Case study

ซื้อกระเช้าดอกไม้เนื่องในวันเกิดให้ บริษัทในเครือ และ ผู้บริหารของบริษัทตัวเอง สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่


เรื่อง ซื้อกระเช้าดอกไม้เนื่องในวันเกิดให้ บริษัทในเครือ และ ผู้บริหารของบริษัทตัวเอง สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 07/02/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

1.บริษัทมอบกระเช้าดอกไม้ ให้กับผู้บริหารบริษัทในเครือเดียวกันเนื่องในวันเกิด และบริษัทในเครือดังกล่าวนี้เป็นบริษัทที่ให้เช่าพื้นที่สำนักงานด้วย โดยกระเช้ามีมูลค่า 2,500 บาท อยากสอบถามว่า ค่ากระเช้าจำนวน 2,500 สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่

2.บริษัทมอบกระเช้าดอกไม้ ให้กับผู้บริหารของบริษัทตัวเองเนื่องในวันเกิด โดยกระเช้ามีมูลค่าเกิน 2,500 บาท 

อยากสอบถามว่า ค่ากระเช้าจำนวน 2,500 ไม่สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ใช่หรือไม่

คำตอบ

การพิจารณารายจ่ายว่าจะ ค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่ ต้องดูว่า รายจ่ายนั้นมี ความจำเป็นและเกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดประโยชน์กับบริษัทหรือไม่ 

ตอบ 1 การมอบกระเช้าดอกไม้ให้ผู้บริหาร “บริษัทในเครือ” (ผู้ให้เช่าพื้นที่สำนักงาน) มูลค่า 2,500 บาท เนื่องในวันเกิด เป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล  ถือเป็นการให้ในลักษณะเป็นการส่วนตัว  และเสน่หา และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัท จึงไม่สามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษี เนื่องจากเข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3)(13) แห่งประมวลรัษฎากร

            อย่างไรก็ตาม ถ้าเปลี่ยนข้อเท็จจริง เป็น การมอบกระเช้าดอกไม้ เพื่อแสดงความยินดี ในงานเปิดบริษัท งานครบรอบปีของการเปิดบริษัท ถือเป็นการรับรองทางการค้าเพื่อการเจรจาธุรกิจ  มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทในอนาคต จึง ถือเป็นรายจ่ายที่ เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ จะสามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้*(1)  เนื่องจากไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร 


หมายหตุ *(1) :     

รายจ่ายเพื่อการรับรองทางการค้าเพื่อการเจรจาธุรกิจ  ตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ   ข้อ 3 (3) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522)  บริษัทสามารถรับรู้รายจ่ายได้ไม่เกิน 2,000 บาท ต่อคนต่อคราว ดังนั้นการให้กระเช้าดอกไม่จึงสามารถรับรู้เป็น รายจ่ายทางภาษีได้ 2,000 บาท และ รายจ่ายบวกกลับทางภาษี 500 บาท

ภาษีซื้อสำหรับค่ารับรองเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ไม่สามารถนำไปเครดิตหักกับภาษีขายได้ แต่สามารถนำมารับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ (รวมกันกับค่าสินค้าไม่เกิน 2,000 บาท ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น ทั้งนี้ตามมาตรา 82/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร และ มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร 




ตอบ 2    การมอบกระเช้าดอกไม้ให้ “ผู้บริหารของบริษัทตนเอง” มูลค่าเกิน 2,500 บาท เนื่องในวันเกิด เป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล  ถือเป็นการให้ในลักษณะเป็นการส่วนตัว  และเสน่หา และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัท จึงไม่สามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษี เนื่องจากเข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3)(13) แห่งประมวลรัษฎากร

อย่างไรก็ตาม ถ้าเปลี่ยนข้อเท็จจริง เป็น การมอบกระเช้าดอกไม้ในวันเกิดของพนักงาน เนื่องจากสิทธิสวัสดิการตามกฏระเบียบของบริษัท  โดยการให้นี้จะต้องไม่เลือกปฏิบัติให้ฉพาะผู้บริหารเท่านั้น แต่เป็นการให้พนักงานทั้งหมด โดยไม่เลือกปฏิบัติตามเงื่อนไขของบริษัท (แต่ละตำแหน่งอาจให้มูลค่าไม่เท่ากันก็ได้ แต่ถ้าตำแหน่งเดียวกันควรเท่ากัน)  กรณีแบบนี้จะถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัท  มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดขวัญและกำลังใจกับพนักงาน  จึง ถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ จะสามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้*(2)   เนื่องจากไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร 


หมายหตุ *(2) : รายจ่ายเกี่ยวกับพนักงานเมื่อบริษัทรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัทแล้ว  ทางฝั่งผู้รับก็ย่อมต้องรับรู้เป็นรายได้ของตนด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้บริหาร กรรมการ  หรือ พนักงาน ผู้ที่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ประโยชน์ส่วนเพิ่มจากการจ้างแรงงาน  จะ ต้องนำมาคำนวณรวมเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  บริษัทมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร


สรุป

กรณี

เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่

หมายเหตุ

ให้ผู้บริหารบริษัทในเครือ (วันเกิด)

ไม่ได้

เป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่ประโยชน์แก่บริษัท

เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3)(13) แห่งประมวลรัษฎากร

ให้บริษัท Vendor เนื่องจาก งานประเพณี 

ได้

ไม่เกิน 2,000 บาท/คน/คราว

ให้ผู้บริหารบริษัทตนเอง (วันเกิด)

ไม่ได้

เป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช่สวัสดิการ

เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3)(13) แห่งประมวลรัษฎากร

ให้ผู้บริหาร กรรมการ พนักงานของบริษัท(วันเกิด) ตามกฎระเบียบสวัสดิการ

ได้

เป็นประโยชน์ส่วนเพิ่มของพนักงาน


แนะนำเพิ่มเติม  

แนวทางการจัดให้มี “ของขวัญ / สวัสดิการ” เพื่อให้สามารถถือเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้นั้น มีหลักสำคัญในการพิจารณาคือ รายจ่ายดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ มิใช่เป็นประโยชน์ส่วนบุคคลของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยกำหนดให้เป็นสวัสดิการของบริษัท เช่น การให้ของขวัญหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้อยู่ในลักษณะของ “สวัสดิการพนักงาน” อย่างเป็นระบบ โดยต้องมีคุณสมบัติสำคัญ เช่น เป็นสวัสดิการที่ให้แก่พนักงานตามหลักเกณฑ์เดียวกัน ไม่เลือกให้เฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง เนื่องจากถ้าให้ของขวัญเฉพาะกรรมการ ผู้บริหารบางราย หรือให้ตามดุลยพินิจโดยไม่มีหลักเกณฑ์รองรับ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกตีความว่าเป็นรายจ่ายต้องห้าม 

ตัวอย่างสวัสดิการที่มีลักษณะเหมาะสม ได้แก่ สวัสดิการของขวัญวันเกิดพนักงาน สวัสดิการตามอายุงาน สวัสดิการตามระดับตำแหน่งที่กำหนดเป็นกลุ่ม  

อ้างอิงกฎหมาย


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่..

(4) ค่ารับรองหรือค่าบริการส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

ดูกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (.2522) 

(6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ


กฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522)

ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้


ข้อ 1   ค่ารับรองหรือค่าบริการที่จะถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5

ข้อ   ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องเป็นค่ารับรองหรือค่าบริการอันจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และบุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการต้องมิใช่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเว้นแต่ลูกจ้างดังกล่าวจะมีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรองหรือการบริการนั้นด้วย

ข้อ 3ค่ารับรองหรือค่าบริการ ต้อง

         (1) เป็นค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการรับรองหรือการบริการที่จะอำนวยประโยชน์แก่กิจการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรสพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกีฬา เป็นต้น หรือ

        “(2) เป็นค่าสิ่งของที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการไม่เกินคนละ 2,000 บาท ในแต่ละคราวที่มีการรับรองหรือการบริการ”

ข้อ 4จำนวนเงินค่ารับรองและค่าบริการให้นำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่ากับจำนวนที่ต้องจ่าย แต่รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 ของจำนวนเงินยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใด ในรอบระยะเวลาบัญชีหรือของจำนวนเงินทุนที่ได้รับชำระแล้วถึงวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ทั้งนี้รายจ่ายที่จะนำมาหักได้จะต้องมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 222 (พ.ศ. 2542) ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นต้นไป)

ข้อ ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องมีกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าวเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่ายค่ารับรอง หรือค่าบริการนั้นด้วย และต้องมีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับสำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่ารับรองหรือเป็นค่าบริการเว้นแต่ในกรณีที่ผู้รับเงินไม่มีหน้าที่ต้องออกใบรับตามประมวลรัษฎากร


มาตรา 40   เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน


มาตรา 82/5 ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3

(4) ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

กรณีบริษัทฯ มอบของขวัญวันเกิดให้กับลูกค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 31/01/2020 - วันที่ตอบ 09/02/2020

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ขอรบกวนสอบถามเรื่องการให้ของขวัญวันเกิดลูกค้า เช่น กระเช้าดอกไม้ ไวน์ สั่งทำของขวัญ หรือให้เป็นสินค้าของบริษัทฯ การให้ของขวัญนี้ บริษัทฯจะต้องเสียภาษีขายและลงรายการในรายงานภาษีขายมั้ยคะ หรือถือเป็นค่ารับรองไม่ต้องเสียภาษีขาย

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ มอบของขวัญวันเกิดลูกค้า เช่น กระเช้าดอกไม้ ไวน์ สั่งทำของขวัญ หรือให้เป็นสินค้าของบริษัทฯ การให้ของขวัญนี้ เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว ให้โดยเสน่หา ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ไม่อาจนำภาษีซื้อมาถือเป็นเครดิตหักอกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องเสียภาษีขาย พร้อมทั้งลงรายการในรายงานภาษีขายด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

รายจ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีจัดเลี้ยงนอกสถานที่เนื่องในวันเกิดผู้บริหาร

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 25/10/2019 - วันที่ตอบ 17/11/2019

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ปรึกษา เรื่อง รายจ่ายจากการจัดเลี้ยงพนักงาน และบุคคลภายนอก เนื่องในวันเกิดผู้บริหาร โดยการจัดเลี้ยจัดนอกสถานที่ และจ้างบริษัทรับจัดอาหรแบบบุฟเฟต์ เป็นรายหัว @ 459 บาท โดยออกใบเสร็จ และหัก ณ ที่จ่ายในนามบริษัทฯ รบกวนสอบถามดังนี้
 1. 
ค่าใช้จ่ายในการจัดเลี้ยง ถือเป็นรายจ่ายของบริษัทได้หรือไม่
 2. 
ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายดังกล่าวเป็นภาษีซื้อต้องห้ามหรือไม่
 3. 
ควรมีเอกสารประกอบรายการดังกล่างอย่างไรบ้างนอกเหนือจากใบกำกับภาษี และหัก ณที่จ่าย
 ส่วนตัวคิดว่ามันไม่น่าใช่รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการเท่าไหร่นัก และยังมีคนภายนอกร่วมงานเป็นส่วนใหญ่

วิสัชนา

เกี่ยวกับรายจ่ายจากการจัดเลี้ยง พนักงาน และบุคคลภายนอก เนื่องในวันเกิดผู้บริหาร โดยการจัดเลี้ยงจัดนอกสถานที่ และจ้างบริษัทรับจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ เป็นรายหัว @ 459 บาท โดยออกใบเสร็จ และหัก ณ ที่จ่ายในนามบริษัทฯ นั้น รายจ่ายดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
 1. ค่าใช้จ่ายในการจัดเลี้ยง จึงไม่อาจนำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีอากรของบริษัทฯ ได้
 2. ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายดังกล่าวเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ตามมาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร
 3. สำหรับเอกสารประกอบรายการดังกล่าว นั้น เท่าที่มีบริษัทฯ นำไปบันทึกรายการทางบัญชีได้ แต่ต้องปรับปรุงบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีอากรอากร ตามแบบ ภ.ง.ด.50

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ค่ากระเช้าปีใหม่แจกลูกค้า ลงเป็นรายจ่ายส่งเสริมการขาย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 06/05/2022 - วันที่ตอบ 01/02/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ), มาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)

ปุจฉา

ดิฉันมีเรื่องข้องใจเกี่ยวกับค่ากระเช้าปีใหม่แจกลูกค้าค่ะค่าใช้จ่ายนี้เรานำมาเป็นค่าส่งเสริมการขายและใช้ภาษีซื้อได้ไหมคะ หรือต้องลงเป็นค่ารับรองคะ

วิสัชนา

1. ตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 เป็นต้นไป กำหนดให้นำภาษีซื้อสำหรับค่ารับรอง ซึ่งเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร มาถือรวมเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนี้

    “มาตรา 65 ตรี รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

         (6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา”  

    ทั้งนี้ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษี ตามมาตรา 82/5 (1) (2) (3) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับภาษีซื้อสำหรับค่ารับรอง ตามมาตรา 82/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

    “ข้อ 5 ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง หรือเพื่อการอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกันตามมาตรา 82/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

        (ก) ค่ารับรอง หรือค่าบริการไม่ว่าจะจ่ายเพื่อการรับรองหรือให้บริการแก่บุคคลใด ๆ และไม่ว่าจะอำนวยประโยชน์แก่กิจการหรือไม่ก็ตาม เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

        (ข) ค่าสิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการตาม (ก) และบุคคลอื่น”  



 

2. ตามข้อ 2 (6) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 

    “ข้อ 2 ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี

        ...

        (6) มูลค่าของสินค้าที่แจกหรือให้เป็นของขวัญ เนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ การเปิดแนะนำสินค้าใหม่ทั้งนี้ เฉพาะสินค้าที่เป็นปฏิทิน สมุดบันทึกประจำวัน (Diary) หรือสินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกันของขวัญหรือของชำร่วยที่มีชื่อผู้ประกอบการ ชื่อการค้า หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบการปรากฏอยู่ โดยของขวัญหรือของชำร่วยดังกล่าว ต้องเป็นสิ่งของที่พึงให้แก่กันตามประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และต้องมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินสมควร”  



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีบริษัทฯ จ่ายค่ากระเช้าของขวัญของชำร่วย เพื่อแจกลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ นั้น

1.ในทางปฏิบัติโดยทั่วไป นิยมนำมาถือเป็นรายจ่ายค่ารับรอง โดยไม่จำต้องอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรายจ่ายค่ากระเช้าของขวัญของชำร่วย หากแต่ใช้หลักเกณฑ์ค่ารับรองตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีเงินได้ ลงวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2522 โดยมูลค่าของกระเช้าทั้งสิ้น ต้องไม่เกิน 2,000 บาท ต่อคนต่อคราวที่มีการรับอง และจำนวนเงินค่ารับรองดังกล่าว ให้นำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่ากับจำนวนที่ต้องจ่าย แต่รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 ของจำนวนเงินยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใด ในรอบระยะเวลาบัญชีหรือของจำนวนเงินทุนที่ได้รับชำระแล้วถึงวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ทั้งนี้รายจ่ายที่จะนำมาหักได้จะต้องมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท  

    ต่อมาเมื่อมีการนำระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้บังคับ ได้กำหนดให้ภาษีซื้อสำหรับค่ารับรองเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ตามกฎหมายมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร ก็ยอมให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบคุคลนำภาษีซื้อสำหรับค่ารับรองมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้

    กรณีจึงได้มีการนำรายจ่ายค่ากระเช้าของขวัญของชำร่วย และภาษีซื้อสำหรับรายจ่ายดังกล่าว มาถือเป็นรายจ่ายค่ารับรอง ดังปรากฏให้เห็นกันทั่วไป


  

2. อย่างไรก็ตาม ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (6) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่แจกหรือให้เป็นของขวัญ เนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ การเปิดแนะนำสินค้าใหม่ มาถือรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณมูลค่าเพิ่ม (Non VAT Base) ทั้งนี้ สำหรับของขวัญหรือของชำร่วยที่มีชื่อผู้ประกอบการ ชื่อการค้า หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบการปรากฏอยู่ โดยของขวัญหรือของชำร่วยดังกล่าว ต้องเป็นสิ่งของที่พึงให้แก่กันตามประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และต้องมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินสมควร

    ดังนั้น จึงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิเลือกที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยนำกระเช้าของขวัญของชำร่วยมาแจกหรือให้เป็นของขวัญแก่ลูกค้าเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ การเปิดแนะนำสินค้าใหม่ มาถือเป็นรายจ่ายในการส่งเสริมการขาย โดยนำมูลค่าของขวัญของชำร่วมถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งจำนวน โดยไม่ต้องนำไปถือเป็นค่ารับรอง ตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ตามรายละเอียดในข้อ 1 ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้สิทธิในภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อกระเช้าของขวัญของชำร่วยที่เป็นไปตามลักษณะ และเงื่อนไขตามข้อ 2 (6) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 โดยไม่ต้องนำมูลค่าของกระเช้าดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม


  

เครดิตอาจารย์ หยี พูนพิศ ชวลิตนิธิกุล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ