Case study

การบันทึกซื้อ นำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากต่างประเทศ เงื่อนไข F.O.B และ C.I.F


เรื่อง การบันทึกซื้อ นำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากต่างประเทศ เงื่อนไข F.O.B และ C.I.F
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 15/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ขอรบกวนสอบถาม กรณีที่มีการบันทึกนำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากต่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขตาม Invoice  Incoterm F.O.B และ C.I.F
ขอรบกวนสอบถามในทางบัญชีและภาษีเงินนิติบุคคล กิจการต้องบันทึกซื้อตามวันที่ใด (โดยกิจการบันทึกบัญชีแบบ Periodic )

คำตอบ

การรับรู้การรับมอบสินค้าตาม Incoterms          


INCOTERMS 2020 (International Commercial Terms of 2020)คือ ข้อตกลงในการส่งมอบสินค้าระหว่างประเทศปี 2020 ซึ่งถือเป็นข้อตกลงมาตรฐานสากลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยได้รับการยอมรับและใช้อ้างอิงสำหรับการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งจากผู้นำเข้าและผู้ส่งออกทั่วโลก

โดยปกติ Incoterms จะมีวาระในการทบทวนเพื่อแก้ไขและปรับปรุงเนื้อหาทุก ๆ 10 ปี โดยทาง(International Chamber of Commerce – ICC)เช่น INCOTERMS 2000, INCOTERMS 2010 และ INCOTERMS 2020

โดยทั่วไปสามารถแบ่ง Incoterms ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ส่งมอบ ณ ต้นทาง (ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าถูกส่งมอบให้ผู้ขนส่งที่ฝั่งต้นทาง) และ กลุ่มที่ส่งมอบปลายทาง (ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าถึงมือผู้ซื้อที่ปลายทาง) ดังนี้

1. FOB (Free on Board) – ผู้ขายส่งมอบสินค้าเมื่อสินค้าถูกยกขึ้นบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง ผู้ซื้อเริ่มรับความเสี่ยงทั้งหมดตั้งแต่สินค้าอยู่บนเรือที่ท่าเรือต้นทางนั้น โดยทั่วไปจะยึด วันที่ที่ระบุในใบตราส่งสินค้าทางเรือ (Bill of Lading B/L) ที่มีการประทับ “On Board เป็นวันที่ส่งมอบสินค้าใช้ในการบันทึกบัญชีว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าของสินค้าตั้งแต่วันนั้น (บันทึกเดบิตสินค้าระหว่างทางและเครดิตเจ้าหนี้การค้า ณ วันดังกล่าว)
2. CIF (Cost, Insurance & Freight) – คล้ายกับ CFR โดยผู้ขายเพิ่มภาระในการทำประกันภัยสินค้าให้จนถึงปลายทาง แต่จุดโอนความเสี่ยงยังคงอยู่ที่ขณะที่สินค้าอยู่บนเรือต้นทาง เช่นเดียวกับ FOB/CFR ดังนั้นผู้ซื้อควรบันทึกสินค้าระหว่างทางเมื่อสินค้าขึ้นเรือที่ต้นทางทันที (ดูวันที่ BL) แม้ว่าผู้ขายจะเป็นผู้จ่ายค่าขนส่งและประกันภัยก็ตาม เอกสารใช้วันที่ใน Bill of Lading B/L เช่นเดียวกับ FOB
 

สรุป :

  • สำหรับเงื่อนไขส่งมอบต้นทาง FOB, CIF ผู้ซื้อควรรับรู้สินค้าคงเหลือ/สินค้าระหว่างทาง ตั้งแต่วันที่ผู้ขายส่งมอบสินค้าให้ผู้ขนส่งตามที่กำหนด โดยอ้างอิงจาก ใบตราส่งหรือเอกสารขนส่ง เช่น B/L หรือ AWB ที่ระบุวันที่ส่งของ) พร้อมบันทึกตั้งหนี้ค่าสินค้าตั้งแต่วันดังกล่าว แม้ว่าสินค้าจะยังมาไม่ถึงมือก็ตาม เพราะตามกฎหมายกรรมสิทธิ์ได้โอนมาเป็นของผู้ซื้อแล้ว 


อ้างอิง ข้อมูลจาก Web: https://www.smartfreight.co.th/incoterms/

 


ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล

ให้บันทึกเป็นรายจ่ายได้ตามเกณฑ์สิทธิ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 65 ทวิ (5) (7) แห่งประมวลรัษฎากร

มาตรา 65 ทวิ (5) ราคาทุนของสินค้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศ 

  • ให้คำนวณเป็นเงินตราไทยตามแลกเปลี่ยนในท้องตลาดของวันที่ได้สินค้านั้นมา (อัตราขายของธนาคารพาณิชย์) ราคา FOB (Shipping Point) และ CIF (Destination) ถือว่า       ได้รับสินค้าที่ท่าเรือต่างประเทศในขณะที่สินค้าวางลงใต้ท้องเรือ ตามหลัก INCOTERM 

    กรณีขนส่งทางเรือโดยให้ยึด วันที่ที่ระบุในใบตราส่งสินค้าทางเรือ (
    Bill of Lading B/L) ที่มีการประทับ “On Board” เป็นวันที่ส่งมอบสินค้าใช้ในการบันทึกบัญชีว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าของสินค้าตั้งแต่วันนั้น (บันทึกเดบิตสินค้าระหว่างทางและเครดิตเจ้าหนี้การค้า ณ วันดังกล่าว)

สรุปคำตอบ

ในทางบัญชีและทางภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้บันทึกซื้อสินค้า / สินค้าคงเหลือ / สินค้าระหว่าง ตามวันที่ใน B/L หรือ AWB

มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(5) เงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้คำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทย อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
                   (ก) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนอกจาก (ข) ให้เลือกใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ หรือวิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตราหรือทรัพย์สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ และคำนวณค่าหรือราคาของหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์ขายซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ หรือวิธีการอื่นซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามวิชาการบัญชีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาทั้งนี้ เมื่อใช้วิธีการใดในการคำนวณค่าหรือราคาดังกล่าวแล้ว ให้ใช้วิธีการนั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีจึงจะเปลี่ยนแปลงได้
                   (ข) กรณีธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินเป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้
             เงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินซึ่งมีค่าหรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ ที่รับมาหรือจ่ายไปในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี ให้ใช้วิธีการคำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามราคาตลาดในวันที่รับมาหรือจ่ายไปนั้น
             (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 50) พ.ศ. 2562  ให้ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป)


อ้างอิงจาก Slide อาจารย์สุเทพ พงษ์พิทักษ์

อ้างอิงคำตอบ 

เรื่อง

นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ Incoterms เป็น C.I.F / การขายตาม Incoterms (F.O.B, C.I.F)

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 24/04/2023 - วันที่ตอบ 26/04/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

จากปุจฉา - วิสัชนา

https://www.facebook.com/.../pfbid02ZVziKZqMNF6RC9f4ntWqn...

Inbox: พฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 00:46 น. คุณ Naamcha Phi 

ขอคำแนะนำและความรู้ดังนี้

1. ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ Incoterms เป็น C.I.F วันที่ในเอกสารใบขนขาเข้า เป็นดังนี้

    วันที่นำเข้า 01/10/2563 

    วันที่ยื่นเอกสาร 26/09/2563 

    วันที่เสียอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม 29/09/2563 

    วันที่ ใน B/L 20/09/2563 

        - ในการบันทึกซื้อลงบัญชีตามวันที่ใน B/L ถูกต้องไหมคะ และถ้าไม่มี B/L ให้ใช้วันที่เสียภาษีอากรคือวันที่ตามใบเสร็จกรมศุลกากรถูกต้องไหมคะ

        - วันที่ในการรับรู้ต้นทุนสินค้ารับรู้ ตาม B/L แต่วันที่รับสินค้าจริงคือวันเข้าคลังถูกต้องไหมคะ(ใช้เอกสารอะไรในการรับสินค้าเข้าคลังคะ)

        -ภาษีมูลค่าเพิ่มใช้ตามใบเสร็จกรมศุลกากรและหาฐานภาษี โดย 100/7 ถูกต้องไหมค่ะ

        - กรณีมีจ่ายล่วงหน้า/รับล่วงหน้า 100% ณ วันที่บันทึกซื้อ/ขาย ให้ใช้ Rate เดียวกับวันจ่ายล่วงหน้า/รับล่วงหน้าและไม่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนใช่ไหมคะ


2. การขาย

    (A) บันทึกขายตาม Incoterms (F.O.B, C.I.F) ใช้ RATE BOT วันที่ใช้ตาม B/L ใช่ไหมคะ

    (B) การรับชำระเงินและจ่ายเงิน

        1) ณ วันที่รับชำระเป็นเงินตราต่างประเทศสกุล USD บริษัทแปลงค่าเป็นเงินบาทเลยจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนของที่ธนาคารพาณิชย์แจ้งให้บริษัทในการยื่นนำส่งภาษี และบันทึกบัญชีถูกต้องไหมคะ

        2) ถ้า ณ วันที่ บริษัทรับชำระเงินจากต่างประเทศเป็นเงินสกุล USD ยังไม่แปลงค่าเป็นเงินบาท (โดยเก็บเป็นเงินสกุลไว้ก่อนเพื่อนำไปชำระหนี้ในอนาคต) แต่ใน Debit Confermation ทางธนาคารระบุ Rate ไว้ใช้อัตราแลกเปลี่ยน BOT ณ วันที่รับชำระใช่ไหมคะและ Rate ต้องใช้วันไหนคะเช่น รับชำระ 30/9/63ใช้ อัตรา Rate วันที่ 30/9/2563 หรือ 29/09/2563 คะ

วิสัชนา

1กรณีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ Incoterms เป็น C.I.F นั้น

    1.1 ในการบันทึกซื้อลงบัญชีตามวันที่สินค้า Load ลงใต้ท้องเรือที่ท่าเรือในต่างประเทศ ตามหลัก INCOTERMS

         ให้บันทึกรับรู้เจ้าหนี้การค้า และสินค้าระหว่างทางโดย เดบิต สินค้าระหว่างทาง ....เครดิต เจ้าหนี้การค้า โดยใชัอัตราแลกเปลี่ยน (Selling Rate) 

    1.2 วันที่ในการรับรู้ต้นทุนสินค้า รับรู้ตามวันที่รับสินค้าจริงคือวันเข้าคลัง โดยใช้เอกสารรายงานการรับสินค้าของฝ่ายคลังสินค้า

         ณ วันที่สินค้าถึงโกดังสินค้าของบริษัทฯ เรียบร้อยแล้ว ให้รวบรวมต้นทุนสินค้าทั้งหมดตามที่ได้จ่ายไปจริง ซึ่งเคยได้บันทึกเป็นสินค้าระหว่างทางไว้แล้ว นั้น ให้บริษัทฯ Reverse กลับรายการโดย

                    เดบิตสินค้า

                        เครดิตสินค้าระหว่างทาง

    1.3 ภาษีมูลค่าเพิ่มใช้ ตามใบเสร็จกรมศุลกากร โดยใช้ฐานภาษีตามที่ปรากฏใน B/L ....

    1.4 กรณีมีจ่ายล่วงหน้า/รับล่วงหน้า 100% ณ วันที่บันทึกซื้อ/ขาย ให้ใช้ Rate เดียวกับวันจ่ายล่วงหน้า/รับล่วงหน้า และไม่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ถูกต้องแล้วครับ

2. การขาย

    2.1 บันทึกขายตาม Incoterms (F.O.B, C.I.F) ใช้ RATE BOT วันที่ใช้ตามวันที่ดำเนินพิธีการทางศุลกากร (Customs B/L Status 0209) 

    2.2 การรับชำระเงินและจ่ายเงิน

         (1) ณ วันที่รับชำระเป็นเงินตราต่างประเทศ สกุล USD บริษัทฯ แปลงค่าเป็นเงินบาทเลย จะใช้อัตราแลกเปลี่ยนของที่ธนาคารพาณิชย์แจ้งให้บริษัทฯ ในการบันทึกล่างลูกหนี้ตาม 2.1 ข้างต้น เว้นแต่ กรณีได้รับชำระค่าสินค้าล่วงหน้า ก็ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนของที่ธนาคารพาณิชย์แจ้งให้บริษัทฯ ในการบันทึกรับรู้รายได้จากการส่งออกตาม 2.1 

         (2) ถ้า ณ วันที่ บริษัทฯ รับชำระเงินจากต่างประเทศเป็นเงินสกุล USD ยังไม่แปลงค่าเป็นเงินบาท (โดยเก็บเป็นเงินสกุลไว้ก่อนเพื่อนำไปชำระหนี้ในอนาคต) แต่ใน Debit Confermation ทางธนาคารระบุ Rate ไว้ ใช้อัตราแลกเปลี่ยน BOT ณ วันที่รับชำระถูกต้องแล้ว และกรณีรับชำระ 30 กันยายน พ.ศ. 2563 Rate ต้องใช้ คือ Rate วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563    


กรณีซื้อสินค้าต่างประเทศ INCOTERMs  EX-WORKS ต้องบันทึกสินค้าระหว่างทางตามวันที่ไหนคะ             

    - inv. ลงวันที่ 16/3/23   

    - ใบเสร็จกรมศุล 10/04/23

    - รับของเข้าคลัง 11/04/23

รบกวนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ


สุเทพ พงษ์พิทักษ์ วัสัชนา:

    กรณีซื้อสินค้าต่างประเทศ INCOTERMs  EX-WORKS ต้องบันทึกสินค้าระหว่างทางตามวันที่ใน Invoice ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566 วันที่สินค้าถูกขนย้ายจาก Warehouse ของ Supplier ครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


เรื่อง

นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ต้องรับรู้สินค้าระหว่างทางและใช้อัตราแลกเปลี่ยนวันไหน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 04/07/2024 - วันที่ตอบ 20/07/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

ซื้อของจาก ตปท. มาผลิตสินค้าต้องตั้งหนี้รับรู้เป็นสินค้าระหว่างทางยึดวันที่ไหนมาตั้งหนี้ตามอัตราแลกเปลี่ยนค่ะพอดีมีเครดิตค่ะ จึงยังไม่ได้ชำระค่าสินค้าก่อน ใช้วันที่ตามสินค้าขึ้นเรือหรือวันทำสัญญาค่ะ

วิสัชนา

การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยขนส่งสินค้าโดยเรีอเดินทะเล หรือโดยอากาศยาน นั้น มีข้อกำหนดมาตรฐานในการส่งมอบสินค้า หรือมาตรฐานเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าทั้งหมด 11 ซึ่งออกโดยสภาหอการค้านานาชาติ (ICC: International Chamber of Commerce) เพื่อกำหนดหน้าที่ของผู้ขายและผู้ซื้อในการทำธุรกิจซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ เรียกว่า INCOTERMs ดังนี้

    – EXW (Ex Works) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้เตรียมสินค้าไว้พร้อมสำหรับส่งมอบให้กับผู้ซื้อ ณ สถานที่ของผู้ขายเอง โดยผู้ซื้อจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการขนส่งสินค้า ไปยังคลังสินค้าของผู้ซื้อเอง

    – FCA (Free Carrier) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าให้กับผู้รับขนส่งที่ระบุโดยผู้ซื้อ ณ สถานที่ของผู้รับขนส่ง ที่ผู้ขายต้องทำพิธีการส่งออกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า และความเสี่ยงภัยระหว่างการขนส่งจากสถานที่ของผู้ขาย จนกระทั่งถึงสถานที่ของผู้รับขนส่ง ส่วนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการขนสินค้าและความเสี่ยงภัยต่าง ๆ ไปยังจุดหมายปลายทางเป็นของผู้ซื้อ

    – CPT (Carriage Paid To) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้รับขนส่งที่ระบุโดยผู้ซื้อ ณ สถานที่ของผู้รับขนส่งสินค้าที่เมืองท่าต้นทาง ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการ ทำพิธีการส่งออก และจ่ายค่าระวางขนส่งสินค้าส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งความเสี่ยงภัย ในการขนส่งเป็นภาระของผู้ซื้อในทันทีที่สินค้าถูกส่งมอบให้แก่ผู้รับขนส่งสินค้าที่เมืองท่าต้นทาง

    – CIP (Carriage and Insurance Paid To) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้า ให้ผู้รับขนส่งที่ระบุโดยผู้ซื้อ ณ สถานที่ของผู้รับขนส่งสินค้าที่เมืองท่าต้นทาง ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการทำพิธีการส่งออก จ่ายค่าระวาง ขนส่งสินค้า และค่าประกันภัยขนส่งสินค้า เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้าจนถึงมือผู้ซื้อให้แก่ผู้ซื้อด้วย

    – DAP (Delivered at Place) ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายต่างๆ ยกเว้นค่าภาษีและพิธีการนำเข้า และต้องรับความเสี่ยงภัยจนสินค้าถึงจุดหมายปลายทาง

    – DPU (Delivered at Place Unloaded) ผู้ขายทำการส่งมอบสินค้า โดยรับผิดชอบทั้งค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงทั้งหมดไปจนถึงการขนถ่ายสินค้าลงจากยานพาหนะไปยังอาคารขนถ่ายสินค้าปลายทางที่ระบุในสัญญารับขนส่ง โดยที่ผู้ซื้อรับความเสี่ยงทั้งหมดของสินค้าเมื่อได้รับมอบสินค้าแล้ว

    – DDP (Delivered Duty Paid) เงื่อนไข การส่งมอบนี้ ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้จัดให้สินค้าพร้อมส่งมอบ ณ สถานที่ปลายทางของผู้ซื้อซึ่งผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ การทำพิธีการส่งออก จ่ายค่าระวางขนส่งสินค้า ค่าประกันภัยขน ส่งสินค้า และเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการนําของลงจากเรือและค่าขนส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่ผู้ซื้อระบุไว้ จนกระทั่งสินค้าพร้อมส่งมอบ ณ สถานที่ปลายทาง ผู้ขายต้องเป็นผู้ดำเนินพิธีการนําเข้าสินค้าให้แก่ผู้ซื้อและเป็นผู้จ่ายค่า ภาษีนําเข้าแทน ผู้ซื้อด้วย

กฎของ Incoterms® 2020 สำหรับการขนส่งทางทะเลหรือทางแม่น้ำภาย ประกอบด้วย:

    – FAS (Free Alongside Ship) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้นําสินค้าไปยังกาบเรือ ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการนำของขึ้นเรือ ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า ความเสี่ยงภัยในการนำของขึ้นเรือ และระหว่างการขนส่งเป็นภาระของผู้ซื้อในทันทีที่สินค้าถูกส่งมอบไปยังกาบเรือ และผู้ซื้อต้องรับผิดชอบการทำพิธีการส่งออกด้วย

    – FOB (Free on Board) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้ ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบการทำพิธีการส่งออกด้วย ส่วนค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้าเป็นภาระของผู้ซื้อในทันทีที่ของผ่านกาบระวางเรือไปแล้ว

    – CFR (Cost and Freight) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการทำพิธีการส่งออก และจ่ายค่าระวางขนส่งสินค้า ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้าเป็นภาระของผู้ซื้อในทันทีที่ของผ่านกาบระวางเรือไปแล้ว

    – CIF (Cost Insurance and Freight) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการทำพิธีการส่งออก จ่ายค่าระวางเรือ และค่าประกันภัยขนส่งสินค้า เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้าจนถึงมือผู้ซื้อให้แก่ผู้ซื้อด้วย

ข้อกำหนด Incoterms เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจระหว่างประเทศเพื่อให้คู่ค้าทุกฝ่ายเข้าใจและตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองในแต่ละขั้นตอน การใช้ Incoterms ช่วยลดความสับสนและเพิ่มความชัดเจนในการทำธุรกิจส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น


ที่มา:

https://idgthailand.com/incoterms-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0.../


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทฯ นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อการผลิตสินค้า ในการตั้งเจ้าหนี้การค้า นั้น ให้พิจารณาเงื่อนไขในการส่งและรับมอบสินค้า ตาม INCOTERMs ดังกล่าวเป็นสำคัญ อาทิ เงื่อนไข CIF (Cost Insurance and Freight) ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้า เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการทำพิธีการส่งออก จ่ายค่าระวางเรือ และค่าประกันภัยขนส่งสินค้า เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงภัยในการขนส่งสินค้าจนถึงมือผู้ซื้อให้แก่ผู้ซื้อด้วย การรับรู้เจ้าหนี้และสินค้าระหว่างทาง ให้ยึดวันที่สินค้าข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า ได้แก่ วันที่ใน BL หรือ Bill of Lading คือ ใบตราส่งสินค้า ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยผู้ขนส่ง (Carrier) ออกให้แก่ผู้ส่งสินค้า (Consignor) เพื่อเป็นหลักฐานการรับขนสินค้า และเป็นหลักฐานแสดงสิทธิในสินค้า


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ