Case study

ค่าออกแบบร้าน


เรื่อง ค่าออกแบบร้าน
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 06/07/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัท ดำเนินธุรกิจร้านอาหารประเภทปิ้งย่างในประเทศไทย โดยมีหลายสาขาตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ บริษัทได้ว่าจ้างบริษัทในฮ่องกงเป็นครั้งคราว ให้ทำการออกแบบร้านอาหาร (Design) สำหรับร้านที่จะเปิดใหม่ในห้างสรรพสินค้า และบริษัทได้มีการจ่ายค่าออกแบบ (Design Fee) ให้แก่บริษัทในฮ่องกงตามสัญญาดังกล่าว ในกรณีนี้ 

บริษัทใคร่ขอเรียนสอบถามประเด็นดังต่อไปนี้เพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย: 

1.ค่าออกแบบร้านอาหาร (Design Fee) ดังกล่าว ซึ่งจ่ายให้บริษัทในฮ่องกง ถือเป็น “ค่าสิทธิ” (Royalty) ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่

2.หากถือเป็นค่าสิทธิ ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยและเขตปกครองพิเศษฮ่องกง (DTA) จะสามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราที่ลดเหลือ 10% ตามข้อ (ข) ของความตกลงได้หรือไม่ 

3.บริษัทต้องนำส่ง ภงด 54 และ ภพ 36 หรือไม่ ในอัตราเท่าไหร่ 

คำตอบ


คำตอบเกี่ยวกับค่าออกแบบ

กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าออกแบบร้านอาหาร (Design Fee) ให้กับบริษัทในฮ่องกง ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย นั้นให้พิจารณาเงื่อนไขดังนี้


1. หากกรรมสิทธิ์ในแบบที่ออกนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ

        ซึ่งบริษัทฯ ควรมีสัญญาจ้างออกแบบให้ชัดแจ้ง และมีต้นฉบับสัญญาจ้างออกแบบที่ปิดอากรแสตมป์โดยครบถ้วน พร้อมให้เจ้าพนักงานสรรพากรทำการตรวจสอบได้ทันที เงินได้ที่บริษัทฯ จ่ายให้บริษัทในประเทศฮ่องกงดังกล่าว ถือเป็นเงินได้เนื่องจากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร 

เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทที่ฮ่องกง บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินดังกล่าว ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศฮ่องกง เงินค่าตอบแทนดังกล่าว เป็นเงินได้หรือกำไรของวิสาหกิจ เมื่อบริษัทในฮ่องกงไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทยและไม่ได้ประกอบกิจการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ตามนัยข้อ 5 แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศฮ่องกง เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ บริษัทในประเทศฮ่องกง จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ทั้งนี้ ตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาดังกล่าวประกอบกับ มาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 

บริษัทฯ จึงไม่มี หน้าที่ต้องหัก ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ต้องนำส่ง แบบภ.ง.ด.54 แต่ยังคงมีหน้าที่ต้องนำส่งแบบ ภ.พ.36


  เนื่องจากการจ่ายค่าบริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าบริการที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศไทย บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.36ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้แก่บริษัทในฮ่องกง ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544 ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544



    2. หากกรรมสิทธิ์ในแบบที่ออกเป็นของบริษัทผู้รับจ้างในประเทศฮ่องกงนั้น เงินได้ที่บริษัทฯ จ่ายให้บริษัทฮ่องกงดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือกรรมวิธีลับใดๆ หรือเพื่อข้อสนเทศที่เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นค่าสิทธิตามข้อ 12 แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศฮ่องกงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ที่จ่าย และนำส่ง พร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 12 แห่งอนุสัญญาฯ ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 

และเนื่องจากการจ่ายค่าบริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าบริการที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศไทย บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.36 ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้แก่บริษัทในฮ่องกง ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544ฯ ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544

เพิ่มเติม หลักในการเลือกใช้อัตราในการหัก ณ ที่จ่ายกรณีมี DTA ระหว่างกัน

  • หากอัตราในประเทศไทย ม.70  > DTA= ให้ใช้ DTA
  • หากอัตราในประเทศไทย ม.70  < DTA= ให้ใช้อัตราในประเทศไทย ม.70   
  • *** ให้เลือกอัตราที่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ได้ประโยชน์มากกว่า


สรุปคำตอบ


รายการ

กรรมสิทธิ์การออกแบบเป็นของบริษัทไทย

กรรมสิทธิ์การออกแบบเป็นของบริษัทฮ่องกง

ลักษณะเงินได้

ค่าบริการตาม ม.40(2)

ม.40(3) ค่าสิทธิ (Royalty) 

หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54)

ไม่ต้องหัก (ยกเว้นตาม DTA)

หัก 10% ตาม DTA

ภ.พ.36 (VAT 7%)

ต้องนำส่ง

ต้องนำส่ง


มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

บัญชีอัตราภาษีเงินได้

" (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

   "(ข) ภาษีตามมาตรา 70 นอกจากที่ระบุใน (ค)                    ร้อยละ 15




อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – ฮ่องกง


 






มาตรา 83/6เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี
             (1) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3
             (2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เฉพาะ
                   (ก) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
                   (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

จ่ายค่าออกแบบอาคารไปจีนต้องหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 20/06/2023 - วันที่ตอบ 25/06/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

จ่ายค่าออกแบบอาคารไปจีน ไม่มีสถานประกอบการในไทย มีอนุสัญญาภาษีซ้อน ถือเป็นกำไรธุรกิจ ไม่หัก ภ.ง.ด.54 หรือค่าสิทธิหัก ภ.ง.ด.54 15% 

คำถาม

ต้องหัก ภ.ง.ด.54 15% ไหมคะ

วิสัชนา

กรณีจ่ายค่าออกแบบอาคารไปให้ผู้ประกอบการในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย และมิได้ประกอบกิจการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย นั้น

    1.หากกรรมสิทธิ์ในแบบที่ออกนั้น เป็นของบริษัทในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าลักษณะเป็นค่าสิทธิ ตามข้อ 12 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – จีน บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงินได้ ตามข้อ 12 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – จีน ประกอบกับมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร  



 

    2. หากกรรมสิทธิ์ในแบบที่จ้างทำนั้น เป็นของผู้ว่าจ้างในประเทศไทย เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจตามข้อ 12 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – จีน ประกอบกับผู้รับจ้างมิได้ประกอบการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย หรือไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และนำส่งตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เเละ ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจ่ายเงินค่าออกแบบโรงงานให้กับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 18/03/2022 - วันที่ตอบ 30/04/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 12 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-ญี่ปุ่น มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ขอรบกวนเรียนถามอาจารย์ เรื่อง อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นดังนี้นะคะ บริษัทฯ เป็นนิติบุคคลในไทย ต้องจ่ายเงินค่าออกแบบโรงงานให้กับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในไทยกรณีนี้บริษัทฯ หัก ภาษี ณ ที่จ่าย ได้หรือไม่คะ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ได้จ่ายเงินค่าออกแบบโรงงานให้กับบริษัทแม่แห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย นั้น

    1. หากกรรมสิทธิ์ในแบบแปลนดังกล่าว ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทซึ่งบริษัทฯ ควรมีสัญญาจ้างออกแบบให้ชัดแจ้ง และมีต้นฉบับสัญญาจ้างออกแบบที่ปิดอากรแสตมป์โดยครบถ้วน พร้อมให้เจ้าพนักงานสรรพากรทำการตรวจสอบได้ทันที นั้น เงินได้ที่บริษัทฯ จ่ายให้บริษัทแม่ดังกล่าว ถือเป็นเงินได้เนื่องจากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินดังกล่าวให้แก่บริษัทญี่ปุ่นฯ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินดังกล่าว ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม เงินค่าตอบแทนดังกล่าว เป็นเงินได้หรือกำไรของวิสาหกิจ เมื่อบริษัท ญี่ปุ่นฯ มีสถานประกอบการในประเทศญี่ปุ่น ไม่เข้าลักษณะเป็นสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ตามนัยข้อ 5 แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ บริษัทแม่แห่งประเทศญี่ปุ่นฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ทั้งนี้ ตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาดังกล่าวประกอบกับ มาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 บริษัทฯ จึงไม่มี หน้าที่ต้องหัก ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

    แต่การจ่ายค่าบริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าบริการที่ได้ให้ในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศไทย บริษัทฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.36ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้แก่บริษัทแม่ ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544 เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้น ในราชอาณาจักรตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากรและกรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่าง ประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่ง ประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544


    2. หากกรรมสิทธิ์ในแบบแปลงดังกล่าว เป็นของบริษัทแม่แห่งประเทศญี่ปุ่นนั้น เงินได้ที่บริษัทฯ จ่ายให้บริษัทแม่ดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนเพื่อการใช้หรือสิทธิในการใช้สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือกรรมวิธีลับใดๆ หรือเพื่อข้อสนเทศที่เกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นค่าสิทธิตามข้อ 12 วรรคสาม แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ที่จ่าย และนำส่ง พร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 12 แห่งอนุสัญญาฯ ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 และบริษัทฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.36 ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินให้แก่บริษัทแม่ ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544ฯ ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ