Case study

การออกใบกำกับภาษี e-tax invoice ผ่าน e-commerce แต่ไม่ได้ส่งมอบให้ลูกค้า


เรื่อง การออกใบกำกับภาษี e-tax invoice ผ่าน e-commerce แต่ไม่ได้ส่งมอบให้ลูกค้า
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 12/02/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ มีการจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce (เช่น Shopee / Lazada) โดยถือวันที่ลูกค้ายืนยันการสั่งซื้อและมีการจัดส่งสินค้าเป็นวันที่เกิดรายได้ ทั้งทางบันทึกบัญชี และ การส่งภาษีขาย ทั้งนี้ บริษัทฯ เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ลูกค้า ผ่าน Email หรือ หมายเลขโทรศัพท์

อย่างไรก็ตาม หาก แพลตฟอร์ม E-Commerce ไม่ได้ส่งข้อมูลติดต่อของลูกค้า (เช่น e-mail หรือหมายเลขโทรศัพท์) ให้แก่บริษัทฯ อันเนื่องมาจากข้อจำกัดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นเหตุให้ บริษัทฯ ไม่สามารถจัดส่งใบกำกับภาษีอย่างย่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ลูกค้าได้

ขอสอบถามประเด็นดังต่อไปนี้

1. ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายภาษีอากรจากการไม่สามารถส่งมอบใบกำกับภาษีอย่างย่อให้แก่ลูกค้าหรือไม่

2. บริษัทฯ ควรดำเนินการหรือจัดให้มีแนวทางใดเพิ่มเติม เพื่อให้ถือว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการออกและส่งมอบใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

คำตอบ

1. บริษัทฯ มีความผิดฐานไม่ส่งมอบใบกำกับภาษีหรือไม่?

ในทางกฎหมาย "การออกใบกำกับภาษี" และ "การส่งมอบ" เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 

  • ความรับผิดทางกฎหมาย : 
     ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ระบุว่าผู้ประกอบการต้องออกใบกำกับภาษีและ "ส่งมอบ" ให้แก่ผู้ซื้อในทันทีที่มีความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point) เกิดขึ้น 
    เมื่อบริษัทฯ ไม่ส่งมอบใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 90/2 (3) แห่งประมวลรัษฎากร
  • ประเด็นเรื่องเจตนา : แม้บริษัทฯ จะมีการ "ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์" ในระบบแล้ว แต่หากไม่ได้ "ส่งมอบ" ถึงมือลูกค้า ก็อาจถูกตีความว่ายังปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
  • อย่างไรก็ตาม : หากบริษัทฯ สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พยายามจัดส่งแล้ว เช่น มี Log การส่ง แต่ข้อมูลติดต่อจาก Platform ไม่เอื้ออำนวย หรือมีการจัดทำรอไว้เพื่อให้ลูกค้ามาขอรับภายหลัง อาจช่วยบรรเทาความผิดในเชิง "เจตนา" ได้ แต่ในทางกฎหมายหากสรรพากรตรวจเข้มงวด ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่

มาตรา 90/2บุคคลดังต่อไปนี้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 (3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่จัดทำใบกำกับภาษีหรือสำเนาใบกำกับภาษีหรือจัดทำแล้วไม่ส่งมอบให้ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการตามมาตรา 86 วรรคหนึ่ง หรือไม่จัดทำใบกำกับภาษีหรือสำเนาใบกำกับภาษีและไม่ส่งมอบให้ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการตามที่ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการเรียกร้องตามมาตรา 86/8 วรรคสอง


มาตรา 86ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3


ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การจัดทำ ส่ง หรือเก็บรักษา ใบกำกับภาษี หรือใบรับ โดยใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ในการลงลายมือชื่อ ลงวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566


ข้อ 5 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับส่งใบกำกับภาษีหรือใบรับให้แก่ ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ และให้ถือเป็นการส่งมอบใบกำกับภาษีตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร หรือเป็นการออกใบรับตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว เว้นแต่ผู้ซื้อสินค้าหรือ ผู้รับบริการไม่ประสงค์จะรับใบกำกับภาษีหรือใบรับด้วยวิธีการส่งดังกล่าว ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือผู้มีหน้าที่ออกใบรับจัดทำสิ่งพิมพ์ออกของใบกำกับภาษีหรือใบรับดังกล่าวโดยให้ปรากฏข้อความว่า “เอกสารนี้ได้จัดทำและส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากรด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์” และส่งมอบให้แก่ ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ และให้ถือว่าสิ่งพิมพ์ออกของใบกำกับภาษีหรือใบรับดังกล่าวใช้แทนต้นฉบับ ซึ่งเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้


2. แนวทางดำเนินการเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย

เพื่อให้บริษัทฯ ปฏิบัติได้สอดคล้องกับทั้งประมวลรัษฎากรและ PDPA แนะนำแนวทางดังนี้:

ก. ใช้ช่องทาง Chat ของ Platform ให้เป็นประโยชน์

เนื่องจาก Platform (Shopee/Lazada) มักจะปิดบัง Email/เบอร์โทร แต่ยังมีช่องทาง Chat ที่เราสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง

  • วิธีปฏิบัติ : เมื่อออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice by Email หรือ e-Tax Invoice & e-Receipt) เสร็จแล้ว ให้ส่ง Link สำหรับดาวน์โหลดใบกำกับภาษี หรือไฟล์ภาพ/PDF ผ่านทางช่อง Chat ของ Platform นั้นๆ ทันทีที่จัดส่งสินค้า วิธีนี้ถือเป็นการ "ส่งมอบ" ถึงมือผู้ซื้ออย่างชัดเจนที่สุด

ข. การระบุข้อความในหน้ารายละเอียดสินค้า หรือ Auto-Reply

  • วิธีปฏิบัติ : ระบุแจ้งลูกค้าให้ชัดเจนในหน้าข้อมูลร้านค้าหรือข้อความตอบกลับอัตโนมัติว่า "บริษัทฯ ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าสามารถรับได้ผ่านช่องทาง [ระบุช่องทาง เช่น Chat/Link] หรือหากต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป กรุณาแจ้งข้อมูลผ่านแชททันที หรือ แสดง QR Code ในหน้ารายการสั่งซื้อเพื่อดาวน์โหลดได้”

ค. จัดทำระบบ "Self-Service" 

  • วิธีปฏิบัติ : พัฒนาหน้าเว็บง่ายๆ หรือใช้บริการตัวแทนที่ให้ลูกค้าสามารถนำ "เลขที่คำสั่งซื้อ" มากรอกเพื่อดาวน์โหลดใบกำกับภาษีได้เอง วิธีนี้จะช่วยลดภาระการส่ง และเป็นการอำนวยความสะดวกที่สรรพากรยอมรับได้ว่าเราได้เตรียมการส่งมอบไว้ให้แล้ว

ง. บันทึกหลักฐาน (Internal Control)

  • ควรเก็บ Log ข้อมูลไว้ว่า รายการสั่งซื้อนี้ ได้มีการออกใบกำกับภาษีเลขที่เท่าไหร่ วันที่เท่าไหร่ และได้ส่งมอบผ่านช่องทางใด เช่น ส่งผ่าน Chat ใน Shopee เมื่อวันที่... เพื่อใช้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่หากมีการตรวจสอบภายหลัง
  • ทำหนังสือหรือแนวปฏิบัติภายใน (Tax Policy Memo) ระบุว่า
    • บริษัทได้ดำเนินการออกใบกำกับภาษีครบถ้วน
    • มีข้อจำกัดจาก PDPA ของแพลตฟอร์ม
    • จัดเก็บใบกำกับภาษีไว้ในระบบ
    • พร้อมส่งมอบเมื่อผู้ซื้อร้องขอ

      เอกสารนี้จะช่วยลดความเสี่ยงหากถูกตรวจสอบ

กรณีมูลค่าไม่สูง / ลูกค้าทั่วไป

พิจารณาว่าในลักษณะการขายปลีกทั่วไป หากมีลักษณะคล้าย “ขายหน้าร้าน” การที่ลูกค้าไม่ได้ร้องขอใบกำกับภาษี และบริษัทได้จัดทำไว้แล้ว และได้นำส่งภาษีครบถ้วน ในทางปฏิบัติมักจะไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หรือปรับในส่วนนี้

สรุปข้อแนะนำ

ในเมื่อข้อมูล PDPA ทำให้เราส่งทาง Email/SMS ไม่ได้ "ช่องทาง Chat ของ Platform" คือทางออกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เพราะถือเป็นช่องทางที่เป็นทางการระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายตามข้อตกลงของแพลตฟอร์มนั้นๆ

ตารางสรุปประเด็นทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ

ประเด็น

หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การวิเคราะห์กรณีบริษัท

ความเสี่ยงทางภาษี

แนวทางลดความเสี่ยง

1. หน้าที่ออกใบกำกับภาษี

มาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้ประกอบการจด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อมีการขายสินค้า

บริษัทออกใบกำกับภาษีอย่างย่อในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ครบถ้วน

ไม่มีความเสี่ยง หากออกถูกต้องตามรูปแบบ

ตรวจสอบให้ครบองค์ประกอบใบกำกับภาษีอย่างย่อ และจัดเก็บข้อมูลตามระบบ e-Tax

2. หน้าที่ส่งมอบใบกำกับภาษี

ต้อง “ออกและส่งมอบ” ให้ผู้ซื้อ

ไม่สามารถส่งทาง Email/โทรศัพท์ได้ เพราะแพลตฟอร์มไม่เปิดเผยข้อมูล (PDPA)

อาจมีความเสี่ยงเรื่อง “การส่งมอบ” หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าได้จัดให้ลูกค้าเข้าถึงเอกสาร

จัดให้มีระบบดาวน์โหลดผ่านหน้า Order / QR Code / ระบบหลังบ้านแพลตฟอร์ม

3. การนำส่ง VAT

มาตรา 77/2 และ มาตรา78 ต้องนำส่ง VAT ตามเวลาที่เกิดความรับผิด

บริษัทบันทึกภาษีขายและนำส่ง VAT ถูกต้องตามวันที่เกิดรายได้

ไม่มีความเสี่ยงด้านการหลีกเลี่ยงภาษี

เก็บหลักฐานวันสั่งซื้อ / วันส่งสินค้า / รายงานจากแพลตฟอร์ม

4. ลักษณะการขายปลีกผ่าน E-Commerce

กรณีขายให้บุคคลทั่วไป สามารถออกใบกำกับภาษีอย่างย่อได้

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคทั่วไป ไม่ได้ร้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูป

ความเสี่ยงต่ำ หากมีการออกใบกำกับภาษีครบถ้วน

กำหนดข้อความแจ้งลูกค้าว่าสามารถดาวน์โหลดใบกำกับภาษีได้

5. การปฏิบัติกรณีมีข้อจำกัด PDPA

ไม่มีบทบัญญัติยกเว้นเรื่อง PDPA โดยตรง แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วน

ข้อจำกัดเกิดจากแพลตฟอร์ม ไม่ใช่บริษัทละเลย

ความเสี่ยงเชิงเอกสาร หากไม่มีหลักฐานรองรับ

จัดทำ Tax Policy ภายใน ระบุขั้นตอนออก/จัดเก็บ/ส่งมอบ และพร้อมส่งเมื่อร้องขอ


สรุปภาพรวมความเสี่ยง

ระดับความเสี่ยง

วิเคราะห์

ความเสี่ยงหลีกเลี่ยงภาษี

ไม่มี (หากออกใบกำกับและนำส่ง VAT ครบถ้วน)

ความเสี่ยงทางเทคนิคเรื่อง “การส่งมอบ”

มีเล็กน้อย หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าลูกค้าเข้าถึงเอกสารได้

แนวทางที่ปลอดภัยที่สุด

จัดให้มีระบบดาวน์โหลดใบกำกับภาษี + เก็บหลักฐานการจัดให้เข้าถึง + จัดทำแนวปฏิบัติภายใน



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีใบกำกับภาษี

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

09/06/2000

เลขที่หนังสือ

กค 0811/พ.4711

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/5, มาตรา 86/4, มาตรา 105

ข้อหารือ

     ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีงานรับจ้างที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งต้องขนวัสดุผ่านจังหวัดสุรินทร์เป็นประจำ รถยนต์ที่ขนย้ายวัสดุของห้างฯ ได้เติมน้ำมันของปั้ม ห้างหุ้นส่วนจำกัด ด. โดยได้รับใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินที่เป็นต้นฉบับ แต่ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินดังกล่าวพิมพ์คำว่า "สำเนาใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" ห้างฯ มีความประสงค์ที่จะสอบถาม ดังนี้

     1.ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ด. ที่พิมพ์คำว่า "สำเนาใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" มาจากโรงพิมพ์ที่เป็นใบต้นฉบับซึ่งมิใช่แผ่นสำเนาผู้ซื้อจะสามารถขอคืนภาษีได้หรือไม่ และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายของห้างฯ ในการยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปีได้หรือไม่

     2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ด. ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่การขายน้ำมันบางครั้งออกใบกำกับภาษี บางครั้งออกเป็นบิลเงินสด (แต่รูปแบบเป็นการแยกภาษีเหมือนใบกำกับภาษี) ผู้ขายมีความผิดอย่างใดหรือไม่

     3. พฤติกรรมของผู้ขายที่เจตนาออกใบกำกับภาษีที่ผู้ซื้อขอภาษีคืนไม่ได้ เป็นใบกำกับภาษีต้องห้ามเช่นนี้ ผู้ขายมีความผิดอย่างไรหรือไม่

แนววินิจฉัย

     1. กรณีภาษีซื้อที่จะนำมาหักในการคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น จะต้องไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17)ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535

     ดังนั้น กรณีภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่มีรายการในใบกำกับภาษีเป็น "สำเนาใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" ตามข้อเท็จจริง ซึ่งมิใช่ใบกำกับภาษีที่ได้จัดทำรวมกับเอกสารทางการค้าอื่นที่มีจำนวนหลายฉบับ และใบกำกับภาษีที่มีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนามีข้อความว่า เอกสารออกเป็นชุดปรากฏอยู่ด้วย จึงเป็นภาษีซื้อต้องห้ามไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่ประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ตามข้อ 2 (7) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535

     สำหรับหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่จะนำมาถือเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องมีลักษณะเป็น "ใบรับ" ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นตามข้อเท็จจริง เมื่อเป็นหลักฐานที่มีลักษณะเป็น "ใบรับ" ดังกล่าว และสามารถพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้รับได้แล้ว ย่อมมีสิทธินำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18) แห่งประมวลรัษฎากร

     2. กรณีการจดทะเบียนของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องแสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ณ ที่เปิดเผย ซึ่งเห็นได้ง่ายในสถานประกอบการเป็นรายสถานประกอบการตามมาตรา 85/4 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการสามารถตรวจสอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการหรือจะขอตรวจสอบได้จากสำนักงานของสรรพากรที่รับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 10 แห่งประมวลรัษฎากร

     สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการสถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก ตามหลักเกณฑ์ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 54)ฯ ลงวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2537 ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีมูลค่าครั้งหนึ่งไม่เกิน 1,000 บาท เว้นแต่ผู้ซื้อสินค้าจะเรียกร้องใบกำกับภาษี

     3. กรณีการออกใบกำกับภาษี ผู้ประกอบการจดทะเบียน มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการทุกครั้ง โดยต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นพร้อมทั้งส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้ประกอบการไม่ส่งมอบใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 90/2 (3) แห่งประมวลรัษฎากร

     สำหรับกรณีการออกใบกำกับภาษีโดยมีรายการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญไม่ครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาทตามมาตรา 90 (12) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

63/29437


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ