Case study

ยื่นเพิ่มเติม ภงด.51


เรื่อง ยื่นเพิ่มเติม ภงด.51
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 27/11/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

สอบถามกรณียื่น ภงด.51 ปี2568 ไว้น้อยกว่าภาษีที่ต้องชำระของปีก่อน แต่ปลายปีมี Order มากกว่าที่ประมาณการไว้ ขอสอบถามว่า ถ้าทางบริษัทฯ เลือกยื่นเพิ่มเติม ภงด.51 ปี2568 ด้วยยอดที่เท่ากับกำไรของปีก่อน จะต้องเสียภาษีจากการยื่นเพิ่มเติมมีอะไรบ้างที่ต้องจ่าย และ สอบถามว่าถ้าปรับปรุงให้ภาษี ที่ชำระไป 2 ครั้งนี้มีจำนวนเท่ากับปีก่อนนั้นจะทำให้ไม่โดนประเมินภาษีขาดไปเกิน 25% ได้หรือไม่ และทำให้เราไม่ต้องเสีย หรือ ต้องเสียภาษี 20% กันแน่ค่ะ

คำตอบ

ตอบ 1 การนำส่ง ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม (นำส่งล่าช้ากว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด)


เมื่อบริษัท  ยื่นเพิ่มเติม ภ.ง.ด.51 ปี 2568 ด้วยยอดที่เท่ากับกำไรของปีก่อนโดยมี ภาษีที่ต้องชำระ  บริษัทจึงต้องเสียภาษี  และ เงินเพิ่ม 1.5%  ต่อเดือน หรือเศษของเดือน ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากรเนื่องจากนำส่งล่าช้า (ไม่นำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในหมวดต่าง ๆ แห่งลักษณะนี้)

          

มาตรา 27  บุคคลใดไม่เสียหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในหมวดต่าง ๆ แห่งลักษณะนี้เกี่ยวกับภาษีอากรประเมิน ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ
 
            ในกรณีอธิบดีอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาชำระหรือนำส่งภาษีและได้มีการชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายให้นั้น เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งให้ลดลงเหลือร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน
             การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีจนถึงวันชำระหรือนำส่งภาษี แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง ไม่ว่าภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งนั้นจะเกิดจากการประเมินหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาของศาล
             ( พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2527 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2528 เป็นต้นไป )
             ( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.98/2543 )
             ( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.117/2545 ) (ยกเลิกโดย ป.163/2567)
             ( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.163/2567 )



ตอบ 2 การเปรียบเทียบ และ เงินเพิ่ม เมื่อ นำส่ง ภ.ง.ด.51 โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ


      การเปรียบเทียบว่า ไม่ว่าจะเปรียบเทียบว่าการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ  หรือไม่    หรือ เปรียบเทียบว่า การยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เข้าเหตุอันสมควร ตาม ป.50/2537 หรือไม่ให้ใช้ แบบ ภ.ง.ด.51 ฉบับล่าสุดที่ยื่นเพิ่มเติมเสมอ เนื่องจากเป็นชุดปัจจุบัน 

กรณีที่บริษัท ประมาณการ และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปี (ภ.ง.ด.51) ฉบับยื่นเพิ่มเติมล่าสุด ไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของ ภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปีที่แล้ว (ภ.ง.ด.50) ถือว่า มีเหตุอันสมควร ตามข้อ 1(1) ของ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 50/2537 บริษัทจะไม่โดนประเมินภาษีขาดไปเกิน 25% และไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม 

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 50/2537

เรื่อง      แนวทางการพิจารณา"เหตุอันสมควร" กรณีแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไป 

ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร



                ตามที่บทบัญญัติมาตรา 67 ทวิ (1) แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ จัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี แล้วให้คำนวณและชำระภาษีจากกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าว ได้แสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาด ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แม้ต่อมาจะได้มีหนังสือที่ กค 0810/6379 ลงวันที่ 27 เมษายน 2533 เรื่อง แนวทางการพิจารณา “เหตุอันสมควร” ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ให้ถือปฏิบัติแล้วก็ตาม แต่ในระยะเวลาต่อมา การพิจารณา “เหตุอันสมควร” ก็ยังเป็นเรื่องยุ่งยากสับสนและไม่สามารถแสดงได้ว่าความ “สมควร” เกิดขึ้นจริง และโดยที่การเสียภาษีตามมาตรา 67 ทวิ เป็นเพียงการจัดเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการประจำปี

                 ฉะนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการพิจารณา “เหตุอันสมควร” ดังกล่าว กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งเพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมดังต่อไปนี้


                "ข้อ กรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นกรณีมีเหตุอันสมควร

                    (1) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว

                    (2) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำหรือจะได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ไม่น้อยกว่ากำไรสุทธิที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว แต่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว เนื่องจากได้รับยกเว้นหรือลดอัตราภาษี”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 152/2558 ใช้บังคับในการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป)


                ข้อ 2 คำสั่งนี้ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ที่ลงในคำสั่งนี้เป็นต้นไป


สั่ง ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2537

จัตุมงคล โสณกุล

อธิบดีกรมสรรพากร



เมื่อบริษัท แสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ  โดยไม่มีเหตุอันสมควร

บริษัทจะต้องต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร  แต่อย่างไรก็ตาม กรณีที่บริษัท ได้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระ ภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการ โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวน โดยตรงเป็นหนังสือ ให้ลดเงินเพิ่มได้  ตาม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 81/2542 โดย ให้เสีย 1.5% ต่อเดือน หรือเศษ ของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ แต่ไม่เกินเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด


สรุปคำตอบ

  1. ถ้าบริษัทนำส่ง ภ.ง.ด.51 ขาดไป ไม่ถึง ร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ  บริษัทไม่ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม
  2. ถ้าบริษัทนำส่ง ภ.ง.ด.51 ขาดไป เกิน ร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ  แต่ เข้าเหตุอันสมควร บริษัทไม่ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม
    1. ถ้าบริษัทนำส่ง ภ.ง.ด.51 ขาดไป เกิน ร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ  แต่ ไม่เข้าเหตุอันสมควร  โดยที่ บริษัทเป็นผู้นำส่งเองโดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวน โดยตรงเป็นหนังสือ บริษัทต้องนำส่ง ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม และเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน แต่ไม่เกิน 20% ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ
    2. ถ้าบริษัทนำส่ง ภ.ง.ด.51 ขาดไป เกิน ร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ  แต่ ไม่เข้าเหตุอันสมควร  โดยที่ บริษัทนำส่ง เพราะได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวน โดยตรงเป็นหนังสือ บริษัทต้องนำส่ง ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม และต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ


มาตรา 67 ตรีในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรือยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ(1) โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ  ซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรือของกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หรือของภาษีที่ชำระขาดแล้วแต่กรณี
     ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรือยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (2)ไว้ไม่ถูกต้อง โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้จำนวนภาษีที่ต้องชำระขาดไป บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น
ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี
     เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ถือเป็นค่าภาษีและอาจลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 31) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 26 พ.ย. 2534 เป็นต้นไป )
 
ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 )ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.120/2545)( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.121/2545 )
 ( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.50/2537)( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.92/2542)( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.117/2545 )



คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ท.ป. 81/2542

เรื่อง      หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร


ข้อ 16 การลดเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ให้เจ้าพนัก งานประเมินมีอำนาจพิจารณาสั่งลดได้ ดังต่อไปนี้

(1) กรณีบุคคลที่จะต้องเสียเงินเพิ่มได้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระ ภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการ โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวน โดยตรงเป็นหนังสือ ให้ลดเงินเพิ่มได้ แต่ต้องเสียในอัตราและตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

       (ก) ถ้าชำระภายใน 2 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นรายการ ให้เสียร้อยละ 0.10 ของเงินภาษีที่ต้องชำระ

       (ข) ถ้าชำระภายหลัง 2 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันพ้น กำหนดเวลายื่นรายการ ให้เสียร้อยละ 0.50 ของเงินภาษีที่ต้องชำระ

(2) กรณีอื่นนอกจาก (1) ให้เสียร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษ ของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ แต่ไม่เกินเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด


อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ยื่นเพิ่มเติม ภ.ง.ด.51 แสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 01/10/2024 - วันที่ตอบ 01/11/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ขอสอบถามอาจารย์เกี่ยวกับเหตุอันสมควร กรณีแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไป ตามมาตรา 67 ตรี หลังจากที่บริษัทยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 สิ้นปีแล้ว จึงพบว่า ได้ประมาณการกำไรสุทธิไว้ตามแบบ ภ.ง.ด.51 ขาดไปเกินร้อยละ 25 จึงได้ดำเนินการยื่นปรับปรุงประมาณการกำไรสุทธิที่ยื่นไว้ขาดไปพร้อมเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มเรียบร้อยแล้ว
 จึงขอเรียนถามอาจาร์ยว่า
 
ในกรณีนี้เข้าเหตุอันสมควรหรือไม่คะหากเข้าเหตุอันสมควรเข้าในข้อใดตาม มก. 53/2560

วิสัชนา

กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติม ให้ใช้ข้อมูลตามแบบ ภ.ง.ด.51 ฉบับยื่นเพิ่มเติมเป็นฐานในการพิจารณาเหตุอันสมควร ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร จึงเป็นผลทำให้บริษัทฯ ไม่มีกรณีประมาณกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.51 ขาดไปเกินกว่า 25% ของกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.51 แต่อย่างใด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

การคำนวณเงินเพิ่มมาตรา 67 ตรี คำนวณจากกำไรสุทธิจากแบบ ภ.ง.ด.50 ฉบับปกติ หรือฉบับเพิ่มเติม

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/08/2021 - วันที่ตอบ 17/08/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร, มก 53/2560

ปุจฉา

กรณีเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี ถ้าบริษัทฯ ยื่น ภ.ง.ด.51 ประมาณการขาดทุนสุทธิ แต่สิ้นปียื่นแบบ ภ.ง.ด.50 มีกำไรสุทธิ ต่อมาบริษัทฯ ถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติมตามผลตรวจเจ้าพนักงาน และต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ชำระเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี ด้วยนั้น

คำถามการคิดเงินเพิ่มมาตรา 67 ตรี ใช้กำไรสุทธิจากแบบ ภ.ง.ด.50 ฉบับปกติหรือแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติมตามผลการตรวจครับ

วิสัชนา

ตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 พร้อมชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ภายใน 2 เดือน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี โดยให้คำนวณและชำระภาษีจากจำนวนกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ ก่อนถึงกำหนดระยะเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำรอบระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร

    อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันมิให้มีการประมาณการกำไรสุทธิต่ำเกินไป โดยไม่มีเหตุอันสมควร ได้มีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ว่า “ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นรายการ (แบบ ภ.ง.ด.51) และชำระภาษี หรือยื่นรายการและชำระภาษีโดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นโดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ หรือของกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี”  

    นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติ กรมสรรพากรได้ยกเลิกแนวทางการพิจารณาเหตุอันสมควรตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ที่ มก. 28/2555 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 โดยแนวทางปฏิบัติที่ มก. 53/2560 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เพื่อให้การพิจารณากรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นโดยมีเหตุอันสมควร ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ ในการพิจารณาว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไปที่มิใช่กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ประมาณการกำไรสุทธิตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) หรือไม่นั้น

    (1) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ให้เปรียบเทียบประมาณการกำไรสุทธิตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) กับกำไรสุทธิตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับหลังสุด กรณีที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) เพิ่มเติม สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกัน

    (2) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) และเจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกเพื่อตรวจสอบภาษีอากรตามมาตรา 23 แห่งประมวลรัษฎากร กรณี ให้เปรียบเทียบประมาณการกำไรสุทธิตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) กับกำไรสุทธิตามผลการตรวจสอบของเจ้าพนักงานประเมินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

https://www.facebook.com/Suthep.Pongpitak/posts/1579931362057834/

   

ดังนั้น กรณีบริษัทฯ ได้ยื่น ภ.ง.ด.51 แบบมีประมาณการขาดทุนสุทธิ แต่สิ้นปียื่นแบบ ภ.ง.ด.50 มีกำไรสุทธิ ต่อมาบริษัทฯ ถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติมตามผลตรวจเจ้าพนักงาน และต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ชำระเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ด้วยนั้น ต่อข้อถามเกี่ยวกับฐานในการคำนวณจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามภ.ง.ด. 51 เพื่อนำมาคำนวณเงินเพิ่มนั้น ในการคำนวณเงินเพิ่มมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ใช้กำไรสุทธิจากแบบ ภ.ง.ด.50 ฉบับยื่นเพิ่มเติมตามผลการตรวจ (ฉบับหลังสุด)

                                 
 เครดิต อาจารย์ ก้อย Sirada Jarutakanont 


 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการเรียกเก็บเงินเพิ่มภาษีอากรค้าง

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

21/11/2005

เลขที่หนังสือ

กค 0706/9711

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 67 ทวิ(1) มาตรา 27 วรรคสาม

ข้อหารือ

ห้างฯ ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2545 เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2545 โดยแสดงกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิที่ต้องคำนวณภาษีจำนวน 28,336.30 บาท และได้ชำระภาษีไว้จำนวน 5,667.26 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2546 ห้างฯ ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ปรับปรุงรายได้ตามคำแนะนำของทีมกำกับดูแลฯ ที่ออกตรวจสภาพกิจการ มีผลทำให้รอบระยะเวลาบัญชีปี 2545 มีกำไรสุทธิ 301,242.49 บาท ภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินเพิ่มจำนวน 29,370.90บาท ห้างฯ ได้ชำระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบฯ จำนวน 5,000 บาท คงค้างภาษีจำนวน 24,370.90 บาท ตามใบแจ้งการค้างชำระภาษีอากร บ.ช.35 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2546 จากการยื่นแบบฯ ดังกล่าว มีผลทำให้ประมาณการกำไรสุทธิที่ยื่นแบบภ.ง.ด.51 ไว้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2545 ขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ ห้างฯจึงยื่นแบบ ภ.ง.ด.51เพิ่มเติมในวันเดียวกัน เพื่อปรับปรุงประมาณการกำไรสุทธิให้ถูกต้อง โดยมีภาษีต้องชำระจำนวน 24,456.99 บาท พร้อมเงินเพิ่มจำนวน 4,891.40 บาท รวมทั้งสิ้นจำนวน 29,348.39 บาท ห้างฯ ได้ชำระภาษีพร้อมกับการยื่นแบบฯ จำนวน 5,000 บาท คงค้างภาษีจำนวน 24,384.39 บาท ตาม ใบแจ้งการค้างชำระภาษีอากร บ.ช.35 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2546 ห้างฯ ได้ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีอากรค้างจำนวน 4 งวดรายเดือน งวดแรกวันที่ 30 พฤษภาคม 2548 และงวดสุดท้ายวันที่ 27 สิงหาคม 2548 ซึ่งยังไม่ได้รับอนุมัติให้ผ่อนชำระ แต่ในการชำระภาษีอากรค้างจำนวน 24,384.39 บาท ตาม บ.ช.35 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2546 โดยผ่อนชำระเป็นงวด งวดที่ 1 - งวดที่ 3 งวดละ 7,600 บาทและงวดที่ 4 จำนวน 1,548.39 บาท เจ้าพนักงานฯ ได้ตรวจสอบภาษีอากรค้างบนระบบ TCL พบว่า ยังมีภาษีอากรค้างซึ่งเป็นเงินเพิ่มใหม่ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสีย ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร จำนวน 5,786.94 บาท จึงหารือว่า กรณี ห้างฯ ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2545 เพื่อปรับปรุงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว จะต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากห้างฯ ไม่ได้ชำระภาษีอากรให้เสร็จสิ้นไปพร้อมกับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ฉบับยื่นเพิ่มเติม หากต่อมาได้ชำระภาษีอากรค้างดังกล่าวห้างจะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร เพิ่มเติมอีกหรือไม่ และจะต้องคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่เมื่อใด

แนววินิจฉัย

กรณีตามข้อเท็จจริง ห้างฯ ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 โดยประมาณการกำไรสุทธิตามมาตรา 67 ทวิ(1) แห่งประมวลรัษฎากร ไว้จำนวน 2 ฉบับ ฉบับแรกยื่นภายในกำหนดเวลา ฉบับที่สองยื่นเกินกำหนดเวลา เพื่อปรับปรุงประมาณการกำไรสุทธิให้ถูกต้องจากแบบ ภ.ง.ด.51 ที่ได้ยื่นไว้ในฉบับแรกและแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นโดยไม่มีเหตุอันสมควรฉบับที่สองไว้เพียงบางส่วน ภาษีส่วนที่ค้างชำระจึงเป็นหนี้ภาษีอากรค้างตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร ห้างฯ ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร โดยเริ่มคำนวณเงินเพิ่มจากจำนวนภาษีที่ค้างชำระตามแบบ ภ.ง.ด.51 ฉบับที่สองนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการจนถึงวันชำระภาษี ตามมาตรา 27 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น จึงไม่มีประเด็นที่ต้องพิจารณากรณีเงินเพิ่มใหม่ที่ค้างอยู่ในระบบ TCL แต่อย่างใด

เลขตู้

68/33692

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ