Case study

จ้างแรงงานต่างด้าว มาซ่อมแซม / ต่อเติมอาคาร ลงค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ เเละต้องหักภาษีหรือไม่


เรื่อง จ้างแรงงานต่างด้าว มาซ่อมแซม / ต่อเติมอาคาร ลงค่าใช้จ่ายได้หรือไม่ เเละต้องหักภาษีหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 30/09/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทจ้างแรงงานต่างด้าว (คนไทยใหญ่ สัญชาติเมียนมา)  มาเป็นแรงงานก่อสร้าง ในการสร้าง / ต่อเเติม / ซ่อมแซมอาคารของบริษัท   โดยแรงงานต่างด้าวมีบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง    จ้างแรงงานอย่างเดียว ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ รับจ้างเป็นครั้งคราว อยู่ในไทยเกิน 180 วัน 

คำถาม

1. บริษัทสามารถบันทึกค่าแรงเป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่  

2. ในการจ่ายค่าจ้าง ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เหมือนพนักงานทั่วไปหรือไม่? 

3. หากไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จะดำเนินการอย่างไร? เพื่อให้บริษัทนำมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้อย่างถูกต้องต่อไป  

คำตอบ

การบันทึกค่าแรงและการหักภาษีเงินได้สำหรับแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานในไทย

1. การบันทึกค่าแรงเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท

  • หลักการตามประมวลรัษฎากร 
     – ค่าใช้จ่ายจากการจ้างแรงงานในการจ้างซ่อมแซม ต่อเติมอาคาร หรืองานที่ใช้แรงงานอื่นๆ จากการรับทำงานให้ 
    บริษัทฯ สามารถหักเป็นรายจ่ายในทางภาษีได้ เมื่อเป็นรายจ่ายที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี(13) แห่งประมวลรัษฎากร และมีหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจน เช่น เอกสารการจ้างงานและหลักฐานการจ่ายค่าแรง ค่าจ้าง
    • แม้ในกรณีที่แรงงานต่างด้าวไม่ได้รับใบอนุญาตทำงาน การว่าจ้างนั้นอาจผิดกฎหมายแรงงานและมีโทษปรับ/จำคุก แต่สำหรับภาษี ถ้าบริษัทฯ พิสูจน์ได้ว่ารายจ่ายเกี่ยวข้องกับกิจการและมีหลักฐานการจ่าย สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้

       

2. การหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับค่าจ้างให้ต่างด้าว

  • ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2)แห่งประมวลรัษฎากร
     – ค่าจ้างในการต่อเติมอาคาร ซ่อมแซม อื่นๆ โดยไม่ได้จัดสัมภาระในการจ้างเหมา ใช้แรงงานเป็นสำคัญ ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดเตรียมสัมภาระเอง 
    ค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับจากการทำงานในประเทศไทย จากการรับทำงาน ให้ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้ดังกล่าวเกิดจากแหล่งเงินได้ในประเทศไทย และอยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน บุคคลธรรมดาผู้รับจ้างดังกล่าว มีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย ตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร

     
  • หน้าที่ของบริษัทฯ ผู้ว่าจ้าง 
     – เมื่อจ่ายเงิน 
    บริษัทฯ ต้องคำนวณและหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร  นำส่งภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.1 ตามมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร (หากการจ่ายแต่ละครั้งคำนวณแล้วไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี 

– แต่หากบริษัทฯ คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าแล้ว เงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ไม่เกิน 310,000 บาทต่อปี) บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ไม่ต้องนำส่งแบบภ.ง.ด.1 ตามมาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร แต่สิ้นปีบริษัทฯ จะต้องนำยอดเงินได้ดังกล่าวไปรวมแสดงเพื่อนำส่งใน แบบภ.ง.ด.1ก ด้วย (แต่หากกลัวลืมว่าจะเก็บยอดมาไม่ครบ จะนำส่งแบบภงด.1 ในเดือนที่จ่ายเงิน โดยแสดงแค่ยอดเงินได้ ไม่มียอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายก็สามารถทำได้) 
  

  • อัตราภาษี 
     – ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช้ 
    อัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ใช่หัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 3%  การหัก ณ ที่จ่ายอัตรา 3% จะใช้สำหรับการจ้างทำของ/ค่าจ้างเหมา ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาสัมภาระ เช่น อิฐ หิน ปูนทราย อื่นๆ ตามมมาตรา 40 (7) แห่งประมวลรัษฎากร หรือบุคคลธรรมดานั้นประกอบในรูปแบบธุรกิจ ที่ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร

     

3. การจัดการเมื่อไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

  • คนต่างด้าวต้องมี Tax ID เพื่อขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
     – กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 
     – 
    ผู้ไม่มีเลขประจำตัวประชาชนต้องยื่นคำร้องแบบล.ป.10.1 พร้อมแนบสำเนาหนังสือเดินทาง ใบสำคัญคนต่างด้าว หรือใบอนุญาตทำงาน ต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือสรรพากรพื้นที่สาขา นายจ้างสามารถช่วยยื่นคำร้องแทนลูกจ้างได้ โดยหน่วยงานออกบัตรฯ จะออกเลข Tax ID 13 หลักให้ (ขึ้นต้นด้วย 099) โดยต้องขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีเงินได้พึงประเมิน

     
  • ยื่นแบบภาษีโดยไม่ได้ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก 
     – หากยังไม่ได้รับเลข Tax ID ในขณะยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 หรือ ภ.ง.ด.1ก การระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไม่ครบถือเป็น “การยื่นแบบไม่ครบถ้วน” แต่ ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม บริษัทสามารถบันทึกค่าแรงเป็นค่าใช้จ่ายได้ แต่ควรเร่งดำเนินการขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีให้ถูกต้อง

4. ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

  1. ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและตรวจคนเข้าเมือง 
    – แม้ในทางภาษีจะอนุญาตให้ลงรายจ่ายค่าแรงงานได้ แต่การจ้างคนต่างด้าวต้องเป็นไปตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวและกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง เช่น ต้องมีใบอนุญาตทำงาน มิฉะนั้นนายจ้างอาจถูกปรับ 10,000–100,000 บาทต่อคน
      
  2. เอกสารประกอบการหักภาษี ณ ที่จ่าย 
    – เตรียมหลักฐานการจ้างงาน (สัญญา), ใบอนุญาตทำงาน, หนังสือเดินทาง, รายงานการทำงาน และหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง (ใบโอนเงิน) เพื่อใช้เป็นหลักฐานหักค่าใช้จ่ายและภาษี
      
  3. การยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดาของผู้รับจ้างต่างด้าว 
     – หากผู้รับจ้างมีเงินได้พึงประเมินเกินเกณฑ์ต้องยื่นแบบ (ปัจจุบัน 120,000 บาทต่อปีสำหรับผู้โสด) จะต้องยื่น ภ.ง.ด.90/91 เช่นเดียวกับคนไทย และสามารถขอคืนภาษีได้ตามสิทธิ นายจ้างควรแจ้งและให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้

สรุปคำตอบ

ประเด็น

หลักการภาษี/กฎหมาย

วิธีปฏิบัติของบริษัท

ข้อควรระวัง

1. การบันทึกค่าจ้าง ค่าแรงงาน

รายจ่ายจากการจ้างแรงงาน ที่เป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ลงเป็นรายจ่ายในทางภาษีได้ ไม่ต้องห้ามตาม มาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ หากมีหลักฐานการจ่ายจริง (สัญญา, ใบโอนเงิน, รายงานการทำงาน)

ถ้าแรงงานไม่มีใบอนุญาตทำงาน → ผิดกฎหมายแรงงาน แต่ไม่ใช่รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี

2. หักภาษี ณ ที่จ่าย

ถือเป็นเงินได้ ม.40(2) → คำนวณตามอัตราก้าวหน้า ม.48

บริษัทต้องคำนวณตามขั้นบันไดภาษีและหัก ณ ที่จ่ายใน ภ.ง.ด.1 (รายเดือน หรืออย่างน้อยสิ้นปีใน ภ.ง.ด.1ก)

ไม่หัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% (หัก 3% ใช้กับ ม.40(7), ม.40(8))

3. Tax ID ของแรงงานต่างด้าว

ต้องมีเลขผู้เสียภาษี 13 หลัก (099-...) ภายใน 60 วัน

ยื่นแบบ ล.ป.10.1 แนบพาสปอร์ต/ใบอนุญาตทำงาน เพื่อขอเลข Tax ID

ถ้ายื่นแบบโดยไม่มี Tax ID → ถือว่ายื่นไม่ครบถ้วน แต่ยังบันทึกค่าใช้จ่ายได้

4. ข้อควรระวังเพิ่มเติม

กฎหมายแรงงานและตรวจคนเข้าเมือง

เก็บเอกสารประกอบทุกครั้ง (สัญญา, พาสปอร์ต, ใบอนุญาตทำงาน, ใบโอนเงิน)

จ้างแรงงานไม่มีใบอนุญาต → นายจ้างปรับ 10,000–100,000 บาท/คน


กฏหมายที่เกี่ยวข้อง


มาตรา 40  เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

  (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว


(7) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ



มาตรา 41   ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ


     ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย
      ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย
 



มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

 (13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ




อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

าษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 11/01/2024 - วันที่ตอบ 21/02/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 41 วรรคแรกแห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

สอบถามเกี่ยวกับการยื่นภาษี ภ.ง.ด.91 ของนายญี่ปุ่นค่ะ

อยากทราบว่า

ในกรณีที่นายญี่ปุ่นอยู่ไทยเกิน 180 วัน มีเงินได้ทั้งที่ไทยและที่ญี่ปุ่น แต่ในส่วนของเงินได้ที่ประเทศญี่ปุ่นเข้าบัญชีและเสียภาษีที่ญี่ปุ่น และไม่เคยโอนเงินได้เข้ามาในประเทศไทย ส่วนเงินได้ในไทยเข้าบัญชีที่เปิดในประเทศไทย ไม่เคยรับโอนเงินได้จากที่ญี่ปุ่น ในตอนที่ยื่น ภ.ง.ด.91 ต้องนำเงินได้ที่ญี่ปุ่นมาร่วมคำนวณเป็นเงินได้ด้วยไหมคะ

วิสัชนา

กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเงินได้ของพนักงานชาวต่างประเทศ ดังนี้

“เลขที่หนังสือ : กค 0702/4899

วันที่ : 22 มิถุนายน 2552

เรื่อง : ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย

ข้อกฎหมาย : มาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ :

     บริษัทฯ ได้มีการจ้างงานชาวต่างชาติซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทแม่ที่ต่างประเทศมาทำงานในประเทศไทย โดยได้รับเงินเดือนจากบริษัทฯ ในประเทศไทย และได้รับเงินเดือนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศอีกด้วย บริษัทฯ จึงขอทราบว่า พนักงานชาวต่างชาติจะต้องนำเงินเดือนที่ได้รับจากบริษัทแม่ในต่างประเทศมารวมกับเงินเดือนเพื่อเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยด้วยหรือไม่

แนววินิจฉัย :

     กรณีพนักงานชาวต่างชาติของบริษัทแม่เข้ามาทำงานให้บริษัทฯ ในประเทศไทย ชาวต่างชาติดังกล่าวจะต้องนำเงินได้ทั้งที่จ่ายจากบริษัทฯ และจากบริษัทแม่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยเพราะเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ไม่ว่าจะนำเงินได้ที่ได้รับจากบริษัทแม่เข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร



 

เลขตู้ : 72/36681

https://www.rd.go.th/41440.html” 


ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น นายญี่ปุ่นต้องนำเงินได้ที่ญี่ปุ่นมารวมคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในแบบ ภ.ง.ด.91 ด้วย ตามหลักแหล่งเงินได้ “Source Rule” ตามนัยมาตรา 41 วรรคแรกแห่งประมวลรัษฎากร



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

บริษัทฯ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ได้จ่ายค่าจ้างคนงานเป็นรายบุคคล

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 22/01/2021 - วันที่ตอบ 07/02/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 50 (1) และ 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ดิฉันรับงานจากเพื่อนที่เปิดกิจการรับเหมาก่อสร้าง เมื่อช่วยทำให้ประสบปัญหาเกี่ยวกับในส่วนของค่าแรง คือ กิจการไม่มีพนักงาน เจ้าของดำเนินงานเอง ไม่อยู่ระบบประกันสังคม เมื่อรับงานรับเหมาจะจ้างคนงานมาทำ ปัญหาก็คือ

1. ค่าแรงดังกล่าวที่จ่ายเป็นรายบุคคลเหมือนจ่ายเป็นเงินเดือน กิจการจะต้องหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่คะ

2. กิจการแจ้งว่า มีบริษัทใหญ่ ไม่เคยหัก ณ ที่จ่ายในการจ่ายค่าแรงดังกล่าวจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไรคะ เพราะกิจการรับงานมากำไรไม่มาก จะต้องแบกรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย กิจการไม่สะดวกจะดำเนินการจะต้อง หัก ภาษีดังกล่าวจึงไม่มีการเบิกค่าจ้างดำเนินงาน

3 สืบเนื่องจากข้อ 2 ถ้าจ่ายค่าจ้างไม่หัก ณ ที่จ่าย จะผิดไหม ถ้าไม่ผิดจะต้องใช้เอกสารอะไรประกอบการจ่ายค่าจ้างดังกล่าวบ้างคะ

4 กรณีแรงงานมีทั้งแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าว จะต้องปฏิบัติอย่างไรเพื่อเบิกจ่ายค่าจ้าง

รบกวนขอความรู้เกี่ยวกับค่างแรงกิจการรับเหมาก่อสร้างในส่วนที่ไม่เข้าใจ เพียงเท่านี้

ขอบคุณคะ

วิสัชนา

กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 96/2543 เรื่อง การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2543 ดังนี้

....“ข้อ 1 การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ไม่รวมถึงเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานให้ปฏิบัติดังนี้

.........(1) ให้คำนวณหาจำนวนเงินได้พึงประเมินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี โดยให้นำเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวคูณด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ดังนี้

...............(ก) กรณีจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนให้คูณด้วย 12

...............(ข) กรณีจ่ายค่าจ้างเดือนละ 2 ครั้งให้คูณด้วย 24

...............(ค) กรณีจ่ายค่าจ้างเป็นรายสัปดาห์ให้คูณด้วย 52

...............การจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ผู้มีเงินได้ซึ่งเข้าทำงานระหว่างปี ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวในปีที่เข้าทำงานด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายจริงสำหรับปีนั้น เช่น เข้าทำงานวันที่ 1 เมษายน และกำหนดจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน จำนวนคราวที่จะต้องจ่ายสำหรับปีที่เข้าทำงานจะเท่ากับ 9

.........(2) ให้นำจำนวนเงินได้พึงประเมินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีตาม (1) มาคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กล่าวคือ นำมาหักค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อน และคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาเป็นเงินภาษีทั้งสิ้น

...............การคำนวณหักค่าลดหย่อน ให้คำนวณตามที่ผู้มีเงินได้ได้แจ้งไว้พร้อมกับแนบสำเนาหลักฐานแสดงสิทธิในค่าลดหย่อนตามแบบ ล.ย.01(แบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อน) ทั้งนี้ ให้คำนวณหักค่าลดหย่อนได้ตามที่ผู้มีเงินได้ได้แจ้งไว้ตั้งแต่ต้นปีที่เริ่มหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะจ่ายค่าลดหย่อนนั้นในเดือนใดของปีก็ตาม เว้นแต่ค่าลดหย่อนเงินบริจาคให้คำนวณหักได้เมื่อมีการจ่ายเงินบริจาคจริงเท่านั้น

...............กรณีผู้มีเงินได้ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงรายการค่าลดหย่อนระหว่างปี ให้คำนวณหักค่าลดหย่อนตามที่ผู้มีเงินได้ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้น

.........(3) ให้นำจำนวนเงินภาษีทั้งสิ้นที่คำนวณได้ตาม (2) มาหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ตาม (1) ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษี ณ ที่จ่าย ในแต่ละคราวที่จ่ายเงินนั้น

...............ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวไม่ลงตัวเหลือเศษเท่าใด ให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่ากับจำนวนภาษีที่ต้องเสียทั้งปี

.........(4) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินได้พึงประเมินที่จ่ายระหว่างปี ให้คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายใหม่ทุกคราว ตามวิธีการตาม (1) - (3)

.........(5) กรณีมีการจ่ายเงินพิเศษเป็นครั้งคราวระหว่างปี เช่น ค่าล่วงเวลา เงินโบนัส ให้นำเงินพิเศษนั้นคูณด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) เพื่อหาจำนวนเงินพิเศษเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี และให้นำมารวมเข้ากับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามปกติที่คำนวณได้เสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีใหม่ตามที่กล่าวตาม (2) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้นำภาษีที่คำนวณจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามปกติทั้งปี (ก่อนจ่ายเงินพิเศษ) หักออกได้ผลลัพธ์เป็นเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินเพิ่มพิเศษซึ่งจ่ายเป็นครั้งคราวนั้น แล้วให้นำมารวมกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินที่จ่ายตามปกติในคราวนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นเงินภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายทั้งสิ้นในคราวที่มีการจ่ายเงินพิเศษนั้น

.........(6) กรณีมีการจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ไม่สามารถคำนวณหาจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย (ต่อปี) ให้คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่ละคราวตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้หักเป็นเงินภาษีนำส่งไว้เท่านั้น หากคำนวณแล้วไม่มีเงินภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ในปีเดียวกันนี้ถ้ามีการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้ผู้รับรายเดียวกันนี้อีก ให้นำเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในครั้งแรกมารวมกับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในครั้งที่สอง แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับการคำนวณครั้งแรก หากคำนวณแล้วไม่มีภาษีที่ต้องเสียก็ไม่ต้องหัก ถ้าได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้นำเงินภาษีที่หักและนำส่งไว้แล้ว (ถ้ามี) มาเครดิตออก เหลือเท่าใดจึงหักเป็นเงินภาษีและนำส่งไว้เท่านั้น ถ้ามีการจ่ายเงินได้พึงประเมินในครั้งที่สามและครั้งต่อ ๆ ไป ก็ให้คำนวณตามวิธีดังกล่าวนี้ทุกครั้งไป...”

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

1. กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ได้จ่ายค่าจ้างคนงานเป็นรายบุคคล ให้คำนวณเงินได้เสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี หากได้เป็นจำนวนต่อเดือนไม่เกินคนละ 25,833.33 บาท หรือต่อปีไม่เกิน 310,000 บาท บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด

2. ฐานการคิดตามข้อ 1 มาจาก

....ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท รวมกับ

....ค่าลดหย่อนส่วนตัว (คนโสด) จำนวน 60,000 บาท รวมกับ

....เงินได้สุทธิที่ได้รับยกเว้น จำนวน 150,000 บาท

....รวมเป็น 310,000 บาท หารด้วย 12 คิดเป็นเงินได้เฉลี่ยต่อเดือน 25,833.33 บาท

3. การจ่ายค่าจ้างแรงงานที่ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย บริษัทฯ ย่อมไม่มีหน้าที่ต้องหัก ก็ย่อมไม่มีความรับผิดใด ๆ

....สำหรบเอกสารที่ใช้ประกอบการจ่ายค่าจ้างดังกล่าว อาทิ

....(1) หลักฐานการจ้างแรงงาน

....(2) หลักฐานการจ่ายเงิน การลงชื่อรับเงิน และหรือหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้าง

4. กรณีแรงงานมีทั้งแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าว การปฏิบัติเกี่ยวกับจ่ายเงินได้ที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ให้ถือปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกัน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "



เรื่อง

บริษัทฯ จ้างคนต่างด้าว ทำงานรดน้ำต้นไม้ที่โครงการของบริษัทฯ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 11/11/2020 - วันที่ตอบ 11/01/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40 (2), มาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ในกรณีถ้าบริษัทฯ จะจ้างคนต่างด้าวมาทำงานรดน้ำต้นไม้ที่โครงการของบริษัทฯ วันละ 1 ชม. จ่ายค่าจ้างชมละ 75.- บาท โดยตัดจ่ายทุก 15 วันไม่เกินครั้งละ 1,000 บาทถามว่าบริษัทฯ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหมคะ

และถ้าในครั้งต่อไปบริษัท รวมกับครั้งแรกแล้วเกิน 1,000 บาทบริษัทถือเป็นค่าบริการเป็นครั้งคราวไม่ต่อเนื่องได้ไหมคะเพราะถ้าถือเป็นการจ้างต่อเนื่องอาจต้องเข้าข่ายต้องหักภาษีไหมคะ แต่บริษัทไม่มีการทำสัญญานะคะ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ จะจ้างคนต่างด้าว ให้มาทำงานรดน้ำต้นไม้ที่โครงการของบริษัทฯ วันละ 1 ชม. จ่ายค่าจ้างชมละ 75.- บาท โดยตัดจ่ายทุก 15 วันไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร นั้น

1. หากคนต่างด้าวนั้น เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษี บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ไม่เกิน 310,000 บาทต่อปี)

2. แต่หากบริษัทฯ ว่าจ้างคนต่างด้าวที่มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย บริษัทฯ ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของเงินได้ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) วรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

การมีและใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของคนต่างด้าวมีเงินได้ในประเทศไทย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 14/12/2018 - วันที่ตอบ 15/12/2018

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 3 เอกาทศ และมาตรา 3 ทวาทศ แห่งประมวลรัษฎากร ,มาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

หนูสงสัยว่า บุคคลธรรมดาเสียภาษีโดยมีเลขประจำตัวประชาชน แล้วคนต่างด้าวจะเสียภาษีต้องยื่นคำร้องขอมีเลข แล้วหากเป็นคนต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารระบุตัวตนใดๆจะต้องเสียภาษีไหมคะ หากเสียจะใช้เอกสารอะไรในการกรอกแบบยื่นคำร้องขอมีเลข

วิสัชนา

ตามมาตรา 3 เอกาทศ และมาตรา 3 ทวาทศ แห่งประมวลรัษฎากร ได้บัญญัติเกี่ยวกับการมีและใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร และบทกำหนดโทษไว้ดังนี้
....“มาตรา 3 เอกาทศ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร และผู้มีหน้าที่จ่ายเงินได้มีและใช้เลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากรได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกำหนด ทั้งนี้โดยอนุมัติรัฐมนตรี
........การกำหนดตามวรรคหนึ่งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย มีและใช้เลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2545 บังคับใช้ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป)
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีและใช้เลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร)
....มาตรา 3 ทวาทศ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 3 เอกาทศ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสองพันบาท”
ตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นหลักการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บัญญัติว่า
....“มาตรา 41 ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ
........ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย
 ........ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย”

ดังนั้น กรณีคนต่างด้าวมีเงินได้ในประเทศไทย ระบบการบริหารการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะทำหน้าที่ให้ผู้มีเงินได้ต้องมีและใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร มิฉะนั้น จะรับเงินได้ไม่ได้ และผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 แห่งประมวลรัษฎากร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

การจ้างคนต่างด้าวทำงาน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 26/11/2018 - วันที่ตอบ 29/11/2018

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร, มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

กรณีจ้างต่างด้าวทำงานบริษัทฯ ยื่นภาษี หัก ณ ที่จ่าย ต้องยื่น ภ.ง.ด.3 ใช่ไหมคะอาจารย์

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ ว่าจ้างคนต่างด้าวทำงาน
 1. หากคนต่างด้าวได้รับเงินได้พิงประเมินตามมมาตรา 40 (1) หรือ (2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ด้วยแบบ ภ.ง.ด.1 ตามมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร
 2. หากคนต่างด้าวได้รับเงินได้พึงประเมินตามมมาตรา 40 (7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 ตามมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ