Case study

หลักในการพิจารณาเงินได้มาตรา 40


เรื่อง หลักในการพิจารณาเงินได้มาตรา 40
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 01/07/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อกฎหมาย
คำถาม

รบกวนสอบถามหลักในการพิจารณาเงินได้ตามมาตรา 40 ดังนี้

1. เงินได้มาตรา 40(2) กับ 40(8) มีหลักในการพิจารณาอย่างไรระหว่าง กรณีการจ้างคนมาทำงาน (จ่ายให้บุคคลธรรมดา) หรือจ้างผ่านบริษัท (จ่ายให้นิติบุคคล)

2. เงินได้มาตรา 40(2) ถือเป็นการลงแรงอย่างเดียวหรือไม่ โดยไม่มีต้นทุน เช่น จ้างรปภ. แม่บ้าน แต่ถ้าจ้างคนมาถ่ายรูปในงานเขามีต้นทุนในกล้องของเขาจะพิจารณาว่าเป็น 40(8) หรือไม่ค่ะ

3. กรณีเป็นสำนักงานบัญชี จ้างผู้สอบบัญชีเพื่อการตรวจสอบบัญชีงบที่บริษัททำบัญชี สำนักงานบัญชีจ่ายเงินให้ผู้สอบเป็นจ๊อบ ๆ ไป ในกรณีนี้จะเป็น 40(2) หรือ 40(6)

คำตอบ

ตอบ   วิธีการแยกเงินได้พึงประเมิน  40(2) และ 40(8)   

เงินได้ตามมาตรา 40 (2) >> เน้น การใช้แรงงานแต่โดยลำพัง  เช่น แม่บ้าน รปภ.


เงินได้ตามมาตรา 40 (8) ต้องเป็นการประกอบกิจการที่เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า ประกอบกิจการในรูปแบบของการทำธุรกิจและสามารถพิสูจน์รายจ่ายในการประกอบกิจการได้ ซึ่งแม่บ้านต้องมีลักษณะการประกอบกิจการดังนี้

  (1) ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน และ

  (2)  มีสำนักงานในการประกอบกิจการ   และ

  (3) มีการลงทุนด้วยการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน และ

  (4) มีการจ้างลูกจ้างหรือพนักงานในการประกอบกิจการ . และ

  (5) มีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ  


จ้างคนมาทำงาน (จ่ายบุคคลธรรมดา)

มาตรา 40 (2) 

ถ้าใช้แรงงานเป็นสำคัญ

จ้างคนมาทำงาน (จ่ายบุคคลธรรมดา)

มาตรา 40 (8) 

ถ้าใช้แรงงาน + อุปกรณ์ เห็นได้ชัดว่าประกอบเป็นธุรกิจ ตามเงื่อนไขข้างต้น

จ้างคนผ่านบริษัท (จ่ายผ่านนิติบุคคล) 


มาตรา 40 (8) 


จ้างรปภ แม่บ้าน

มาตรา 40 (2) 


จ้างคนมาถ่ายรูปในงานเขามีต้นทุนในกล้อง 

มาตรา 40 (2) 

ตัวอย่างเช่น ไม่ใช่ตากล้องมืออาชีพ มีกล้องมาตัวเดียว รับจ้างถ่ายเป็นอาชีพเสริม ทำเป็นงานอดิเรกเป็นต้น เป็นต้น

จ้างคนมาถ่ายรูปในงานเขามีต้นทุนในกล้อง

มาตรา 40 (8) 

ตัวอย่างเช่น ตากล้องมืออาชีพ มีทีมงานมาถือที่ตกกระทบของแสง มีการตกแต่งภาพ เป็นต้น

จ้างผู้สอบบัญชีในการตรวจสอบบัญชี

มาตรา 40 (6) 

ผู้สอบบัญชีเป็นผู้มีวิชาชีพอิสระ 

ไม่ใช้ทั้ง 40(2)และ(8) ค่ะ 



มาตรา40   เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

(2)เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้นั้นไม่ว่าหน้าที่ หรือตำแหน่งงาน หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว

(6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอิสระอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้

(8) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว  



เรื่อง

การหัก ณ ทีจ่าย แม่บ้านถือเป็นเงินได้ ม.40 (2) หรือ ม.40(8) แห่งประมวลรัษฎากร

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 29/02/2024 - วันที่ตอบ 16/03/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร, สั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ

ปุจฉา

สอบถามเกี่ยวกับการยื่น ภ.ง.ด. ค่ะ

    ถ้าเดือน มกราคม พ.ศ. 2567 ทางบริษัทฯ ได้ยื่นรายได้ของแม่บ้านไว้ใน ภ.ง.ด.1 แต่ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ จะเปลี่ยนไปยื่น ภ.ง.ด.3 ได้ไหมคะแล้วในเดือน มกราคม ที่ยื่นไปแล้วต้องทำการปรับปรุงไหมคะซึ่งรายได้ของแม่บ้านหัก ณ ที่จ่ายของเดือนมกราคม = 0 คะ

วิสัชนา

การปฏิบัติของแม่บ้าน หากมีลักษณะเป็นการใช้แรงงานแต่โดยลำพังของแม่บ้านผู้รับทำงานให้ เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ อันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) ของเงินได้สุทธิ ของเงินได้ที่เสมือนหนึ่งว่าจ่ายเต็มทั้งปี

กรณีที่จะถือว่า เงินได้พึงประมินที่จ่ายให้แม่บ้าน เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบริษัทฯ ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของเงินได้ ตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ และนำส่งตามแบบ ภ.ง.ด.3 นั้น ต้องเป็นการประกอบกิจการที่เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า แม่บ้านได้ประกอบกิจการในรูปแบบของการทำธุรกิจและสามารถพิสูจน์รายจ่ายในการประกอบกิจการได้ ซึ่งแม่บ้านต้องมีลักษณะการประกอบกิจการดังนี้

     (1) ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและ

     (2) ได้จัดตั้งเป็นสำนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีอาคารสำนักงานเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หรือเช่าจากบุคคลอื่น โดยมีหลักฐาน เช่น หลักฐานการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่าสำนักงาน และ

     (3) มีการลงทุนด้วยการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน และ

     (4) มีการจ้างลูกจ้างหรือพนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีหลักฐานตามสัญญาจ้างแรงงาน หลักฐานการจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และหลักฐานการแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่ง ในกรณีการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่มีภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่ง จะต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นรายการเกี่ยวกับค่าจ้างแรงงานตามแบบ ภ.ง.ด.1 ก. และ

    (5) มีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ เช่น ค่ารับรอง หรือค่าบริการเพื่อประโยชน์ในการติดต่องานกับลูกค้า

จึงขอให้พิจารณาให้รอบคอบในการที่จะเปลี่ยนแปลงแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จาก ภ.ง.ด.1 เป็น ภ.ง.ด.3 เพราะในทางปฏิบัติ การยื่นแบบฯ ผิด ถือว่าไม่ได้ยื่นแบบฯ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์


เรื่อง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีรับจ้างจัดแสงไฟให้กองถ่ายภาพยนตร์

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

16/06/2000

เลขที่หนังสือ

กค 0811/4897

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40 (2), มาตรา 50 (1)

ข้อหารือ

     นาย อ. ขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2540 ณ สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้

     1. นาย อ. มีเงินได้จากการรับจ้างจัดแสงไฟให้กองถ่ายภาพยนตร์ โฆษณา และกองถ่ายภาพยนต์

     2. ปีภาษี 2540 นาย อ. ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีรับจ้างจัดแสงไฟให้กองถ่ายภาพยนตร์ จำนวน 439,350 บาท หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 3.0 จำนวน 13,222.50 บาท

     3. ลักษณะการทำงานเป็นการรับจ้างจัดแสงไฟให้กองถ่ายภาพยนต์ ซึ่งกระทำเพียงคนเดียวอาศัยแรงงานเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแต่อย่างใด วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงเครื่องมือวัดแสงแต่เพียงอย่างเดียว ได้รับค่าจ้างคิวละ 2,500 บาท เป็นอัตราค่าจ้างที่แน่นอน ซึ่งระยะเวลา 1 คิว เริ่มตั้งแต่เวลา 6.00 - 18.00 น.

     ขอหารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีข้างต้น

แนววินิจฉัย

     กรณีตามข้อเท็จจริง นาย อ. รับจ้างจัดแสงไฟให้กองถ่ายภาพยนตร์ ซึ่งลักษณะของงานสามารถทำสำเร็จได้ด้วยแรงงานของตนเพียงลำพั โดยไม่มีการจ้างบุคคลอื่นเข้าช่วยเหลือแต่อย่างใด ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานดังนั้น เงินได้ที่นาย อ. ได้รับจากการรับจ้างจัดแสงไฟดังกล่าว จึงเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร นาย อ. มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 โดยให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ในอัตราร้อยละ 40 แต่ต้องไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 42 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

63/29443


หมายเหตุ: TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น  กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ