Case study

ภาษีเงินได้นิติบุคคล เเละ ภาษีมูลค่าเพิ่มของ การบริจาคเงินและสิ่งของ


เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล เเละ ภาษีมูลค่าเพิ่มของ การบริจาคเงินและสิ่งของ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 10/07/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

คำถาม 

1. หลักการเบื้องต้น ภาระภาษี เเละ การบันทึกบัญชี  เกี่ยวกับการบริจาค


2. ภาระภาษี เเยกเเต่ละรายการ

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล:  

ประเภทผู้รับบริจาค

1.1 รพ.เอกชน

1.2 รพ.รัฐบาล

1.3 มูลนิธิ/สมาคม

1.4 โรงเรียน/มหาวิทยาลัยเอกชน

1.5 โรงเรียน/มหาวิทยาลัยของรัฐ


 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): สิทธิในการ เคลมภาษีซื้อ และ การออกภาษีขาย
 

กรณี

2.2.1.1 ซื้อไว้เพื่อขาย เคลมภาษีซื้อแล้ว → แล้วบริจาค

2.2.1.1 ซื้อไว้เพื่อขาย ยังไม่ได้เคลม → บริจาค

2.2.1.2 ซื้อเพื่อบริจาค (ตั้งใจ) ยังไม่ได้เคลม

2.2.1.3 ซื้อของจากต่างประเทศ (ตั้งใจบริจาค)

2.2.2 ซื้อของที่ไม่ใช่สินค้าเพื่อขาย

2.2.3 กรณีสินค้าไว้เพื่อขาย จำนวน 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งมีไว้ในสต๊อก ชิ้นหนึ่งต้ั้งใจซื้อมาบริจาค

 

คำตอบ

คำตอบ


หลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการบริจาค

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล


กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะนำเงิน สิ่งของ หรือสินค้ามาบริจาค ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตเอง หรือซื้อมาเพื่อขาย ให้ถือเอามูลค่าต้นทุนของสินค้า(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ดังกล่าวที่สามารถพิสูจน์ได้ เป็นมูลค่าของรายจ่ายที่บริจาค บันทึกลงเป็นค่าบริจาค และตัดสต็อคสินค้าออกจากคลังสินค้า โดยจัดทำรายงานขึ้นใช้ภายใน ประกอบกับหลักฐานการตัดสต๊อคสินค้าออกไปเพื่อบริจาค   เช่น หากบริษัทบันทึกสินค้าแบบ Periodic คือบริษัทรับรู้ ยอดซื้อเป็นค่าใช้จ่าย และรับรู้สินค้าปลายงวดด้วยยอดคงเหลือจริงตามรายงานสินค้าคงเหลือ ณ สิ้นงวด ที่ลดลงได้เลยค่ะ  

สำหรับการรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่นั้น จะต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ ดังนี้

1. บริษัท(ผู้บริจาค)   มีกำไรทางภาษีหรือไม่

  1. ถ้าบริษัทขาดทุน  ไม่สามารถรับรู้เป็นรายจ่ายได้ เนื่องจาก มาตรา 65 ตรี (3)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ระบุว่า บริษัทสามารถรับรู้รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ และและรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ  (ดังนั้น เมื่อบริษัทไม่มีกำไรสุทธิ ย่อมหมายความว่า บริษัทไม่สามารถรับรู้รายจ่ายทางภาษีได้ ) 
  2. ถ้าบริษัท มีกำไรทางภาษี  
    • ต้นทุนสินค้าที่บริจาค มีมูลค่าไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิทางภาษี บริษัท สามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ทั้งจำนวน    
    • ต้นทุนสินค้าที่บริจาค มีมูลค่าเกิน 2% ของกำไรสุทธิทางภาษี บริษัท สามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้  เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิทางภาษี

 2. ตรวจสอบรายชื่อสถานที่รับบริจาค


หากเป็นการบริจาคให้แก่โรงพยาบาลรัฐบาล สถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาองค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน  และ มูลนิธิหรือสมาคม ที่อยู่ในมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร จะสามารถลงเป็นรายจ่ายบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี นำมาคำนวณเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิในทางภาษีเงินได้นิติบุคคลได้แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร

2) หากเป็นการบริจาคให้แก่มูลนิธิหรือสมาคมที่ไม่อยู่ในมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ตามมาตรา 47 (7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร  หรือ โรงพยาบาลเอกชน จะถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ถือเป็นการให้โดยเสน่หา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร รวมทั้งค่าภาษีขายที่ไม่ได้เรียกเก็บจากมูลนิธิฯ ดังกล่าวด้วย


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

 (3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่

           (ข) รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
             
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) )
             
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 444) )
             (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 51) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับกับการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มใน หรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป)



ดังนั้น  หากบริษัทตรวจสอบรายชื่อหน่วยรับบริจาคตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศไว้แล้ว หากมีรายชื่อหน่วยรับบริจาคดังกล่าว ก็สามารถลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ตามเงื่อนข้อ 1 หากไม่มีก็จะถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม (สามารถตรวจสอบรายชื่อหน่วยรับบริจาคที่ website กรมสรรพากรตาม Link ) :
 https://epayapp.rd.go.th/rd-edonation/check-donation/whitelist


 


                   

https://www.rd.go.th/2644.html

ประกาศกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒)

เรื่อง กำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลและสถานศึกษา ตามมาตรา ๔๗(๗)(ข)

แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓(๔)(ข) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร

ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา

ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๕๔) พ.ศ. ๒๕๓๕

---------------------------------------------

ข้อ ๒ให้กำหนดสภากาชาดไทย วัดวาอาราม สถานพยาบาลขององค์การของรัฐบาล หรือสถานศึกษาของรัฐแต่ไม่รวมถึงสถานศึกษาของทางราชการ เป็นองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษา ตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา ๓ (๔) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๓๙) พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๒๕๔) พ.ศ. ๒๕๓๕

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ๘๑๓)ฯ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นต้นไป)



2. ภาษีเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่าย 
 การบริจาคไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 
เนื่องจากกฏหมายไม่ได้กำหนดให้หัก


3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม


            - กรณีบริจาคเป็นเงินสด ไม่มีภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม

            - กรณีบริจาคเป็น สิ่งของ หรือสินค้าที่มีไว้เพื่อขาย ให้พิจารณาดังนี้


3.1 กรณีบริษัทได้นำสิ่งของหรือสินค้าที่มีไว้เพื่อขายไปบริจาคให้กับหน่วยรับบริจาคมีรายชื่อตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศไว้ (ตรวจสอบรายชื่อเรียบร้อยแล้วตามข้อ 1)  ถือเป็นการบริจาคสินค้าให้แก่การกุศลสาธารณะ หรือรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา   บริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริจาคนี้ ตามมาตรา 81 (1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (4)(ข) แห่งพระราชกฤษฎีกา(ฉบับที่ 239)  

บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีขาย รวมถึงไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.30  โดยทางหน่วยรับบริจาคดังกล่าว จะต้องจัดทำหนังสืออนุโมนาการรับบริจาค พร้อมระบุ รายละเอียดสินค้า + จำนวนชิ้น ที่ได้รับบริจาค ให้แก่บริษัทฯ



หากสินค้าที่ตั้งใจซื้อมาเพื่อบริจาค มีภาษีซื้อ ภาษีซื้อดังกล่าวถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ไม่สามารถนำมาเครดิตหักกับภาษีขายได้ แต่บริษัทฯ สามารถนำมาบันทึกรวมเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวน ตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534 และข้อ 2 (3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535


มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

    (1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้

             (น) การขายสินค้าหรือการให้บริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

  ( ดูพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ.2534 )



พระราชกฤษฎีกา
 ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239)
 พ.ศ. 2534
 ------------------------

มาตรา ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการขายสินค้า ดังต่อไปนี้


(4) การบริจาคสินค้าให้แก่

      (ก) สถานพยาบาลและสถานศึกษา ของทางราชการ

      (ข) องค์การหรือแก่สถานสาธารณกุศล หรือแก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาอื่น นอกจากที่กล่าวใน (ก) ทั้งนี้ ตามที่รัฐมาตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา”
 
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 254) พ.ศ. 2535 ใช้บังคับ 1 มกราคม 2535 เป็นต้นไป)
 
(ดูประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม หลักเกณฑ์การพิจารณาประกาศฯ)
 
(ดูประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 2 กำหนดองค์การ สาธารณกุศลฯ)



มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

 (6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
             ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป )
             ( 
ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534 )

พระราชกฤษฎีกา
 ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 ว่าด้วยภาษีซื้อที่ใช้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ 243)

พ.ศ. 2534

 มาตรา ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำภาษีซื้อตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

เรื่อง    การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อ 2ภาษีซื้อดังต่อไปนี้ ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

        (3) ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม




          3.2 กรณีบริษัทฯ บริจาคสินค้าให้แก่หน่วยรับบริจาคที่ไม่มีรายชื่อตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศไว้ (ตรวจสอบรายชื่อเรียบร้อยแล้วตามข้อ 1) ตามมาตรา 47 (7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 3 (4)(ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 


เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) และมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าสินค้าที่ซื้อมารวมเป็นฐานในการคำนวณภาษีขาย โดยใช้ราคาตลาด (ตามที่ซื้อมา) นำส่ง VAT 7% ยื่นแบบภ.พ.30 ด้วย


มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น   
        (8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง….

มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ





สรุปคำตอบแต่ละประเด็น

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล: รายจ่ายบริจาค 

ประเภทผู้รับบริจาค

หักเป็นรายจ่ายทางภาษี

เงื่อนไข

1.1 รพ.เอกชน

หักไม่ได้

ไม่อยู่ในประกาศฯ

1.2 รพ.รัฐบาล

หักได้

ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ

1.3 มูลนิธิ/สมาคม

หักได้ (เฉพาะที่อยู่ในประกาศฯ)

ต้องมีประกาศกระทรวงการคลังรับรอง ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ

1.4 โรงเรียน/มหาวิทยาลัยเอกชน

หักได้ (เฉพาะที่อยู่ในประกาศฯ)

หักไม่ได้ (ไม่มีรายชื่อประกาศ)

เว้นแต่มีรายชื่อประกาศฯ รับรอง ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ

1.5 โรงเรียน/มหาวิทยาลัยของรัฐ

หักได้

ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ

ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือรับบริจาคหรือจดหมายตอบรับจากหน่วยงานนั้น ๆ





2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): สิทธิในการ เคลมภาษีซื้อ และ การออกภาษีขาย 
 
(สำหรับหน่วยบริจาคที่มีในรายชื่อตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศ) 

กรณี

เคลมภาษีซื้อได้ไหม

ต้องออก VAT หรือไม่

2.2.1.1 ซื้อไว้เพื่อขาย เคลมภาษีซื้อแล้ว → แล้วบริจาค

เคลมได้ ณ วันที่ซื้อสินค้า
 (ณ วันนั้นไม่ได้ตั้งใจจะบริจาค)

ยกเว้น VAT
 
ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(น)  และ พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 239  มาตรา 3 (4)) 

2.2.1.1 ซื้อไว้เพื่อขาย ยังไม่ได้เคลม → บริจาค

เคลมภาษีซื้อไม่ได้ ลงเป็นรายจ่ายบริจาคทั้งจำนวน
 (หากตั้งใจจะซื้อมาเพื่อบริจาค)

ยกเว้น VAT
 
ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(น)  และ พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 239  มาตรา 3 (4)) 

2.2.1.2 ซื้อเพื่อบริจาค (ตั้งใจ) ยังไม่ได้เคลม

เคลมภาษีซื้อไม่ได้ ลงเป็นรายจ่ายบริจาคทั้งจำนวน

ยกเว้น VAT
 
ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(น)  และ พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 239  มาตรา 3 (4)) 

2.2.1.3 ซื้อของจากต่างประเทศ (ตั้งใจบริจาค)

ภาษีซื้อที่ได้รับใบเสร็จจากกรมศุลฯ เคลมภาษีซื้อไม่ได้ ลงเป็นรายจ่ายบริจาคทั้งจำนวน

รวมทั้งภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าบริจาคนี้ ก็เคลมไม่ได้เช่นกัน

ยกเว้น VAT
 
ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(น)  และ พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 239  มาตรา 3 (4)) 

2.2.2 ซื้อของที่ไม่ใช่สินค้าเพื่อขาย

เคลมภาษีซื้อไม่ได้ ลงเป็นรายจ่ายบริจาคทั้งจำนวน

ยกเว้น VAT
 
ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(น)  และ พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 239  มาตรา 3 (4)) 

2.2.3 กรณีสินค้าไว้เพื่อขาย จำนวน 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งมีไว้ในสต๊อก ชิ้นหนึ่งต้ั้งใจซื้อมาบริจาค ภาษีซื้อสามารถเคลมได้บางส่วน หรือไม่ครับ

- สินค้าที่ซื้อมาเพื่อขายเคลมภาษีซื้อได้

- สินค้าที่ตั้งใจซื้อมาบริจาคเคลมภาษีซื้อไม่ได้ ลงเป็นรายจ่ายบริจาคทั้งจำนวน

- ดังนั้น แนะนำแยกใบกำกับภาษีคนละใบเพื่อความชัดเจน


จริงๆ หากทราบก่อนว่าจะบริจาคภาษีซื้อดังกล่าวจะเคลมไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทราบว่าอนาคตจะบริจาคหรือไม่ เคลมภาษีซื้อได้ดังนั้น เคลมได้เฉพาะของที่อยู่ในสต๊อกอยู่ก่อนแล้ว  ส่วนที่ซื้อใหม่หากทราบว่าจะนำไปบริจาค จะเคลมไม่ได้ 

(ส่วนที่เคลมไปก่อนหน้านั้นแล้ว จะต้องพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเห็นว่าไม่ได้ตั้งใจจะบริจาค เช่น ระยะเวลาการซื้อสินค้ามา นานหลายปี สินค้าค้าง stock นาน ชำรุด เสียหาย และกรณีอื่นๆ


4. การบันทึกบัญชี (ตัวอย่าง)

มูลค่าของสินค้า หากสินค้านั้นเป็นสินค้าที่บริษัทมีไว้เพื่อขาย แต่ตอนบริจาคให้สถานที่ตามข้อ 1. (เช่น โรงพยาบาลรัฐ ซึ่งเป็นลูกค้าของเราด้วย) ไม่สามารถเปิดเผลยอดต้นทุน จึงแจ้งยอดภาษีขายปกติ ซื้อมา 1,000 ราคาขาย 2500 ซึ่งแจ้งมูลค่าตามราคาขายให้กับผู้รับบริจาค ได้รับหนังสือบริจาคหรือหนังตอบขอบคุณหรืออื่นๆ เป็นมูลค่า 2,500 บาท ต้องบัญชีตอนซื้อ ตอนบริจาค และยื่นภาษีนิติบุคคล ยังไงครับ

กรณี: สินค้ามีไว้เพื่อขาย ซื้อมา 1,000 ขายปกติ 2,500 บริจาคให้ รพ.รัฐ วันที่ 15/06/2568

???? วันที่ซื้อ (ถ้าซื้อมาเพื่อขาย)

Dr. สินค้าคงเหลือ (Inventory)               1,000  
     Cr. เจ้าหนี้ / เงินสด / ธนาคาร                          1,000  

???? วันที่บริจาค

Dr. ค่าใช้จ่ายในการบริจาค                    1,000 
     Cr. สินค้าคงเหลือ                                            1,000  

แนบ Memo เหตุผลการบริจาคและการได้รับหนังสือบริจาค 2,500 บาท

5. กรณีแสดงในแบบ ภ.ง.ด.50

  • รายจ่ายบริจาคที่หักได้: ให้บวกกลับรายจ่ายเงินบริจาคทางบัญชีทั้งหมด และคำนวณรายจ่ายบริจาคทางภาษี ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร


อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

บริจาคตู้เพื่อเป็นรางวัลสนับสนุนงานกาชาดจังหวัด

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 27/11/2022 - วันที่ตอบ 30/11/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 81 (1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร, มาตรา 3 (4)(ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534

ปุจฉา

กรณีบริษัทฯ ได้รับหนังสือจากจังหวัดขอรางวัลสนับสนุนงานกาชาดจังหวัด โดยในหนังสือระบุให้ซื้อตู้ราคา 8,000 บาท เมื่อมอบก็ไม่มีเอกสารหรือใบเสร็จจากจังหวัด

     1. อยากทราบว่าใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี จากร้านค้าที่บริษัทฯ ได้มาสามารถบันทึกค่าใช้จ่ายได้หรือไม่หรือเป็นค่าใช้จ่ายบวกกลับคะ

     2. ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี สามารถนำมาเครดิตกับภาษีขายได้หรือไม่ หรือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม หรือนำมาบันทึกรวมเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวนคะ

เนื่องจากโทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ได้ข้อมูลไม่ชัดเจน

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ ได้รับหนังสือจากจังหวัดขอรางวัลสนับสนุนงานกาชาดจังหวัด โดยในหนังสือระบุให้ซื้อตู้ราคา 8,000 บาท เมื่อมอบก็ไม่มีเอกสารหรือใบเสร็จจากจังหวัด

     1. ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี จากร้านค้าที่บริษัทฯ ได้มาสามารถนำมาเป็นเอกสารประกอบการบันทึกรายการบัญชีรายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะได้ แต่พึงต้องเรียกรับหนังสือตอบรับการรับตู้ (เย็นหรือตู้ไม่เย็น) จากสำนักงานกาชาดจังหวัดเพื่อประกอบการบันทึกรายการบัญชีดังกล่าวอีกโสดหนึ่ง

     2. ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายได้ เนื่องจากการบริจาคสินค้าดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (4)(ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 เพราะ เป็นภาษีซื้อต้องห้ามที่บริษัทฯ สามารถนำมาบันทึกรวมเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งจำนวน ตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534 และข้อ 2 (3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

กรณีบริษัทฯ บริจาคสินค้า (ผ้ากันเปื้อนพลาสติกแบบเต็มตัว) ให้กับ รพ. ของรัฐ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 08/07/2021 - วันที่ตอบ 01/08/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

ข้อ 3 (3) ข้อ 4 และข้อ 5 (2) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 10)

ปุจฉา

ตาม กค 0811/พ.7560 เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการยกเว้นภาษีจากการบริจาคสินค้า (ผ้ากันเปื้อนพลาสติกแบบเต็มตัว) ให้กับ รพ. รัฐ เพื่อนำไปใช้ในสถานะการณ์โควิด บริษัทฯ ต้องออกใบกำกับภาษี ซึ่งระบุภาษี 0 บาท โดยแนบหนังสือขอบคุณของ รพ. และยื่นแบบ ภพ. 30 ในช่องยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อตัดสินค้าออกจากสต๊อกส่วนการบันทึกบัญชีจะบันทึกในบัญชีเงินบริจาคสาธารณะในราคาทุน ถูกต้องหรือไม่คะ

วิสัชนา

ตาม ข้อ 3 (3) ข้อ 4 และข้อ 5 (2) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 10) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์  สําหรับการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลของทางราชการ ลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2562 กำหนดว่า

     ”ข้อ 3  การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลของทางราชการ ตามมาตรา 3 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 663) พ.ศ. 2561 จะบริจาคเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าก็ได้

          ในกรณีที่บริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสินค้า ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังนี้

          (3) กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำสินค้ามาบริจาค ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ผลิตเอง หรือซื้อมาเพื่อขาย ให้ถือเอามูลค่าต้นทุนของสินค้าดังกล่าวที่สามารถพิสูจน์ได้ เป็นมูลค่าของรายจ่ายที่บริจาค ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้

     ข้อ 4 บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลของทางราชการตามข้อ 2 และข้อ3 ต้องไม่นำเงินบริจาคที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นั้นไปหักลดหย่อนสำหรับเงินบริจาค ตามมาตรา 47 (7)แห่งประมวลรัษฎากร หรือต้องไม่นำเงิน ทรัพย์สินหรือสินค้าที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นั้นไปหักเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร

     ข้อ 5 ผู้ที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ตามมาตรา 3 และมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 663) พ.ศ. 2561 ต้องมีเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้จากสถานพยาบาลของทางราชการ พร้อมให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้

          (2) กรณีที่บริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสินค้า ได้แก่ หลักฐานเป็นหนังสือที่ออกโดยสถานพยาบาลของทางราชการผู้รับบริจาคซึ่งพิสูจน์ได้ว่า ได้รับบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าจากผุ้บริจาค เช่น หนังสือขอบคุณ ใบประกาศเกียรติคุณ ใบอนุโมทนาบัตร ซึ่งหลักฐานดังกล่าวได้ระบุมูลค่าของทรัพย์สินหรือสินค้านั้นตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3”                                                                       


ต่อข้อถามขอเรียนว่า

     กรณีบริษัทฯ บริจาคสินค้า (ผ้ากันเปื้อนพลาสติกแบบเต็มตัว) ให้กับ รพ. ของรัฐ เพื่อนำไปใช้ในสถานการณ์โควิด บริษัทฯ ไม่จำต้องออกใบกำกับภาษีใด ๆ เพราะเป็นรายการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเพียงแต่แนบหนังสือขอบคุณของ รพ. ของรัฐผู้รับบริจาค เพื่อประกอบการลงบันทึกบัญชี และตัดสินค้าออกจากสต็อก และเป็นหลักฐานสำหรับให้เจ้าพนักงานสรรพากรทำการตรวจสอบ

     ในการบันทึกบัญชี บริษัทฯ บันทึกในบัญชีค่าบริจาคการกุศลสาธารณะ โดยใช้ในราคาทุน คู่กับรายการตัดสินค้าออกจากสต็อกด้วยราคาทุนนั้น ทำถูกต้องแล้ว

     อนึ่ง เมื่อตามข้อ 2 ของข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811/พ.7560 เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการยกเว้นภาษีจากการบริจาคสินค้า กรมสรรพากรได้วินิจฉัยแล้วว่า การบริจาคสิ่งของให้กับสถานพยาบาลของทางราชการนั้น ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งหมายความว่า บริษัทฯ ไม่จำต้องนำมูลค่าของสิ่งของที่บริจาคดังกล่าว รวมในฐานภาษีในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ในแบบ ภ.พ.30 มิใช่การออกใบกำกับภาษีขาย ในอัตราร้อยละ 0 
 
จึงเรียนมาเพื่อแก้ไขความเข้าใจให้ชัดเจนและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง                                                                                                              

 

เครดิต อาจารย์ตา Panita Alongkornwarakit

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

บริษัทซื้อสิ่งของ เพื่อบริจาคให้แก่ อบต. เพื่อแจกสิ่งของ เนื่องในงานวันเด็ก

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 21/01/2025 - วันที่ตอบ 13/03/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/5 (3), มาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

บริษัทฯ ซื้อของให้ อบต. แจกของงานวันเด็ก โดยมีหนังสือขอความอนุเคราะห์จาก อบต.สามารถนำ VAT ซื้อมาขอคืนได้ไหม หรือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามค่ะ

วิสัชนา

กรณีบริจาคสินค้า มีภาระภาษีอากรดังนี้

1. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม

    มีข้อกำหนดตามมาตรา 77/1 (9) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ถือว่า ทรัพย์สินทุกอย่างไม่ว่าจะมีไว้ขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด เป็นสินค้า และตามตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดนิยามศัพท์คำว่า “ขาย” หมายถือ การจำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ดังนั้น การบริจาคทรัพย์สินถือเป็น “การโอน” อย่างหนึ่ง จึงถือเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กรณีผู้ประกอบการบริจาคทรัพย์สินที่แม้จะได้ยกเลิกออกจากทะเบียนทรัพย์สินของบริษัทฯ แล้ว แต่ในทางภาษีอากร ทรัพย์สินนั้นยังถือเป็นสินค้า ผู้ประกอบการจึงต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของสินค้า ณ วันที่ได้นำไปบริจาค มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยไม่จำต้องออกใบกำกับภาษีตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 

    อย่างไรก็ตาม การบริจาคสินค้าดังกรณีต่อไปนี้ ที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กรณีที่ 1 กรณีการบริจาคสินค้าที่เข้าลักษณะการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (4) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ได้แก่ การการบริจาคสินค้าให้แก่

        (1) สถานพยาบาลของทางราชการ

        (2) สถานศึกษาของทางราชการ

        (3) สภากาชาดไทย

        (4) วัดวาอาราม

        (5) มูลนิธิ หรือสมาคม หรือกองทุน หรือองค์การหรือสถานสาธารณกุศล ตามที่รัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

        (6) โรงเรียนเอกชนโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และสถานศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

        (7) หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของเอกชนที่เปิดให้ใช้เป็นการสาธารณะโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ และหอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของทางราชการ

        (8) กองทุนผู้สูงอายุตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ และสถานพักฟื้น บำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของเอกชนที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ หรือสถานพักฟื้น บำบัด ฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของทางราชการ

    กรณีที่ 2 การบริจาคสินค้าที่ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่บริจาคมารวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี (Non VAT Base: ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเสีย) ตามข้อ 2 (19) และ (20) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ได้แก่

        (1) การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนบริจาคให้แก่ส่วนราชการตามโครงการของทางราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติในลักษณะทำนองเดียวกัน

        (2) การบริจาคทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนบริจาคให้แก่ส่วนราชการตามโครงการของทางราชการให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชน หรือสถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน


2. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล

    การบริจาคทรัพย์สินที่บริษัทฯ ได้ยกเลิกออกจากทะเบียนทรัพย์สินของบริษัทฯ เท่ากับทรัพย์สินดังกล่าวไม่มีมูลค่าทั้งในทางบัญชีและในทางภาษีอากร บริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าทรัพย์สินมาถือเป็นรายจ่ายค่าบริจาคการกุศลในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล


  

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทซื้อสิ่งของ เพื่อบริจาคให้แก่ อบต. เพื่อแจกสิ่งของ เนื่องในงานวันเด็ก โดยมีหนังสือขอความอนุเคราะห์จาก อบต. เข้าลักษณะเป็นการบริจาคสินค้าที่ไม่สามารถนำภาษีซื้อมาเดรดิตหักจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ตามมาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาดของสินค้า ณ วันที่ได้นำไปบริจาค มารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยไม่จำต้องออกใบกำกับภาษีตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542

    อย่างไรก็ตาม ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ สามารถนำมูลค่าสินค้า (สิ่งของ) ที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เรื่อง

ภาษีซื้อสำหรับค่าซื้อสินค้าเพื่อนำมาบริจาคให้กับโรงเรียนของรัฐบาล

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 06/08/2024 - วันที่ตอบ 12/08/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 81 (1) (น) แห่งประมวลรัษฎากร, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534

ปุจฉา

กรณีซื้อสินค้าบริจาคให้กับ รร. รัฐบาลสามารถนำภาษีซื้อมาใช้ได้ไหมคะหากซื้อชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน 100 บาท ภาษีซื้อ 7 บาท 7 บาทนำไปหักกับภาษีขายของเดือนที่บริจาคได้ไหมคะ

วิสัชนา

การบริจาคสินค้าให้แก่องค์การสถานสาธารณกุศลดังต่อไปนี้ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (4) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534

    (1) สถานพยาบาลและสถานศึกษา ของทางราชการ

    (2) สถานพยาบาลและสถานศึกษา ขององค์การของรัฐนาล

    (3) สภากาชาดไทย

    (4) วัดวาอาราม

    (5) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

    (6) สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ

    (7) สถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560

    (8) โรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน  

    (9) หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของเอกชนที่เปิดให้ใช้เป็นการสาธารณะโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ

    (10) หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของทางราชการ

    (11) กองทุนผู้สูงอายุตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ และ สถานพักฟื้น บำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของเอกชนที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ

    (12) สถานพักฟื้น บำบัด ฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของทางราชการ

    (13) มูลนิธิหรือสมาคม กองทุน หรือโครงการ ที่ได้รับการประกาศให้เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    (14) สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

    (15) สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ

    (16) ทุนการกุศลสมเด็จพระเทพฯ  



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    ภาษีซื้อสำหรับค่าซื้อสินค้าเพื่อนำมาบริจาคให้กับโรงเรียนของรัฐบาล ไม่สามารถนำภาษีซื้อมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เนื่องจากเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (น) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 3 (4) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ดังกล่าวข้างต้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ