Case study

การบันทึกรายงานภาษีจากการลดหนี้จากการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ


เรื่อง การบันทึกรายงานภาษีจากการลดหนี้จากการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 29/08/2026
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณีลดหนี้จากการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากคำนวณราคาสูงไป ต้องบันทึกรายงานภาษีขายอัตราร้อยละ 0 และยื่นแบบ ภ.พ.30 หรือไม่คะ

คำตอบ

การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ให้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร คือ ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร


ต่อมาเมื่อบริษัทต้องออกใบลดหนี้ เนื่องจากคำนวณราคาสูงไป ตามมาตรา 82/10 (2) แห่งประมวลรัษฎากร


มีหลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติทางภาษีมูลค่าเพิ่มดังนี้ค่ะ

คำตอบ : การลดยอดรายได้จากการส่งออกบริการที่ได้รับอัตราภาษี 0% ต้องนำมาแสดงและปรับปรุงลดยอดในแบบ ภ.พ.30 ของเดือนที่ออกใบลดหนี้ (การลดหนี้บริการต่างประเทศ หลักการเหมือนลดหนี้บริการในประเทศไทย)


แม้การให้บริการดังกล่าวจะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 (ไม่มีมูลค่าภาษีขายที่ต้องชำระเป็นตัวเงิน) แต่ในทางปฏิบัติตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการยังคงมีหน้าที่ต้องจัดทำใบลดหนี้ บันทึกรายการในรายงานภาษีขาย และแสดงมูลค่าฐานภาษีที่ลดลงในแบบ ภ.พ.30 ตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้


แนวทางปฏิบัติทางภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)


1. การออกใบลดหนี้ (Credit Note)

  • ผู้ประกอบการต้องออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร โดยระบุเหตุผลการออกใบลดหนี้ว่า "คำนวณราคาบริการสูงไป"
  • ในใบลดหนี้ให้ระบุมูลค่าบริการที่ลดลง และลงรายการอัตราภาษีร้อยละ 0 (มูลค่าภาษีขายเท่ากับ 0 บาท)

2. การบันทึกในรายงานภาษีขาย

  • นำใบลดหนี้มาบันทึกใน รายงานภาษีขาย ในเดือนภาษีที่มีการออกใบลดหนี้
    • กรณีที่บริษัทได้รับชำระค่าบริการจากใบแจ้งหนี้ดังกล่าว และได้ยื่นในรายงานภาษีขายและแบบภ.พ.30 ไปแล้ว 
      • ให้นำมูลค่าในใบลดหนี้ ลงรายการมูลค่าบริการที่ลดลงด้วย มูลค่าติดลบ (-) หรือบันทึกหักออกจากยอดขายรวมในช่อง "มูลค่าสินค้าหรือบริการ อัตราร้อยละ 0"
      • ช่องภาษีมูลค่าเพิ่มให้ลงเป็น 0 บาท
  • กรณีที่ยังไม่ได้รับชำระค่าบริการจากใบแจ้งหนี้ดังกล่าว (จุด Tax point ยังไม่เกิด) ยังไม่ได้มีการนำส่งภ.พ.30 และต่อมามีการออกใบลดหนี้เพื่อลดค่าบริการสำหรับใบแจ้งนั้น กรณีนี้ยังไม่ต้องทำอะไร รอให้ได้รับชำระค่าบริการ ก็สามารถนำยอดใบแจ้งหนี้(เดิม) หักกลบกับใบลดหนี้(ทางการค้า) แล้วนำยอดที่ถูกต้องยื่นในรายงานภาษีขายและแบบภ.พ.30 ในเดือนที่ได้รับชำระค่าบริการ ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

3. การยื่นแบบ ภ.พ.30

  • นำมูลค่าบริการที่ลดลงไป หักออกจากยอดขายอัตราร้อยละ (ยอดขายมาตรา 80/1 (2)) ในแบบ ภ.พ.30 ของเดือนภาษีที่มีการออกใบลดหนี้ (ช่องยอดขายอัตราร้อยละ 0) 
  • หากในเดือนนั้นยอดขายอัตราร้อยละ 0 รวมมีมูลค่าต่ำกว่ายอดลดหนี้ สามารถนำมูลค่าสุทธิติดลบไปปรับลดในแบบ ภ.พ.30 ได้ตามข้อเท็จจริง

ข้อควรระวังเพิ่มเติม

  • เอกสารประกอบการใช้สิทธิอัตรา 0% : ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าการให้บริการนั้นกระทำในไทยและได้นำไปใช้ในต่างประเทศจริง เช่น สัญญาการให้บริการ, หลักฐานการส่งมอบงาน/ผลงานไปต่างประเทศ, เอกสารการรับชำระเงินจากต่างประเทศ รวมถึงเอกสารหลักฐานการคำนวณราคาผิดพลาดที่ต้องออกใบลดหนี้


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง



มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

   (2) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) )


ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)

เรื่อง    กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่ กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตาม มาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร


ข้อ 2กำหนดให้การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ เป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่ง ประมวลรัษฎากร

                           (1) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรแก่ผู้รับบริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้น ในต่างประเทศ
                                  กรณีการให้บริการตามวรรคหนึ่งซึ่งมีการใช้บริการบางส่วนในราชอาณาจักรด้วย ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะส่วนที่ได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ

                                 การให้บริการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า แต่ไม่รวมถึงการให้บริการจัดนำเที่ยวในต่างประเทศ”

                                  (แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 181) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป)



มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(22) “ใบกำกับภาษี” หมายความรวมถึงใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ใบลดหนี้ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามมาตรา 83/5 และใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ของกรมศุลกากร หรือของกรมสรรพสามิต ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม


มาตรา 78/1 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
             (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย
                   (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ
                   (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น
 ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี


 

มาตรา 82/10 ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการและได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แล้วต่อมาหากมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการมีจำนวนลดลงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวนำภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่ลดลงนั้นมาหักออกจากภาษีขายของตนในเดือนภาษีที่ได้ออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10

   (2) มีการลดราคาค่าบริการเนื่องจากการให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน บริการขาดจำนวน คำนวณราคาค่าบริการผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด


................


ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบลดหนี้ นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏตามใบลดหนี้ดังกล่าวมาหักออกจากภาษีซื้อของตนในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้นั้น


มาตรา 82/3 ภายใต้บังคับมาตรา 82/7 มาตรา 82/8 และมาตรา 82/16 ให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี
 
หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ผู้ประกอบการชำระภาษีเท่ากับส่วนต่างนั้น
 หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ให้เป็นเครดิตภาษีและให้ผู้ประกอบการนั้นมีสิทธิได้รับคืนภาษีหรือนำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามส่วน 8
 ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุจำเป็นตามที่อธิบดีกำหนด ให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสามปีนับจากวันที่ได้มีการออกใบกำกับภาษี
             ( 
ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 )
 
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 4) )




อ้างอิงคำตอบ (เทียบเคียงจากการลดหนี้ในประเทศไทย)


เรื่อง

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการออกใบลดหนี้ 

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

26/06/2009

เลขที่หนังสือ

กค 0702/5100

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/10(2) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

  บริษัท ท. (บริษัทฯ) เช่ารถยนต์จากบริษัท ฟ. เป็นระยะเวลา 15 วัน เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าเช่ารถยนต์ให้บริษัท ฟ. บริษัทฯ ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วแต่หลังจากนั้น บริษัท ฟ. ได้ออกใบลดหนี้ให้บริษัทฯ เนื่องจากได้คำนวณราคาผิดพลาดโดยเรียกเก็บค่าเช่ารถยนต์เป็นระยะเวลา 30 วัน และให้บริษัทฯ นำค่าเช่าตามใบลดหนี้ไปหักกับค่าเช่าตามใบแจ้งหนี้ ที่บริษัทฯ จะต้องจ่ายให้บริษัท ฟ. ในครั้งถัดไป เช่น

    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ บริษัทฯ ได้รับใบแจ้งหนี้จากบริษัท ฟ. ค่าเช่าจำนวน 20,000 บาท

    วันที่ 31 มีนาคม บริษัทฯ ชำระเงินให้บริษัท ฟ. โดยคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 ของค่าเช่า 20,000 บาท เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท บริษัทฯ ได้จ่ายเงินให้บริษัท ฟ. 19,000 บาท และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กับกรมสรรพากร ในวันที่ 7 ของเดือนเมษายน

    วันที่ 20 เมษายน บริษัทฯ ได้รับใบแจ้งหนี้จากบริษัท ฟ. สำหรับการเช่ารถครั้งใหม่จำนวน 30,000 บาท มีกำหนด ชำระเงินในวันที่ 20 มิถุนายน

    วันที่ 2 พฤษภาคม บริษัทฯ ได้รับใบลดหนี้จากบริษัท ฟ. ค่าเช่าจำนวน 10,000 บาท เนื่องจากบริษัท ฟ. ได้คำนวณราคาในการเรียกเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สูงไป โดยที่บริษัท ฟ. ยินยอมให้บริษัทฯ นำค่าเช่าใบลดหนี้ไป หักกับค่าเช่าตามใบแจ้งหนี้ที่บริษัทฯ จะต้องจ่ายให้กับบริษัท ฟ. ในวันที่ 20 มิถุนายน

  ดังนั้น ในการจ่ายค่าเช่ารถยนต์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงต้องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากยอดเงินที่ระบุในใบแจ้งหนี้หัก ด้วยจำนวนเงินตามใบลดหนี้ ถูกต้องหรือไม่

แนววินิจฉัย

   กรณีผู้ให้เช่ารถยนต์คำนวณค่าเช่าผิดพลาดสูงกว่าความเป็นจริงหากได้ออกใบกำกับภาษีและได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และ นำส่งแล้วจึงเป็นกรณีที่มีเหตุการณ์ที่ผู้ให้เช่าหรือผู้ออกใบกำกับภาษีมีสิทธิออกใบลดหนี้ได้ตามมาตรา 82/10 (2) และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีบริษัทฯ นำมูลค่าของค่าเช่าที่ลดลงตามใบลดหนี้ไปหักออกจากค่าเช่าตามใบแจ้งหนี้ในเดือนที่ต้องชำระค่าเช่าครั้งต่อไปแล้วคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าเช่ารถยนต์ดังกล่าวจากยอดเงินตามจำนวนค่าเช่าที่ต้องจ่ายจริงจึงถูกต้องแล้ว

เลขตู้

72/36711


เรื่อง

การออกใบลดหนี้ค่าบริการ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 29/01/2024 - วันที่ตอบ 03/05/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/10 (2) และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ตามตารางการจ่ายเงินที่แนบส่ง มีใบลดหนี้ในบรรทัดที่ 3 ซึ่งไม่ได้มีการลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่อย่างใดแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ และมีลิงก์ข้อกฎหมายรับรองการปฏิบัติแบบนี้หรือไม่

วิสัชนา

กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการออกใบลดหนี้ ตามหนังสือตอบข้อหารือเลขที่ กค 0702/5100 ลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ดังนี้

เลขที่หนังสือ : กค 0702/5100

วันที่ : 26 มิถุนายน 2552

เรื่อง : ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการออกใบลดหนี้

ข้อกฎหมาย : มาตรา 82/10 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ :

    บริษัท ท. (บริษัทฯ) เช่ารถยนต์จากบริษัท ฟ. เป็นระยะเวลา 15 วัน เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าเช่ารถยนต์ให้บริษัท ฟ. บริษัทฯ ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วแต่หลังจากนั้น บริษัท ฟ. ได้ออกใบลดหนี้ให้บริษัทฯ เนื่องจากได้คำนวณราคา ผิดพลาดโดยเรียกเก็บค่าเช่ารถยนต์เป็นระยะเวลา 30 วัน และให้บริษัทฯ นำค่าเช่าตามใบลดหนี้ไปหักกับค่าเช่าตามใบแจ้งหนี้ ที่บริษัทฯ จะต้องจ่ายให้บริษัท ฟ. ในครั้งถัดไป เช่น

    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ บริษัทฯ ได้รับใบแจ้งหนี้จากบริษัท ฟ. ค่าเช่าจำนวน 20,000 บาท

    วันที่ 31 มีนาคม บริษัทฯ ชำระเงินให้บริษัท ฟ. โดยคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 ของค่าเช่า 20,000 บาท เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท บริษัทฯ ได้จ่ายเงินให้บริษัท ฟ. 19,000 บาท และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กับกรมสรรพากร ในวันที่ 7 ของเดือนเมษายน

    วันที่ 20 เมษายน บริษัทฯ ได้รับใบแจ้งหนี้จากบริษัท ฟ. สำหรับการเช่ารถครั้งใหม่จำนวน 30,000 บาท มีกำหนด ชำระเงินในวันที่ 20 มิถุนายน

    วันที่ 2 พฤษภาคม บริษัทฯ ได้รับใบลดหนี้จากบริษัท ฟ. ค่าเช่าจำนวน 10,000 บาท เนื่องจากบริษัท ฟ. ได้คำนวณ ราคาในการเรียกเก็บเงินตามใบแจ้งหนี้ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สูงไป โดยที่บริษัท ฟ. ยินยอมให้บริษัทฯ นำค่าเช่าใบลดหนี้ไป หักกับค่าเช่าตามใบแจ้งหนี้ที่บริษัทฯ จะต้องจ่ายให้กับบริษัท ฟ. ในวันที่ 20 มิถุนายน

    ดังนั้น ในการจ่ายค่าเช่ารถยนต์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงต้องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากยอดเงินที่ระบุในใบแจ้งหนี้หัก ด้วยจำนวนเงินตามใบลดหนี้ ถูกต้องหรือไม่
 

แนววินิจฉัย :

    กรณีผู้ให้เช่ารถยนต์คำนวณค่าเช่าผิดพลาดสูงกว่าความเป็นจริงหากได้ออกใบกำกับภาษีและได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้ว จึงเป็นกรณีที่มีเหตุการณ์ที่ผู้ให้เช่าหรือผู้ออกใบกำกับภาษีมีสิทธิออกใบลดหนี้ได้ตามมาตรา 82/10 (2) และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีบริษัทฯ นำมูลค่าของค่าเช่าที่ลดลงตามใบลดหนี้ไปหักออกจากค่าเช่าตามใบแจ้งหนี้ในเดือน ที่ต้องชำระค่าเช่าครั้งต่อไปแล้วคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าเช่ารถยนต์ดังกล่าวจากยอดเงินตามจำนวนค่าเช่าที่ต้องจ่ายจริงจึงถูกต้องแล้ว


เลขตู้ : 72/36711

https://www.rd.go.th/41457.html


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น

1. บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามตารางการจ่ายเงินที่แนบส่ง มีใบลดหนี้ในบรรทัดที่ 3 ซึ่งไม่ได้มีการลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด เนื่องจากการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในครั้งก่อน ผู้ให้บริการมีสิทธินำภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ได้ถูกหักไว้แล้วนั้น ไปใช้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้ ซึ่งไม่ถือว่า มีความเสียหาย


2. กรณีที่เป็นการให้บริการที่ต่อเนื่อง บริษัทฯ สามารถเลือกปฏิบัติตามแนวคำตอบข้อหารือเลขที่ กค 0702/5100 ลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ดังกล่าวข้างต้น โดยนำมูลค่าของค่าบริการที่ลดลงตามใบลดหนี้ไปหักออกจากค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ในเดือนที่ต้องชำระค่าเช่าครั้งต่อไป แล้วคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับค่าบริการดังกล่าวจากยอดเงินตามจำนวนค่าเช่าที่ต้องจ่ายจริง

   

3. อย่างไรก็ตาม หากเป็นการยกเลิกการให้บริการที่ได้เคยจ่ายค่าบริการนั้น พร้อมทั้งนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ไปแล้ว นั้น เช่น การจ่ายค่าบริการไปต่างประเทศ โดยได้คำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่ายและนำส่งไว้แล้ว ต่อมาได้มีการยกเลิกการใช้บริการดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้รับคืนเงินจากผู้ให้บริการในต่างประเทศ เพียงเท่าที่ได้เคยชำระ เช่นนี้ ย่อมถือได้ว่า จำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่บริษัทฯ ได้เคยนำส่งไปแล้วนั้น เป็นเงินของ บริษัทฯ ที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (แบบ ค.10) จากกรมสรรพากรได้ ซึ่งบริษัทฯ ต้องเตรียมความพร้อมต่อการตรวจสอบการขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

 


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ