทำที่ที่ดิน แต่เป็นการทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าให้กับลูกชาย เช่นนี้

คำถามคือ

     1. สามารถทำได้หรือไม่ครับ และ

     2. ถ้าได้ รายได้ที่เกิดขึ้นในกรณีที่ลูกชายไปปล่อยเช่า จะถือเป็นเงินได้พึงประเมินของผม ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือเป็นของลูกชายผู้ได้รับสิทธิครับ

วิสัชนา

ตามข้อ 4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 90/2542 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับการให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ตามมาตรา 81 (1)(ต) การโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 77/1 และ (9) และการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2542 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการโอนสิทธิการเช่าดังนี้

    “ข้อ 4 กรณีผู้ประกอบการได้รับสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์จากบุคคลอื่น ซึ่งสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นสินค้าที่ไม่มีรูปร่าง และผู้ประกอบการได้ใช้สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้ประกอบการโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่น ถือเป็นการขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างตามมาตรา 77/1 และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร โดยความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อ ได้รับชำระค่าตอบแทนจากการโอนสิทธิการเช่า ตามมาตรา 78/3 แห่งประมวลรัษฎากร

         กรณีผู้ประกอบการตามวรรคหนึ่ง ได้ใช้สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้ประกอบการโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่น ผู้ประกอบการไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากไม่ใช่การประกอบการในทางธุรกิจที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

         ตัวอย่าง

         (1) บริษัท ก.จำกัด ได้รับสิทธิการเช่าอาคารจากบริษัท ข.จำกัดเพื่อประกอบกิจการห้างสรรพสินค้า แต่บริษัทฯไม่มีความประสงค์จะเป็นผู้ดำเนินการเองจึงได้โอนขายสิทธิการเช่าให้แก่บุคคลอื่น ถือเป็นการขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างตามมาตรา 77/1 และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท ก. มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อได้รับชำระค่าตอบแทนจากการโอนสิทธิการเช่าอาคาร

         (2) บริษัท ก.จำกัด ได้รับสิทธิการเช่าอาคารจากบริษัท ข.จำกัดเพื่อประกอบกิจการขายบ้านจัดสรร ซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และพัฒนาที่ดินซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาบริษัท ก. เลิกประกอบกิจการ แต่สัญญาเช่าอาคารยังไม่ครบกำหนด บริษัท ก.ได้โอนสิทธิการเช่าอาคารให้แก่บุคคลอื่น ถือเป็นการขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างตามมาตรา 77/1 และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท ก. มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อได้รับชำระค่าตอบแทนจากการโอนสิทธิการเช่าอาคารโดยต้องนำค่าตอบแทนทั้งหมดที่ได้รับมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี”



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

     กรณีตามข้อเท็จจริง อาจารย์พละชัย “ครูต๊ะ” ฟูเกียรติพงษ์ มีอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ซึ่งได้เช่ามาจากผู้ให้เช่า นั้น หากมีความประสงค์จะโอนสิทธิการเช่าไปให้ลูกชาย เพื่อให้ลูกชายนำอาคารพาณิชย์ดังกล่าว ไปให้เช่าเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวของลูกชาย โดยไม่ใช่การโอนสิทธิเก็บกินที่ไปทำที่ที่ดิน แต่เป็นการทำสัญญาโอนสิทธิการเช่า ให้กับลูกชาย เช่นนี้  



 

     1. อาจารย์พละชัย ย่อมสามารถทำได้ตามหลักเกณฑ์ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิขย์ มาตรา 544 กล่าวคือ หากตามสัญญาเช่ากำหนดตกลงให้โอนสิทธิการเช่าต่อไปได้ (พิจารณาจากสัญญาเช่าเดิม) ซึ่งถือว่าผู้เช่าได้ยินยอมจากผู้เช่า (อาจารย์พละชัย) โอนสิทธิการเช่าได้ และได้มีการทำข้อตกลงการโอนสิทธิการเช่าเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งตามมาตรา 544 บัญญัติไว้ดังนี้  

        “มาตรา 544 ทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า ถ้าผู้เช่าประพฤติฝ่าฝืนบทบัญญัติอันนี้ ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้” 

        ผู้เช่าจะให้ผู้อื่นเช่าช่วง หรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินที่เช่านั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกหาอาจทําได้ไม่ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า กล่าวคือ ถ้าในสัญญาเช่าระบุว่ายินยอมให้ผู้เช่านําทรัพย์สินที่เช่าไปให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิการเช่าได้ ผู้เช่าก็ย่อมกระทําได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าอีก แต่ถ้าไม่ระบุไว้ผู้เช่าจะนําไปให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิการเช่าจะต้องให้ผู้เช่าเดิมยินยอมก่อน

(https://www.dol.go.th/.../%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0...)


     2. เมื่อได้มีการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าไปยังบุตรชายแล้ว รายได้ที่เกิดขึ้นในกรณีที่บุตรชายนำให้เช่าช่วงต่อไป ย่อมถือเป็นเงินได้พึงประเมินของบุตรชายผู้ได้รับโอนสิทธิการเช่า (ซึ่งถือเป็นเจ้าของสิทธิการเช่าอาคารดังกล่าวคนใหม่แทนอาจารย์พละชัย แล้ว)


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

การให้เช่าและการโอนกรรมสิทธิ์การให้เช่า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 09/02/2018 - วันที่ตอบ 09/02/2018

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม,ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/2 (1),มาตรา 81 (1)(ต),มาตรา 77/1 (8) และ (9),มาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

เรื่องการเช่าอสังหาฯ ครับ
      บริษัทฯ เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารให้เช่า ซึ่งการเช่าส่งมอบกรรมสิทธิ์อาคารให้ผู้เช่ารับผิดชอบ 100%
 
คำถาม คือ รายได้จากการให้เช่าอาคารจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ครับ เพราะไม่แน่ใจว่าจะเข้าลักษณะให้เช่าอสังหาฯหรือเช่าช่วง (ลักษณะสิทธ์การเช่าช่วง) ที่เข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

วิสัชนา

1. การให้เช่าอาคารที่ตั้งอยู่บนที่ดินที่ได้เช่า ที่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร หมายความว่า การให้บริการซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้เช่าตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ ชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะจ่ายค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537

 ....1.1 จากบทบัญญัติดังกล่าว อาจจำแนกองค์ประกอบของสัญญาเช่าทรัพย์สินออกได้ดังนี้
 ..........(1) เป็นสัญญาที่มีบุคคล 2 ฝ่าย คือ ผู้ให้เช่าฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่ตกลงให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินโดยได้รับค่าเช่าตอบแทน กับผู้เช่าอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลซึ่งได้ใช้หรือหรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สิน โดยตกลงจะชำระค่าเช่า
 ..........(2) ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในอาคารที่เช่าอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยผู้ให้เช่าต้องส่งมอบการครอบครองพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้เช่า ทั้งนี้ ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของอาคารที่ให้เช่า
 ..........(3) ผู้เช่าตกลงให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น เนื่องจากสัญญาเช่าทรัพย์สินเป็นสัญญาต่างตอบแทน ที่คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีหนี้ตอบแทนกัน ตามข้อตกลงในสัญญา
 ..........(4) การเช่านั้นมีกำหนดระยะเวลาจำกัด

 ....1.2 การเช่าอสังหาริมทรัพย์ นั้น
 ..........(1) กรณีที่กำหนดระยะเวลาการเช่าไม่เกิน 3 ปี และไม่ได้กำหนดระยะเวลาการเช่าตลอดอายุของผู้เช่าหรือของผู้ให้เช่า ต้องมีหลักฐานสัญญาเช่าเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้
 ..........(2) กรณีสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดระยะเวลา 3 ปีขึ้นไป หรือการเช่าที่มีกำหนดระยะเวลาตลอดอายุของผู้เช่าหรือของผู้ให้เช่า ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียง 3 ปี

 ....1.3 การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ในทางภาษีอากร
 ..........(1) การรับรู้รายได้ – รายจ่าย จากการเช่าทรัพย์สิน ตามข้อ 3.4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528
 ...............(ก) การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการให้เช่าทรัพย์สิน ให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำรายได้ค่าเช่าหรือค่างวดและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องมารวมคำนวณเป็นรายได้และรายจ่ายในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีตามส่วนแห่งระยะเวลาการให้เช่าทรัพย์สิน (ตามเกณฑ์เฉลี่ยรายได้)
 ...............(ข) การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้เช่าทรัพย์สิน ให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะต้องนำรายจ่ายค่าเช่าหรือค่างวดและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีนั้น (ตามเกณฑ์สิทธิ)
 ..........(2) กรณีผู้เช่าเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ที่จ่ายค่าเช่าให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 6 (1) และ (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ในอัตราร้อยละ 5 ของค่าเช่า
 ..........(3) รายได้จากการให้เช่าอาคาร (อสังหาริมทรัพย์) ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร แต่สำหรับรายได้จากการให้บริการระบบบริการส่วนกลาง เป็นรายได้ที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
 ..........(4) สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องปิดอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทต่อมูลค่าเช่าตามสัญญา ทุกจำนวน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
 ...............ตราสารเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ดังต่อไปนี้ต้องชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร
 ...............(ก) ตราสารที่มีค่าเช่าตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป สําหรับตราสารที่กระทําตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป
 ...............(ข) ตราสารที่รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่า หรือ
 ...............(ค) ตราสารที่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน
 ..........(5) การให้เช่าที่ดิน อาคาร โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้าอย่างอื่น เจ้าของผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ในอัตราอ12.5% ของค่ารายปี

 2. การโอนสิทธิการเช่า

 ....2.1 การโอนสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์ หมายความว่า ผู้เช่าตกลงโอนสิทธิการเช่าอันตนได้มีอยู่กับผู้ให้เช่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วง แล้วแต่กรณี เพื่อให้ผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้เข้าสวมสิทธิการเช่าตามอายุการเช่าอันตนมีอยู่เดิม ซึ่งผู้โอนสิทธิการเช่าต้องยกเลิกการเช่ากับผู้ให้เช่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วง และให้ผู้รับโอนเข้าทำสัญญาเช่าแทนที่

 ....2.2 การโอนสิทธิการเช่าในอสังหาริมทรัพย์ในทางภาษีอากร
 ..........(1) ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ ต้องรับรู้รายได้ – รายจ่ายจากการโอนสิทธิการเช่าในรอบระยะเวลาที่โอนสิทธิการเช่าทั้งจำนวน ซึ่งอาจเกิดกำไรหรือขาดทุนจากโอนสิทธิการเช่า แล้วแต่กรณี
 ..........(2) ในทางภาษีมูลค่าเพิ่ม
 ...............(ก) กรณีบริษัทฯ ได้สร้างอาคารที่ตั้งอยู่บนที่ดินที่ได้เช่า เพื่อนำออกให้เช่า กรณีมีการโอนสิทธิการเช่าที่ดิน เข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทฯ ได้ตกลงโอนกรรมสิทธิในอาคาร และโอนสิทธิการเช่าทีดินให้แก่บุคคลอื่น บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากไม่ใช่การประกอบการในทางธุรกิจที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
 ...............(ข) สำหรับการโอนระบบบริการส่วนกลาง เป็นการขายทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง ซึ่งถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้ส่งมอบสินค้า ตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

 ..........(3) ภาษีธุรกิจเฉพาะ
 ...............หากการโอนกรรมสิทธิ์ในอาคารที่ตั้งอยู่บนทีดินที่เช่ามานั้น ไม่การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามกฎหมายที่ดิน บริษัทฯ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/10 วรรคห้า วรรคหก และวรรคเจ็ด แห่งประมวลรัษฎากร

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
 กรณีบริษัทฯ โอนกรรมสิทธิ์ในอาคารที่ตั้งอยู่บนที่ดินที่บริษัทฯ ได้เช่ามาแล้วปลูกสร้างอาคารเพื่อให้เช่า นั้น รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในอาคาร ไม่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง
 สำหรับรายได้จากการขายทรัพยสินอย่างอื่นที่เป็นสังหาริมทรัพย์นั้น หากมีไว้เพื่อการประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

บุคคลธรรมดา ทำสัญญาให้เช่าที่ดินและอาคาร 3 ปี ต้องนำส่งภงด.93 อย่างไร

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/01/2023 - วันที่ตอบ 06/01/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ของผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินที่ได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซมฯ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 151/2558

ปุจฉา

กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาให้เช่าที่ดินและอาคาร สัญญาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นการทำสัญญาเช่าล่วงหน้า ระยะเวลาการเช่าเริ่ม กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 ถึง กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 (3 ปี) ผู้เช่าตกลงชำระค่าหน้าดินล่วงหน้า ณ วันที่ทำสัญญา จำนวน 750,000 บาท

คำถาม

ต้องรับรู้รายได้ 750,000 ทั้งจำนวน ในปี 2565 ที่ทำสัญญาเลย หรือสามารถเฉลี่ยรายได้การรับรู้ หรือยื่น ภ.ง.ด.93 ได้หรือไม่

วิสัชนา

        กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติกรณีผู้เสียภาษีที่มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ซึ่งได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซมหรือได้รับกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือโรงเรือน หรือเงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน (เงินกินเปล่า)ให้ถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ของผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินที่ได้รับเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้าง เงินค่าซ่อมแซม หรือค่าแห่งอาคารหรือโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์ หรือเงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ตามข้อ 1 และข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 151/2558 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ กรณีเงินกินเปล่าหรือเงินได้อื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน ลงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ดังนี้

    “ข้อ 1 ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับเงินกินเปล่าที่สามารถเฉลี่ยเงินกินเปล่าตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่าได้ จะต้องเป็นผู้มีเงินได้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ ผู้ให้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี และกองมรดก

    ข้อ 2 ผู้มีเงินได้ซึ่งได้รับเงินกินเปล่าตั้งแต่ปีภาษี 2557 เป็นต้นไป โดยยอมให้ผู้เช่าได้เช่าที่ดิน อาคาร หรือโรงเรือนเป็นระยะเวลานาน เช่น 3 ปี 10 ปี หรือ 30 ปี จะต้องนำเงินได้ดังกล่าวไปยื่นรายการและชำระภาษีเงินได้ ดังนี้

         2.1 นำเงินกินเปล่าที่ได้รับทั้งจำนวนไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) และชำระภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินได้พึงประเมิน หรือ

         2.2 นำเงินกินเปล่าไปเฉลี่ยตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า แล้วยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 93) และชำระภาษีเงินได้จากเงินได้ที่เฉลี่ยเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุการเช่าเป็นการล่วงหน้าให้เสร็จสิ้นไปภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินกินเปล่า ตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ เมื่อถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแต่ละปีภาษี ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 โดยนำเงินกินเปล่าตามส่วนที่ได้เฉลี่ยไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 93 ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ แล้วนำจำนวนภาษีที่ได้เสียไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 93 มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ในแต่ละปีภาษี

              กรณีผู้มีเงินได้มิได้ดำเนินการตาม 2.1 และ 2.2 แต่ต่อมาได้นำเงินกินเปล่า มายื่นแบบ ภ.ง.ด. 93 โดยขอเฉลี่ยเงินกินเปล่าตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า และชำระภาษี เงินได้จากเงินได้ที่เฉลี่ยเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุการเช่าเมื่อพ้นกำหนดเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินกินเปล่า ผู้มีเงินได้ยังคงสามารถขอเฉลี่ยเงินกินเปล่าตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่าและยื่นแบบ ภ.ง.ด. 93 ได้ แต่ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ โดยให้คำนวณเงินเพิ่มเป็นรายปีภาษีตั้งแต่เดือนเมษายนของปีถัดจากปีที่ได้รับเงินกินเปล่าเป็นต้นไป

              ตัวอย่าง

              ในปี พ.ศ. 2557 นายแดงได้นำที่ดินของตนเองไปให้ บริษัท ดำ จำกัด เช่า เพื่อสร้างห้างสรรพสินค้า สัญญาเช่ามีกำหนดเวลา 30 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ถึงปี พ.ศ. 2586 โดยนายแดงได้รับเงินกินเปล่าในวันที่ทำสัญญาเช่าเป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท และได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 5 นายแดงมีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ดังนี้

              1. นำเงินกินเปล่าทั้งจำนวน 30 ล้านบาท ไปถือเป็นเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี 2557 แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 และชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในเดือนมีนาคม 2558 โดยนายแดงมีสิทธินำภาษีเงินได้ที่ถูก บริษัท ดำ จำกัด หัก ณ ที่จ่ายไว้ทั้งจำนวน มาหักจากภาษี เงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ในปีภาษี 2557 หรือ

              2. ขอใช้สิทธิตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 โดยนำเงินกินเปล่าจำนวน 30 ล้านบาท ไปเฉลี่ยเป็นเงินได้พึงประเมินของปีภาษี 2557 ถึงปีภาษี 2586 จำนวน 30 ปี คิดเป็นเงินได้พึงประเมินปีละ 1 ล้านบาท แล้วดำเนินการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 93 จำนวน 30 ฉบับ และชำระภาษีเงินได้ของแต่ละปีภาษีทั้งหมด 30 ปี เป็นการล่วงหน้า ให้เสร็จสิ้นไปภายในเดือนมีนาคม 2558 และเมื่อถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2557 ถึงปีภาษี 2586 นายแดงมีหน้าที่ต้องนำเงินกินเปล่าดังกล่าวมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 แล้วนำจำนวนภาษีที่ได้เสียไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 93 มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ในแต่ละปีภาษีนั้น ทั้งนี้ นายแดง มีสิทธินำภาษีเงินได้ที่ บริษัท ดำ จำกัด ได้หักไว้ ณ ที่จ่ายทั้งจำนวน มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2557 ได้ด้วย

              หากนายแดงได้นำเงินกินเปล่ามายื่นแบบ ภ.ง.ด. 93 จำนวน 30 ฉบับ ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 นายแดงจะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ของภาษีที่ต้องชำระตามแบบ ภ.ง.ด. 93 ทั้ง 30 ฉบับ เป็นจำนวน 2 เดือน (เมษายน - พฤษภาคม 2558)และจะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 สำหรับปีภาษี 2557 เพิ่มเติม โดยนำเงินกินเปล่าตามส่วนของปีภาษี 2557 ไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ด้วย” 


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาให้เช่าที่ดินและอาคาร สัญญาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 

เป็นการทำสัญญาเช่าล่วงหน้า ระยะเวลาการเช่า เริ่ม กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 ถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 (3 ปี) ผู้เช่าตกลงชำระค่าหน้าดินล่วงหน้า ณ วันที่ทำสัญญา จำนวน 750,000 บาท นั้น

    ผู้ให้เช่าสามารถขอใช้สิทธิตามประกาศกระทรวงการคลังฯ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 โดยนำเงินกินเปล่าจำนวน 750,000 บาท ไปเฉลี่ยเป็นเงินได้พึงประเมินของปีภาษี 2566 ถึงปีภาษี 2569 จำนวน 3 ปี คิดเป็นเงินได้พึงประเมินถัวเฉลี่ยปีละ 250,000 บาท ดังนี้

    สำหรับปี พ.ศ. 2566 (11 เดือน) เป็นเงิน 229,166.67 บาท

    สำหรับปี พ.ศ. 2567 และ 2568  เป็นเงิน 250,000.00 บาท

    สำหรับปี พ.ศ. 2569 (1 เดือน)   เป็นเงิน  20,833.33 บาท 

แล้วดำเนินการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 93 จำนวน 4 ฉบับ และชำระภาษีเงินได้ของแต่ละปีภาษีทั้งหมด 4 ปี เป็นการล่วงหน้า (ถ้ามี) ให้เสร็จสิ้นไปภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 และเมื่อถึงกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2566 ถึงปีภาษี 2569 ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องนำเงินกินเปล่าดังกล่าวมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 แล้วนำจำนวนภาษีที่ได้เสียไว้ตามแบบ ภ.ง.ด. 93 มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ในแต่ละปีภาษีนั้น ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้มีสิทธินำภาษีเงินได้ที่ถูกบริษัทจำกัด ผู้เช่าได้หักไว้ ณ ที่จ่ายทั้งจำนวน มาหักจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 ประจำปีภาษี 2566 ได้ด้วย



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ