Case study

คำนวณต้นทุนสินค้าต่ำไป ควรปฏิบัติทางภาษีอย่างไร


เรื่อง คำนวณต้นทุนสินค้าต่ำไป ควรปฏิบัติทางภาษีอย่างไร
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 26/12/2024
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัท A  ขายสินค้า ให้บริษัท B  จำนวน 10 ล้านบาท  โดยตอนขายไม่ได้นำต้นทุนการขนส่งขาเข้า (ต้นทุนซื้อ) ไปรวมคำนวณด้วย จำนวน 2 ล้านบาท ทำให้ ต้นทุนต่ำไป  เเละเมื่อคำนวณกำไรขั้นต้น จึงส่งผลให้ ขาดทุนขั้นต้น  

หมายเหตุ สำหรับจำนวนเงิน 2 ล้านบาท นี้  บริษัท A ไม่สามารถที่จะขอเรียกเก็บเงินส่วนต่าง 2 ล้านบาทจากบริษัทB  ได้เนื่องจาก เป็นความผิดพลาดของบริษัท  A  เองที่คำนวณต้นทุนผิดพลาด

บริษัท A  มีเเผนที่จะงดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ออกใบกำกับภาษี ให้แก่ ให้บริษัท B  จำนวน 10 ล้านบาท ตามยอดเงินที่ได้รับจริง  

2. นำส่ง  ภพ 30 จำนวน 12 ล้านบาท  (10 ล้านบาท ขายจริง + 2 ล้านบาท (ต้นทุนส่วนเพิ่ม)

3. ยื่นแบบ ภงด 50 จะนำ  2 ล้าน ไปรวมเป็นรายได้เพิ่มเพื่อคำนวณภาษีถูกต้อง  

คำถาม  บริษัท A ทำแบบนี้ถือว่าถูกต้องแล้วหรือไม่

คำตอบ

คำตอบ

 

เนื่องจาก มูลค่า 2 ล้านบาท เป็นราคาต้นทุน ที่ บริษัท A ได้จ่ายค่าขนส่งจริง ดังนั้น จะต้องพิจารณาเพิ่มว่า การขายสินค้า โดยปกติ จะคำนวณอย่างไร เช่น

- มูลค่าสินค้า ประกอบด้วย ซื้อ + ค่าขนส่งเข้า+อากรขาเข้า

- ราคาขาย คำนวณ กี่ % ของมูลค่าสินค้า

ดังนั้น จากที่เเจ้งมา ว่า ต้นทุนต่ำไป   2 ล้านบาทเเละจะยื่นยอดขายเพิ่ม เเค่เท่ากับ ต้นทุน นั้นการปฏิบัติเเบบนี้ถือว่ายังปฏิบัติไม่ถูกต้อง



 

ผลกระทบทางภาษี

การขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุนและราคาตลาด เข้าลักษณะเป็นการโอนทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควรเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินค่าตอบแทนตามราคาตลาด ตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร และคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามราคาตลาดในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตามมาตรา 79/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร


ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่แจ้งว่าจะมีการนำส่งภาษีขาย ในแบบ ภ.พ.30 ด้วยยอดขาย 12 ล้านบาท ตามจำนวนที่ต่ำกว่าราคาทุนนั้น ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง ที่ถูกควรต้องนำส่งภาษีขายด้วยราคาตลาด ไม่ใช่ราคาทุน ไม่เช่นนั้นอาจจะมีความเสี่ยงที่ถุกเจ้าหน้าที่ประเมินให้นำส่งภาษีด้วยราคาตลาด ตามมาตรา 79/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร  


ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่แจ้งว่าจะมีการนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลในแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่ม ด้วยจำนวนรายได้ที่ขาดไป 2 ล้านบาทนั้น ยังปฏิบัติไม่ถูกต้องเช่นกัน ที่ถูกควรต้องนำส่งภาษีนิติบุคคลด้วยราคาตลาด ไม่ใช่ราคาทุน ไม่เช่นนั้นอาจจะมีความเสี่ยงที่ถุกเจ้าหน้าที่ประเมินให้นำส่งด้วยราคาตลาด ตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร



มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้


(4) ในกรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน โดยไม่มีค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ย หรือมีค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ยนั้นตามราคาตลาดในวันที่โอน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน



มาตรา 79/3 การคำนวณมูลค่าของฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการตามมาตรา 79 ให้ถือมูลค่าของฐานภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
  (1) 
การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร มูลค่าของฐานภาษีให้ถือราคาตลาดของสินค้าหรือการให้บริการในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น




อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุน

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

18/08/2006

เลขที่หนังสือ

กค 0706/6999

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ทวิ (4) มาตรา 65 ตรี (13) มาตรา 79/3(1) และมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

     บริษัท ค. จำกัดประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องเสียงติดรถยนต์และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ลำโพง เครื่องเสียง (พาวเวอร์แอมป์) จอภาพขนาดเล็ก อะไหล่เกี่ยวกับเครื่องเสียง เป็นต้น บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อจอภาพขนาด 7 นิ้ว จากบริษัท ม. บริษัทฯ จึงได้สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากบริษัท น. และบริษัท พ. รวมจำนวน 760 ชิ้น เพื่อจะนำมาส่งมอบให้กับบริษัท ม. แต่เนื่องจากแผนการตลาดของบริษัท ม. เปลี่ยนแปลงไป จึงได้ปฏิเสธการสั่งซื้อสินค้าเป็นเหตุให้บริษัทฯ มีสินค้าคงเหลือค้างสต็อกจำนวน 359 ชิ้น บริษัทฯ จึงได้ติดต่อขายสินค้าให้กับ K ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันในต่างประเทศในราคาชิ้นละ 3,425 บาท (ราคาซื้อชิ้นละ 11,300 บาท) จำนวน 350 ชิ้น เพราะสินค้าในตลาดปัจจุบันใช้จอภาพขนาด 8 นิ้ว สินค้าที่ขายมีราคาตลาดชิ้นละ 4,200 - 5,000 บาท นอกจากนี้บริษัทฯ ต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่บริษัท พ. ราคาชิ้นละ 40 เหรียญสหรัฐ เป็นเงินประมาณ 1,261,160 บาท เนื่องจากเมื่อบริษัทฯ ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท น. และบริษัท พ. บริษัททั้งสองได้ผลิตสินค้าเพื่อเตรียมส่งมอบให้แก่บริษัทฯ ซึ่งสินค้าดังกล่าวได้สั่งทำและนำเข้ามาเพื่อขายให้กับบริษัทฯ โดยตรงไม่สามารถนำไปขายที่อื่นได้ โดยสัญญาซื้อขายมิได้มีเงื่อนไขหรือข้อตกลงในเรื่องของการยกเลิกสัญญาและผลของการยกเลิกสัญญาในกรณีดังกล่าว     

บริษัทฯ จึงขอทราบว่า
1.การขายสินค้าให้กับบริษัทในเครือเดียวกันในต่างประเทศต่ำกว่าราคาทุนถือเป็นการขายสินค้าต่ำกว่าราคาตลาดโดยมีเหตุอันสมควรหรือไม่
2.เงินชดเชยที่บริษัทฯ ได้จ่ายให้บริษัท พ. บริษัทฯ มีสิทธินำมาลงเป็นรายจ่ายได้หรือไม่
3.การบันทึกรายได้บริษัทฯ จะต้องใช้หลักฐานอะไร
 4.การขายสินค้าให้กับบริษัทในเครือเดียวกันในต่างประเทศเป็นการส่งออกที่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ใช่หรือไม

แนววินิจฉัย

     1. กรณีตาม 1. บริษัทฯ ได้ขายจอภาพติดรถยนต์ขนาด 7 นิ้ว ให้กับ K บริษัทในเครือเดียวกันอยู่ในต่างประเทศในราคาชิ้นละ 3,425 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาทุนและราคาตลาด โดยอ้างว่าสินค้าในตลาดปัจจุบันใช้จอภาพขนาด 8 นิ้ว เข้าลักษณะเป็นการโอนทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควรเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินค่าตอบแทนตามราคาตลาดตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร และคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามราคาตลาดตามมาตรา 79/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร
 
     2. กรณีตาม 2. เนื่องจากสัญญาซื้อขายมิได้มีเงื่อนไขหรือข้อตกลงระหว่างบริษัทฯ และบริษัท พ. ในเรื่องของการยกเลิกสัญญาและผลของการยกเลิกสัญญาในกรณีดังกล่าวไว้ บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดเชยตามข้อตกลงซึ่งได้กระทำนอกเหนือจากสัญญาให้แก่บริษัท พ. การจ่ายเงินชดเชยของบริษัทฯ จึงเป็นการกระทำโดยสมัครใจของบริษัทฯ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ต้องห้ามมิให้หักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร
 
     3. แกรณีตาม 3. หลักฐานการบันทึกรายได้ บริษัทฯ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป
 
     4. กรณีตาม 4. กรณีที่บริษัทฯ ได้ขายสินค้าให้กับ K ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินพิธีการศุลกากรส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งสินค้าไปต่างประเทศบริษัทฯ จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

69/34437




เรื่อง

การขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุน …

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 27/02/2023 - วันที่ตอบ 04/03/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 113/2545, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 473) พ.ศ. 2551

ปุจฉา

ขอสอบถาม ดังนี้ค่ะ


1. บริษัทฯ ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก ซึ่งเม็ดพลาสติกดังกล่าวมีอายุการใช้งาน และลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ดังนั้นบริษัทฯ จึงไม่ได้ทำการผลิตอย่างต่อเนื่องทั้งปี แต่จะผลิตตามประมาณการที่คาดว่าจะขายได้ ทั้งนี้ วัตถุดิบที่นำมาใช้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และต้องสั่งมาล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน โดยในช่วงหนึ่งบริษัทฯ สั่งวัตถุดิบมาในราคาตลาดที่อยู่ระหว่างขาขึ้นซึ่งแพงกว่าปกติ (เนื่องจากวัตถุดิบดังกล่าวมีความต้องการเยอะ ราคาเลยสูงขึ้น) แต่เมื่อบริษัทฯ ผลิตเสร็จแล้วจะนำไปจำหน่าย กลับพบว่าราคาตลาดของวัตถุดิบดังกล่าวอยู่ในช่วงขาลง และราคาของคู่แข่งที่ขายสินค้าใกล้เคียงกับบริษัทฯ ก็ปรับลดลง ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถขายสินค้าในราคาที่สูงได้ บริษัทฯ จึงมีการลดราคาขายให้กับลูกค้าต่างประเทศ (ใน invoice ระบุเป็นราคาที่ลดเรียบร้อยแล้ว) โดยไม่ได้ให้ราคานี้กับลูกค้าทุกราย เพราะสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศต่างกัน เพื่อให้ขายได้ในปริมาณที่มากขึ้นและเพื่อสภาพคล่องของธุรกิจ โดยราคาโปรโมชั่นดังกล่าวเป็นการขายต่ำกว่าราคาเพดานที่กำหนดไว้ (Floor price) ซึ่งทางบัญชีตรวจสอบแล้วพบว่า ราคาขายนั้นต่ำกว่าราคาต้นทุน ทั้งนี้ การจัดโปรโมชั่นลดราคาดังกล่าว ได้มีการนำเสนอคณะกรรมการเพื่ออนุมัติ โดยในรายงานการประชุมได้ระบุวัตถุประสงค์ และแผนงาน รวมถึงประมาณการยอดขายที่จะได้รับ และยังมีการรายงานถึงผลที่ได้รับจริงอีกด้วย

    จากข้อเท็จจริงดังกล่าวรบกวนสอบถามว่า

    (1) กรณีนี้ ถือเป็นการขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุนโดยมีเหตุอันสมควรหรือไม่คะ และอยากทราบว่าการคำนวณราคาทุนในทางภาษีคือคำนวณจากต้นทุนการผลิต (production cost) ใช่ไหมคะ

    (2) การลดราคาดังกล่าวจะถือเป็นการส่งเสริมการขายที่สามารถลงเป็นรายจ่ายทางภาษีไหมคะถ้าได้แต่ใน invoice ไม่ได้แสดงส่วนลด แต่แสดงด้วยราคาหลังหักส่วนลดแล้ว และรายได้ก็ถูกบันทึกด้วยยอดตาม invoice จะมีประเด็นทางภาษีไหมคะ (ราคาที่แสดงในใบขนสินค้า คำนวณเป็น FOB จาก invoice)

    (3)ถ้าส่วนลดดังกล่าวเป็นรายจ่ายต้องห้ามทางภาษี บริษัทควรดำเนินการแก้ไขอย่างไร ทั้ง VAT 0 (ขายต่างประเทศ) และ CIT เนื่องจากทางบริษัท กังวลว่าหากมีการยื่น ภ.พ. 30 (VAT 0) โดยปรับฐานภาษีให้เป็นไปตามราคา Floor price จะทำให้ราคาที่แสดงในใบขนสินค้า กับรายได้ที่ยื่น VAT 0 ไม่ตรงกัน(ข้อมูลจากทางกรมศุลกากร ไม่ตรงกับข้อมูลกรมสรรพากร)

    (4) ต้องพึงระวังในเรื่องใดเพิ่มเติมไหมคะ


วิสัชนา

1. กรณีตามข้อเท็จจริงตามข้อ 1 ดังกล่าว 

    (1) กรณีนี้ ถือเป็นการขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุนโดยมีเหตุอันสมควรหรือไม่ นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าพนักงานสรรพากรแต่ละคน บริษัทฯ พึงต้องมีหลักฐานแวดล้อมโดยรอบด้าน ในทุกประเด็นที่จะใช้ในการพิสูจน์ว่า การตั้งราคาขายสินค้าของบริษัทฯ ในแต่ละช่วงเวลานั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหรือสภาพแวดล้อมใดบ้าง สภาวการณ์ทางด้านการตลาด ราคาสินค้าของคู่แข่งขัน หรือราคากลาง ราคาตลาดโลก

          การคำนวณราคาทุนในทางภาษี โดยทั่วไป คำนวณจากต้นทุนการผลิต (production cost) ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปนั่นเอง มิได้มีวิธีการที่แตกต่างไปจากหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปแต่อย่างใด  

    (2) ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 113/2545 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรณีการกำหนดราคาโอนให้เป็นไปตามราคาตลาด ลงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติกรณีการกำหนดราคาโอนให้เป็นไปตามราคาตลาด ดังต่อไปนี้

         “ข้อ 1 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศตามมาตรา 66 และมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร โดยนำรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี หักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

              ในการคำนวณรายได้และรายจ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องนำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้จะยังไม่ได้ รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำ รายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้น แม้จะยังมิได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

         ข้อ 2 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามข้อ 1 กระทำธุรกรรมกับคู่สัญญาของตนโดยไม่มีรายได้ตอบแทนหรือมีรายได้ตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือกรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามข้อ 1 กระทำธุรกรรมกับคู่สัญญาของตนโดยมีรายจ่ายสูงกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถ้าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นไม่ได้ปรับปรุงรายได้หรือรายจ่ายให้เป็นไปตามราคาตลาดเพื่อเสียภาษีเงินได้ ให้เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมิน รายได้หรือรายจ่ายให้เป็นไปตามราคาตลาด

             คำว่า “ราคาตลาด” ตามวรรคหนึ่งหมายความว่า ราคาของค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ย ซึ่งคู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกันพึงกำหนดโดยสุจริตในทางการค้า กรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงินที่มีลักษณะ ประเภท และชนิดเช่นเดียวกัน ณ วันที่โอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน

             คำว่า “คู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกัน” หมายความว่า คู่สัญญาที่ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันในการจัดการ การควบคุม หรือร่วมทุน โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

        ข้อ 3 ในการคำนวณรายได้หรือรายจ่าย เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาตลาดให้ถือปฏิบัติโดยเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้

             (1) วิธีเปรียบเทียบกับราคาที่มิได้มีการควบคุม (Comparable Uncontrolled Price Method) โดยให้ทำการเปรียบเทียบกับค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ยที่เรียกเก็บใน ทางการค้าระหว่างคู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกันกรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงินที่มีประเภทและชนิดเดียวกันและอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน...” 

         การที่บริษัทฯ ได้ขายสินค้าไปตามราคาตลาดที่ซื้อขายกันอยู่ในขณะนั้น โดยให้เปรียบเทียบกับราคาที่มิได้มีการควบคุม (Comparable Uncontrolled Price Method) โดยให้ทำการเปรียบเทียบกับค่าตอบแทน ที่เรียกเก็บใน ทางการค้าระหว่างคู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกัน กรณีโอนทรัพย์สินที่มีประเภทและชนิดเดียวกันและอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน ราคาดังกล่าวย่อมถือเป็นราคาตลาดโดยมีเหตุอันสมควร ไม่ใช่การส่งเสริมการขายแต่อย่างใด  

    (3) ขอให้พิจารณา “ราคาตลาด” ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 113/2545ฯ ประกอบ


  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ