Case study

ค่าใช้จ่าย เช่าคอนโด ที่ไม่ได้พักอาศัย ทำเป็น Office และใช้ทำงานจริง ต้องเป็นค่าใช้จ่ายบวกกลับหรือไม่


เรื่อง ค่าใช้จ่าย เช่าคอนโด ที่ไม่ได้พักอาศัย ทำเป็น Office และใช้ทำงานจริง ต้องเป็นค่าใช้จ่ายบวกกลับหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 24/02/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณีจดจัดตั้งบริษัท กับบริษัทที่ให้บริการที่อยู่ ซึ่งไม่ได้ไปปฏิบัติงานจริง ณ สถานที่ดังกล่าว ต่อมาบริษัท มีใช้ที่อยู่ condo ของตัวเอง ที่ไม่ได้พักอาศัย ทำเป็น Office และใช้ทำงานจริง

คำถามคือ บริษัท สามารถบันทึก ค่าใช้จ่าย เช่าคอนโด เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทโดยไม่บวกกลับได้หรือไม่ เพราะว่าเนื่องจากใช้ปฏิบัติงานจริง แต่แค่ไม่ได้จดกับ DBD ปัจจุบันบริษัทยังไม่มีรายได้เกิน 1.8 ขอข้อกฏหมาย พร้อมคำอธิบายค่ะ

คำตอบ

1. หลักเกณฑ์ทางภาษี: การบันทึกค่าเช่าคอนโดเป็นค่าใช้จ่าย

ในทางภาษีอากร ประมวลรัษฎากรมีหลักเกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายว่าต้องเป็น "รายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ" และ "เพื่อหากำไรหรือเพื่อประโยชน์แก่กิจการ" เท่านั้น

เพื่อให้ค่าเช่าคอนโดนี้ ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องที่ต้องบวกกลับในการคำนวณภาษี" คือให้ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ บริษัทฯ ต้องพิสูจน์ได้ว่าจ่ายไปเพื่อกิจการจริง โดยมีข้อแนะนำทางกฎหมายดังนี้ :

  • สัญญาเช่าต้องชัดเจน : บริษัทต้องทำ "สัญญาเช่า" กับเจ้าของคอนโด (ซึ่งก็คือตัวคุณเอง) โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า เช่าเพื่อใช้เป็นสำนักงาน 
  • หลักฐานการจ่ายเงิน : ต้องมีการโอนเงินค่าเช่าจริงจากบัญชีบริษัทไปยังเจ้าของคอนโด และมีใบรับเงิน/ใบเสร็จรับเงิน
  • การหักภาษี ณ ที่จ่าย : เมื่อบริษัทจ่ายค่าเช่าให้บุคคลธรรมดา บริษัทมีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของเงินได้ที่จ่าย ตามข้อ 6 (1) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 นำส่งแบบภ.ง.ด.3 และนำส่งกรมสรรพากรทุกเดือน แม้จะยังไม่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทก็ตาม
  • ความสมเหตุสมผลของราคา : ราคาค่าเช่าต้องเป็น ราคาตลาด (Market Price) ไม่สูงจนผิดปกติเพื่อดึงเงินออกจากบริษัท
  • ความเสี่ยงเรื่องอาคารชุด : หลายคอนโดมีข้อบังคับห้ามใช้ห้องชุดประกอบการค้า หากนิติบุคคลคอนโดตรวจสอบพบ อาจมีปัญหาเรื่องการละเมิดกฎระเบียบของอาคารชุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสัญญาเช่าและสถานะการเป็นสำนักงานบริษัท

2. ประเด็น "ที่อยู่ไม่ตรงกับที่จดทะเบียน DBD"

ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และภาษีอากร การที่สำนักงานจริงไม่ตรงกับที่จดทะเบียน ไม่เป็นเหตุผลที่ทำให้ค่าใช้จ่ายนั้นลงเป็นรายจ่ายทางภาษีไม่ได้ ตราบใดที่พิสูจน์ได้ว่าใช้ทำงานจริง และรายจ่ายนั้นเกี่ยวข้องกับกิจการ แต่จะมีข้อควรระวังดังนี้:

  • มาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร : รายจ่ายซึ่งมิได้จ่ายไปเพื่อกิจการโดยเฉพาะ จะนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีไม่ได้ ดังนั้นบริษัทฯ ควรมีหลักฐานว่าคอนโดนี้ใช้ทำงานจริง เช่น รูปถ่ายสำนักงาน, บิลค่าน้ำค่าไฟที่เป็นชื่อบริษัท (ถ้าทำได้) หรือระบุในรายงานการประชุมว่าอนุมัติให้เช่าที่นี่เป็นที่ทำงาน และใช้เพื่อทำธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่การนำค่าใช้จ่ายส่วนตัวมาเบิก แล้วลงรายจ่ายบริษัท
  • ความเสี่ยง : สรรพากรมีสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตได้ว่า หากบริษัทฯ มีที่ตั้งตามกฎหมาย (DBD) อยู่แล้ว ทำไมถึงต้องมีรายจ่ายค่าเช่าที่อยู่อีกแห่งหนึ่ง? หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อธุรกิจจริงๆ รายจ่ายนี้ "อาจถูกมองว่าเป็นรายจ่ายส่วนตัว" ซึ่งตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ถือเป็น "รายจ่ายต้องห้าม" ที่ต้องนำมาบวกกลับกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง : เมื่อเปลี่ยนคอนโดจาก "อยู่อาศัย" เป็น "สำนักงาน" อัตราภาษีที่ดินฯ จะเปลี่ยนเป็นประเภท "อื่นๆ/พาณิชยกรรม" ซึ่งสูงกว่าที่พักอาศัย เจ้าของคอนโดต้องระวังจุดนี้ในการเสียภาษีรายปีด้วย

มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ

3. ข้อแนะนำเพิ่มเติม (ก่อนรายได้ถึง 1.8 ล้าน)

เนื่องจากระบุว่ารายได้ยังไม่เกิน 1.8 ล้านบาท (ยังไม่เข้าระบบ VAT) สิ่งที่ควรทำ คือ:

  1. เตรียมจดเปลี่ยนแปลงที่ตั้ง : หากในอนาคตรายได้ใกล้ถึง 1.8 ล้านบาท และต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) "ที่อยู่จดทะเบียนกับ DBD" และ "ที่ตั้งสถานประกอบการ VAT" ควรเป็นสถานที่เดียวกัน และคอนโดส่วนใหญ่ "จด VAT ไม่ได้" หากนิติบุคคลคอนโดไม่อนุญาต
  2. แม้ในมุมสรรพากรบริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องจดแจ้งเพิ่มสถานประกอบการสาขา ต่ออธิบดีกรมสรรพากร ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเปิดสถานประกอบการสาขา แต่อย่างใด เนื่องจากไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ในทาง DBD กรณีที่ใช้คอนโดเป็นสถานประกอบการเป็นประจำ ใช้ประกอบกิจการขายสินค้า ผลิตสินค้าหรือเก็บสินค้า ต้องจดทะเบียนเพิ่มสาขากับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)เมื่อธุรกิจมีสถานที่ประกอบกิจการตั้งอยู่มากกว่า 1 แห่ง โดยสถานที่ใหม่นั้นใช้งานเป็นการถาวรเช่น เปิดหน้าร้าน, โกดังเก็บสินค้า, หรือโรงงานผลิต หากเป็นเพียงการใช้งานชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสาขา ทั้งนี้ต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับจากวันที่เปิดสาขา

อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

การเช่าโกดังเพื่อเก็บสินค้าเคมีเกษตร ต้องจดแจ้งเพิ่มสถานประกอบการสาขาหรือไม่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 15/09/2024 - วันที่ตอบ 26/10/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

อยากเรียนสอบถามเกี่ยวกับการเช่าโกดังเพื่อเก็บสินค้าเคมีเกษตร ค่ะ

    บริษัทเป็นผู้ประกอบการอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม มีสถานประกอบการสำนักงานใหญ่แห่งเดียว ได้ดำเนินธุรกิจโดยมีการขายสินค้าเคมีมาก่อน พอปี 2565 เริ่มมีการขายสินค้าเคมีเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จะมีการเช่าโกดังเพื่อเก็บสินค้าเคมีเกษตรโดยเฉพาะ

อยากเรียนสอบถาม

บริษัทจำเป็นต้องจดสาขาเพิ่มกับทางสรรพากร ก่อนล่วงหน้า 15 วัน และทางกรมพัฒนาธุรกิจไหมคะ

วิสัชนา

1. กรณีในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2565 บริษัทฯ เริ่มมีการขายสินค้าเคมีเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จะมีการเช่าโกดังเพื่อเก็บสินค้าเคมีเกษตรโดยเฉพาะ เช่นนี้ บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องจดแจ้งเพิ่มสถานประกอบการสาขา ต่ออธิบดีกรมสรรพากร ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนเปิดสถานประกอบการสาขา แต่อย่างใด

2. การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ต่อเจ้าพนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    2.1 ข้อมูลที่ต้องใช้ใน

         (1) ที่ตั้งแห่งใหม่ของสำนักงานแห่งใหญ่

         (2) เลขรหัสประจำบ้าน

    2.2 เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่

         (1) คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1)

         (2) แบบคำรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด

         (3) รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม และ/หรือมติพิเศษ (แบบ บอจ.4)

         (4) หลักฐานการอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่หรือสำนักงานสาขาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ใช้เฉพาะในการประกอบธุรกิจที่มีกฎหมายพิเศษควบคุม)

         (5) แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่และสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียงโดยสังเขป

         (6) สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน *ดูหลักเกณฑ์เรื่องบัตรประจำตัว*

         (7) สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี) *ดูหลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อผู้ขอจดทะเบียน*

         (8) หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

    หมายเหตุการแก้ไขเพิ่มเติมสำนักงานสาขาให้ใช้เอกสารตามข้างต้น ยกเว้นข้อ 5 แบบพิมพ์จดทะเบียนสามารถ Download ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอจดทะเบียนและเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียน ให้พิมพ์ด้วย

เครื่องพิมพ์ดีดหรือเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น

    สำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนทุกฉบับ ต้องให้ผู้ขอจดทะเบียนอย่างน้อยหนึ่งคนรับรองความถูกต้อง ยกเว้นสำเนาบัตรประจำตัวหรือหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อผู้ขอจดทะเบียน ให้ผู้เป็นเจ้าของบัตร หรือผู้ขอจดทะเบียนอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง

    2.3 ค่าธรรมเนียม

         (1) การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสำนักงานของบริษัทจำกัด 500 บาท

         (2) หนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท

         (3) รับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน หน้าละ 50 บาท

    2.4 สถานที่จดทะเบียน

         ยื่นคำขอจดทะเบียน ณ หน่วยงานในสังกัดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ตามที่สำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ ดังนี้

         (1) บริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ำ) สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า เขต 1-6 (ปิ่นเกล้า พหลโยธิน รัชดาภิเษกสี่พระยา ศรีนครินทร์ (ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค) และแจ้งวัฒนะ (ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา)) เฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์ ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สนามบินน้ำ)

         (2) บริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้ยื่นขอจดทะเบียนที่สำนักงาน พาณิชย์จังหวัด ในจังหวัดที่บริษัทจำกัดนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ นอกจากนี้สามารถ ยื่นจดทะเบียนทางระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Registration) ที่เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

ห้องชุดในอาคารชุดเป็นสถานประกอบการ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/05/2024 - วันที่ตอบ 07/05/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57)

ปุจฉา

บริษัทได้จดทะเบียนและจดภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วโดยที่ตั้งเป็นอาคารพาณิชย์ และต่อมาจะเปลี่ยนที่ตั้งเป็นคอนโดได้ไหมคะเป็นกิจการรับเหมาติดตั้งแอร์ ไม่มีสต๊อคของไว้ และช่วงนี้บริษัทไม่ค่อยมีงานคะ

วิสัชนา

ตามข้อ 5 (5) (ก) วรรคสอง ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และ การออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ลงวันที่ วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2537 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 215) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป กรมสรรพากรได้กำหนดหลักเกณฑ์ การใช้ห้องชุดในอาคารชุดเป็นสถารประกอบการ ดังนี้

    “กรณีสถานที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการตามวรรคหนึ่ง ตั้งอยู่ในอาคารชุด ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด ให้แนบภาพถ่ายหนังสือรับรองของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดที่ระบุว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ประกอบการค้าของอาคารชุด ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด

     ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีผู้ประกอบการกรณีผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นผู้มีสัญชาติไทย ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้ห้องชุดเพื่อการอยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดเป็นสถานประกอบการเพียงแห่งเดียว และไม่มีสถานประกอบการแห่งอื่น ต้องมีใบทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ประกอบพาณิชยกิจการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ ไม่ต้องมีหนังสือรับรองของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์


เรื่อง

เช่าบ้านกรรมการเป็นสำนักงานสาขา

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 13/11/2022 - วันที่ตอบ 13/11/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,อากรแสตมป์

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ, ลักษณะตราสาร 1 เช่าที่ดินอาคาร โรงเรือน และสิ่งปลูกสร้าง

ปุจฉา

ดิฉันขออนุญาตสอบถามดังนี้ค่ะ คือบริษัทฯ อยู่ต่างจังหวัด กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์จึงมีการปรึกษาหารือกับที่ปรึกษาต่างๆ จึงคิดว่าจะมีสำนักงานที่กรุงเทพ ซึ่งกรรมการได้มีการซื้อบ้านไว้และคิดว่าจะใช้เป็นสำนักงานที่ กทม. ดิฉันขอเรียนถามดังนี้ค่ะ

    1. เราสามารถเช่าบ้านกรรมการเป็นสำนักงานโดยจดทะเบียนเป็นสาขาที่ กทม. ได้ไหมคะ

    2. บริษัทฯ สามารถผ่อนค่าบ้านแทนกรรมการในช่วงที่เช่าได้หรือไม่คะ โดยลงบัญชีเป็นค่าเช่าสำนักงาน

    3. ดอกเบี้ยค่าผ่อนบ้าน สามารถลงเป็นดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทได้หรือไม่คะ

วิสัชนา

กรณีตามข้อเท็จจริง

    1. บริษัทฯ สามารถเช่าบ้านกรรมการเป็นสำนักงานโดยจดทะเบียนเป็นสาขาที่ กทม. ได้ เพราะไม่มีข้อห้ามใดๆ และมีผู้ดำเนินการไปแล้วมากมายๆ

    2. บริษัทฯ พึงต้องทำสัญญาเช่า และระบุค่าตอบแทนการให้แก่กรรมการ โดยตกลงนำค่าผ่อนชำระ บ้านที่กรรมการมีภาระต้องจ่าย มาถือเป็นค่าตอบแทนการเช่าได้ โดยลงบัญชีเป็นค่าเช่าสำนักงาน ซึ่งบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ในอัตรา 5% ของเงินได้ที่จ่าย ตามข้อ 6 (1) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 

       อนึ่งในการทำสัญญาเช่า กรรมการมีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามลักษณะตราสาร 1 เช่าที่ดินอาคาร โรงเรือน และสิ่งปลูกสร้าง ในอัตรา ต่อทุกจำนวนเงินค่าเช่า 1,000 บาท หรือเศษของเงิน 1,000 บาท แห่งราคาค่าเช่าทั้งหมด โดยบริษัทฯ ในฐานะผู้เช่าเป็นผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์

    3. ดอกเบี้ยค่าผ่อนบ้าน ถือเป็นค่าเช่า ตามข้อ 2 บริษัทฯ ย่อมสามารถลงเป็นดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทฯ ได้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ