Case study

ใช้เครดิตภาษีต่างประเทศ 20% แบบใดได้บ้าง


เรื่อง ใช้เครดิตภาษีต่างประเทศ 20% แบบใดได้บ้าง
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 29/08/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ ได้มีการจ่ายเงินค่าบริการให้กับบริษัทในประเทศอังกฤษ เมื่อทางบริษัทฯ ได้รับใบแจ้งหนี้ รายละเอียดในใบแจ้งหนี้มี VAT 20% ดังนั้น ทางบริษัทฯ สามารถใช้เครดิตภาษี 20% แบบใดได้บ้าง

คำตอบ

คำตอบ     


บริษัทฯ ไม่สามารถใช้เครดิตภาษีจาก VAT 20% ที่ถูกเรียกเก็บที่ประเทศอังกฤษได้ แต่สามารถนำยอดตาม Invoice ที่บวก VAT 20%  มาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในประเทศไทยได้ทั้งจำนวน ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร




หมายเหตุ เกณฑ์ที่ใช้เป็นเครดิต ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน  จะต้องเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคล  ไม่ใช่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม  

โดยสามารถศึกษาจากมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 300) พ.ศ. 2539

“มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ (นิติบุคคล) ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือ

ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เป็นจำนวนเท่ากับภาษีเงินได้ที่เสียไปในต่างประเทศ แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย ส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแต่ละประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
          (1) ต้องเสียภาษีเงินได้ในต่างประเทศ เนื่องจากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ แล้ว
          (2) ต้องไม่นำภาษีเงินได้ที่ได้เสียไปในต่างประเทศ ซึ่งไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย ส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแต่ละประเทศ ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
          (3) ต้องมีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีในต่างประเทศที่หน่วยงานจัดเก็บภาษีเงินได้ของต่างประเทศรับรองเก็บไว้เพื่อเจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบ
          (4) ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65)
           เอกสารที่ใช้จะขอคืนตามประมวลรัษฎากร ต้องเป็นหนังสือรับรองที่รัฐบาลอังกฤษออกให้ จึงจะเป็นที่ยอมรับของสรรพากร โดยใช้ประกอบกับเอกสารที่ประเทศอังกฤษส่งมาให้ คือ เอกสารการจ่ายค่าภาษีที่ชำระให้กับสรรพากรที่ประเทศอังกฤษ (หนังสือรับรองการหักภาษี)

 


พระราชกฤษฎีกา
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 300)
 พ.ศ. 2539

-----------------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2539
 เป็นปีที่ 51 ในรัชกาลปัจจุบัน



                     มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เป็นจำนวนเท่ากับภาษีเงินได้ที่เสียไปในต่างประเทศ แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย ส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแต่ละประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

                     (1) ต้องเสียภาษีเงินได้ในต่างประเทศ เนื่องจากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแล้ว

                     (2) ต้องไม่นำภาษีเงินได้ที่ได้เสียไปในต่างประเทศ ซึ่งไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย ส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแต่ละประเทศ ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

                     (3) ต้องมีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีในต่างประเทศที่หน่วยงานจัดเก็บภาษีเงินได้ของต่างประเทศรับรองเก็บไว้เพื่อเจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบ

                     (4) ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา




อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

การนำเครดิตภาษีต่างประเทศมาขอคืนในประเทศไทย (ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย จากประเทศญี่ปุ่น)

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 13/02/2018 - วันที่ตอบ 14/02/2018

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 300) พ.ศ. 2539, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65)

ปุจฉา

     บริษัทฯ จดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศไทย และได้ไปซื้อหุ้นจดทะเบียนที่ประเทศญี่ปุ่น อัตราที่ถือหุ้นในบริษัทที่ญี่ปุ่น 90% และในปี 2558 บริษัทฯ ได้โอนให้บริษัทที่ญี่ปุ่นกู้ยืมจำนวนเงิน 50ล้านบาท (คิดเป็นเงินเยน 164 ล้านเยน) ในอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี และต่อมาในปี 2560 บริษัทที่ญี่ปุ่นจะโอนเงินในส่วนดอกเบี้ยให้กับบริษัทฯ จำนวนเงินเยน 16 ล้านเยน และได้มีการหัก Withholding Tax 20.42% ตามอัตราภาษีของญี่ปุ่น (อัตราภาษีดอกเบี้ย) คิดเป็นจำนวนเงินเยน 3,267,200 และจำนวนเงินที่บริษัทที่ไทยจะได้รับเป็นเงินเยน 12,732,800

 
     1. Withholding Tax ที่ถูกหักไว้ที่ญี่ปุ่นจำนวนเงินเยน 3,267,200 บริษัทฯจะขอคืนที่ไทยได้อย่างไงคะ ที่จะเป็นที่ยอมรับของสรรพากร (เอกสารที่ญี่ปุ่นส่งมาให้ จะมีเอกสารการจ่ายค่าภาษีดอกเบี้ยที่หักยอดเงินเยน 3,267,200 ให้กับสรรพากรที่สาขาชินจุกุ,เอกสารหนังสือรับรองการหักภาษี แบบนี้ใช้เป็นหลักฐานได้ไหมคะ)
      2. Withholding Tax ที่ถูกหักจะนำมาขอคืนได้ทั้งหมดหรือไหมคะ
      3. บริษัทฯ ก็มีการจ่ายเงิน ภงด.51 กลางปี 2560 ด้วยคะ และมีเครดิตภาษีถูกหัก ปี 2560 ด้วยคะ และมีภาษีถูกหักจากญี่ปุ่นด้วยคะ ไม่รู้ว่าจะใช้สิทธิอย่างไรคะ
      4. จำนวนเงินที่ถูกหักภาษีจากญี่ปุ่น จะบันทึกรายการอย่างไรในประเทศไทย หรือว่าบันทึกเป็นภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่ายเต็มจำนวนที่ถูกหัก

วิสัชนา

     กรณีบริษัทฯ เป็นบริษัทแม่ของบริษัทในประเทศญี่ปุ่น (ถือหุ้นในบริษัทที่ญี่ปุ่น 90%) ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2558 บริษัทได้ให้บริษัทลูกที่ประเทศญี่ปุ่นกู้ยืมเงินจำนวนเงิน 50 ล้านบาท (คิดเป็นเงินเยน 164 ล้านเยน) คิดอัตราดอกเบี้ยในอัตรา 4% ต่อปี
 ในเบื้องต้น แนวคิดทางภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ ต้องคิดดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยที่ได้ตกลงกัน แต่ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าราคาตลาด ในวันที่ให้กู้ยืมเงิน ดังนี้
 ....1. กรณีบริษัทฯ นำเงินของตนที่มีอยู่ไปให้กู้ยืม อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับหรือควรจะได้รับ ให้คิดตามอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารประเภทเงินฝากประจำในเวลาที่มีการกู้ยืม
 ....2. กรณีบริษัทฯ นำเงินที่กู้ยืมมาจากบุคคลอื่นไปให้กู้ยืม อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับหรือควรจะได้รับ ให้คิดตามอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในวันที่ได้ให้กู้ยืมเงินที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเวลาที่บริษัทฯ ได้กู้ยืมเงินมาทั้งนี้ กรณีบริษัทฯ นำเงินไปให้กู้ยืม โดยไม่สามารถแยกแหล่งเงินทุนได้ว่ามาจากเงินของตนที่มีอยู่หรือเงินที่กู้ยืมมาจากบุคคลอื่น ให้คิดดอกเบี้ยที่ได้รับในอัตราไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเวลาที่บริษัทฯ ได้กู้ยืมเงินมา (หนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/560 ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558)
 โดยบริษัทฯ ต้องรับรู้รายได้ค่าดอกเบี้ยตามเกณฑ์สิทธิ และตั้งเป็นรายได้ค้างรับไว้ ในงบการเงิน
 และต่อมาในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2560 บริษัทที่ญี่ปุ่นจะโอนเงินในส่วนดอกเบี้ยให้กับบริษัทฯ จำนวนเงินเยน 16 ล้านเยน และได้มีการหัก Withholding Tax 20.42% ตามอัตราภาษีของญี่ปุ่น (อัตราภาษีดอกเบี้ย) คิดเป็นจำนวนเงิน 3,267,200 เยน และจำนวนเงินที่บริษัทที่ไทยจะได้รับเป็นเงิน 12,732,800 เยน
 ในการปฏิบัติเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ให้บริษัทฯ ดำเนินการตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
 1. Withholding Tax ที่ถูกหักไว้ที่ญี่ปุ่นจำนวนเงิน 3,267,200 เยน บริษัทฯ มีสิทธินำมาใช้เป็นเครดิตในประเทศไทย ได้ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทย กับประเทศญี่ปุ่น
 ....เกณฑ์ที่ใช้เป็นเครดิต ไม่มีรายละเอียดการคำนวณไว้ในอนุสัญญาภาษีซ้อนฯ แต่ให้ศึกษาจากมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 300) พ.ศ. 2539
 ....“มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ (นิติบุคคล) ตามส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เป็นจำนวนเท่ากับภาษีเงินได้ที่เสียไปในต่างประเทศ แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย ส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแต่ละประเทศ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
 ..........(1) ต้องเสียภาษีเงินได้ในต่างประเทศ เนื่องจากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ แล้ว
 ..........(2) ต้องไม่นำภาษีเงินได้ที่ได้เสียไปในต่างประเทศ ซึ่งไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย ส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแต่ละประเทศ ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
 ..........(3) ต้องมีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเสียภาษีในต่างประเทศที่หน่วยงานจัดเก็บภาษีเงินได้ของต่างประเทศรับรองเก็บไว้เพื่อเจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบ
 ..........(4) ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65)
 ....เอกสารที่ใช้จะขอคืนตามประมวลรัษฎากร ต้องเป็นหนังสือรับรองที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกให้ จึงจะเป็นที่ยอมรับของสรรพากร โดยใช้ประกอบกับเอกสารที่ญี่ปุ่นส่งมาให้ คือ เอกสารการจ่ายค่าภาษีดอกเบี้ยที่หักยอดเงินเยน 3,267,200 ให้กับสรรพากรที่สาขาชินจุกุ หนังสือรับรองการหักภาษี

 2. Withholding Tax ที่ถูกหักจะนำมาขอคืนได้ไม่ทั้งหมด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ไทย – ญี่ปุ่น

 3. บริษัทฯ สามารถใช้สิทธิในจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่ได้ชำระตาม ภ.ง.ด.51 (กลางปี 2560) และภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย ปี 2560 ด้วยคะ และมีภาษีถูกหักจากญี่ปุ่น ในหน้า 2 ของแบบ ภ.ง.ด.50

 4. จำนวนเงินที่ถูกหักภาษีจากญี่ปุ่น จะบันทึกรายการอย่างไรในประเทศไทย หรือว่าบันทึกเป็นภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่ายเต็มจำนวนที่ถูกหัก แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย ส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในประเทศญี่ปุ่น หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


 


เรื่อง

หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายมากกว่าอัตราที่ระบุในอนุสัญญาภาษีซ้อน /บริษัทไทยมีรายได้จากต่างประเทศ โดยให้บริการจากประเทศไทย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/03/2023 - วันที่ตอบ 07/03/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65)

ปุจฉา

กรณีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถูกหักที่ต่างประเทศ หากผู้จ่ายอยู่ประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย แต่ผู้จ่ายเงินหักภาษีณที่จ่ายมากกว่าอัตราที่ระบุในอนุสัญญาภาษีซ้อน เช่น ผู้จ่ายเงินหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 14 ในขณะที่อนุสัญญาภาษีซ้อน ให้หักไม่เกินร้อยละ 10

คำถาม

    1.กรณีตามตัวอย่างบริษัทไทยสามารถเครดิตภาษีในประเทศไทย ตามพระราชกฏษฏีกาฉบับที่ 300 หรือ 18  สามารถเครดิตภาษีเป็นจำนวนเท่าไร ระหว่างร้อยละ 10  หรือร้อยละ 14 หากทั้งสองจำนวนน้อยกว่าภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย

    2.ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65) กรณีใช้เครดิตภาษี ฯ หากบริษัทไทยมีรายได้จากต่างประเทศ โดยให้บริการจากประเทศไทย ไม่ได้ส่งคนเข้าไปบริการในต่างประเทศ รวมทั้งไม่มีตัวแทนหรือสำนักงานในประเทศนั้นกรณีเช่นนี้ถือว่าเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศ หรือมีเงินได้จากบริษัทต่างประเทศ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ ได้รับเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ที่จ่ายโดยผู้ที่อยู่ในประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย

    1.ผู้จ่ายเงินได้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายมากกว่าอัตราที่ระบุในอนุสัญญาภาษีซ้อน เช่น ผู้จ่ายเงินหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 14 ในขณะที่อนุสัญญาภาษีซ้อน ให้หักไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ นั้น โดยทั่วไป ในการนำจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เสียให้แก่รัฐบาลของประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน ให้ถือปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วย การยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 

        1.1 สำหรับจำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักเกินไป ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเครติตในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดๆ รองรับ แต่ให้นำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด

        1.2 การคำนวณหาจำนวนภาษีที่ต้องเสียตามกฎหมายไทยส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแต่ละประเทศ ให้คำนวณแยกเป็นรายประเทศตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

             (1) กรณีมีเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศ ให้นำรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในต่างประเทศ หักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ได้เท่าใด ให้คูณด้วยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสีย ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทยส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศ

             (2) กรณีมีเงินได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ให้นำเงินได้ดังกล่าวคูณด้วยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสีย ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทยส่วนที่คำนวณจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ



 

    2.ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65) กรณีใช้เครดิตภาษี ฯ หากบริษัทไทย มีรายได้จากต่างประเทศ โดยให้บริการจากประเทศไทย ไม่ได้ส่งคนเข้าไปบริการในต่างประเทศ รวมทั้งไม่มีตัวแทนหรือสำนักงานในประเทศนั้น กรณีเช่นนี้ ถือว่า มีเงินได้จากบริษัทต่างประเทศ


คุณ Sitthipong Kanaraksunti

รบกวนถามเพิ่มเติม

    1. จากคำถามข้อ 1 บริษัทไทย ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย มากกว่าอัตราตามอนุสัญญาภาษีซ้อน บริษัทไทยมีสิทธิเลือกที่จะนำมาเครดิตภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฏีกาฯ (ฉบับที่ 300) หรือไม่

    2. พระราชกฤษฏีกาฯ (ฉบับที่300) ใช้สำหรับรายการค้าที่เกิดประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทยเท่านั้น หรือสามารถใช้กับกรณีรายการค้ากับประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน แต่ไม่ได้ปฎิบัติตามอนุสัญญาฯ

ขอบคุณครับ



 

สุเทพ พงษ์พิทักษ์ วิสัชนา:

    1.จากคำถามข้อ 1 บริษัทไทย ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย มากกว่าอัตราตามอนุสัญญาภาษีซ้อน บริษัทไทยไม่มีสิทธิเลือกที่จะนำมาเครดิตภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฏีกาฯ (ฉบับที่ 300) เพราะตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 300) บัญญัติขึ้นเพื่อให้เครดิตภาษีสำหรับประเทศที่ไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม แนวทางปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65) ใช้แนวคิดในการขจัดความซ้ำซ้อนของ OECD ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับการให้เครดิตตามอนุสัญญาภาษีซ้อนครับ

    2. พระราชกฤษฏีกาฯ  (ฉบับที่ 300) ใช้สำหรับรายการค้าที่เกิดประเทศที่มีไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นแนวทางเดียวกับกรณีรายการค้ากับประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน ทุกประการยังไม่ได้โพสต์


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




หมายเหตุ: TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น  กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ