Case study

ภาระภาษี จ่ายค่า IT service รายปี (ใช้บริการ Google Sever ) ให้บริษัทแม่ที่ประเทศเกาหลี ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในไทย


เรื่อง ภาระภาษี จ่ายค่า IT service รายปี (ใช้บริการ Google Sever ) ให้บริษัทแม่ที่ประเทศเกาหลี ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในไทย
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 21/03/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ แม่ที่ประเทศเกาหลี มีบริษัทในเครือหลายบริษัท ในทวีปเอเชีย โดย Sever หลักของกลุ่มบริษัทตั้งอยู่ที่ประเทศเกาหลี และบริษัทแม่เป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ Google สิงคโปร์ และมาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายกับบริษัทในเครือทุกประเทศที่ใช้ sever ร่วมกัน โดยบริษัทฯแม่ที่เกาหลี เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในไทย จด C/O กับบริษัทลูกในไทย  โดยบริษัทแม่ที่เกาหลี ทำธุรกิจขนส่งทางทะเล

คำถาม

1. บริษัทแม่เกาหลี ต้องออกใบกับกับภาษีขายและยื่นภ.พ.30 หรือไม่

2. บริษัทลูกในไทยผู้จ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าว ต้องยื่นภ.พ.30 และ ภ.ง.ด.54 หรือไม่

คำตอบ

กรณีนี้มีความซับซ้อนเนื่องจากบริษัทแม่ (เกาหลี) จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในไทย และมีการทำสัญญาหรือข้อตกลงร่วมกัน (C/O หรือ Cost Sharing) ในการเฉลี่ยค่าบริการ Server จาก Google สิงคโปร์ โดยมีประเด็นพิจารณาดังนี้

บริษัทแม่เกาหลี ประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยสายการเดินเรือต่างประเทศ โดยจดทะเบียนในประเทศไทยและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในไทย เพื่อใช้ในกิจการขนส่ง 

ดังนั้น กรณีนี้จะต้องเข้าใจหลักการในการเสียภาษีของบริษัทต่างประเทศ(เกาหลี) ที่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย มีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย ตามมาตรา 66 วรรคสอง ประกอบกับมาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร

          คือ หากบริษัทแม่เกาหลีประกอบกิจการขนส่งไม่ในไทยหรือระหว่างประเทศ ซึ่งกระทำกิจการในประเทศไทย มีหน้าที่ต้องเสียภาษีในไทย 

แต่ในกรณีเคสคำถาม คือ บริษัทแม่เกาหลี(HQ) เรียกเก็บรายได้บริการจากการใช้ sever ร่วมกัน เช่น Google Apps, Online Approval, Attendance Management, MDR (Crowd Strike) ที่ให้บริการในต่างประเทศ บริษัทแม่เกาหลี ไม่ต้องรับรู้เป็นรายได้ในประเทศ ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เพราะมิใช่รายได้จากการประกอบกิจการในประเทศไทย

ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในที่อื่น ๆ รวมทั้งในประเทศไทย ให้เสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทยในรอบระยะเวลาบัญชีดังนี้

    “มาตรา 66 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้

         บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในที่อื่น ๆ รวมทั้งในประเทศไทย ให้เสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทยในรอบระยะเวลาบัญชี และการคำนวณกำไรสุทธิให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับมาตรา 65 และมาตรา 64 ทวิ แต่ถ้าไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิดังกล่าวแล้วได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม”


มาตรา 67 การเสียภาษีตามความในส่วนนี้ ให้เสียตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้ เว้นแต่
             (1) ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 66 วรรคสอง กระทำกิจการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆ ให้เสียภาษีเฉพาะกิจการขนส่งตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
                   (ก) ในกรณีรับขนคนโดยสาร ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ ๓ ของค่าโดยสาร ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บในประเทศไทยก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนคนโดยสารนั้น
                   (ข) ในกรณีรับขนของ ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ ๓ ของค่าระวาง ค่าธรรมเนียม และประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บไม่ว่าในหรือนอกประเทศไทย ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ เนื่องในการรับขนของออกจากประเทศไทยนั้น



คำตอบข้อ 1

บริษัทแม่เกาหลี ไม่ ต้องออกใบกำกับภาษีขายและยื่น ภ.พ.30 ในประเทศไทย ในกรณีเรียกเก็บค่าบริการการใช้ sever ร่วมกัน (ให้บริการในต่างประเทศ) แก่บริษัทลูกในไทย เนื่องจากรายได้ดังกล่าวเป็นคนละหน่วยภาษีกัน (ไม่ได้เกิดจากหน่วยที่ต้องเสียภาษีในไทย)


คำตอบข้อ 2 


  • ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54)


 การพิจารณาว่าต้องนำส่ง ภ.ง.ด.
54 (ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับนิติบุคคลต่างประเทศ) หรือไม่ ให้ดูจาก "ประเภทของเงินได้" และ "อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ระหว่างไทย-เกาหลีใต้" เป็นหลัก

โดยสรุปสำหรับทั้ง 4 รายการที่บริษัทฯ จ่ายไปเกาหลีใต้ มีแนวทางดังนี้:

สรุปรายการที่ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.54

รายการค่าบริการ

ประเภทเงินได้
 (ตาม ม.
40)

ภาระภาษี ภ.ง.ด.54

อัตราภาษี
 (
DTA ไทย-เกาหลี)

 

1. Google Workspace / Apps

 

ม.40(3) ค่าสิทธิ (Royalty)

 

ต้องนำส่ง

 

5% 

 

2. Online Approval

 

ม.40(3) ค่าสิทธิ

 

ต้องนำส่ง

 

5% 

 

3. Attendance Management

 

ม.40(3) ค่าสิทธิ

 

ต้องนำส่ง

 

5% 

4. MDR (CrowdStrike)

ม.40(2)/(8) ค่าบริการ

ไม่ต้องนำส่ง

ถือเป็นกำไรธุรกิจ ตาม DTA  (หากไม่มีสถานประกอบการในไทย)


รายละเอียดแยกตามกลุ่ม

1. กลุ่ม Software & Platform (Google Apps, Online Approval, Attendance)

รายการเหล่านี้ สรรพากรมองว่าเป็นการจ่าย "ค่าสิทธิ" (Royalty) ตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร เพราะบริษัทฯ จ่ายเพื่อ "สิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์" ของบริษัทผู้ให้บริการ

  • ทำไมต้องส่ง : ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร หากจ่ายค่าสิทธิตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทต่างประเทศ บริษัทไทย มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตรา 5%(ถือเป็นค่าสิทธิในงานวรรณกรรม) ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 12 แห่งความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน
  • อัตราภาษี : ภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-เกาหลีใต้ ค่าสิทธิมักถูกจำกัดเพดานไว้ที่ 5% (สำหรับค่าสิทธิในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์) หรือ 15% (ในกรณีอื่นๆ) แต่ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence - COR) จากทางเกาหลีมายืนยัน (ควรขอใบ COR (Certificate of Residence) จากบริษัทที่เกาหลีไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้สิทธิลดอัตราภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน)

2. กลุ่มบริการความปลอดภัย MDR (CrowdStrike)

MDR (Managed Detection and Response) มักถูกจัดเป็น "ค่าบริการทางเทคนิค" หรือ "กำไรจากธุรกิจ"

  • เหตุผลที่ไม่ต้องส่ง : หากเป็นการจ้างให้ดูแลความปลอดภัย (Service) โดยที่บริษัทเกาหลีไม่ได้เข้ามามี "สถานประกอบการถาวร" (Permanent Establishment) ในประเทศไทย ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ข้อ 7 กำไรธุรกิจ (Business Profits) บริษัทไทยจะไม่มีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ส่วนนี้
  • ข้อควรระวัง : หากในสัญญาแยกค่า License ซอฟต์แวร์ CrowdStrike ออกมาต่างหาก ส่วนที่เป็นค่า License นั้นจะถือเป็น "ค่าสิทธิ" และต้องนำส่ง ภ.ง.ด.54 เหมือนกลุ่มแรก


  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)
    กรณีที่บริษัทไทย จ่ายบริการจากการใช้ sever ร่วมกัน เข้าลักษณะเป็น "บริการ" การให้บริการดังกล่าว เป็นการให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการในราชอาณาจักร เมื่อบริษัทไทย จ่ายค่าบริการให้กับบริษัทต่างประเทศ (เกาหลี) บริษัทไทย ผู้จ่ายเงินที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา 7% ของค่าบริการทั้งหมด ตามมาตรา 77/1 (10) มาตรา 77/2 และมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยใช้แบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบ ภ.พ.36 ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้ผู้ประกอบการ 

   และบริษัทไทย มีสิทธินำใบเสร็จจากสรรพากรที่ได้เสียไปแล้วตามแบบ ภ.พ.36 เป็นภาษีซื้อมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง


มาตรา 83/6 เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี

  (2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรทั้งนี้ เฉพาะ

                  (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย


มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

บัญชีอัตราภาษีเงินได้

" (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

   "(ข) ภาษีตามมาตรา 70 นอกจากที่ระบุใน (ค)                    ร้อยละ 15


DTA ไทย - เกาหลี

อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

การรับรู้รายได้ของบริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย (ค่าบำรุงรักษาเครื่องบิน)

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 21/03/2023 - วันที่ตอบ 10/12/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ขอเรียนถามเกี่ยวกับเรื่องการรับรู้รายได้ ดังนี้ค่ะ

บริษัท A จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย โดยตั้งสาขาในประเทศไทย และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัท A มีรายได้ดังต่อไปนี้ :

    1. ประกอบธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ มีการรับเงินในไทยและรับเงินผ่านบัตรเครดิต โดยเข้าบัญชีบริษัทแม่ในต่างประเทศ บริษัทได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.52 ของยอดรับเงินในไทย และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ในส่วนของรายได้อื่น ในอัตราร้อยละ 20 โดยไม่มีรายจ่ายมาหัก

    2. ให้บริการดูแลบำรุงเครื่องบินในสนามบิน โดยบริษัทแม่ที่ต่างประเทศ ทำสัญญากับบริษัทในกลุ่ม สายการบินที่ได้รับบริการ และได้จ่ายค่าบริการให้บริษัทแม่ที่ต่างประเทศ


ขอเรียนถามอาจารย์ว่า

รายได้ส่วนการให้บริการบำรุงดูแลเครื่องบินในสนามบิน บริษัทต้องรับรู้เป็นรายได้ในประเทศหรือไม่คะ  ถ้าต้องรับรู้รายได้ในประเทศ จะต้องเสียภาษีนิติบุคคลในอัตราใด(บริษัทไม่สามารถแยกค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าบำรุงรักษาได้)และต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราใดคะ

วิสัชนา

ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในที่อื่น ๆ รวมทั้งในประเทศไทย ให้เสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทยในรอบระยะเวลาบัญชีดังนี้

    “มาตรา 66 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้

         บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในที่อื่น ๆ รวมทั้งในประเทศไทย ให้เสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทยในรอบระยะเวลาบัญชี และการคำนวณกำไรสุทธิให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับมาตรา 65 และมาตรา 64 ทวิ แต่ถ้าไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิดังกล่าวแล้วได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    1บริษัท A จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย โดยตั้งสาขาในประเทศไทย รายได้ส่วนการให้บริการบำรุงดูแลเครื่องบินในสนามบิน บริษัทฯ ไม่ต้องรับรู้เป็นรายได้ในประเทศ ตามมาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เพราะมิใช่รายได้จากการประกอบกิจการในประเทศไทย

    2. รายได้ดังกล่าว เป็นกิจการที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการในต่างประเทศ บริษัทฯ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นฐานเพื่อภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร (Out of VAT Scope)


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 (ภ.ง.ด.54) และการนำส่ง VAT ตามมาตรา 83/6 (2) (ภ.พ.36)

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 17/10/2023 - วันที่ตอบ 17/10/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 70, มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา


วิสัชนา

สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 (ภ.ง.ด.54) และการนำส่ง VAT ตามมาตรา 83/6 (2) (ภ.พ.36)

1. รายการเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไปต่างประเทศที่ “ต้อง” หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.54) และ “ต้อง” นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.พ.36) ได้แก่

    - การจ่ายค่าสิทธิ (Royalty) ตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่วิสาหกิจทั้งที่ตั้งอยู่ในประเทศ DTA และ Non DTA (Out – In)

    - การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) – (6) ยกเว้นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ วิสาหกิจในประเทศ Non DTA (Out – In)


2. รายการเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไปต่างประเทศที่ "ต้อง" หักภาษีเงินได้ ณ ทีจ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.54) แต่ "ไม่ต้อง" นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.พ.36) ได้แก่

    - การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) แห่งประมวลรัษฎากร (Capital Gain) ให้แก่วิสาหกิจทั้งที่ตั้งอยู่ในประเทศ DTA และ Non DTA (Out of VAT Scope) 


3.รายการเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไปต่างประเทศที่ "ไม่ต้อง" หักภาษีเงินได้ ณ ทีจ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.54) แต่ "ต้อง" นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.พ.36) ได้แก่

    - การจ่ายเงินได้ที่เป็น “กำไรจากธุรกิจ” (Business) ให้แก่วิสาหกิจที่ตั้งอยู่ในประเทศ DTA สำหรับบริการที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้ใช้บริการนั้นในประเทศไทย (Out – In) อาทิ เงินได้ที่ตาม DTA ไม่กำหนดให้ต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย

    - จ่ายเงินได้ค่าโฆษณา ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้ใช้บริการนั้นในประเทศไทย รวมทั้งบริการอิเล็กทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม (Out – In) 


4. รายการเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไปต่างประเทศที่ "ไม่ต้อง" หักภาษีเงินได้ ณ ทีจ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.54) และ "ไม่ต้อง" นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.พ.36) ได้แก่

    - การจ่ายค่าบริการที่ได้ให้ให้ในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ (Out - Out: Out of VAT Scope) เช่น ค่าบริการฝึกอบรมในต่างประเทศ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

จ่ายค่าใช้งานบน Google Gsuite หรือ Google Workspace

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 15/12/2021 - วันที่ตอบ 07/02/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 70, มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

กรณีเราใช้งานบน Google Gsuite และบริษัทฯ จ่ายเงินในส่วนนี้ทุกเดือน แบบนี้บริษัทฯ จะถือว่าเป็นการใช้บริการ หรือเป็นลิขสิทธิ์ หรือเป็นอย่างอื่นคะ และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีอะไรบ้างคะรูปถ่ายที่แนบไปเป็นแพคเก็จที่ผู้ขายเขาอธิบายว่าเราใช้อะไรได้บ้างค่ะ


https://workspace.google.com/intl/th/pricing.html...

วิสัชนา

ตามมาตรา 77/1 (10) (10/1) และ (10/2) แห่งประมวลรัษฎากร

    “มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

         (10) “บริการ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเอง ไม่ว่าประการใดๆ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง

               (ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้ เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2) ประกอบ)

               (ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์

               (ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

         (10/1) “บริการทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บริการซึ่งรวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ซึ่งลักษณะของบริการเป็นไปโดยอัตโนมัติในสาระสำคัญ โดยบริการดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้หากปราศจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

         (10/2) “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” หมายความว่า ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการอื่นใดที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการ”

(ความตาม (10/1) และ (10/2) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป)

G Suite กับ Google Workspace ต่างกันอย่างไร

     เรารีแบรนด์ G Suite เป็น Google Workspace เพื่อประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือสื่อสารและเครื่องมือในการทำงานร่วมกันที่สอดคล้องมากขึ้น รวมทั้งนำเสนอและสื่อวิสัยทัศน์ของผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น

Google Workspace (เดิมคือ G Suite) ประกอบด้วยอะไรบ้าง

     แพ็กเกจ Google Workspace ทั้งหมดจะมีอีเมลที่กำหนดเองให้ธุรกิจของคุณ รวมไปถึงเครื่องมือในการทำงานร่วมกันเช่นเดียวกับ G Suite เช่น Gmail, ปฏิทิน, Meet, Chat, ไดรฟ์, เอกสาร, ชีต, สไลด์, ฟอร์ม, Sites และอีกมากมาย หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดไปที่หน้าแพ็กเกจและราคา

แพ็กเกจ Google Workspace ใดเหมาะกับธุรกิจของฉัน

     เรามีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลายซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่ไม่เหมือนใครของคุณ หากต้องการดูตัวเลือกต่างๆ เพิ่มเติม ลองค้นหาแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณในหน้าแพ็กเกจและราคา

Business Standard ฿296 THB ฿370 ต่อผู้ใช้ต่อเดือน

       - อีเมลธุรกิจที่กำหนดเองและปลอดภัย

       - การประชุมทางวิดีโอที่บันทึกได้ + มีผู้เข้าร่วมได้ 150 คน

       - พื้นที่เก็บข้อมูลระบบคลาวด์ขนาด 2 TB ต่อผู้ใช้

       - การควบคุมความปลอดภัยและการจัดการ

      - การสนับสนุนระดับมาตรฐาน (ชำระเงินเพื่ออัปเกรดเป็นการสนับสนุนขั้นสูง)

Business Plus ฿555 THB ต่อผู้ใช้ต่อเดือน

     - อีเมลธุรกิจที่กำหนดเองและปลอดภัย + eDiscovery, การเก็บรักษาข้อมูล

     - การประชุมทางวิดีโอที่บันทึกได้ + มีผู้เข้าร่วมได้ 500 คน การติดตามการเข้าร่วม

     - พื้นที่เก็บข้อมูลระบบคลาวด์ขนาด 5 TB ต่อผู้ใช้

     - การควบคุมความปลอดภัยและการจัดการที่เพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงห้องนิรภัยและการจัดการปลายทางขั้นสูง

     - การสนับสนุนระดับมาตรฐาน (ชำระเงินเพื่ออัปเกรดเป็นการสนับสนุนขั้นสูง)

Enterprise ติดต่อฝ่ายขายเพื่อขอข้อมูลราคา ติดต่อฝ่ายขาย

     - อีเมลธุรกิจที่กำหนดเองและปลอดภัย + eDiscovery, การเก็บรักษาข้อมูล, การเข้ารหัส S/MIME 

     - การประชุมทางวิดีโอที่บันทึกได้ + มีผู้เข้าร่วมได้ 500 คน การติดตามการเข้าร่วม การลดเสียงรบกวน สตรีมมิงแบบสดภายในโดเมน

     - พื้นที่เก็บข้อมูลไม่จำกัด

     - การควบคุมความปลอดภัย การจัดการ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดขั้นสูง รวมถึงห้องนิรภัย, DLP, เขตข้อมูล และการจัดการปลายทางระดับองค์กร

     - การสนับสนุนขั้นสูง (ชำระเงินเพื่ออัปเกรดเป็นการสนับสนุนระดับพรีเมียม)


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีบริษัทฯ ใช้งานบน Google Gsuite หรือ Google Workspace และบริษัทฯ จ่ายเงินในส่วนนี้ทุกเดือน เช่นนี้ ถือว่าบริษัทฯ ได้ชำระค่าสิทธิ (Royalty) บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีดังต่อไปนี้

    1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย

       การที่บริษัทฯ ได้จ่ายเงินเพื่อใช้บน Google Gsuite หรือ Google Workspace ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ จึงเป็นการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร

       กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนการใช้สิทธิให้แก่คู่สัญญาซึ่งเป็นบริษัท Google ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 12 แห่งความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากร ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้

    2. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม

       การที่บริษัทฯ จ่ายค่าสิทธิเป็นการตอบแทนให้กับบริษัทต่างประเทศในการได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เข้าลักษณะเป็น "บริการ" การให้บริการดังกล่าว เป็นการให้บริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการในราชอาณาจักร เมื่อบริษัทฯ จ่าย ค่าบริการให้กับบริษัทต่างประเทศ จึงมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 7.0 ของค่าบริการทั้งหมด ตามมาตรา 77/1 (10) มาตรา 77/2 และมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยใช้แบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบ ภ.พ.36 ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้ผู้ประกอบการ ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย การนำส่งภาษีเงินได้ การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2544


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ