Case study

ภาระภาษีกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย และหัก ณ ที่จ่าย


เรื่อง ภาระภาษีกับกิจกรรมส่งเสริมการขาย และหัก ณ ที่จ่าย
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 31/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัท A จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายกับห้างฯ ฺB ระยะเวลา 24/1/26 – 10/01/26 ทุกสาขา ห้างฯ B มีทั้งหมด 10 สาขา โดยมีเงื่อนไขต้องทำยอดขายให้ถึงตามเป้า อย่างน้อย 100% โดยที่ทุกคนจะได้รางวัล แต่ได้ไม่เท่ากัน ขึ้นกับ % ที่ achieve และคะแนนข้ออื่นๆ ที่ตกลงกัน โดยผู้จัดการสาขาช่วยเชียร์และผลักดันสินค้าขายออก(Sales out), การจัดเรียงสินค้าน่าสนใจ, แบรนด์สินค้าที่ยอดขายสูง ฯลฯ ) โดยจะจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้จัดการสาขาเป็นพนักงานของห้างฯ นั้นๆ ทั้ง 10 สาขาได้ทุกสาขา

สาขาที่ได้ที่ 1 = 6,000

สาขาที่ได้ที่ 2 = 3,000

สาขาที่ได้ที่ 3 = 1,000

สาขาอื่นๆได้ Gift Voucher = 500

ขอเรียนสอบถาม

1. เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินให้กับพนักงานของห้างฯ B จะต้องมีภาระภาษีที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง  การจ่ายเงินรางวัลดังกล่าวข้างต้นให้กับพนักงานของห้างฯ B บริษัทต้อง หัก ภาษี ณ ที่จ่าย 3% หรือ 5% 

2. ถ้าแจกรางวัลให้กับพนักงานห้างฯ B ที่ได้ที่ 1 - 3 เท่านั้น ไม่ได้ให้พนักงานทุกคน  จะเข้าลักษณะเป็นการจ่ายรางวัลในการประกวด แข่งขัน ที่ต้องอยู่ในบังคับต้อง หักภาษี ณ ที่จาย 5% หรือไม่ มีหลักการพิจารณาอย่างไร 

3. เอกสาร Support การจ่ายเงินค่ากิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีต้องมีอะไรบ้าง

คำตอบ

ตอบ บริษัท A จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยมีการจ่าย “เงินรางวัล/สิ่งตอบแทน” Incentive / Commission / Sale Promotion  ให้แก่ผู้จัดการสาขา ซึ่งเป็น พนักงานของห้างฯ B มิใช่พนักงานของบริษัท A และการจ่ายเงินเป็นไปเพื่อจูงใจให้ช่วยผลักดันยอดขายและภาพลักษณ์สินค้า 


1.ภาระภาษีที่เกี่ยวข้องเมื่อบริษัท A จ่ายเงินให้พนักงานของห้างฯ B

 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย  พนักงานของห้างฯ B

การจ่ายเงินดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น เงินได้พึงประเมินของบุคคลธรรมดา (พนักงานห้างฯ B) ที่ได้รับจากบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่นายจ้าง โดยมีลักษณะเป็นค่าตอบแทน/เงินรางวัลจากกิจกรรมส่งเสริมการขายภาระภาษีที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

ภาษีเงินได้นิติบุคคล 
 

          บริษัทมีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจน  บริษัทสามารถรับรู้รายจ่ายค่าส่งเสริมการขายเพื่อเป็นแรงจูงใจ บริษัทสามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ โดยไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้าม 

แต่ ถ้าบริษัทไม่มีหลักฐาน หรือมีหลักฐานแต่ไม่เพียงพอ ไม่สมเหตุสมผล   บริษัทมีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ประเมินว่า รายจ่ายนี้เป็นการให้โดยเสน่หา กับบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและไม่เป็นประโยชน์กับบริษัทตามมาตรา 65 ตรี (3)(13) แห่งประมวลรัษฎากร   

มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่..

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ



ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย    แบ่งได้ 2 กรณี

บริษัท A จ่ายเงินให้กับพนักงานห้าง B โดยตรง (กรณีนี้ดูเหมือนจะยากในการปฏิบัติจริง บริษัทจะทราบได้อย่างไร ว่าพนักงานคนใดขายได้สูงสุด) เมื่อ บริษัท A  โอนเงินให้ พนักงานของห้าง B (เป็นรายคน)        : 

  1. พนักงานขายของห้าง B เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ บริษัท A  ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย พนักงานของห้าง B   ในอัตรา3% ของเงินได้ ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/2 (1)
  2. พนักงานขายของห้าง B ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ บริษัท A  ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย พนักงานของห้าง B   ในอัตราก้าวหน้า  และ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

บริษัท A จ่ายเงินให้กับ ห้าง B  และ ห้าง B  ได้จ่ายให้พนักงานของห้างเอง   

  1. เมื่อบริษัท A  โอนเงินให้ ห้าง B  : บริษัท A  ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ห้าง B  ในอัตรา3% ของเงินได้ ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/2 (2) 
  2. เมื่อห้าง B   จ่ายเงิน รางวัล(incentive/Commission)  พร้อมกับเงินเดือน ห้าง B   มีหน้าที่ต้องคำนวณเงินได้ตามอัตราก้าวหน้า และ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

มาตรา 40   เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด


(2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้นั้นไม่ว่าหน้าที่ หรือตำแหน่งงาน หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว


(8) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว  


คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528
 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ข้อ 2ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินคำนวณหักภาษีไว้ทุกครั้งที่จ่ายเงินได้พึงประเมินแต่ละครั้งในอัตราร้อยละของเงินได้พึงประเมินตามที่ระบุในคำสั่งนี้

"ข้อ 12/2 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายรางวัล ส่วนลดหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น
   (1) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จ่าย 
โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0

  (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0


มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้

 (1) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น
   ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายตามความในวรรคก่อนไม่ลงตัว เหลือเศษเท่าใดให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี  

  ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) และ (2) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงาน และได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48(5) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น
    ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสาม ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้
  



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ออกใบลดหนี้รายได้ข้ามปี / เงินมัดจำค่าเช่าอสังหาฯ / บริษัท supplier จ่ายค่า incentive ให้กับพนักงานขายของบริษัท

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 02/09/2024 - วันที่ตอบ 10/09/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 50 (1), มาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร ,คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2545 ฯ

ปุจฉา

1. สอบถามเรื่องของการลดหนี้รายได้ข้ามปี บริษัทฯ ได้มีการขายสินค้า พร้อมติดตั้งให้กับลูกค้าในปีที่แล้วโดยออกใบกำกับภาษีชื่อ บริษัทเอจำกัด 100 บาท พอมาในปีปัจจุบันลูกค้าได้แจ้งว่าบริษัทฯ ออกใบกำกับผิดต้องออกค่าสินค้าให้ชื่อบริษัทเอจำกัด จำนวน 80 บาท และชื่อบริษัทบีจำกัดจำนวน 20 บาทจึงอยากถามว่าหากบริษัทออกใบลดหนี้และออกใบกำกับใหม่ทางบริษัทต้องบวกกับรายได้หรือไม่ทั้งนี้เนื่องจากเคยมีผู้ตรวจสอบบัญชีแนะนำว่าหากทำการลดหนี้ข้ามปี จะต้องถูกบวกกับเรื่องภาษีนิติบุคคล  


2. กิจการทำธุรกิจให้เช่าสังหาริมทรัพย์โดยทำสัญญา 3 ปี หลังจากนั้นสัญญาจะต่อแบบอัตโนมัติแบบปีต่อปี กิจการเก็บเงินมัดจำลูกค้ารายละ 10,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าจะคืนเงินมัดจำให้ต่อเมื่อยกเลิกสัญญา หากมีค่าบริการคงค้างให้นำเงินมัดจำดังกล่าวมาหักส่วนที่เหลือจึงคืนหรือเก็บเพิ่มจึงอยากทราบว่าเงินมัดจำดังกล่าวกิจการต้องรับรู้เป็นรายได้เมื่อไร


3. บริษัทฯ ได้ทำ MOU กับบริษัทจดทะเบียนในไทยว่า หากพนักงานขายสินค้าให้supplierได้ ทางsupplierจะจ่ายค่าincentiveให้กับพนักงานขายโดยบริษัทเป็นคนกลางรับเงินก่อนแล้ว บริษัทจึงค่อยโอนเงินให้พนักงานขายพร้อมเงินเดือน

    (1) supplier โอนเงินให้บริษัทต้องทำการหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่

    (2) หากบริษัทจ่ายเงิน incentive พร้อมกับเงินเดือนต้องหักภาษีหรือไม่

    (3) เงินที่บริษัทรับมาถือเป็นรายได้หรือไม่

วิสัชนา

1. การลดหนี้รายได้ข้ามปี บริษัทฯ ได้มีการขายสินค้า พร้อมติดตั้งให้กับลูกค้าในปีที่แล้วโดยออกใบกำกับภาษีชื่อ บริษัท เอ จำกัด 100 บาท พอมาในปีปัจจุบันลูกค้าได้แจ้งว่า บริษัทฯ ออกใบกำกับผิดต้องออกค่าสินค้าให้ชื่อบริษัท เอ จำกัด จำนวน 80 บาท และชื่อบริษัท บี จำกัดจำนวน 20 บาท นั้น

    เนื่องจากเป็นกรณีที่บริษัทฯ ออกใบกำกับภาษีผิดพลาดไป จึงไม่ใช่เหตุแห่งการออกใบลดหนี้ ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร

    หากแต่ต้องเป็นการยกเลิกและออกใบกำกับใหม่แทนฉบับเดิม ตามข้อ 25 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2545 ฯ ดังนี้

    “ข้อ 25  ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งจัดทำใบกำกับภาษีโดยมีรายการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญไม่ถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 22 เมื่อได้รับการร้องขอให้ยกเลิกใบกำกับภาษีฉบับเดิมและจัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ที่ถูกต้อง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

        (1) เรียกคืนใบกำกับภาษีฉบับเดิมและนำมาประทับตราว่า "ยกเลิก" หรือขีดฆ่า แล้วเก็บรวมไว้กับสำเนาใบกำกับภาษีฉบับเดิม

        (2) จัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ซึ่งเป็นเลขที่ใหม่ แต่จะต้องลง วัน เดือน ปี ให้ตรงกับ วัน เดือน ปี ตามใบกำกับภาษีฉบับเดิม และ

        (3) หมายเหตุไว้ในใบกำกับภาษีฉบับใหม่ว่า "เป็นการยกเลิกและออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่แทนฉบับเดิมเลขที่ ... เล่มที่ ..." และหมายเหตุการยกเลิกใบกำกับภาษีไว้ในรายงานภาษีขายของเดือนภาษีที่จัดทำใบกำกับภาษีฉบับใหม่ด้วย

        ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ร้องขอให้ยกเลิกใบกำกับภาษีฉบับเดิมและจัดทำฉบับใหม่ที่ถูกต้อง จะต้องถ่ายเอกสารใบกำกับภาษีฉบับเดิมที่ขอยกเลิกติดเรื่องไว้ด้วย”

2. กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการให้เช่าสังหาริมทรัพย์โดยทำสัญญา 3 ปี หลังจากนั้นสัญญาจะต่อแบบอัตโนมัติแบบปีต่อปี บริษัทฯ เรียกเก็บเงินมัดจำลูกค้ารายละ 10,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า จะคืนเงินมัดจำให้ต่อเมื่อยกเลิกสัญญา หากมีค่าบริการคงค้างให้นำเงินมัดจำดังกล่าวมาหักส่วนที่เหลือจึงคืนหรือเก็บเพิ่ม นั้น เงินมัดจำดังกล่าวมีลักษณะเป็นเจ้าหนี้การค้า บริษัทฯ จึงไม่ต้องรับรู้เป็นรายได้ จนกว่าจะมีการหักกลบกับค่าความเสียหาย หรือค่าเช่าค้างรับ แล้วแต่กรณี

3. กรณีบริษัทฯ ได้ทำ mou กับบริษัทจดทะเบียนในไทยว่า หากพนักงานขายสินค้าให้ supplier ได้ ทาง supplier จะจ่ายค่า incentive ให้กับพนักงานขายโดยบริษัทฯ เป็นคนกลางรับเงินก่อนแล้วบริษัทจึงค่อยโอนเงินให้พนักงานขายพร้อมเงินเดือน นั้น

    (1) supplier โอนเงินให้บริษัทต้องทำการหักณ ที่จ่ายในอัตรา3% ของเงินได้

    (2) เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงิน incentive พร้อมกับเงินเดือน บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

    (3) เงินที่บริษัทฯ รับมาถือเป็นรายได้ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในขณะเดียวกันกันก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อจ่ายให้พนักงาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

แจกของรางวัลให้พนักงานขายที่ขายได้ตามเป้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 27/10/2021 - วันที่ตอบ 05/12/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 ประกอบกับมาตรา 77/2 (1), มาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528

ปุจฉา

รบกวนสอบถามเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีของรางวัล ดังนี้ค่ะ

1. บริษัทฯ มีโปรโมชั่นให้ตัวแทนขาย ถ้าขายได้ตามเป้าจะได้ I-phone โดยการจ่ายของรางวัล จะให้พนักงานขายของตัวแทนจำหน่ายโดยตรงต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย อัตราเท่าไหร่ค่ะ

2.ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ซื้อ I-phone มา บริษัทฯ สามารถใช้เป็นภาษีซื้อได้ใช่มั้ยค่ะ

วิสัชนา

1.กรณีบริษัทฯ จัดรายการส่งเสริมการขายให้ตัวแทนจำหน่าย (Dealer/Distributor) หากขายได้ตามเป้าจะได้ I-phone โดยการจ่ายของรางวัล จะให้พนักงานขายของตัวแทนจำหน่ายโดยตรง นั้น เป็นกรณีที่บริษัทฯ ได้ตกลงกับตัวแทนจำหน่าย

      1.1 ถือได้ว่า บริษัทฯ จัดรายการส่งเสริมการขายโดยให้รางวัลแก่ตัวแทนจำหน่าย บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ของมูลค่าของรางวัล (I-phone) รวมทั้งค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขายที่ไม่ได้เรียกเก็บ) ตามข้อ 12/2 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 

       1.2 การมอบรางวัลเป็นสินค้าดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 ประกอบกับมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร 

      1.3 สำหรับการมอบ I-phone ให้แก่พนักงานขายของตัวแทนจำหน่าย นั้น เข้าลักษณะเป็นการมอบรางวัลแทนตัวแทนจำหน่าย เพราะบริษัทฯ ย่อมได้รับข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการขายสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายว่า สมควรมอบรางวัลให้แก่พนักงานขายของตัวแทนจำหน่ายคนใด บริษัทฯ ไม่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพราะถือเป็นหน้าที่ของตัวแทนจำหน่ายโดยตรง


2.เมื่อการให้รางวัล I-phone เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้า บริษัทฯ จึงย่อมสามารถนำภาษีซื้อสำหรับ I-phone มาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

หน้าที่เเละภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายค่าคอมมิชชั่น ให้กับบุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 15/03/2022 - วันที่ตอบ 02/05/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40 (2) มาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง มาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62)

ปุจฉา

กรณีจ่ายค่าคอมมิชชั่น ให้กับบุคคธรรมดาที่ไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯแล้วไม่หัก ณ ที่จ่าย ด้วยให้เหตุผลว่า ถือเป็นการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ผู้รับเงินต้องเสียภาษี (จ่ายครั้งละไม่กี่บาท แต่หลายครั้ง แต่รวมทั้งปีไม่ถึงแสน) และพอสิ้นปีเราก็สรุปเงินที่จ่ายค่าคอมให้แต่ละราย โดยรวมเงินได้ที่จ่ายไปทั้งปีของแต่ละคน ยื่นเงินได้ ส่วนภาษีใส่เป็นยอด 0 ยื่นแบบ ภงด.1 ก ทำเป็นยื่นเพิ่มเติม แยกจากการยื่น ภงด.1 ก ที่เป็นเงินได้ของพนักงานประจำทำแบบนี้ในทางสรรพากรยอมรับได้มั้ยคะ

วิสัชนา

การดำเนินการเกี่ยวกับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับค่านายหน้าหรือคอมมิชชั่น ซึ่งบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อเท็จจริงข้างต้น ชอบด้วยกฎหมายแล้วครับ แต่ขอให้ปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62) ฯ ให้ถูกต้องครบถ้วนด้วยครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


2. การแจกรางวัลให้พนักงานของห้างฯ B (บางคน)  เป็นเงินได้ประเภทอะไร ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร

การแจกรางวัลให้กับพนักงานหางฯ B ที่ได้ที่ 1 - 3 เท่านั้น ไม่ได้ให้พนักงานทุกคน  จะเข้าลักษณะเป็นการจ่ายรางวัลในการประกวด แข่งขัน ที่ต้องอยู่ในบังคับต้องหักภาษี ณ ที่จาย 5% หรือไม่  มีหลักการพิจารณาดังนี้

  1. บริษัท A จัดกิจกรรม โดยกำหนดเกณฑ์ว่า ขายได้เท่าไหร่ จะได้ รางวัล (Incentive / Commission) กี่เปอร์เซ็นต์ กรณีนี้จะไม่ใช่การจัดกิจกรรมประเภทประกวดแข่งขัน ตามเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เป็นเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร คือ มีการกำหนดผลสำเร็จของงาน
  2. บริษัท A จัดกิจกรรม โดยกำหนดเกณฑ์ว่า ให้พนักงานทุกสาขาแข่งขันกัน รายละเอียดจัดกิจกรรมมีการกำหนดเงื่อนไข คะแนน และเกณฑ์การจัดอันดับ (Ranking / Achievement) โดยจะได้รางวัลเฉพาะคนที่ได้ที่ 1-3 (โดยไม่ได้มีกำหนดผลสำเร็จของงาน ว่า  ขายได้เท่าไหร่ จะได้ รางวัล (Incentive / Commission) กรณีนี้จึงเป็นการจัดกิจกรรมประเภทประกวดแข่งขัน ตามเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร

เอกสาร Support การจ่ายเงินค่ากิจกรรมส่งเสริมการขาย


 เพื่อให้รายจ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีที่ได้  บริษัทควรต้อง จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้ครบถ้วน โดยมีรายการเอกสารประกอบเบื้องต้นดังต่อไปนี้

  1. แผนหรือโครงการกิจกรรมส่งเสริมการขาย
    • วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมอย่างชัดเจน
    • ระยะเวลาการจัดกิจกรรม
    • หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้คะแนนหรือพิจารณารางวัล
    • การอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมกับการส่งเสริมยอดขาย การตลาด หรือภาพลักษณ์ของสินค้าและกิจการ
  2. หนังสือ ข้อตกลง หรือเอกสารยืนยันร่วมกับห้างฯ B (ถ้ามี)
    • ระบุให้ชัดเจนว่ากิจกรรมมีวัตถุประสงค์เพื่อการส่งเสริมการขายของบริษัท
    • แสดงให้เห็นว่าการจ่ายเงินดังกล่าวไม่ใช่การว่าจ้างแรงงาน หรือการว่าจ้างให้ให้บริการโดยตรงแก่บริษัท
  3. รายงานผลการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย
    • สรุปผลการดำเนินงานและยอดขายก่อนและหลังการจัดกิจกรรม
    • รายชื่อสาขาหรือผู้ที่ได้รับรางวัล
    • เหตุผล หลักเกณฑ์ และผลการพิจารณาที่ใช้ในการจัดอันดับหรือให้รางวัล
  4. เอกสารประกอบการจ่ายเงินหรือมอบรางวัล
    • ใบสำคัญจ่าย หรือเอกสารอนุมัติการจ่ายเงิน
    • หลักฐานการโอนเงิน หรือเอกสารการส่งมอบ Gift Voucher
    • รายชื่อผู้รับเงินหรือผู้รับรางวัล พร้อมจำนวนเงินหรือมูลค่าที่ได้รับ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ถ้ามี)
  5. หลักฐานการหักและนำส่งภาษี ณ ที่จ่าย
    • แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.3)
    • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ออกให้แก่ผู้รับเงิน


ตัวอย่างเอกสาร

(ตัวอย่าง) 

แบบฟอร์มเสนอและอนุมัติโครงการกิจกรรมส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion Project Proposal & Approval Form)


ชื่อโครงการ : ..............................................................
 บริษัท : ..............................................................


1. วัตถุประสงค์ของโครงการ

.......................................................................................
 .......................................................................................


2. รายละเอียดกิจกรรม

ลักษณะกิจกรรม : กิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างฯ B

กลุ่มเป้าหมาย : ผู้จัดการสาขาของห้างฯ B ทุกสาขา

ระยะเวลาดำเนินโครงการ : วันที่ ................. ถึงวันที่ .................

จำนวนสาขาที่เข้าร่วม : ................. สาขา


3. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้รางวัล

เป้าหมายยอดขายขั้นต่ำ : ................. %

หลักเกณฑ์การพิจารณา :
 
 ยอดขาย (Sales Out)
 
 การจัดเรียงสินค้า
 
 คะแนนกิจกรรมส่งเสริมการขายอื่น ๆ (ระบุ) ........................


4. ประเภทรางวัลและงบประมาณ

ลำดับ

รางวัล

จำนวนเงิน/มูลค่า

หมายเหตุ

1

รางวัลสาขาที่ 1

................. บาท


2

รางวัลสาขาที่ 2

................. บาท


3

รางวัลสาขาที่ 3

................. บาท


4

Gift Voucher

................. บาท


งบประมาณรวม : .................................. บาท


5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

.......................................................................................
 .......................................................................................

ผู้จัดทำโครงการ ................................................ วันที่ .................
ผู้ตรวจสอบ ....................................................... วันที่ .................
 ผู้อนุมัติ .......................................................... วันที่ .................


(ตัวอย่าง)

แบบฟอร์มรายงานผลการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย

(Sales Promotion Activity Result Report)


ชื่อโครงการ : ..............................................................
 ระยะเวลากิจกรรม : .....................................................


1. สรุปผลการดำเนินกิจกรรม

.......................................................................................
 .......................................................................................


2. สรุปยอดขายเปรียบเทียบ

รายการ

ก่อนกิจกรรม

หลังกิจกรรม

ยอดขายรวม



เปอร์เซ็นต์การเติบโต




3. รายชื่อสาขาและผลการจัดอันดับ

ลำดับ

สาขา

ผลงาน/คะแนน

รางวัล






4. สรุปการพิจารณาให้รางวัล

การให้รางวัลเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในโครงการ และเป็นไปเพื่อการส่งเสริมการขายของบริษัท


ผู้จัดทำรายงาน ........................................ วันที่ .................
 ผู้รับรองผล ............................................. วันที่ .................




หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ