Case study

การจ่ายเงิน เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 (8) ให้กับบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่


เรื่อง การจ่ายเงิน เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 (8) ให้กับบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 10/12/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อกฎหมาย
คำถาม

หากบริษัทมีการโอนเงินไปต่างประเทศค่าบริการ 40 (8) ให้แก่บุคคลธรรมดา ต้องหัก ณ ที่จ่ายอะไรมั้ย ยื่นอะไรบ้าง  

คำตอบ


ตอบ 

 การพิจารณาว่า เมื่อบริษัทจ่ายเงิน เงินได้พึงประเมินให้กับบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติ (สมมุติชื่อ Mr.A) ประเภทเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร  นั้นจะต้องหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่นั้น จะต้องทราบก่อนว่า Mr. A มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลในประเทศไทยหรือไม่

  1. ถ้า Mr. A ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลในประเทศไทย >> บริษัทก็ไม่สามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ค่ะ
  2. ถ้า Mr. A มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลในประเทศไทย >> บริษัทอาจสามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ โดยต้องไปดูรายละเอียดข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อว่า มีกฎหมายใดยกเว้นไว้หรือไม่ ทั้งกฎหมายในประเทศไทยตามประมวลรัษฎากร หรือ อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศ (จากคำถามไม่ได้ระบุประเทศมา ขอสมมุติว่าเป็นประเทศญี่ปุ่นนะคะ)

การพิจารณาว่า Mr. A มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลในประเทศไทย ให้พิจารณาที่แหล่งเงินได้

  1. ตามมาตรา มาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร วรรคแรก  แหล่งเงินได้ในไทย >> ต้องเสียภาษีในประเทศไทยทุกกรณี ไม่ว่าเงินได้นั้น จะจ่ายใน หรือ ต่างประเทศ    
  2. ตามมาตรา มาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร วรรคแรก  แหล่งเงินได้ในต่างประเทศ >> ต้องเสียภาษีในประเทศไทยหรือไม่ ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ คือ  

1) ปีที่มีเงินได้ เป็นผู้อยู่ในไทย (อยู่ในไทยถึง 180 วัน)  

2) นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยไม่ว่าจะปีใดก็ตาม (ตามการตีความใหม่ ป.161/2566)    

  • ถ้าเข้าเงื่อนไขไม่ครบทั้ง 2 ข้อ ไม่ต้องเสียภาษีในไทย 
  • ถ้าเข้าเงื่อนไข ครบทั้ง 2 ข้อ  เสียภาษีในไทย


** จากข้อเท็จจริงที่ให้มาในคำถาม แจ้งว่า Mr.A  มีเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ไม่ได้ระบุประเภทรายได้มาอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงขอสมมุติต่อว่า มีรายได้ในเรื่องการพาณิชย์ทั่วไป (ขายสินค้า) ที่ต่างประเทศ และส่งสินค้าเเข้ามาในประเเทศไทยนะคะ


วิเคราะห์

  1. Mr.A ขายสินค้าที่ต่างประเทศ มี แหล่งเงินได้ในต่างประเทศ
  2. Mr.A ไม่ได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (อยู่ในไทยไม่ถึง 180 วัน ในปีปฎิทินที่มีเเงินได้)
  3. Mr.A ไม่ได้นำเงินได้เข้ามาในประเทศไทย (บริษัทโอนเงินไปต่างประเทศ) 


ดังนั้น Mr. A ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลในประเทศไทย  บริษัทจึงไม่สามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ค่ะ


อ้างอิงกฎหมาย


มาตรา 41   ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ


     ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย
 
        ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย  


อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

นางสาว A มีรายได้บริการท่องเที่ยวในต่างประเทศ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 11/05/2023 - วันที่ตอบ 15/05/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม, มาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

สอบถาม เรื่อง การให้บริการท่องเที่ยวในต่างประเทศ

    เนื่องจากนางสาว A เป็นคนไทยที่พำนักในประเทศปากีสถานเป็นหลัก อยู่ในไทยน้อยกว่า 180 วัน ได้จัดบริการท่องเที่ยวประเทศปากีสถานให้แก่คนไทย โดยบริการท่องเที่ยวเริ่มที่สนามบินอิสลามาบัด และเสร็จสิ้นบริการที่สนามบินอิสลามาบัดเช่นกัน

นางสาว A จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจองตั๋วเครื่องบิน การขอวีซ่าหรือการดำเนินการอื่นใดในประเทศไทย ยกเว้นการให้ข้อมูลเรื่องชื่อโรงแรมและเส้นทางเดินทางต่างๆ เพื่อประกอบการขอวีซ่าท่องเที่ยว เท่านั้น การเรียกเก็บค่าบริการ นางสาว A จะขอให้ลูกทัวร์คนไทย โอนเงินมัดจำส่วนนึงเข้าบัญชีในประเทศไทยเพื่อเป็นการยืนยันการจองทัวร์ ส่วนค่าบริการที่เหลือจะให้ลูกทัวร์จ่ายเป็นเงินสดเมื่อไปถึงประเทศปากีสถาน

ขอเรียนถามอาจารย์ว่า

กรณีนี้ถือว่าเงินมัดจำที่ลูกทัวร์โอนเข้าบัญชีในประเทศไทยเป็นรายได้ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และถือเป็นรายได้ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยหรือไม่

วิสัชนา

ตามมาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติเกี่ยวกับแหล่งเงินได้ในต่างประเทศพอสรุปความได้ ดังนี้

กรณีผู้มีเงินได้ได้รับเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ จะมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ก็ต่อเมื่อครบองค์ประกอบดังต่อไปนี้

    1. เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน ไม่ว่าจะอยู่ติดต่อต่อเนื่องหรือไม่ก็ตาม และ

    2. ได้รับเงินไดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศเนื่องจาก

        (1) หน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ และ/หรือ

        (2) ทรัพย์สินในต่างประเทศ และ/หรือ

        (3) กิจการที่ทำในต่างประเทศ และ

    3. นำเงินได้ที่ได้รับจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศตามข้อ 2 เข้ามาในประเทศไทย ภายในปีภาษีเดียวกับปีทีเกิดเงินได้นั้น


  

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีตามข้อเท็จจริง เนื่องจากนางสาว A เป็นคนไทยที่พำนักในประเทศปากีสถานเป็นหลัก อยู่ในไทยน้อยกว่า 180 วัน ได้รับเงินได้จากจัดบริการท่องเที่ยวประเทศปากีสถานให้แก่คนไทย เข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) – การรับทำงานให้ หรือมาตรา 40 (8) – ธุรกิจการนำเที่ยว แห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นแหล่งเงินได้ในประเทศปากีสถาน แม้นางสาว A จะได้รับค่าบริการ ส่วนหนึ่งจากลูกทัวร์คนไทย โดยโอนเงินมัดจำเข้าบัญชีในประเทศไทยของตนเอง ก็ยังไม่ครบองค์ประกอบตามมาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร จึงถือว่า เงินมัดจำที่ลูกทัวร์โอนเข้าบัญชีในประเทศไทยเป็นเงินได้ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษากร แต่อย่างใด

    นอกจากนี้ การให้บริการนำเที่ยวของ นางสาว A เกิดขึ้นในประเทศปากีสถานทั้งหมด จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ด้วยแต่อย่างใด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ