Case study

ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในกิจกรรมส่งเสริมการขาย แนะนำสินค้า ลงรายจ่าย และขอคืนภาษีซื้อได้หรือไม่


เรื่อง ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในกิจกรรมส่งเสริมการขาย แนะนำสินค้า ลงรายจ่าย และขอคืนภาษีซื้อได้หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 23/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ ขายผลิตภัณฑ์ดคมีเกษตรสำหรับพืช จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยขอใช้พื้นที่ร้าน Dealer (ใช้ฟรี) โดยมีกิจกรรม แนะนำสินค้าใหม่ แนะนำการใช้สินค้า คลีนิคเกษตร โดยเชิญเกษตรกรเป้าหมาย และเกษตรกรทั่วไปสามารถเข้าร่วมงานได้ โดยในส่วนของเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย เป็นเกษตรกรมีกำลังซื้อสูง (แปลงใหญ่) บริษัทได้จัดให้มีอาหารเลี้ยงระหว่างงานเป็นลักษณธ บุฟเฟต์ และมีเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เสริฟ ซึ่งบริษัทเป็นผู้จ่ายทั้งหมด 

คำถาม 

1..ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ในกิจกรรมส่งเสริมการขาย แนะนำสินค้า ถือเป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย หรือค่ารับรอง มีความเสี่ยงอย่างไร 

2.กรณีเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ทางสรรพากรอาจตีความว่าเป็นรายจ่ายส่วนตัว เพราะเกินความจำเป็น กรณีนี้เป็นไปได้หรือไม่ มีความเสี่ยงอย่างไร 

3.กรณีซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มาใช้เลี้ยง ระหว่างกิจกรรมส่งเสริมการขาย หากบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย(แนะนำสินค้า) สามารถเคลม VAT ได้ ใช่หรือไม่ มีความเสี่ยงอย่างไร 

ขอบคุณครับ

คำตอบ

ตอบ 1-2 กิจกรรมเดียวกันอาจมีค่าใช้จ่ายได้มากกว่าหนึ่งลักษณะ  จากข้อเท็จจริง  บริษัทจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและแนะนำสินค้า โดยเชิญเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย โดยบริษัทจัดเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟต์และ เครื่องดื่มโดยทั่วไป

  • ค่าอาหารที่จำเป็นต่อกิจกรรมสามารถวางแนวเป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายได้ 
  • แต่ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโอกาสสูงที่จะเป็นรายจ่ายที่มีลักษณะของค่ารับรอง หรือ รายจ่ายที่ไม่เป็นประโยชน์แก่กิจการ  




แนวทางการแยกประเภทค่าใช้จ่ายตามข้อเท็จจริงของการจัดกิจกรรม

ประเด็น

ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย

ค่ารับรอง

แนวคิด

รายจ่ายที่มุ่งสนับสนุนการขาย การตลาด หรือการโฆษณาโดยตรง เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อหรือสร้างการรับรู้ในสินค้า

รายจ่ายที่มุ่งเลี้ยงดู ต้อนรับ หรือสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดโดยเฉพาะ

วัตถุประสงค์ของกิจกรรม

แนะนำสินค้า สาธิตการใช้สินค้า ให้ความรู้ หรือประชาสัมพันธ์สินค้า/บริการ

ดูแลลูกค้า ลูกค้ารายสำคัญ หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์

กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด หรือผู้เข้าร่วมทั่วไป ไม่จำกัดรายบุคคล

บุคคลหรือกลุ่มจำกัด เช่น ลูกค้ารายสำคัญ ผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ลักษณะกิจกรรม

เน้นเนื้อหาสาระทางการตลาดหรือเชิงวิชาการเป็นหลัก

เน้นการเลี้ยงดู ความสะดวกสบาย หรือความบันเทิงเป็นหลัก

ลักษณะอาหารและเครื่องดื่ม

จัดในระดับเหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้กิจกรรมดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

มักมีลักษณะพิเศษ หรูหรา หรือเกินความจำเป็น

เช่น แอลกอฮอล์ 

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

มีความเสี่ยงสูง หากมี อาจถูกตีความว่าไม่จำเป็นต่อการส่งเสริมการขาย

เป็นลักษณะสำคัญที่สะท้อนความเป็นค่ารับรอง

เอกสารประกอบที่สำคัญ

โครงการ กำหนดการ (Agenda) ระบุ วัตถุประสงค์ทางการตลาดให้ชัดเจน  เนื้อหากิจกรรม การแนะนำ/สาธิตสินค้า  เป็นต้น

หลักฐานเอกสารประชาสัมพันธ์ 

หลักฐานรูปถ่ายกิจกรรม

รายงานผลลัพธ์ของกิจกรรม

หนังสือเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยง

ใบเสร็จค่าเลี้ยงรับรอง 

หลักฐานการติดต่อทางธุรกิจ

ความเสี่ยงในการถูกตีความ

ค่าอาหารทั่วไปจำเป็นต่อกิจกรรมสามารถวางแนวเป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายได้ (มีความเสี่ยงน้อย) 

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (หากมี) อาจถูกตีความว่าไม่จำเป็นต่อการส่งเสริมการขาย ได้ (มีความเสี่ยงสูง) อย่างไรก็ตาม ถ้ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณเพียงเล็กน้อย อาจรับรู้รายการเป็นค่ารับรองได้ 

หมายเหตุ สำหรับค่าอาหารที่มีราคาแพงเกินจำเป็น หรือ แอลกอฮอล์ที่มีมากเกินความจำเป็น มีความเสี่ยงด้านการไม่ยอมรับรายจ่ายเนื่องจากมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไร 


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(4) ค่ารับรองหรือค่าบริการส่วนที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ



ตอบ 3    การเคลม VAT (เครดิตภาษีซื้อ) นั้น กฎหมายไม่ได้มีกำหนดว่า ภาษีซื้อแบบใดที่เคลมได้ แต่มีกำหนดว่าภาษีซื้อแบบใดที่เคลมไม่ได้  ตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร    


แนวทางการแยกประเภทค่าใช้จ่ายตามข้อเท็จจริงของการจัดกิจกรรม

ประเด็น

เคลมภาษีซื้อ

รับรู้ภาษีซื้อเป็นค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย

ได้  เนื่องจากไม่เข้าลักษณะภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษี ตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร

-

ค่ารับรอง

ไม่ได้     มาตรา 82/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ข้อ 5

ได้     มาตรา 65 ตรี  (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร

มิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไร

ไม่ได้     มาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ข้อ 4

ไม่ได้     มาตรา 65 ตรี  (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร


มาตรา 82/5 ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3
 
(3) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
 
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) )

 (4) ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
 
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) )


ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17)

เรื่อง    กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษี 

ตามมาตรา 82/5(1)(2)(3) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร


ข้อ 4  ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการตามมาตรา 82/5(3) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ ภาษีซื้อที่ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ


ข้อ 5  ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง หรือเพื่อการอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกันตามมาตรา 82/5(4) แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

(ก) ค่ารับรอง หรือค่าบริการไม่ว่าจะจ่ายเพื่อการรับรองหรือให้บริการแก่บุคคลใด ๆ และไม่ว่าจะอำนวยประโยชน์แก่กิจการหรือไม่ก็ตาม เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน

(ข) ค่าสิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการตาม (ก) และบุคคลอื่น


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา


อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

ภาษีซื้อค่าเหล้าสำหรับงานเลี้ยงปีใหม่พนักงาน / การหัก ณ ที่จ่าย บริษัทไปเช่าคอนโดของบุคคลธรรมดา

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/01/2023 - วันที่ตอบ 31/01/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร, มาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522

ปุจฉา

1. ซื้อเหล้าสำหรับงานเลี้ยงปีใหม่พนักงานเคลม VAT ได้ไหมคะ

2. กรณีบริษัทไปเช่าคอนโดของบุคคลธรรมดา ซึ่งการเช่าประกอบด้วยค่าห้องพัก ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าบริการและค่าอาหาร ขอเรียนถามว่า

    (1) บริษัทสามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายได้หรือไม่คะ

    (2) ถ้าบริษัทจ่ายไปก่อนและไปเรียกเก็บบริษัทแม่ที่ต่างประเทศ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทจ่ายค่าเช่าไปยังต้องหักหรือไม่คะ

วิสัชนา

1. สำหรับรายจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นรายจ่ายในการดำเนินกิจการทั่วไป ในการประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ไม่เข้าลักษณะเป็นค่ารับรองหรือบริการ ตามมาตรา 82/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากร และไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประวมวลรัษฎากร บริษัทฯ ย่อมสามารถนำภาษีซื้อที่เกิดขึ้นมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ได้  

    กรณีบริษัทฯ มีระเบียบสวัสดิการพนักงาน เกี่ยวกับการจัดงานเลี้ยงปีใหม่ประจำปีของบริษัทฯ โดยมีรายการภาษีซื้อสำหรับค่าเครื่องดื่มทั้งหลาย นั้น  

    (1) สำหรับเครื่องดื่มทั่วไป ที่เป็น Non Alcoholic บริษัทฯ ย่อมนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้

    (2) สำหรับเครื่องดื่มประเภท Alcoholic จำพวกสุรา ไวน์ เบียร์ นั้น แม้จะไม่มีข้อห้ามมิให้นำมาใช้เป็นภาษีซื้อ แต่ก็มีความเสี่ยงในการตีความว่า เป็นรายจ่ายเพื่อการรับรอง มากกว่าที่จะเป็นรายจ่ายในการจัดเลี้ยงพนักงาน (ซึ้่งตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) กำหนดห้ามมิให้รับรองพนักงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) จึงเห็นควรไม่นำภาษีซื้อมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม จะปลอดภัยกวา รวมทั้งค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องดื่มดังกล่าว ก็ควรปรับปรุงบวกกลับเสียด้วย ก็จะดีกว่าครับ

2. กรณีบริษัทฯ เช่าห้องชุดในอาคารชุดของบุคคลธรรมดา ซึ่งการเช่าประกอบด้วยค่าห้องพัก ค่าเฟอร์นิเจอร์ ค่าบริการและค่าอาหาร นั้น  

    (1) บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายได้ ในอัตรา 5% ของเงินได้  

    (2) กรณีบริษัทฯ จ่ายไปก่อนและไปเรียกเก็บบริษัทแม่ที่ต่างประเทศ บริษัทฯ ยังคงมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายได้ ในอัตรา 5% ของเงินได้ เช่นเดียวกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

เงื่อนไขเกี่ยวกับค่ารับรองหรือค่าบริการ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 22/07/2021 - วันที่ตอบ 30/07/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร, กฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522)

ปุจฉา

ขอสอบถามเกี่ยวกับกรณีการบันทึกค่ารับรองที่สามารถเป็นรับรู้เป็นค่ารับรองได้ต้องเข้าเกณฑ์อะไรบ้างค่ะ สามารถรับรองคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกค้าได้ไหม และกรณีมีการซื้อสุราให้ลูกค้าสามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหมค่ะ

วิสัชนา

ตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับค่ารับรองหรือค่าบริการ ที่สามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้ดังนี้

1.ต้องเป็นค่ารับรองหรือค่าบริการอันจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่วไป


2.บุคคลที่รับการรับรองต้องไม่ใช่ลูกจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างจะมีหน้าที่หรือมีส่วนเข้าร่วมในการรับรองหรือบริการนั้นด้วย มีการกำหนดเงื่อนไขตัวบุคคลที่จะได้รับการเลี้ยงรับรองหรือรับบริการว่า ต้องเป็นบุคคลภายนอกที่มิใช่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีการรับรองหรือบริการ แต่ก็ยังเปิดช่องไว้ให้พนักงานหรือลูกจ้างที่มีหน้าที่หรือมีส่วนโดยตรงต่อการรับรองหรือบริการก็ให้มีส่วนเข้าร่วมในงานเลี้ยงรับรองหรือบริการนั้นได้


3. ลักษณะของค่ารับรองหรือค่าบริการ

     (1) ค่ารับรองหรือค่าบริการต้องเป็นค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการรับรองหรือการบริการที่จะอำนวยประโยชน์แก่กิจการ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าดูมหรสพ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกีฬา เป็นต้น

     (2) ในกรณีที่เป็นค่าสิ่งของที่ให้แก่บุคคลซึ่งได้รับการรับรองหรือรับบริการ ต้องมีจำนวนไม่เกิน 2,000 บาท/คน/คราวที่มีการรับรองหรือการบริการ

     (3) กรณีที่ค่ารับรองหรือค่าบริการ ตลอดจนค่าสิ่งของที่ให้แก่ผู้ที่ได้รับการรับรองดังกล่าวมีภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีซื้อ ให้นำค่าภาษีซื้อมารวมเป็นรายจ่ายค่ารับรองหรือค่าบริการด้วย

     

4. หลักฐานและการอนุมัติ

     (1) ค่ารับรองหรือค่าบริการต้องมีใบรับ หรือหลักฐานของผู้รับ หรือหลักฐานอื่นในกรณีที่ไม่มีใบรับ อาทิ รายงานการเดินทาง ประกอบการบันทึกรายจ่าย

     (2) ค่ารับรองหรือบริการ ต้องมีการอนุมัติหรือสั่งจ่าย โดยกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากบุคคลดังกล่าว อันเป็นการควบคุมภายใน เพื่อพิสูจน์แสดงว่ามิใช่รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา ซึ่งถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม

    

5.จำนวนเงินค่ารับรองหรือค่าบริการที่จะนำมาถือเป็นรายจ่าย ให้เปรียบเทียบจำนวนค่ารับรองหรือค่าบริการที่ผ่านหลักเกณฑ์ข้างต้น (ค่ารับรอบหรือค่าบริการทางบัญชี) กับจำนวนจำนวนเงินค่ารับรองหรือค่าบริการทางภาษีอากร และให้นำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรหรือขาดทุนสุทธิทางภาษีอากรได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 0.3 ของยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมาคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใดๆ ในรอบระยะเวลาบัญชีหรือของเงินทุนชำระแล้วเพียง ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแล้วแต่อย่างไรจะมากกว่า ทั้งนี้ รายจ่ายที่จะนำมาหักได้จะต้องมีจำนวนสูงสุดไม่เกินสิบล้านบาท


     ยอดรายได้หรือยอดขายที่ต้องนำมาคำนวณกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายใดๆ ในรอบระยะเวลาบัญชี หมายถึง ยอดรายได้หรือยอดขายภายหลังจากที่หักรายการรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเช่น รายได้เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นต้น


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

     บริษัทฯ สามารถรับรองคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกค้าได้ หากเป็นการรับรองหรือการบริการที่จะอำนวยประโยชน์แก่กิจการ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับค่ารับรองหรือค่าบริการดังกล่าวข้างต้น

     กรณีบริษัทฯ ซื้อสุราให้ลูกค้า สามารถลงเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ แต่ในทางภาษีหากจะนำมาถือเป็นค่ารับรองหรือค่าบริการต้องพิจารณาว่ามีเหตุผลในการมอบสุราให้แก่ลูกค้า เป็นค่ารับรองฯ เพียงใด เพราะมีสโลแกนของ สสส. ว่า “ให้เหล้าเท่ากับแช่ง” จึงเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะมอบสุราให้ในการรับรอง เว้นแต่ในการเลี้ยงอาหาร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

รายจ่ายในการจัด event เพื่อแนะนำสินค้า เคลมภาษีซื้อได้หรือไม่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 01/03/2024 - วันที่ตอบ 17/03/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

เนื่องจากบริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายกล้องและไฟจากบริษัทต่างชาติ แล้วบริษัทฯ จัด event เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าบริษัทฯ มีสินค้าแบรนด์นี้ขายใบกำกับภาษีซื้อที่เกิดขึ้นสามารถใช้เคลมภาษีซื้อได้ไหมคะ

วิสัชนา

หลักเกณฑ์เกี่ยวกับภาษีซื้อ

ภาษีซื้อที่จะนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร โดยประมวลจากมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) และ (ฉบับที่ 42) อาจสรุปหลักเกณฑ์ ได้ดังต่อไปนี้

1. ต้องเป็น “ภาษีซื้อ” ตามมาตรา 77/1 (18) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

    “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่ แห่งประมวลรัษฎากร และให้หมายความรวมถึง

        (ก) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า

        (ข) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอนสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรตามมาตรา 82/15 แห่งประมวลรัษฎากร

        (ค) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 แห่งประมวลรัษฎากร


 

2. ต้องเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร อาทิ ค่าสินค้าหรือบริการที่จะนำมาขายหรือให้บริการ รายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ

 
 

3. ต้องเป็นภาษีซื้อตามหลักฐาน “ใบกำกับภาษี” ดังต่อไปนี้

    3.1 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่น

    3.2 ใบเสร็จรับเงินค่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ที่ออกโดยกรมศุลกากรตามมาตรา 83/8 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีนำเข้าสินค้าตามมาตรา  77/1 (12) แห่งประมวลรัษฎากร กล่าวคือ เป็นการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และให้หมายความรวมถึงการนำสินค้าที่ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า หรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรออกจากเขตปลอดอากรโดยมิใช่เพื่อส่งออกด้วย

    3.3 ใบเสร็จรับเงินค่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ที่ออกโดยกรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต กรณีนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 แห่งประมวลรัษฎากร

    3.4 ใบเพิ่มหนี้ ตามมาตรา 86/9 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีเป็นไปตามเหตุแห่งการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 82/9 แห่งประมวลรัษฎากร (รายการ “เพิ่มยอดภาษีซื้อ” ในเดือนภาษีที่ได้รับใบเพิ่มหนี้)

    3.5 ใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีเป็นไปตามเหตุแห่งการออกใบลดหนี้ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร (รายการ “ลดยอดภาษีซื้อ” ในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้)

    3.6 ใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ หรือใบแทนใบลดหนี้ตามมาตรา 86/12 แห่งประมวลรัษฎากร


  

4. กรณีได้รับ “ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป” มาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

    4.1 ต้องมีรายการครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

    4.2 รายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ต้องเป็นรายการที่ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง

    4.3 การจัดทำรายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องเป็นไปตามวิธีที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ดังนี้

        (1) กรณีที่ คำว่า “ใบกำกับภาษี” รายการ “ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี รวมทั้งข้อความ “เอกสารออกเป็นชุด” ต้องตีพิมพ์จากโรงพิมพ์ ซึ่งจะเป็นผลให้รายการอื่นๆ ในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปนั้นสามารถออกโดยวิธีการใดๆ ก็ได้ อาทิ เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด ประทับด้วยตรายาง จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือจัดทำด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน

        (2) กรณีที่ คำว่า “ใบกำกับภาษี” รายการ “ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี รวมทั้งข้อความ “เอกสารออกเป็นชุด” รายการใดรายการหนึ่ง จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ รายการอื่นที่เหลือต้องจัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ เว้นแต่เป็นรายการที่ได้ตีพิมพ์จากโรงพิมพ์ แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงรายการดังกต่อไปนี้ จะจัดทำให้มีขึ้นโดยวิธีการใดก็ได้

             (ก) รายการคำว่า “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขา” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี

             (ข) รายการคำว่า “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขา” และ “เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบกา  รจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

             (ค) รายการ “เลขทะเบียนรถยนต์” กรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน

    4.4 รายการ “จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม” ต้องเป็นรายการที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง

        กรณีจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการตามวรรคหนึ่ง มีเศษเป็นจุดทศนิยม ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนถือปฏิบัติดังนี้

        (1) ถ้าเศษของภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นจำนวนเงินตัวที่สามหลังจุดทศนิยม มีค่าไม่ถึง 5 ให้ปัดเศษนั้นทิ้ง ตัวอย่าง มูลค่าของสินค้าที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว คือ 100 บาท คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้เท่ากับ 7/107 x 100 = 6.542 บาท ดังนั้น จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แสดงในใบกำกับภาษี คือ 6.54 บาท

        (2) ถ้าเศษของภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นจำนวนเงินตัวที่สามหลังจุดทศนิยม มีค่าตั้งแต่ 5 ขึ้นไป ให้ปัดเศษขึ้น ตัวอย่าง มูลค่าของสินค้าที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว คือ 180 บาท คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้เท่ากับ 7/107 x 180 = 11.775 บาท ดังนั้น จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แสดงในใบกำกับภาษี คือ 11.78 บาท

    4.5 ต้องพิสูจน์ได้ว่า มีการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีซื้อ) ตามใบกำกับภาษีนั้นไปจริง

    กรณี ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมีรายการไม่เป็นไปตาม 4.1 หรือ 4.4 หรือ 4.5 จะถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร

    กรณี ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมีรายการไม่เป็นไปตาม 4.2 หรือ 4.3 จะถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ถือเป็นรายจ่ายได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร

 
 

5. ต้องเป็นภาษีซื้อตามหลักฐานใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ที่มิสิทธิที่จะออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ได้แก่

    5.1 ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามข้อ 3.1 3.4 3.5 และ 3.6 

    5.2 ส่วนราชการกรมศุลกากร กรมสรรพากร และกรมสรรพสามิตตามข้อ 3.2 และ 3.3


  

6. ต้องไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) และ (ฉบับที่ 42)


  

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายกล้องและไฟจากบริษัทต่างชาติ ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซื้อที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวข้องกับการที่บริษัทฯ จัด event เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าบริษัทฯ มีสินค้าแบรนด์นี้ขาย เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ