Case study

สำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีน ส่งพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ามาทำงานในประเทศไทย ได้รับเงินเดือนทั้งในไทยและจีน
| เรื่อง | สำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีน ส่งพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ามาทำงานในประเทศไทย ได้รับเงินเดือนทั้งในไทยและจีน | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แหล่งที่มา | Case study | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันที่ | 23/03/2026 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อกฎหมาย | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำถาม | สำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีน ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ามาทำงานในโรงงาน (ใช้สิทธิ์ BOI) บริษัทลูกในประเทศไทย ทำสัญญาจ้างแรงงาน กำหนดระยะเวลา 1 ปี พนักงานท่านนี้ได้รับเงินเดือนจาก 1. บริษัทในประเทศไทยตามสัญญาจ้างแรงงานในไทย ซึ่งมีการจ่ายเงินเป็นเงินสดบางส่วนและโอนไปยังบัญชีของพนักงานที่ประเทศจีนบางส่วน บริษัทมีการยื่นประกันสังคม และออกภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่พนักงาน 2. บริษัทในประเทศจีน ยังคงมีการจ่ายเงินเดือน ประกันสังคม และ สวัสดิการอื่นตามสิทธิ์ของประเทศจีนให้พนักงานท่านนี้ด้วย คำถามคือ บริษัทในประเทศไทย ได้มีการยื่นภ.ง.ด.1, ประกันสังคม และ ภ.ง.ด. 1ก เฉพาะในส่วนของเงินเดือนที่รับจากบริษัทในประเทศไทย ถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องจะต้องดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติมเพื่อความถูกต้องบ้าง บริษัทต้องจัดทำรายงานอะไรนำส่ง หรือ เก็บไว้ให้สรรพากรตรวจสอบหรือไม่ ในส่วนของเงินเดือนที่รับที่ประเทศจีน บริษัทในประเทศไทยต้องดำเนินการอะไร อย่างไรหรือไม่ให้ถูกต้อง ช่วยแนะนำการดำเนินการในด้านบัญชี และ ภาษี และอื่นๆ(ถ้ามี) ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้องครบถ้วน |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำตอบ | ก่อนที่จะตอบ ขออธิบายภาพรวม กฎหมาย เกี่ยวกับแหล่งเงินได้ ก่อนนะคะ แหล่งเงินได้
สรุปคือ 1. ถ้าเป็นการทำงานในไทย แหล่งเงินได้ในไทย>> ต้องเสียภาษีในประเทศไทยทุกกรณี ไม่ว่าเงินได้นั้น จะจ่ายใน หรือ ต่างประเทศ >> โดยจะต้องหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่ ต้องดู อนุสัญญาภาษีซ้อน ระหว่าง ไทย และ จีน ประกอบว่ามียกเว้นภาษีหรือไม่ และ ถ้าไม่ยกเว้น ก็สามารถหัก ณ ที่จ่ายได้ตามมาตรา 50 ค่ะ 2. ถ้าเป็นการทำงานในต่างประเทศ แหล่งเงินได้ในต่างประเทศ>>ต้องเสียภาษีในประเทศไทยหรือไม่ ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ คือ
คำตอบ กรณีชาวต่างชาติ (จีน) ได้รับเงินได้จากการทำงานเป็นลูกจ้างพนักงาน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีพนักงานชาวต่างชาติ(จีน) เข้ามาทำงานในประเทศไทย ได้รับเงินเดือนในประเทศไทย มีวีซ่า และ work permit ในไทย และได้ทำสัญญาจ้างแรงงานกับบริษัทไทย โดยอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วันในปีภาษี (หรืออยู่ไม่ถึง 180 วันก็ตาม) และ ได้รับเงินเดือนจากบริษัทแม่ที่ประเทศจีนอีกด้วยนั้น ถึงแม้เงินได้ที่ได้รับจากบริษัทแม่ (จีน) โอนเข้าบัญชีธนาคารที่จีนก็ตาม ชาวต่างชาติ (จีน) คนนั้น ต้องนำเงินเดือนที่ได้รับในประเทศจีน มารวมคำนวนเสียภาษีในไทยด้วย ตามหลักแหล่งเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร ในส่วนของหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และหรือจะได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย โดยถือเป็นเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 50 (1) วรรคแรก และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร 1. การยื่น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.1ก และประกันสังคม (ในส่วนของเงินเดือนที่รับจากไทย)การยื่นภาษีและประกันสังคมเฉพาะยอดที่จ่ายในประเทศไทย "ยังไม่ถูกต้องครบถ้วน" ตามหลักกฎหมายภาษีอากร
2. สิ่งที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อให้ถูกต้อง2.1 การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.1 / 91)
สรุปดังนี้ 1) เงินได้ในไทยจ่าย + เงื่อนไข เจ้าตัวรับผิดชอบภาษี
Dr. ค่าใช้จ่ายเงินเดือน (ส่วนที่จ่ายในไทย) Cr. เงินสด/เงินฝากธนาคาร (จ่ายให้พนักงาน) Cr. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.1) Cr. ประกันสังคมค้างจ่าย (ส่วนลูกจ้าง + นายจ้าง) หมายเหตุ : เงินเดือนที่จ่ายจากจีน "ไม่บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย" ในงบการเงินบริษัทไทย (เพราะบริษัทไทยไม่ได้จ่ายจริง) แต่จะนำไปรวมคำนวณตอนยื่นแบบภ.ง.ด.91 เมื่อสิ้นปี กรณีนี้ตอนสิ้นปี ผู้มีเงินได้ชาวจีนรายนี้จะต้องมียอดชำระแก่สรรพากร 2) เงินได้ในไทยจ่าย + เงื่อนไข บริษัทไทยรับผิดชอบภาษีในไทยทั้งหมดรวมเงินได้จากบริษัทแม่ที่จีนจ่ายให้พนักงานด้วย สมมติฐานตัวเลข (ต่อเดือน)
ตอนยื่นแบบภ.ง.ด.1 ต้องนำเงินได้ที่บริษัทแม่จีนจ่าย (50,000 บาท) ให้พนักงานมารวมคำนวณภาษีและยื่นในภ.ง.ด.1 ด้วย
ในการบันทึกบัญชี จะบันทึกเฉพาะรายการที่ "เกิดขึ้นจริง" ในบริษัทไทย ดังนี้ : Dr. ค่าใช้จ่ายเงินเดือน (ส่วนที่จ่ายในไทย) Cr. เงินสด/เงินฝากธนาคาร (จ่ายให้พนักงาน) Cr. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.1) 1 Cr. ประกันสังคมค้างจ่าย (ส่วนลูกจ้าง) หมายเหตุ : เงินเดือน 50,000 บาทที่จ่ายจากจีน "ไม่บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย" ในงบการเงินบริษัทไทย (เพราะบริษัทไทยไม่ได้จ่ายจริง) แต่ได้นำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีแล้วในการนำส่งแบบภ.ง.ด.1 / ภ.ง.ด.1ก กรณีนี้เมื่อสิ้นปี ตอนนำส่งแบบภ.ง.ด.91 ผู้มีเงินได้ชาวจีนจะไม่มียอดภาษีที่ต้องชำระเพิ่มแต่อย่างใด ** ต้องแจ้งว่า การนำส่งแบบภ.ง.ด.1/ภ.ง.ด.1ก นั้น จะต้องพิจารณารายการที่บริษัทไทย เป็นผู้จ่ายหากบริษัทไทยไม่ได้จ่าย จะยังไม่ต้องนำเงินได้ส่วนนั้นมายื่นแบบภาษีแบบภ.ง.ด.1/ภ.ง.ด.1ก และไม่ต้องนำมาบันทึกบัญชี ซึ่งการจะยื่นแบบด้วยยอดใดนั้น จะต้องดูข้อเท็จจริงที่ตกลงกัน ตามคำตอบนี้ยกตัวอย่างให้แค่ 2 กรณีเท่านั้น หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปจากนี้ยอดที่ต้องนำส่งก็อาจจะเปลี่ยนไปเช่นกัน 2.2 การจัดการด้านเอกสารและภาษี (Checklist)
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ “(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หาหรือการกุศล เว้นแต่.. (13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ |
ด้าน BOI
- ต้องตรวจสอบว่าจำนวนพนักงานและตำแหน่งหน้าที่ตรงตามที่ได้รับอนุมัติในบัญชีรายชื่อ (Name List) หรือไม่ และต้องรายงานการจ้างงานผ่านระบบ e-Expert ของ BOI ตามกำหนดการ
ด้านอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ไทย-จีน
- โดยปกติหากพนักงานเข้ามาทำงานในไทยเกิน 183 วัน จะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน พนักงานจึงต้องเสียภาษีในไทยเป็นหลัก แต่สามารถนำภาษีที่เสียในไทยไปขอเป็นเครดิตภาษีที่ประเทศจีนได้ (ขึ้นอยู่กับกฎหมายจีน)
ข้อควรระวัง : สรรพากรสามารถตรวจสอบความสอดคล้องของรายได้จาก "ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)" ซึ่งมักจะมีการระบุเงินเดือนขั้นต่ำของผู้เชี่ยวชาญต่างชาติไว้ หากยื่นภาษีต่ำกว่าที่ระบุใน Work Permit หรือต่ำกว่าความเป็นจริงของตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ อาจเป็นจุดเสี่ยงในการถูกเรียกตรวจสอบ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน |
มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) และ (2) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงาน และได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48(5) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น |
รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้อ 15 1. ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของข้อ 16, 18, 19, 20 และ 21 เงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกันที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง (จีน) ได้รับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจ้างแรงงาน ให้เก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น (จีน) เว้นแต่การจ้างงานนั้นได้กระทำในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง (ไทย) ถ้ามีการจ้างงานเช่นว่านั้น ค่าตอบแทนที่ได้รับจากการนั้นอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง (ไทย) นั้น 2. แม้จะมีบทบัญญัติในวรรคที่ 1 ของข้อนี้ค่าตอบแทนที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง (จีน) ได้รับในส่วนที่เกี่ยวกับการจ้างงานที่กระทำในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง (ไทย) จะเก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญาที่กล่าวถึงรัฐแรก (จีน) ถ้า (ก) ผู้รับอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง (ไทย) ในชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลาย ระยะเวลารวมกันไม่เกิน 183 วันในรอบระยะเวลาสิบสองเดือนใดๆ และ (ข) ค่าตอบแทนนั้นจ่ายโดยหรือในนามของนายจ้างผู้ซึ่งมิได้เป็นผู้มีถิ่น ที่อยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีก รัฐหนึ่ง (ไทย) และ (ค) ค่าตอบแทนนั้นมิได้ตกเป็นภาระแก่สถานประกอบการถาวรหรือฐาน ประกอบการประจำซึ่งนาย จ้างมีอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง (ไทย) 3. แม้จะมีบทบัญญัติวรรคก่อนของข้อนี้ ค่าตอบแทนที่ได้รับในส่วนที่เกี่ยวกับการทำงานในเรือหรืออากาศยานที่ดำเนินการในการจราจรระหว่างประเทศ โดยวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งจะเก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น
1. กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งรัฐใดจะยังคงใช้บังคับต่อไปในการเก็บภาษีจากเงินได้ในรัฐผู้ทำสัญญาแต่ละรัฐ เว้นแต่ในกรณีที่มีบทบัญญัติไว้ชัดแจ้งให้เป็นอย่างอื่นในความตกลงนี้ ในกรณีที่เงินได้ต้องเสียภาษีในรัฐผู้ทำสัญญาทั้งสองรัฐก็ให้ได้รับการบรรเทาภาระจากการเก็บภาษีซ้อนตามวรรคต่างๆ ของข้อนี้ 2. ในกรณีของประเทศไทย ภาษีจีนที่ต้องชำระในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน จะยอมให้เป็นเครดิตต่อภาษีไทยที่ต้องชำระ สำหรับเงินได้จำนวนนั้น อย่างไรก็ตาม เครดิตนั้นจะต้องไม่เกินจำนวนภาษีไทย ในส่วนที่ได้คำนวณไว้ก่อนที่จะให้เครดิตตามจำนวนที่เหมาะสมกับรายการเงินได้นั้น เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรคนี้คำว่า "ภาษีจีนที่ต้องชำระ" ให้ถือว่ารวมถึงจำนวนภาษีจีนซึ่งควรจะต้องชำระ ถ้าภาษีจีนนั้นมิได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนตามกฎหมายส่งเสริมพิเศษซึ่งมุ่งหมายที่จะส่งเสริมพัฒนาการทางเศรษฐกิจในประเทศจีน ที่มีผลใช้บังคับ ณ วันลงนามของความตกลงนี้ หรือซึ่งอาจนำมาใช้ภายหลังเมื่อได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเมื่อได้มีการเพิ่มเติมกฎหมายต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว 3. ในกรณีของประเทศจีน ภาษีไทยที่ต้องชำระในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จะยอมให้เป็นเครดิตต่อภาษีจีนที่ต้องชำระสำหรับเงินได้จำนวนนั้น ในกรณีเงินได้นั้นเป็นเงินปันผล ซึ่งจ่ายโดยบริษัทที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยให้กับบริษัทที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศจีน และถ้ามีหุ้นในบริษัทจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 เครดิตนั้นจะต้องพิจารณาถึงภาษีไทยที่ต้องชำระโดยบริษัทนั้นในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ของบริษัทซึ่งได้ใช้ในการจ่ายเงินปันผลนั้น อย่างไรก็ตาม เครดิตจะไม่เกินจำนวนภาษีจีนในส่วนที่ได้คำนวณไว้ก่อนที่จะให้เครดิตตามจำนวนที่เหมาะสมกับรายการเงินได้เช่นว่านั้น เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรคนี้ คำว่า "ภาษีไทยที่ต้องชำระ" ให้ถือว่ารวมถึงจำนวนภาษีไทยซึ่งควรจะต้องชำระ ถ้าภาษีไทยนั้นมิได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนตามกฎหายส่งเสริมพิเศษ ซึ่งมุ่งหมายที่จะส่งเสริมพัฒนาการทางเศรษฐกิจในประเทศไทย ที่มีผลใช้บังคับ ณ วันลงนามของความตกลงนี้ หรือซึ่งอาจนำมาใช้ภายหลังเมื่อได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเมื่อได้มีการเพิ่มเติมกฎหมายต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว |
อ้างอิงคำตอบ
เรื่อง | |
แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
วันที่ | วันที่ถาม 28/01/2020 - วันที่ตอบ 24/03/2020 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 41 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร |
ปุจฉา | สอบถามค่ะอาจารย์ |
วิสัชนา | กรณีชาวต่างชาติญี่ปุ่นเข้ามาทำงานในประเทศไทย ได้รับเงินเดือนในประเทศไทย มีวีซ่า และ work permit ในไทย และได้รับเงินเดือนจากบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เงินได้ที่ได้รับจากบริษัทแม่ โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ญี่ปุ่น เช่นนี้ ชาวต่างชาติคนนั้น ต้องนำเงินเดือนที่ได้รับในประเทศญี่ปุ่น และไม่ได้นำเงินดังกล่าวเข้ามาในไทย มารวมคำนวนเสียภาษีในไทยด้วย ตามหลักแหล่งเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร ในส่วนของหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และหรือจะได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากร ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |
เรื่อง | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการจ่ายเงินได้ภายในประเทศและต่างประเทศ |
แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร |
วันที่ | 26/03/2003 |
เลขที่หนังสือ | กค 0706/2984 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 41 วรรคหนึ่ง, มาตรา 47, มาตรา 50(1), มาตรา 63 |
ข้อหารือ | กรณีบริษัท ท. ประกอบกิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์เพื่อส่งออก โดยมีบริษัทในประเทศอังกฤษเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 49 และบริษัทในประเทศอังกฤษได้ส่งผู้แทนซึ่งเป็นคนสัญชาติอังกฤษมาทำหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการในประเทศไทย มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทฯ ได้ โดยผู้แทนจะทำงานต่อเนื่องในประเทศไทยคราวละประมาณ 3 เดือน แล้วจึงกลับไปปฏิบัติงานที่ประเทศอังกฤษประมาณ 3 สัปดาห์ ผู้แทนจะกลับมาประเทศไทยประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจึงไปปฏิบัติงานที่ประเทศจีนประมาณ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากบริษัท 1. ผู้แทนต้องนำเงินได้ที่ได้รับจากประเทศอังกฤษ มารวมคำนวณเป็นเงินได้ในปีภาษีที่ผู้แทนอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วันใช่หรือไม่ และจะใช้หลักเกณฑ์ในการคำนวณเงินได้อย่างไร ทั้งจำนวนหรือบางส่วน เพราะผู้แทนไม่ได้มีหน้าที่การงานเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ยังมีหน้าที่การงาน ในประเทศจีนด้วย 2. ถ้าผู้แทนถูกหักภาษีที่ประเทศอังกฤษแล้วในอัตราร้อยละ 40 ผู้แทนสามารถนำเงินภาษีที่ถูกหักไว้แล้วดังกล่าวมาเป็นเครดิตภาษีในประเทศไทยได้หรือไม่ และมีหลักเกณฑ์ในการนำเครดิตภาษีนี้มาใช้อย่างไร และต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง 3. บริษัทฯ จะต้องคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือนอย่างไร การหักลดหย่อนของผู้แทน จะหักอะไรได้บ้าง เนื่องจากครอบครัวของผู้แทนอยู่ในประเทศอังกฤษ และต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง 4. การยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ถ้าผู้แทนต้องนำเงินได้จากบริษัทอังกฤษและบริษัทฯ มารวมคำนวณในแบบแสดงรายการ และใช้เครดิตภาษีของทั้ง 2 แหล่งเงินได้รวมกันแล้ว มีภาษีที่จะได้รับคืนผู้แทนสามารถขอคืนภาษีในส่วนเกินทั้งจำนวนได้หรือไม่ หรือจะขอคืนได้เฉพาะในส่วนที่ถูกหักไว้ ณแหล่งเงินได้ในประเทศไทยเท่านั้น |
แนววินิจฉัย | 1. กรณีผู้แทนจากประเทศอังกฤษเข้ามาทำงานบริหารให้กับบริษัทฯ ในประเทศไทยจะต้องนำเงินได้ดังกล่าวทั้งที่จ่ายจากบริษัทฯ และจากประเทศอังกฤษมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีในประเทศไทยเพราะเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะได้นำเงินได้ในประเทศอังกฤษเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ และไม่ว่าผู้แทนดังกล่าวอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลารวมกันเกิน 183 วันในปีปฏิทินที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากเงินได้จ่ายโดยนายจ้างซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย จึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามข้อบทบัญญัติแห่งอนุสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักร อังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ข้อ 16 บริการส่วนบุคคลที่ไม่เป็นอิสระ ประเทศไทยจึงมีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ดังกล่าวได้ 2. ผู้แทนดังกล่าวมีสิทธินำภาษีเงินได้ที่เสียจริงในประเทศอังกฤษมาเป็นเครดิตต่อภาษีในประเทศไทยได้ ตามข้อ 23 การขจัดการเก็บภาษีซ้อน แห่งอนุสัญญาฯ ดังกล่าว โดยต้องแนบหลักฐานการเสียภาษีในประเทศอังกฤษด้วย 3. บริษัทฯ มีหน้าที่คำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากรเมื่อจ่ายเงินเดือนให้ผู้แทนจากประเทศอังกฤษ โดยมีสิทธิหักลดหย่อนได้ตามมาตรา 47 แห่งประมวลรัษฎากร 4. หากผู้แทนจากประเทศอังกฤษชำระภาษีเงินได้ประจำปีภาษีแล้ว มีภาษีที่ชำระไว้เกินกว่าภาษีที่จะต้องเสีย ย่อมมีสิทธิขอคืนได้ ตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร |
เลขตู้ | 66/32340 |
เรื่อง | |
แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
วันที่ | วันที่ถาม 17/04/2020 - วันที่ตอบ 18/04/2020 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร |
ปุจฉา | บ. จ่ายเงินค่าแปลภาษา ให้กับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นชาวต่างชาติ เค้าไปๆ มาๆ ประเทศไทย ไม่มี work permit เปิดสมุดบัญชีในไทยอยากทราบเรื่องการหัก ณ ที่จ่ายค่ะเป็นเงินได้ประเภทไหน |
วิสัชนา | กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าจ้างแปลภาษาให้กับบุคคคลต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นแหล่งเงินได้ในประเทศไทย เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ในลักษณะการรับทำงานให้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |