ตอบ 1 ค่าโรงแรมและตั๋วเครื่องบินในการดูงาน ถ้าเป็นไปได้ควรต้องใช้ชื่อใบเสร็จเป็นของบริษัท เพื่อลดปัญหาการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่สรรพากรในอนาคต - ถ้ามีเหตุผลความจำเป็นที่ทางโรงแรมที่พักไม่สามารถออกเอกสารในนามบริษัทได้ (ต้องใส่ชื่อผู้รับบริการ-ชื่อพนักงานเท่านั้น) บริษัทก็ยังสามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดกำหนดไว้ว่า ถ้าไม่มีชื่อบริษัทจะไม่สามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ แต่ควรมีเอกสารอื่นประกอบ เช่น นโยบายการเดินทางและเบิกค่าใช้จ่าย เอกสารอนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงาน เอกสารใบเบิกค่าใช้จ่าย เป็นต้น
- ถ้าไม่มีเหตุผลความจำเป็นที่ทางโรงแรมที่พักไม่สามารถออกเอกสารในนามบริษัทได้ หรือ ไม่มีเอกสารประกอบเพียงพออย่างน่าเชื่อถือ เบื่องต้น บริษัทสามารถรับรู้รายจ่ายทางภาษีได้ แต่บริษัทมีความเสี่ยงถ้าเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจสอบในอนาคต และไม่เชื่อถือว่าเป็นรายจ่ายของบริษัท เช่น ไม่เชื่อว่าค่าโรงแรมที่พักนี้ จ่ายไปเพื่อประโยชน์แก่กิจการ เป็นต้น กรณีแบบนี้ บริษัทอาจถูกประเมินให้ปรับปรุงค่าใช้จ่ายเป็นรายการบวกกลับทางภาษี ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี(3)(13) แห่งประมวลรัษฎากร
มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ “(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หาหรือการกุศล เว้นแต่.. (13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ |
เพิ่มเติม : ถ้าใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี ของ โรงแรมที่พัก ไม่ได้ระบุชื่อบริษัท ภาษีซื้อตามใบกำกับจะไม่สามารถเครดิตภาษีได้ตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่สามารถนำภาษีซื้อมารับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร
สรุป ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานของพนักงานในต่างประเทศ แม้เอกสารค่าใช้จ่ายจะออกในนามพนักงาน หากบริษัทเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายจริง และมีเอกสารประกอบครบถ้วนตามสมควร สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายของบริษัทและหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ โดยควรให้ความสำคัญกับการจัดทำเอกสารและระบบอนุมัติภายใน เพื่อรองรับการตรวจสอบของกรมสรรพากรอย่างรอบคอบ ตอบ 2 เอกสารและเงื่อนไขที่ควรจัดเตรียมเพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อรองรับการตรวจสอบของกรมสรรพากร และลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธไม่ให้รับรู้รายการรายจ่ายทางภาษี บริษัทจำเป็นต้องมีเอกสารประกอบเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ ว่าค่าโรงแรม/ที่พักนี้ - เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อกิจการของบริษัทโดยตรง และมีความจำเป็น สมเหตุสมผลตามลักษณะงาน มิใช่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของพนักงาน
- การเดินทางได้รับ คำสั่งหรือการอนุมัติจากบริษัท อย่างชัดเจน
- บริษัทเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวจริง โดยชำระคืนให้แก่พนักงานตามระเบียบของบริษัทมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนเพียงพอแสดงความเกี่ยวข้องกับกิจการ
รายการเอกสารเบื่องต้นที่ควรมี - คำสั่งหรือหนังสืออนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงาน
ระบุวัตถุประสงค์ สถานที่ ระยะเวลา และพนักงานผู้เดินทาง - ระเบียบหรือ Policy การเดินทางและการเบิกค่าใช้จ่ายของบริษัท
เช่น ประเภทค่าใช้จ่ายที่เบิกได้ อัตราหรือเพดานค่าใช้จ่าย - ใบเบิกค่าใช้จ่าย (Expense Claim / Expense Report)
ลงนามโดยพนักงานผู้เบิก และผู้มีอำนาจอนุมัติ - หลักฐานการชำระเงิน
เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต หรือสลิปการโอนเงินของพนักงาน - หลักฐานการจ่ายคืนเงินให้พนักงานของบริษัท
เช่น ใบสำคัญจ่าย สลิปโอนเงินจากบริษัทไปยังพนักงาน - เอกสารประกอบภารกิจการทำงาน (ถ้ามี)
เช่น รายงานการเดินทาง รายงานการประชุม อีเมลติดต่อทางธุรกิจ หรือเอกสารยืนยันการเข้าร่วมงาน
ตัวอย่างเอกสาร ตัวอย่าง นโยบายการเดินทางไปปฏิบัติงานและการเบิกค่าใช้จ่าย (Travel & Expense Policy) 1. วัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการเดินทางไปปฏิบัติงานของพนักงาน รวมถึงการเบิกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกฎหมายบัญชีและภาษีอากร 2. ขอบเขตการบังคับใช้ นโยบายนี้ใช้บังคับกับพนักงานทุกระดับที่ได้รับมอบหมายหรืออนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ 3. หลักเกณฑ์การอนุมัติการเดินทาง 3.1 การเดินทางต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อนการเดินทาง 3.2 ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทาง สถานที่ ระยะเวลา และภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทอย่างชัดเจน 4. ประเภทค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกได้ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติงาน ได้แก่ - ค่าโดยสารและค่าขนส่ง
- ค่าโรงแรมหรือที่พัก
- ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่จำเป็น
- ค่าใช้จ่ายอื่นตามที่บริษัทเห็นสมควร
5. เอกสารประกอบการเบิกค่าใช้จ่าย พนักงานต้องจัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้ - ใบเบิกค่าใช้จ่าย
- ใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งหนี้ (ฉบับจริง)
- หลักฐานการชำระเงิน
- เอกสารอนุมัติการเดินทาง
6. การจ่ายคืนค่าใช้จ่าย บริษัทจะจ่ายคืนค่าใช้จ่ายให้แก่พนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนด ภายหลังจากได้รับเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง 7. การควบคุมและตรวจสอบ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบหรือไม่อนุมัติค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามนโยบายนี้
ตัวอย่าง หนังสืออนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงานเรื่อง อนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงาน เรียน (ชื่อพนักงาน) บริษัทฯ อนุมัติให้ท่านเดินทางไปปฏิบัติงานตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ - ชื่อพนักงาน : ................................................
- ตำแหน่ง : ................................................
- สถานที่เดินทาง : ................................................
- ประเทศ / เมือง : ................................................
- ระยะเวลาการเดินทาง : ตั้งแต่วันที่ ........ ถึงวันที่ ........
- วัตถุประสงค์ของการเดินทาง :
................................................................................ ................................................................................
ทั้งนี้ บริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามระเบียบและนโยบายการเดินทางของบริษัท จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ ลงชื่อ ................................................ (................................................) ตำแหน่ง ................................................ ผู้มีอำนาจอนุมัติ วันที่ ................................................
ตัวอย่าง ใบเบิกค่าใช้จ่าย (Expense Claim / Expense Report)ชื่อบริษัท : ................................................ เลขที่เอกสาร : ................................................ ข้อมูลผู้ขอเบิก - ชื่อ – นามสกุล : ................................................
- ตำแหน่ง : ................................................
- แผนก : ................................................
รายละเอียดการเดินทาง / ค่าใช้จ่าย วันที่ | รายการค่าใช้จ่าย | สถานที่ / ผู้ให้บริการ | จำนวนเงิน |
|
|
|
|
|
|
|
| รวมเป็นเงิน |
|
| ............. |
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อการปฏิบัติงานของบริษัท และยังไม่เคยเบิกจากแหล่งอื่นใด ลงชื่อผู้ขอเบิก ................................................ วันที่ ................................................ ความเห็นผู้ตรวจสอบ .................................................................... ลงชื่อ ................................................ ตำแหน่ง ................................................ วันที่ ................................................ อนุมัติการจ่าย ลงชื่อ ................................................ ตำแหน่ง ................................................ วันที่ ................................................ หมายเหตุ บริษัทสามารถปรับปรุง/ออกแบบเอกสารภายในของบริษัทตามตัวอย่างข้างต้น หรือจะใช้แบบฟอร์มตามคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษี ก็ได้ค่ะ
www.rd.go.th/fileadmin/download/15277290359.pdf คู่มือการจัดทำเอกสาร (กรมสรรพากร).pdf

เรื่อง | ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พัก + ค่าอาหาร + ค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง ส่งพนักงานไปฝึกงานที่บริษัทในต่างประเทศ | ข้อกฎหมาย | มาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 59/2538 | ปุจฉา | กรณีส่งพนักงานไปฝึกงานที่บริษัทในเครือที่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พัก + ค่าอาหาร + ค่าเดินทาง ต่างๆ ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ แต่ไม่มีบิลสามารถนำมาบันทึกเป็นค่าใช่จ่ายบริษัท ได้หรือไม่ค่ะ | วิสัชนา | ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.59/2538 เรื่อง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2538 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่นอกสำนักงานหรือนอกสถานที่เป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรจึงมีคำสั่ง โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2539 เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้ “ข้อ 1 ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่ลูกจ้างหรือผู้มีหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับทำงานให้ ได้รับเนื่องจากการเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ในประเทศหรือต่างประเทศเป็นครั้งคราว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเข้าลักษณะดังนี้ (1) ต้องเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่จะต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น (2) ในกรณีบุคคลดังกล่าวได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการ ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าว เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินมาพิสูจน์ (3) ในกรณีบุคคลดังกล่าวได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราเกินกว่าอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงตาม (2) และบุคคลดังกล่าวไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้นให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลนั้นได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็น เพียงเฉพาะในส่วนที่ไม่เกินอัตราตาม (2) ข้อ 2 การเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ ตามข้อ 1 ต้องมีหลักฐานการได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานนอกสำนักงานหรือนอกสถานที่จากนายจ้างหรือผู้จ่ายเงินได้ โดยต้องระบุลักษณะงานที่ทำและระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามหน้าที่แล้วแต่กรณีด้วย” ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีส่งพนักงานไปฝึกงานที่บริษัทในเครือที่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พัก + ค่าอาหาร + ค่าเดินทาง ต่างๆ ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ แต่ไม่มีบิล นั้น ให้พนักงานจัดทำรายงานการเดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศ พร้อมทั้งค่าใช้จ่าต่างๆ ดังกล่าว เพื่อขออนุมัติเบิกเงิน 1. สำหรับค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเบี้ยเลี้ยง (อาหาร) ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ นั้น ให้นำอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการ ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ให้ถือว่า ค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าว เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินมาพิสูจน์ และพนักงานได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร 2. สำหรับค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเบี้ยเลี้ยง ในส่วนที่เกินกว่าอัตราดังกล่าวตามข้อ 1 ให้ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน ตามหลักฐานการรายงานของพนักงานที่ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจของบริษัทฯ ขอขอบคุณข้อมูลจากFB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาแบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะติดตามFBเพจที่ให้ความรู้ทางภาษีอากรกับท่านอาจารย์สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
เรื่อง | เกี่ยวกับภาษีซื้อใช้ข้ามเดือน, ค่าของขวัญ และการจัดทำใบแทนใบเสร็จรับเงิน | แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ | วันที่ | วันที่ถาม 04/05/2021 - วันที่ตอบ 05/06/2021 | ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม | ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ตรี (4), มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร, ข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4) | ปุจฉา | เรียนถามอาจารย์ครับ 1. เรื่องภาษีซื้อ กรณีได้รับภาษีซื้อล่าช้ากว่าวันที่ในใบกำกับภาษี และไม่ได้ประทับตรา “ถือเป็นภาษีซื้อในเดือน…” สามารถนำมาใช้ได้และจะมีความผิดอะไรไหมครับ และตามกฏหมายสรรพากร มาตราไหนครับ 2. ค่าของขวัญ กรณีให้เกิน 2,000 ต้องลงเป็นรายจ่ายบวกกลับทั้งจำนวนใช่ไหมครับ ขอมาตราด้วยนะครับ 3. ใบแทนใบเสร็จรับเงินกรณีผู้ขายไม่สามารถออกได้ ต้องทำตามคู่มือที่สรรพากรออกมาหรือในนั้นเป็นแค่ตัวอย่างที่สามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับกิจการได้ใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ | วิสัชนา | 1. เกี่ยวกับภาษีซื้อใช้ข้ามเดือนที่ระบุในใบกำกับภาษีเป็นไปตามมาตรา 82/3 วรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 76) ใช้บังคับ 1 พฤษภาคม 2541 เป็นต้นไปดังนี้ “ข้อ 2 ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีเพราะมีเหตุจำเป็นตามข้อ 1 ให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี การปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนระบุข้อความว่า “ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษี...” ไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว โดยข้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วย วิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันก็ได้ กรณีผู้ประกอบการไม่ได้ประทับตรา “ถือเป็นภาษีซื้อในเดือน…” ยังคงสามารถนำมาใช้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เนื่องจากไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร แต่มันขัดใจเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่เป็นชอบนำนิสัยที่บ้านมาใช้ในการทำงาน (ขี้หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย อึดอัดขัดใจเมื่อเจอกับสิ่งที่ไม่พอใจ มักโกรธฉุนเฉียว พาลหาเรื่อง) ในประเด็นนี้ ผู้ประกอบการไม่มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่ควรขอความเมตตาจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบของเพิ่มข้อความดังกล่าวในใบกำกับภาษีข้ามเดือน และควรให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่กระทำเช่นนั้นอีก 2. ค่าของขวัญ ที่ผู้ประกอบการได้ให้เนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี สำหรับการกระทำกิจการส่งเสริมการขาย นั้น ไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับกรณีมีมูลค่าเกินกว่า 2,000 บาท ต่อคนต่อคราวที่มีการ จึงไม่ถือเป็นเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามบวกกลับทั้งจำนวนใช่ไหมครับ ขอมาตราด้วยนะครับ ทั้งนี้ คงมีแต่เฉพาะกรณีที่เป็นค่ารับรองตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ดังนี้ “ข้อ 2 ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องเป็นค่ารับรองหรือค่าบริการอันจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และบุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการต้องมิใช่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเว้นแต่ลูกจ้างดังกล่าวจะมีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรองหรือการบริการนั้นด้วย ข้อ 3 ค่ารับรองหรือค่าบริการ ต้อง (1) เป็นค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการรับรองหรือการบริการที่จะอำนวยประโยชน์แก่กิจการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรสพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกีฬา เป็นต้น หรือ (2) เป็นค่าสิ่งของที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการไม่เกินคนละ 2,000 บาท ในแต่ละคราวที่มีการรับรองหรือการบริการ ข้อ 4 จำนวนเงินค่ารับรองและค่าบริการให้นำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่ากับจำนวนที่ต้องจ่าย แต่รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 ของจำนวนเงินยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใด ในรอบระยะเวลาบัญชีหรือของจำนวนเงินทุนที่ได้รับชำระแล้วถึงวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ทั้งนี้รายจ่ายที่จะนำมาหักได้จะต้องมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ข้อ 5 ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องมีกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าวเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่ายค่ารับรอง หรือค่าบริการนั้นด้วย และต้องมีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับสำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่ารับรองหรือเป็นค่าบริการเว้นแต่ในกรณีที่ผู้รับเงินไม่มีหน้าที่ต้องออกใบรับตามประมวลรัษฎากร” 3. ใบแทนใบเสร็จรับเงินกรณีผู้ขายไม่สามารถออกได้ ไม่จำต้องทำตามคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีอากร ที่กรมสรรพากรวางแนวทางไว้ เป็นเพียงตัวอย่างที่สามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับกิจการได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ " |
|