Case study

ขอสอบถามแนวปฏิบัติการบันทึกค่าใช้จ่ายกรณีใบเสร็จรับเงินออกในนามพนักงาน


เรื่อง ขอสอบถามแนวปฏิบัติการบันทึกค่าใช้จ่ายกรณีใบเสร็จรับเงินออกในนามพนักงาน
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 23/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ ใคร่ขอสอบถามแนวปฏิบัติด้านการบันทึกบัญชีและภาษีอากร กรณีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานของพนักงาน ดังรายละเอียดต่อไปนี้ พนักงานของบริษัทได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศตามคำสั่งของบริษัท โดยระหว่างการเดินทาง พนักงานได้ชำระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เช่น ค่าโรงแรมที่พัก และได้รับใบเสร็จรับเงิน/ใบแจ้งหนี้จากผู้ให้บริการ ซึ่งเอกสารดังกล่าวออกในนามของพนักงานผู้เข้าพัก (มิได้ออกในนามบริษัท) ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว และมีการเบิกจ่ายคืนให้แก่พนักงานตามระเบียบของบริษัท พร้อมมีเอกสารประกอบ เช่น เอกสารอนุมัติการเดินทาง ใบเบิกค่าใช้จ่าย และหลักฐานการชำระเงินครบถ้วน 

บริษัทใคร่ขอสอบถามว่า .ค่าใช้จ่ายดังกล่าวสามารถนำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทเพื่อหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่ 2.มีเงื่อนไขหรือเอกสารเพิ่มเติมใดที่กรมสรรพากรแนะนำให้จัดเตรียม เพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง

คำตอบ

ตอบ 1 ค่าโรงแรมและตั๋วเครื่องบินในการดูงาน ถ้าเป็นไปได้ควรต้องใช้ชื่อใบเสร็จเป็นของบริษัท เพื่อลดปัญหาการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่สรรพากรในอนาคต 

  • ถ้ามีเหตุผลความจำเป็นที่ทางโรงแรมที่พักไม่สามารถออกเอกสารในนามบริษัทได้   (ต้องใส่ชื่อผู้รับบริการ-ชื่อพนักงานเท่านั้น)  บริษัทก็ยังสามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดกำหนดไว้ว่า ถ้าไม่มีชื่อบริษัทจะไม่สามารถรับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้  แต่ควรมีเอกสารอื่นประกอบ  เช่น นโยบายการเดินทางและเบิกค่าใช้จ่าย  เอกสารอนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงาน เอกสารใบเบิกค่าใช้จ่าย เป็นต้น  
  • ถ้าไม่มีเหตุผลความจำเป็นที่ทางโรงแรมที่พักไม่สามารถออกเอกสารในนามบริษัทได้   หรือ ไม่มีเอกสารประกอบเพียงพออย่างน่าเชื่อถือ   เบื่องต้น บริษัทสามารถรับรู้รายจ่ายทางภาษีได้ แต่บริษัทมีความเสี่ยงถ้าเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจสอบในอนาคต และไม่เชื่อถือว่าเป็นรายจ่ายของบริษัท เช่น ไม่เชื่อว่าค่าโรงแรมที่พักนี้ จ่ายไปเพื่อประโยชน์แก่กิจการ เป็นต้น กรณีแบบนี้   บริษัทอาจถูกประเมินให้ปรับปรุงค่าใช้จ่ายเป็นรายการบวกกลับทางภาษี ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี(3)(13) แห่งประมวลรัษฎากร

มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

“(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หาหรือการกุศล เว้นแต่..

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ





เพิ่มเติม : ถ้าใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี ของ โรงแรมที่พัก ไม่ได้ระบุชื่อบริษัท ภาษีซื้อตามใบกำกับจะไม่สามารถเครดิตภาษีได้ตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่สามารถนำภาษีซื้อมารับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร


สรุป

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานของพนักงานในต่างประเทศ แม้เอกสารค่าใช้จ่ายจะออกในนามพนักงาน หากบริษัทเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายจริง และมีเอกสารประกอบครบถ้วนตามสมควร สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายของบริษัทและหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ โดยควรให้ความสำคัญกับการจัดทำเอกสารและระบบอนุมัติภายใน เพื่อรองรับการตรวจสอบของกรมสรรพากรอย่างรอบคอบ

ตอบ 2

เอกสารและเงื่อนไขที่ควรจัดเตรียมเพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง

เพื่อรองรับการตรวจสอบของกรมสรรพากร และลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธไม่ให้รับรู้รายการรายจ่ายทางภาษี บริษัทจำเป็นต้องมีเอกสารประกอบเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่  ว่าค่าโรงแรม/ที่พักนี้ 

  • เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อกิจการของบริษัทโดยตรง และมีความจำเป็น สมเหตุสมผลตามลักษณะงาน มิใช่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของพนักงาน
  • การเดินทางได้รับ คำสั่งหรือการอนุมัติจากบริษัท อย่างชัดเจน
  • บริษัทเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวจริง โดยชำระคืนให้แก่พนักงานตามระเบียบของบริษัทมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนเพียงพอแสดงความเกี่ยวข้องกับกิจการ

รายการเอกสารเบื่องต้นที่ควรมี

  1. คำสั่งหรือหนังสืออนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงาน
     ระบุวัตถุประสงค์ สถานที่ ระยะเวลา และพนักงานผู้เดินทาง
  2. ระเบียบหรือ Policy การเดินทางและการเบิกค่าใช้จ่ายของบริษัท
     เช่น ประเภทค่าใช้จ่ายที่เบิกได้ อัตราหรือเพดานค่าใช้จ่าย
  3. ใบเบิกค่าใช้จ่าย (Expense Claim / Expense Report)
     ลงนามโดยพนักงานผู้เบิก และผู้มีอำนาจอนุมัติ
  4. หลักฐานการชำระเงิน
     เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต หรือสลิปการโอนเงินของพนักงาน
  5. หลักฐานการจ่ายคืนเงินให้พนักงานของบริษัท
     เช่น ใบสำคัญจ่าย สลิปโอนเงินจากบริษัทไปยังพนักงาน
  6. เอกสารประกอบภารกิจการทำงาน (ถ้ามี)
     เช่น รายงานการเดินทาง รายงานการประชุม อีเมลติดต่อทางธุรกิจ หรือเอกสารยืนยันการเข้าร่วมงาน

ตัวอย่างเอกสาร

ตัวอย่าง  นโยบายการเดินทางไปปฏิบัติงานและการเบิกค่าใช้จ่าย (Travel & Expense Policy)

1. วัตถุประสงค์
 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการเดินทางไปปฏิบัติงานของพนักงาน รวมถึงการเบิกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกฎหมายบัญชีและภาษีอากร

2. ขอบเขตการบังคับใช้
 นโยบายนี้ใช้บังคับกับพนักงานทุกระดับที่ได้รับมอบหมายหรืออนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ

3. หลักเกณฑ์การอนุมัติการเดินทาง
3.1 การเดินทางต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อนการเดินทาง
 3.2 ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทาง สถานที่ ระยะเวลา และภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทอย่างชัดเจน

4. ประเภทค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกได้
 ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติงาน ได้แก่

  • ค่าโดยสารและค่าขนส่ง
  • ค่าโรงแรมหรือที่พัก
  • ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่จำเป็น
  • ค่าใช้จ่ายอื่นตามที่บริษัทเห็นสมควร

5. เอกสารประกอบการเบิกค่าใช้จ่าย
 พนักงานต้องจัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้

  • ใบเบิกค่าใช้จ่าย
  • ใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งหนี้ (ฉบับจริง)
  • หลักฐานการชำระเงิน
  • เอกสารอนุมัติการเดินทาง

6. การจ่ายคืนค่าใช้จ่าย
 บริษัทจะจ่ายคืนค่าใช้จ่ายให้แก่พนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนด ภายหลังจากได้รับเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง

7. การควบคุมและตรวจสอบ
 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบหรือไม่อนุมัติค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามนโยบายนี้


ตัวอย่าง  หนังสืออนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงาน

เรื่อง อนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงาน
 เรียน (ชื่อพนักงาน)

บริษัทฯ อนุมัติให้ท่านเดินทางไปปฏิบัติงานตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ชื่อพนักงาน : ................................................
  • ตำแหน่ง : ................................................
  • สถานที่เดินทาง : ................................................
  • ประเทศ / เมือง : ................................................
  • ระยะเวลาการเดินทาง : ตั้งแต่วันที่ ........ ถึงวันที่ ........
  • วัตถุประสงค์ของการเดินทาง :
    ................................................................................
     ................................................................................

ทั้งนี้ บริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามระเบียบและนโยบายการเดินทางของบริษัท

จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ

ลงชื่อ ................................................
(................................................)
ตำแหน่ง ................................................
ผู้มีอำนาจอนุมัติ
 วันที่ ................................................



ตัวอย่าง ใบเบิกค่าใช้จ่าย (Expense Claim / Expense Report)

ชื่อบริษัท : ................................................
 เลขที่เอกสาร : ................................................

ข้อมูลผู้ขอเบิก

  • ชื่อ – นามสกุล : ................................................
  • ตำแหน่ง : ................................................
  • แผนก : ................................................

รายละเอียดการเดินทาง / ค่าใช้จ่าย

วันที่

รายการค่าใช้จ่าย

สถานที่ / ผู้ให้บริการ

จำนวนเงิน









รวมเป็นเงิน



.............

ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ค่าใช้จ่ายข้างต้นเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อการปฏิบัติงานของบริษัท และยังไม่เคยเบิกจากแหล่งอื่นใด

ลงชื่อผู้ขอเบิก ................................................
 วันที่ ................................................

ความเห็นผู้ตรวจสอบ
 ....................................................................

ลงชื่อ ................................................
ตำแหน่ง ................................................
 วันที่ ................................................

อนุมัติการจ่าย
ลงชื่อ ................................................
ตำแหน่ง ................................................
 วันที่ ................................................


หมายเหตุ  บริษัทสามารถปรับปรุง/ออกแบบเอกสารภายในของบริษัทตามตัวอย่างข้างต้น   หรือจะใช้แบบฟอร์มตามคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษี ก็ได้ค่ะ

www.rd.go.th/fileadmin/download/15277290359.pdf

 

คู่มือการจัดทำเอกสาร (กรมสรรพากร).pdf

 















เรื่อง

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พัก + ค่าอาหาร + ค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง ส่งพนักงานไปฝึกงานที่บริษัทในต่างประเทศ

ข้อกฎหมาย

มาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 59/2538

ปุจฉา

กรณีส่งพนักงานไปฝึกงานที่บริษัทในเครือที่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พัก + ค่าอาหาร + ค่าเดินทาง ต่างๆ ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ แต่ไม่มีบิลสามารถนำมาบันทึกเป็นค่าใช่จ่ายบริษัท ได้หรือไม่ค่ะ

วิสัชนา

ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.59/2538 เรื่อง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2538 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่นอกสำนักงานหรือนอกสถานที่เป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรจึงมีคำสั่ง โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2539 เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้

    “ข้อ 1 ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่ลูกจ้างหรือผู้มีหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับทำงานให้ ได้รับเนื่องจากการเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ในประเทศหรือต่างประเทศเป็นครั้งคราว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเข้าลักษณะดังนี้

         (1) ต้องเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่จะต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น

         (2) ในกรณีบุคคลดังกล่าวได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการ ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าว เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินมาพิสูจน์

         (3) ในกรณีบุคคลดังกล่าวได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราเกินกว่าอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงตาม (2) และบุคคลดังกล่าวไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้นให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลนั้นได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็น เพียงเฉพาะในส่วนที่ไม่เกินอัตราตาม (2) 

    ข้อ 2  การเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ ตามข้อ 1 ต้องมีหลักฐานการได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานนอกสำนักงานหรือนอกสถานที่จากนายจ้างหรือผู้จ่ายเงินได้ โดยต้องระบุลักษณะงานที่ทำและระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามหน้าที่แล้วแต่กรณีด้วย”  

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีส่งพนักงานไปฝึกงานที่บริษัทในเครือที่ต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่พัก + ค่าอาหาร + ค่าเดินทาง ต่างๆ ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ แต่ไม่มีบิล นั้น ให้พนักงานจัดทำรายงานการเดินทางไปฝึกอบรมในต่างประเทศ พร้อมทั้งค่าใช้จ่าต่างๆ ดังกล่าว เพื่อขออนุมัติเบิกเงิน

    1. สำหรับค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเบี้ยเลี้ยง (อาหาร) ระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ นั้น ให้นำอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการ ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ให้ถือว่า ค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าว เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินมาพิสูจน์ และพนักงานได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

    2. สำหรับค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเบี้ยเลี้ยง ในส่วนที่เกินกว่าอัตราดังกล่าวตามข้อ 1 ให้ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน ตามหลักฐานการรายงานของพนักงานที่ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจของบริษัทฯ

ขอขอบคุณข้อมูลจากFB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาแบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะติดตามFBเพจที่ให้ความรู้ทางภาษีอากรกับท่านอาจารย์สุเทพ พงษ์พิทักษ



เรื่อง

เกี่ยวกับภาษีซื้อใช้ข้ามเดือน, ค่าของขวัญ และการจัดทำใบแทนใบเสร็จรับเงิน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 04/05/2021 - วันที่ตอบ 05/06/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (4), มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร, ข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4)

ปุจฉา

เรียนถามอาจารย์ครับ

1. เรื่องภาษีซื้อ กรณีได้รับภาษีซื้อล่าช้ากว่าวันที่ในใบกำกับภาษี และไม่ได้ประทับตรา “ถือเป็นภาษีซื้อในเดือน…” สามารถนำมาใช้ได้และจะมีความผิดอะไรไหมครับ และตามกฏหมายสรรพากร มาตราไหนครับ

  2. ค่าของขวัญ กรณีให้เกิน 2,000 ต้องลงเป็นรายจ่ายบวกกลับทั้งจำนวนใช่ไหมครับ ขอมาตราด้วยนะครับ

  3. ใบแทนใบเสร็จรับเงินกรณีผู้ขายไม่สามารถออกได้ ต้องทำตามคู่มือที่สรรพากรออกมาหรือในนั้นเป็นแค่ตัวอย่างที่สามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับกิจการได้ใช่ไหมครับ

ขอบคุณครับ

วิสัชนา

1. เกี่ยวกับภาษีซื้อใช้ข้ามเดือนที่ระบุในใบกำกับภาษีเป็นไปตามมาตรา 82/3 วรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 76) ใช้บังคับ 1 พฤษภาคม 2541 เป็นต้นไปดังนี้
 
    “ข้อ 2 ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีเพราะมีเหตุจำเป็นตามข้อ 1 ให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี
 
     การปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนระบุข้อความว่า “ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษี...” ไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว โดยข้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วย วิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันก็ได้
 
      กรณีผู้ประกอบการไม่ได้ประทับตรา “ถือเป็นภาษีซื้อในเดือน…” ยังคงสามารถนำมาใช้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เนื่องจากไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร แต่มันขัดใจเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่เป็นชอบนำนิสัยที่บ้านมาใช้ในการทำงาน (ขี้หงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย อึดอัดขัดใจเมื่อเจอกับสิ่งที่ไม่พอใจ มักโกรธฉุนเฉียว พาลหาเรื่อง)
 
       ในประเด็นนี้ ผู้ประกอบการไม่มีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา แต่ควรขอความเมตตาจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบของเพิ่มข้อความดังกล่าวในใบกำกับภาษีข้ามเดือน และควรให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่กระทำเช่นนั้นอีก

2. ค่าของขวัญ ที่ผู้ประกอบการได้ให้เนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี สำหรับการกระทำกิจการส่งเสริมการขาย นั้น ไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับกรณีมีมูลค่าเกินกว่า 2,000 บาท ต่อคนต่อคราวที่มีการ จึงไม่ถือเป็นเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามบวกกลับทั้งจำนวนใช่ไหมครับ ขอมาตราด้วยนะครับ ทั้งนี้ คงมีแต่เฉพาะกรณีที่เป็นค่ารับรองตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ดังนี้
 
     “ข้อ 2 ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องเป็นค่ารับรองหรือค่าบริการอันจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และบุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการต้องมิใช่ลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเว้นแต่ลูกจ้างดังกล่าวจะมีหน้าที่เข้าร่วมในการรับรองหรือการบริการนั้นด้วย
 
     ข้อ 3 ค่ารับรองหรือค่าบริการ ต้อง
 
          (1) เป็นค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการรับรองหรือการบริการที่จะอำนวยประโยชน์แก่กิจการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรสพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกีฬา เป็นต้น หรือ
 
          (2) เป็นค่าสิ่งของที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการไม่เกินคนละ 2,000 บาท ในแต่ละคราวที่มีการรับรองหรือการบริการ
 
      ข้อ 4 จำนวนเงินค่ารับรองและค่าบริการให้นำมาหักเป็นรายจ่ายได้เท่ากับจำนวนที่ต้องจ่าย แต่รวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 ของจำนวนเงินยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใด ในรอบระยะเวลาบัญชีหรือของจำนวนเงินทุนที่ได้รับชำระแล้วถึงวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ทั้งนี้รายจ่ายที่จะนำมาหักได้จะต้องมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท
 
      ข้อ 5 ค่ารับรองหรือค่าบริการนั้น ต้องมีกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้จัดการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าวเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่ายค่ารับรอง หรือค่าบริการนั้นด้วย และต้องมีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับสำหรับเงินที่จ่ายเป็นค่ารับรองหรือเป็นค่าบริการเว้นแต่ในกรณีที่ผู้รับเงินไม่มีหน้าที่ต้องออกใบรับตามประมวลรัษฎากร”

3. ใบแทนใบเสร็จรับเงินกรณีผู้ขายไม่สามารถออกได้ ไม่จำต้องทำตามคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีอากร ที่กรมสรรพากรวางแนวทางไว้ เป็นเพียงตัวอย่างที่สามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับกิจการได้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ