Case study

1) บริษัทจ่ายค่าเบี้ยประกัน keyman ไม่ตรงปี พนักงานลดหย่อนปีไหน 2) การทำประกันชีวิตที่จ่ายไปให้บริษัทประกันที่ อเมริกา/สิงคโปร์ พนักงานลดหย่อนได้หรือไม่


เรื่อง 1) บริษัทจ่ายค่าเบี้ยประกัน keyman ไม่ตรงปี พนักงานลดหย่อนปีไหน 2) การทำประกันชีวิตที่จ่ายไปให้บริษัทประกันที่ อเมริกา/สิงคโปร์ พนักงานลดหย่อนได้หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 31/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

1.สอบถามการจ่ายค่าเบี้ยประกัน keyman แบบบำนาญ ให้กรรมการบริษัทในปีที่ 2 (ปีต่ออายุ) กรณีมีใบแจ้งหนี้ครบกำหนดชำระ ในวันที่ 29 ธ.ค.68 แต่บริษัทได้จ่ายเงินค่าเบี้ยประกันนี้ในวันที่ 5 ม.ค.69 (ในใบแจ้งหนี้ระบุว่าจ่ายล่าช้าได้ 30 วัน)

คำถาม

บริษัทบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทในปี 68 ตามเกณฑ์สิทธิ์ หรือบันทึกตามวันที่จ่ายจริงในปี 69 เพื่อให้สอดคล้องกับ ภงด 1


2. กรณีที่บริษัททำประกัน keyman ให้กรรมการคนไทย แต่เป็นการทำประกันชีวิตที่จ่ายไปให้ บริษัทประกันที่ อเมริกา/ สิงคโปร์

คำถาม

1.บริษัทบันทึกค่าเบี้ยประกัน keyman ที่จ่ายไปต่างประเทศ เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ไหม และมีภาษีใดที่เกี่ยวข้องบ้าง

2.กรรมการต้องนำมาเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีบุคคลใช่หรือไม่

3.ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรรมการ สามารถนำค่าเบี้ยประกันนี้มาหักลดหย่อนในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลได้หรือไม่

คำตอบ


ตอบ 1 การจ่ายค่าเบี้ยประกัน keyman แบบบำนาญ ปีต่ออายุ


ตามหลักการบันทึกบัญชีของบริษัท ให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป  และ มาตรา 65 วรรคสอง  แห่งประมวลรัษฎากร ระบุว่า ให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้นแม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ตาม เกณฑ์สิทธิ  ซึ่ง หมายความรวมถึง  สิทธิ์ที่จะเรียกร้อง ให้ชำระหนี้ของเจ้าหนี้  ดังนั้น ค่าเบี้ยประกันที่ได้ออกใบแจ้งหนี้มาเรียกเก็บบริษัทแล้ว (ถึงแม้จะมีระยะเวลาผ่อนผัน) ก็ถือว่า สิทธิ์ที่จะเรียกร้องเงินของบริษัทประกันเกิดขึ้นแล้ว บริษัทควรรับรู้รายจ่ายในงบการเงิน รอบบัญชี ปี 2568  อย่างไรก็ตาม   ในทางปฏิบัติ บริษัทสามารถเลือกลงใน รอบบัญชี ปี 2569 ก็ได้เพื่อที่จะตรงกับการนำส่ง ภ.ง.ด.91 และสามารถชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ว่าบริษัทจ่ายแทนพนักงานในปี 2569 (ส่วนมากเจ้าหน้าที่ก็ไม่ว่านะคะ เพราะชัดเจนว่าบริษัทจ่ายรอบบัญชีปี 2569) พนักงานผู้รับประโยชน์ เป็นเงินได้ของพนักงาน ก็ตรงปีกันค่ะ 

          

** ข้อพึงระวังสำหรับกรณีที่ 1 นี้ คือ กรรมการ สามารถนำเบี้ยประกัน keyman แบบบำนาญ ไปลดหย่อนในปี 2569 นะคะ  เนื่องจากในปี 2568 ไม่มีการจ่ายเงิน ทั้งนี้ ตาม ข้อ 61  แห่ง กฎกระทรวง 126 


ตอบ 2 การทำประกันชีวิตที่จ่ายไปให้บริษัทประกันที่ อเมริกา/สิงคโปร์


1. บริษัท สามารถบันทึกค่าเบี้ยประกัน keyman ที่จ่ายไปต่างประเทศ เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดกำหนดห้ามไว้ อย่างไรก็ตามอาจมีประเด็นว่าเหตุผลใดต้องทำประกันที่ต่างประเทศ และมูลค่าสูง เกินสมควรหรือไม่ เนื่องจากถ้าสูงเกิน เจ้าหน้าที่อาจมองว่าเป็นรายจ่ายที่ให้เป็นการส่วนตัว และไม่ใช่รายจ่ายเพื่อประโยชน์ของกิจการโดยตรง 


2. กรรมการต้องนำมาเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี ไม่ว่าจะจ่ายให้แก่ผู้รับประกันภัยในประเทศไทย หรือต่างประเทศ เนื่องจากเป็นประโยชน์ส่วนเพิ่ม (ประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน) ของกรรมการ 

  • กรรมการที่เป็นลูกจ้าง ตามสัญญาจ้างแรงงาน เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร  
  • กรรมการอิสระ จากการรับทำงานให้ เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร  


3. ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรรมการ ไม่สามารถนำค่าเบี้ยประกันนี้มาหักลดหย่อนในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลได้ เนื่องจาก  ข้อ 61  แห่ง กฎกระทรวง 126 ระบุชัดเจนว่า ค่าเบี้ยประกันที่จะนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุุคคลธรรมดาได้นั้น จะต้องเป็น การประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร



อ้างอิงกฎหมาย


มาตรา 40   เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน

(2)  เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้นั้นไม่ว่าหน้าที่ หรือตำแหน่งงาน หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว


มาตรา 65  เงินได้ที่ต้องเสียภาษีตามความในส่วนนี้คือกำไรสุทธิซึ่งคำนวณได้จากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี และรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวให้มีกำหนดสิบสองเดือน เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้จะน้อยกว่าสิบสองเดือนก็ได้ คือ
(ก) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเริ่มตั้งใหม่จะถือวันเริ่มตั้งถึงวันหนึ่งวันใดเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรกก็ได้
(ข) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีขอเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีเช่นว่านี้ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต สุดแต่จะเห็นสมควร คำสั่งเช่นว่านั้นต้องแจ้งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้ยื่นคำร้องทราบภายในเวลาอันสมควร และในกรณีที่อธิบดีสั่งอนุญาต ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนด
             การคำนวณรายได้และรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้นแม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
             ในกรณีจำเป็น ผู้มีเงินได้จะขออนุมัติต่ออธิบดีเพื่อเปลี่ยนแปลงเกณฑ์สิทธิ และวิธีการทางบัญชีเพื่อคำนวณรายได้และรายจ่ายตามวรรคสองก็ได้ และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่..

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ


กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร


"(61) เงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยในปีภาษี สำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกินหนึ่งหมื่นบาทแต่ไม่เกินเก้าหมื่นบาท โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีกำหนดเวลาตั้งแต่สิบปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร ทั้งนี้ สำหรับเบี้ยประกันภัย ที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกำหนด"
 
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) ใช้บังคับ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป)
           "หากเบี้ยประกันภัยที่จ่ายตามวรรคหนึ่ง เป็นเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ
ที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป ให้เงินได้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอีก ในอัตราร้อยละสิบห้าของเงินได้พึงประเมินแต่ไม่เกินสองแสนบาท ทั้งนี้ เมื่อรวมคำนวณกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้สำหรับกรณีที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตาม (35) หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตาม (43) หรือเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนตาม (54) แล้วแต่กรณีหรือเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตาม (55) แล้ว ต้องไม่เกินห้าแสนบาท ในปีภาษีเดียวกัน
          การได้รับยกเว้นตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด
 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 279 (พ.ศ. 2554) ใช้บังคับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นต้นไป)
 
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 194) ใช้บังคับ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป)

(90) เงินได้เท่าที่สมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินห้าแสนบาท สำหรับปีภาษีนั้น และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง เมื่อรวมกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณ เพื่อเสียภาษีเงินได้ สำหรับกรณีที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตาม (35) หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตาม (43) หรือเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนตาม (54) แล้วแต่กรณี หรือเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตาม (55) หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญตาม (61) แล้ว ต้องไม่เกินห้าแสนบาท ในปีภาษีเดียวกัน


อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ทำประกันชีวิต (ประกัน keyman) ให้บุคคลที่ไม่ใช่กรรมการ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 24/10/2023 - วันที่ตอบ 06/11/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40 (1) , มาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

หนูขอสอบถามเรื่องการทำประกัน keyman ค่ะ

    กรณีที่ทำให้กรรมการทุกคนแล้ว แต่บริษัทต้องการทำให้พนักงานระดับสูง หรือบุคคลที่บริษัทมองว่าเป็น keyman แต่ไม่ใช่กรรมการ สามารถทำได้ไหมคะ และถือเป็นรายจ่ายที่นำมาคำนวณภาษีได้ไหมคะ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ จ่ายเบี้ยประกันชีวิต (ประกัน keyman) ให้แก่กรรมการทุกคนแล้ว แต่บริษัทต้องการทำให้พนักงานระดับสูง หรือบุคคลที่บริษัทมองว่าเป็น keyman แต่ไม่ใช่กรรมการ บริษัทฯ ย่อมมี่สิทธิทำได้ โดยมีมติที่ประชุมกรรมการบริษัทฯ เพื่อเป็นสวัสดิการ และถือเป็นรายจ่ายที่นำมาคำนวณภาษีได้ นั้น

ตามแนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811/408 ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2543 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติดังนี้

    “1.เงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่บริษัทฯ จ่ายให้กรรมการและพนักงาน ตามมติที่ประชุมของบริษัทฯ หากเป็นกรณีที่บริษัทฯ ต้องจ่ายให้กับกรรมการทุกคนเป็นการทั่วไป และพนักงานระดับสูงของบริษัทฯ ตามระเบียบของบริษัทฯ แล้ว บริษัทฯ มีสิทธินำเบี้ยประกันชีวิตที่ออกให้นั้นมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร และเพื่อความสะดวกในการแสดงหลักฐาน ให้บริษัทประกันภัยหมายเหตุไว้ในใบเสร็จรับเงินให้มีข้อความว่าเบี้ยประกันชีวิตที่รับนี้จ่ายโดยบริษัท...

     2.เงินค่าเบี้ยประกันชีวิตที่บริษัทฯ ออกให้ เข้าลักษณะเป็นประโยชน์เพิ่มที่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทฯ ได้รับ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งพนักงานจะต้องนำไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

     3.ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดหรือเงินได้จากการประกันภัย เป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 42 (13) แห่งประมวลรัษฎากร


     4การบันทึกบัญชีของบริษัทฯ ให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป”


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการออกใบรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตเพื่อใช้เป็นหลักฐานการหักค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

13/05/1999

เลขที่หนังสือ

กค 0811/04476

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 47

ข้อหารือ

     บริษัท ประกันชีวิต ก จำกัด ออกใบรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตให้ลูกค้าว่าสามารถใช้เอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนได้หรือไม่เนื่องจากใบรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตของบริษัทฯ ไม่มีเลขที่ใบเสร็จรับเงินในแต่ละงวด

แนววินิจฉัย

     1. กรณีเบี้ยประกันที่จะนำมาหักลดหย่อนตามกฎหมายได้นั้น จะต้องเป็นเบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้จ่ายไปในปีภาษีสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิตมีกำหนดเวลาตั้งแต่สิบปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักรตามมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร

     2. กรณีการหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตในปีภาษีใด จึงต้องแนบหลักฐานการชำระเบี้ยประกันชีวิตที่ได้ชำระเงินในปีภาษีนั้นซึ่งได้แก่ ใบเสร็จรับเงินหรือใบรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตและเนื่องจากประมวลรัษฎากรมิได้กำหนดรูปแบบของใบรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตไว้ ดังนั้น หากใบรับรองดังกล่าวมีสาระสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักรได้รับชำระเบี้ยประกัน จากผู้เอาประกันภัยเป็นจำนวนเท่าใดในปีภาษีนั้น ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 47 (1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในการหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้

เลขตู้

62/27821



เรื่อง

การทำประกัน Keyman โดยใช้ Unitlink

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 27/02/2022 - วันที่ตอบ 05/04/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ปุจฉา

การทำประกัน Keyman โดยใช้ Unitlink มีข้อแตกต่างที่ควรระวัง จากประกันทั่วไปหรือไม่อย่างไรครับ

วิสัชนา

1. การทำประกันควบการลงทุน (Unit Linked)

    Unit Linked มาจากคำว่า Unit Linked Insurance Policy (ULIP) หรือกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (กรมธรรม์ Unit Linked) คือ การประกันชีวิตที่ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งไม่มีการรับประกันมูลค่ากรมธรรม์ เนื่องจากมูลค่ากรมธรรม์ขึ้นอยู่กับมูลค่าหน่วยลงทุน โดยอาจสูงขึ้นหรือต่ำลงตามผลประกอบการของกองทุนรวม

    เบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ Unit Linked แบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้

    ส่วนที่ 1เป็นค่าความคุ้มครองตามที่กรมธรรม์ประกันชีวิตกำหนด โดยผู้ขอเอาประกันภัยสามารถเลือกสัดส่วนความคุ้มครองได้ตามความต้องการ ซึ่งบริษัทประกันชีวิตจะนำเงินส่วนนี้ไปบริหารเอง และบริษัทจะเป็นผู้รับความเสี่ยงจากการนำเงินในส่วนนี้ไปลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินประเภทต่างๆ

    ส่วนที่ 2เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามกรมธรรม์ ที่บริษัทเรียกเก็บ เพื่อเป็นค่าดำเนินการ ค่าดูแลรักษากรมธรรม์ และค่าบริการในการลงทุน ซึ่งจะกำหนดแตกต่างกันไปแล้วแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัท

    ส่วนที่ 3เป็นส่วนที่จัดสรรเข้าไปเป็นการลงทุนตามสัดส่วนที่ผู้ขอเอาประกันภัยเลือก ซึ่งบริษัทประกันชีวิตจะนำไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตามคำสั่งของผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทที่รับจัดการเงินดังกล่าวจะออกหน่วยลงทุนให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทประกันชีวิตเป็นผู้ดูแลระบบบัญชีกรมธรรม์ของผู้เอาประกันภัย

    เนื่องจากกรมธรรม์ Unit Linked เป็นการรวมกันของ 2 ผลิตภัณฑ์ นั่นคือ กรมธรรม์ประกันชีวิตและการลงทุนในหน่วยลงทุน กรมธรรม์ชนิดนี้จึงเป็นการเพิ่มความสะดวกสบาย (one-stop-service) สำหรับลูกค้า ซึ่งลูกค้าจะได้รับคุณภาพบริการที่ดีขึ้น เช่น การเปิดเผยข้อมูล เที่ยงตรง โปร่งใส ตัวแทนขาย (Investment Planner) ที่มีคุณสมบัติมากกว่าตัวแทนขายกรมธรรม์แบบทั่วไป อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเลือกลงทุนได้หลากหลายกองทุนโดยไม่จำเป็นต้องทำธุรกรรมหลายที่ และสามารถวางแผนทางการเงินควบคู่กับความคุ้มครองได้ในกรมธรรม์เดียว (https://www.oic.or.th/th/education/consumer/working)

    เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป เราสามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ขณะที่เบี้ยประกันชีวิต Unit Linked จะลดหย่อนภาษีได้เฉพาะส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย ค่าธรรมเนียมการรักษากรมธรรม์ ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ และค่าการประกันภัยเท่านั้น

    กรณีคนซื้อประกันชีวิตทั่วไปเสียชีวิต ผลประโยชน์ของกรมธรรม์ที่ผู้รับผลประโยชน์ได้รับไม่ถือเป็นมรดก เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกิดหลังการตาย จึงไม่ต้องเสียภาษีมรดก ไม่ต้องเอามารวมในกองมรดก แต่ถ้าเป็นกรณีคนซื้อ Unit Linked เสียชีวิต ผลประโยชน์ของกรมธรรม์เฉพาะทุนประกันจะไม่ถือเป็นมรดก เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกิดหลังการตาย แต่เงินลงทุนในกองทุนรวมถือเป็นมรดก เพราะเป็นทรัพย์สินที่คนซื้อประกันมีอยู่ก่อนตาย ผู้รับผลประโยชน์ต้องเสียภาษีมรดก (https://wealthmeup.com/%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8.../)

    ดังนั้น สำหรับเบี้ยประกันในส่วนของการลงทุน นั้น ผลประโยชน์ของกรมธรรม์เฉพาะทุนประกันจะไม่ถือเป็นมรดก เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกิดหลังการตาย


2. Keyman Insurance ประกันบุคคลสำคัญในธุรกิจ

    ประกัน Keyman เป็นการทำประกันชีวิตให้กับบุคคลสำคัญของบริษัท โดยบุคคลสำคัญเป็นผู้เอาประกัน และบริษัทเป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกัน ซึ่งบุคคลที่บริษัททำประกัน Keyman ให้ ต้องเป็นกรรมการที่มีชื่ออยู่ในหนังสือจดทะเบียนการค้า และทำให้กรรมการทุกคน ไม่สามารถเลือกทำให้คนใดคนหนึ่ง นอกจากนี้ กรรมการหรือผู้ถือหุ้นที่ไม่มีชื่อในหนังสือจดทะเบียนการค้าก็ไม่สามารถทำประกันนี้ได้ หรือถ้าจะทำให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ต้องทำให้ทุกคนที่มีตำแหน่งในระดับเดียวกัน

     สำหรับแบบประกันชีวิตที่สามารถทำได้ คือ แบบชั่วระยะเวลา แบบตลอดชีพ แบบสะสมทรัพย์ และแบบบำนาญ แต่ไม่สามารถทำประกันชีวิตที่มีลักษณะการลงทุนได้ คือ ยูนิตลิงค์ ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ และแบบประกันที่ชำระเบี้ยประกันเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ สามารถเพิ่มความคุ้มครองด้วยสัญญาแนบท้ายประกันชีวิต เช่น สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ เป็นต้น

     บริษัทที่ชำระค่าเบี้ยประกัน Keyman ให้กรรมการ สามารถนำค่าเบี้ยประกันมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ทั้งจำนวน โดยกรรมการต้องนำค่าเบี้ยประกันดังกล่าวมารวมเป็นเงินได้เพื่อคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาในปีที่มีการชำระค่าเบี้ยประกันให้

    ทั้งนี้ กรรมการสามารถนำค่าเบี้ยประกันของกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนเบี้ยที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท หรือถ้าเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีในปีนั้น สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อกรรมการต้องนำค่าเบี้ยประกันมารวมเป็นเงินได้ อาจทำให้กรรมการต้องจ่ายภาษีสูงขึ้น ซึ่งบริษัทก็สามารถจ่ายภาษีให้กับกรรมการได้

    ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์สามารถเป็นบริษัท หรือคนในครอบครัวของกรรมการก็ได้ ซึ่งการจ่ายเงินตามกรมธรรม์มี 2 กรณี คือ

    กรณีที่ 1กรรมการเสียชีวิต: ถ้าผู้รับประโยชน์เป็นบริษัทหรือนิติบุคคล จะต้องนำเงินชดเชยจากประกันมารวมเป็นรายได้ของบริษัท แต่ถ้าผู้รับประโยชน์เป็นคนในครอบครัวของกรรมการหรือเป็นบุคคลธรรมดา จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

    กรณีที่ 2กรรมการมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญา: กรรมการจะได้รับเงินตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ โดยไม่ต้องนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อคำนวณภาษี สำหรับเงินจ่ายคืนระหว่างกรมธรรม์ที่จ่ายให้กรรมการซึ่งเป็นผู้เอาประกันนั้น จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อคำนวณภาษีเช่นกัน

    กรณีที่กรรมการลาออกระหว่างชำระเบี้ยประกัน ถ้ากรรมการต้องการชำระเบี้ยประกันต่อเอง สามารถแจ้งบริษัทประกันเพื่อเปลี่ยนผู้ชำระเบี้ย โดยกรรมการไม่ต้องนำเบี้ยประกันไปรวมเป็นเงินได้ และบริษัทก็ไม่สามารถนำเบี้ยประกันมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้อีก หรือถ้ากรรมการไม่ต้องการส่งเบี้ยประกันต่อ สามารถใช้สิทธิตามที่ระบุในกรมธรรม์ เช่น การเวนคืน การเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ การแปลงเป็นกรมธรรม์แบบขยายเวลา เป็นต้น

    สำหรับกรณีที่ชำระเบี้ยประกันครบแล้ว สามารถคงความคุ้มครองต่อไปตามระยะเวลาของกรมธรรม์ หรือใช้สิทธิตามที่ระบุในกรมธรรม์ได้

    จะเห็นได้ว่า การทำประกัน Keyman ให้กับกรรมการหรือผู้บริหาร ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับบริษัทเมื่อต้องสูญเสียบุคคลสำคัญนี้ไป เป็นการวางแผนด้านการเงินให้กับบริษัท โดยสามารถนำเบี้ยประกันมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ทั้งจำนวน และที่สำคัญเป็นสวัสดิการแก่กรรมการหรือผู้บริหาร สร้างขวัญกำลังใจทำให้รักองค์กรมากขึ้นด้วย

https://digitaloffices-agent.thailife.com/.../keyman...

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ