Case study

จ่ายค่า คอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซนต์ตามประเภทของชิ้นส่วนและจำนวนที่ขายได้ ต้องยื่น ภพ.36 และ ภงด.54 หรือไม่


เรื่อง จ่ายค่า คอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซนต์ตามประเภทของชิ้นส่วนและจำนวนที่ขายได้ ต้องยื่น ภพ.36 และ ภงด.54 หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 07/02/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯประกอบกิจการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็คโทรนิคส์ และขายส่งให้แก่ลูกค้าที่เป็นโรงงานทั้งที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัทฯจะนำเข้าชิ้นส่วนซึ่งผลิตโดยบริษัทฯในเครือเท่านั้นซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ตามประเทศต่างๆ โดยมีบริษัทแม่ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

บริษัทฯในเครือซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศอเมริกา(บริษัท U) จะเป็นผู้ทำการตลาด,ติดต่อและเจรจากับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และAI ให้ตัดสินใจเลือกใช้ชิ้นส่วนของบริษัทฯในสายการผลิตของลูกค้าที่มีโรงงานตั้งอยู่ตามประเทศต่างๆ ซึ่งบริษัทฯก็ได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินการของบริษัท U จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นด้วย   เนื่องจากบริษัท U ไม่มีข้อมูลขายทั้งหมดของบริษัทฯในเครือ บริษัทฯแม่ที่ญี่ปุ่นจึงเป็นผู้รวบรวมข้อมูลการขายชิ้นส่วนดังกล่าวและคำนวณค่าคอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซนต์ตามประเภทของชิ้นส่วนและจำนวนที่บริษัทฯในเครือทั้งหมดขายได้ และเรียกเก็บเงินค่าคอมมิชชั่นไปที่บริษัทฯนั้นๆที่อยู่ในเครือ

โดยบริษัทฯจะชำระค่าคอมมิชชั่นไปที่บริษัทฯแม่ และบริษัทฯแม่จะรวมรวมค่าคอมมิชชั่นทั้งหมดที่ได้รับจากในเครือ ส่งคืนให้บริษัท U ในคราวเดียว

คำถาม   บริษัทฯต้องยื่น ภพ.36 และ ภงด.54 เมื่อบริษัทฯชำระค่าคอมมิชชั่นสำหรับบริษัท U ให้กับบริษัทฯแม่ที่ญี่ปุ่นหรือไม่  ขอบคุณมากค่ะ


คำตอบ

ตอบ



ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54)


  การพิจารณาว่า บริษัทจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ อาจไม่สามารดูตามชื่อรายการที่จ่าย เช่น ในกรณีที่สอบถามมานี้ ระบุมาว่าเป็นค่าคอมมิชชั่น แต่จากเนื้อหา และรูปแบบการเรียกเก็บเงิน เอนเอียงไปทางค่าสิทธิ์ (Royalty) เนื่องจากมีการเรียกเก็บเป็นเปอร์เซนต์ตามประเภทของชิ้นส่วนและจำนวนที่บริษัทฯ ในเครือทั้งหมดขายได้ ดังนั้นจะขอตอบให้ 2 กรณีนะคะ 


ค่าคอมมิชชั่น

  1. ค่าคอมมิชชั่น ที่บริษัทต่างประเทศเรียกเก็บ เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
  2. เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร  สถานะคือกำไรธุรกิจ  ซึ่งจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่  ต้องตรวจสอบที่ ข้อ 7  กำไรธุรกิจ  และ ข้อ 5    สถานประกอบการถาวร  แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อน ระหว่างประเเทศไทย และ ประเทศญี่ปุ่น
    • ถ้ามีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ท.ป.4/2528 ข้อ 12 
    • ถ้าไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย  

สรุป : บริษัท U ไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ดังนั้นบริษัทไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย


ค่า Royalty ค่าสิทธิ์

  1. ค่า Royalty ค่าสิทธิ์ ที่บริษัทต่างประเทศเรียกเก็บ เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร  จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
  2. อนุสัญญาภาษีซ้อน ระหว่างประเเทศไทย และ ประเทศญี่ปุ่น ข้อ 12  ค่าสิทธิ์ ให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 15%

สรุป : บริษัท U ต้องเสียภาษีในประเทศไทย ดังนั้นบริษัท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15%



ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.36)

การพิจารณาว่า บริษัทจะต้องนำส่ง ภ.พ.36 หรือไม่ ให้ดูที่ผลของบริการ ว่านำมาใช้ในประเทศไทยหรือไม่ จากข้อมูลที่ให้มา บริษัทได้รับผลประโยชน์จากการให้บริการของบริษัท U จากยอดขายในประเทศไทยเพิ่มขึ้นด้วย บริษัทจึงต้องนำส่ง ภ.พ.36 เมื่อบริษัทจ่ายเงินให้กับ บริษัท U ตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร


อ้างอิงกฎหมาย

มาตรา 40   เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

  1. ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล

(8) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) ถึง (7) แล้ว  


มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม


บัญชีอัตราภาษีเงินได้

" (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

   "(ข) ภาษีตามมาตรา 70 นอกจากที่ระบุใน (ค)                    ร้อยละ 15




มาตรา 76 ทวิบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มีลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย ให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ประกอบกิจการในประเทศไทย และให้ถือว่าบุคคลผู้เป็นลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อเช่นว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลเป็นตัวแทนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และให้บุคคลนั้นมีหน้าที่ และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เฉพาะที่เกี่ยวกับเงินได้หรือผลกำไรที่กล่าวแล้ว
 ในกรณีที่กล่าวในวรรคแรก ถ้าบุคคลผู้มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71(1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
 ในกรณีการประเมินตามความในมาตรานี้ จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้




คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528
 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ข้อ 12ให้บุคคล บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินที่เป็นค่าจ้างทำของให้แก่ผู้รับจ้างซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศประกอบกิจการในประเทศไทย โดยมิได้มีสำนักงานสาขาตั้งอยู่เป็นการถาวรในประเทศไทยหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 5.0




https://www.rd.go.th/730.html#article1 

อนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น
เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากร
 ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้

ข้อ 7  กำไรธุรกิจ

(วรรค 1) เงินได้หรือกำไรของวิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่ง ให้เก็บภาษีได้เฉพาะในรัฐนั้น เว้นแต่วิสาหกิจนั้นประกอบธุรกิจในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่ง โดยผ่านทางสถานประกอบการถาวร ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งนั้น ถ้าวิสาหกิจนั้นประกอบธุรกิจดังกล่าวแล้ว เงินได้หรือกำไรของวิสาหกิจนั้นอาจเป็นภาษีได้ในรัฐหนึ่ง แต่ต้องเก็บจากเงินได้หรือกำไรเพียงเท่าที่พึงถือว่าเป็นของสถานประกอบการถาวรนั้น


ข้อ 5 สถานประกอบการถาวร

(วรรค 4) วิสาหกิจของรัฐผู้ทำสัญญารัฐหนึ่งจะถือว่ามีสถานประกอบการถาวรในรัฐผู้ทำสัญญาอีกรัฐหนึ่งถ้าวิสาหกิจนั้นให้บริการรวมถึงบริการให้คำปรึกษาผ่านลูกจ้างหรือพนักงานอื่น โดยมีเงื่อนไขว่ากิจกรรมเช่นว่านั้นดำเนินอยู่ (สำหรับโครงการเดียวกันหรือโครงการที่เกี่ยวเนื่องสองโครงการหรือมากกว่านั้น) เป็นระยะเวลาเดียวกันหรือหลายระยะเวลารวมกันเกินกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลาสิบสองเดือนใดๆ


ข้อ 12  ค่าสิทธิ์

(วรรค 2) อย่างไรก็ตาม ค่าสิทธิเช่นว่านั้นอาจเก็บภาษีได้ในรัฐผู้ทำสัญญาซึ่งค่าสิทธินั้นเกิดขึ้นและตามกฎหมายของรัฐผู้ทำสัญญารัฐนั้น แต่ถ้าผู้รับเป็นเจ้าของผู้รับประโยชน์จากค่าสิทธิภาษีเรียกเก็บจะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของจำนวนค่าสิทธิทั้งสิ้น

(วรรค 3) คำว่า "ค่าสิทธิ" ที่ใช้ในข้อนี้ หมายถึงการจ่ายไม่ว่าชนิดใดๆ ที่ได้รับเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ศิลปหรืองานวิทยาศาสตร์ใดๆ รวมทั้งฟิล์มภาพยนตร์และฟิล์มหรือเทปที่ใช้สำหรับการกระจายเสียงทางวิทยุหรือทางโทรทัศน์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือกรรมวิธีลับใดๆ หรือเพื่อข้อสนเทศที่เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์


มาตรา 83/6   เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือ ราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี
 
“(2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรทั้งนี้ เฉพาะ
        (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย”


อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

การหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลหรือนิติบุคคลต่างประเทศ

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

เลขที่หนังสือ

กค 0811/16135        วันที่ 23/11/1998

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40 (2), พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505, อนุสัญญาภาษีซ้อน ไทย-ญี่ปุ่น

ข้อหารือ

     บริษัทฯ จ่ายเงินค่านายหน้าให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น จากการหาลูกค้ามาใช้บริการของบริษัทฯ ในประเทศไทยโดยผู้เป็นนายหน้าไม่มีสถานประกอบการในประเทศไทยบริษัทฯมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย หรือไม่

แนววินิจฉัย

     ค่านายหน้าจากการหาลูกค้ามาใช้บริการของบริษัทฯ ในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจและหากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้เป็นนายหน้ามีถิ่นที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยมิได้ประกอบกิจการเป็นนายหน้าผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทยตามนัยข้อ 5 แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้เป็นนายหน้าย่อมได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยสำหรับค่านายหน้าที่ได้รับ ตามข้อ7วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาฯ และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 ดังนั้นเมื่อบริษัทฯ จ่ายค่านายหน้าในกรณีดังกล่าวบริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด

เลขตู้

61/27287




เรื่อง

สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 (ภ.ง.ด.54) และการนำส่ง VAT ตามมาตรา 83/6 (2) (ภ.พ.36)

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 17/10/2023 - วันที่ตอบ 17/10/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 70, มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

วิสัชนา

สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 (ภ.ง.ด.54) และการนำส่ง VAT ตามมาตรา 83/6 (2) (ภ.พ.36)

1. รายการเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไปต่างประเทศที่ “ต้อง” หักภาษีเงินได้ ณ ทีจ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.54) และ “ต้อง” นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.พ.36) ได้แก่

    - การจ่ายค่าสิทธิ (Royalty) ตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่วิสาหกิจทั้งที่ตั้งอยู่ในประเทศ DTA และ Non DTA (Out – In)

    - การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) – (6) ยกเว้นเงินได้ตามมาตรา 40 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ วิสาหกิจในประเทศ Non DTA (Out – In)


  

2.รายการเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไปต่างประเทศที่ "ต้อง" หักภาษีเงินได้ ณ ทีจ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.54) แต่ "ไม่ต้อง" นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.พ.36) ได้แก่

    - การจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) แห่งประมวลรัษฎากร (Capital Gain) ให้แก่วิสาหกิจทั้งที่ตั้งอยู่ในประเทศ DTA และ Non DTA (Out of VAT Scope) 


  

3.รายการเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไปต่างประเทศที่ "ไม่ต้อง" หักภาษีเงินได้ ณ ทีจ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.54) แต่ "ต้อง" นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.พ.36) ได้แก่

    - การจ่ายเงินได้ที่เป็น “กำไรจากธุรกิจ” (Business) ให้แก่วิสาหกิจที่ตั้งอยู่ในประเทศ DTA สำหรับบริการที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้ใช้บริการนั้นในประเทศไทย (Out – In) อาทิ เงินได้ที่ตาม DTA ไม่กำหนดให้ต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย

    - จ่ายเงินได้ค่าโฆษณา ตามมาตรา 40 ( 8 ) แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้ใช้บริการนั้นในประเทศไทย รวมทั้งบริการอิเล็กทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม (Out – In) 


  

4. รายการเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไปต่างประเทศที่ "ไม่ต้อง" หักภาษีเงินได้ ณ ทีจ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.54) และ "ไม่ต้อง" นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.พ.36) ได้แก่

    - การจ่ายค่าบริการที่ได้ให้ให้ในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ (Out - Out: Out of VAT Scope) เช่น ค่าบริการฝึกอบรมในต่างประเทศ

 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ