Case study

ภาระภาษี กรณีขายสินค้าให้บริษัทในไทย แต่สินค้าส่งตรงจากญี่ปุ่นไปเวียดนาม ต้องออกใบกำกับภาษี และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่


เรื่อง ภาระภาษี กรณีขายสินค้าให้บริษัทในไทย แต่สินค้าส่งตรงจากญี่ปุ่นไปเวียดนาม ต้องออกใบกำกับภาษี และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 22/05/2026
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ขออนุญาต รบกวนสอบถามคะ

บริษัท A และ B เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย

บริษัท B ได้สั่งซื้อสินค้าที่บริษัท A โดยมีเงื่อนไขว่าให้บริษัท A สั่งสินค้าดังกล่าวจากบริษัท C (ที่อยู่ในญี่ปุ่น) และให้ส่งไปบริษัท D ที่เวียดนาม

คำถามคะ

หากสินค้าส่งตรงจาก บริษัท C (ที่อยู่ในญี่ปุ่น) ไปบริษัท D ที่เวียดนาม ต้องออกใบกำกับภาษี และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ (บริษัท B ที่จดทะเบียในไทย เป็นผู้จ่ายเงิน)

ขอบคุณมากคะ

 

คำตอบ

ตอบ

 


ตอบ  จากแผนภาพ ลำดับเหตุการณ์ได้ดังนี้

  1. บริษัท D (เวียดนาม)   สั่งซื้อสินค้าจาก บริษัท B (ไทยแลนด์)
  2. บริษัท B  (ไทยแลนด์) สั่งซื้อสินค้าจาก บริษัท A (ไทยแลนด์)
  3. บริษัท A (ไทยแลนด์)  สั่งสินค้าจาก บริษัท C (ญี่ปุ่น)  
  4. บริษัท A (ไทยแลนด์)  สั่งให้ บริษัท C (ญี่ปุ่น)  ส่งสินค้าไปที่ บริษัท D (เวียดนาม)   

(ตามคำสั่งของบริษัท B อีกทอดหนึ่ง)



ตามข้อ 2 ของ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 89/2542 ประกอบกับตัวอย่างตามภาพด้านล่าง

 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร ได้สั่งซื้อสินค้าที่ขายจากผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักร ด้วยกัน และผู้ขายในราชอาณาจักรได้สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าที่อยู่นอกราชอาณาจักรอีกทอดหนึ่ง และให้ผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าที่อยู่นอกราชอาณาจักรส่งมอบสินค้าที่ขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักรโดยตรง โดยไม่ได้นำสินค้าดังกล่าวเข้ามา ในราชอาณาจักร และไม่ได้ส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด การขายสินค้า ระหว่าง ผู้ประกอบการจดทะเบียนกับผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร ถือเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร  

ส่งผลให้

  1. บริษัท ก.จึงไม่ต้องนำ มูลค่าของการขายสินค้านอกราชอาณาจักรให้แก่บริษัท A. มารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และ
  2. บริษัท ข. ก็ไม่ต้องนำมูลค่าของการขายสินค้านอกราชอาณาจักรให้แก่บริษัท ก.มารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

เทียบเคียงกับคำถามของสมาชิก จะพบว่าจะเป็นเคสเดียวกับตัวอย่างข้างต้น

หากสินค้าส่งตรงจาก บริษัท C (ที่อยู่ในญี่ปุ่น) ไปบริษัท D ที่เวียดนาม  

ทั้งบริษัท A (ไทยแลนด์)   และ บริษัท B (ไทยแลนด์)  ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

บริษัทออกเพียงเอกสารใบแจ้งหนี้ และใบรับเงินให้กันเท่านั้น โดยต้องมีเอกสารหลักฐานการสั่งสินค้าต่อกันเป็นทอดๆ และเอกสารการส่งสินค้าจากญี่ปุ่นไปเวียดนาม (เอกสารใบขนสินค้า AWB หรือ B/L)




อ้างอิงกฎหมาย


มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(8) " ขาย "หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง

“(9) “สินค้า”หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขายเพื่อใช้หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด”

  

มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
              (1) 
การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ


  

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 89/2542

เรื่องการขายสินค้านอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียน


ข้อ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร โดยได้สั่งซื้อสินค้าที่ขายจากผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักร ด้วยกัน และผู้ขายในราชอาณาจักรได้สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าที่อยู่นอกราชอาณาจักรอีกทอดหนึ่ง และให้ผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าที่อยู่นอกราชอาณาจักรส่งมอบสินค้าที่ขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักรโดยตรง โดยไม่ได้นำสินค้าดังกล่าวเข้ามา ในราชอาณาจักร และไม่ได้ส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด การขายสินค้า ระหว่าง ผู้ประกอบการจดทะเบียนกับผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร ถือเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

                        กรณีผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักรขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักรอีกทอดหนึ่ง โดยไม่มีการนำสินค้าที่ขายเข้ามาในราชอาณาจักร และไม่ได้ส่งมอบสินค้าในราชอาณาจักร ตามวรรคหนึ่ง ถือเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

                        ตัวอย่าง บริษัท A. ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ก. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทย และบริษัท ก. ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ข. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทยเช่นกัน เนื่องจากบริษัท ข. ไม่มีสินค้าดังกล่าว จึงได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท B. ซึ่งเป็นผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าในประเทศญี่ปุ่นอีกทอดหนึ่ง โดยสั่งให้บริษัท B. ส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้แก่บริษัท A. โดยตรง บริษัท ข. ไม่ได้กระทำพิธีการศุลกากรนำเข้าสินค้าเพื่อส่งมอบให้แก่บริษัท ก. และบริษัท ก.ไม่ได้กระทำพิธีการศุลกากรส่งออกสินค้าไปให้บริษัท A. ดังนั้น บริษัท ก.จึงไม่ต้องนำ มูลค่าของการขายสินค้านอกราชอาณาจักรให้แก่บริษัท A. มารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และบริษัท ข. ก็ไม่ต้องนำมูลค่าของการขายสินค้านอกราชอาณาจักรให้แก่บริษัท ก.มารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม


อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักรโดยได้สั่งซื้อสินค้าที่ขายจากผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักรด้วยกัน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 20/10/2020 - วันที่ตอบ 21/10/2020

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 และป. 89/2542, มาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

รบกวนขอความรู้ด้วยค่ะ

บริษัท A อยู่เมืองไทย ได้สั่งซื้อสินค้ากับ บริษัท B ที่เมืองไทย

บริษัท B ที่เมืองไทย ก็ได้ทำการสั่งซื้อไปที่บริษัท K ที่เมืองจีน

บริษัท A ให้ บริษัท B นั้น ทำการส่งสินค้าโดยตรงกับลูกค้าของ บริษัท A ที่ญี่ปุ่นเลย (จากเมืองจีนส่งตรงญี่ปุ่น)

คำถาม

1. บริษัท B ต้องออกใบกำกับภาษีแบบปกติ คือมี 7%ใช่ไหม

2. ถ้าข้อ 1 ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีแบบ 7% ที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร

ขอบคุณมากค่ะ

วิสัชนา

ตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 89/2542 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร โดยได้สั่งซื้อสินค้าที่ขายจากผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักรด้วยกัน ดังนี้

...."ข้อ 2 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร โดยได้สั่งซื้อสินค้าที่ขายจากผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักร ด้วยกัน และผู้ขายในราชอาณาจักรได้สั่งซื้อสินค้าดังกล่าวจากผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าที่อยู่นอกราชอาณาจักรอีกทอดหนึ่ง และให้ผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าที่อยู่นอกราชอาณาจักรส่งมอบสินค้าที่ขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักรโดยตรง โดยไม่ได้นำสินค้าดังกล่าวเข้ามา ในราชอาณาจักร และไม่ได้ส่งสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด การขายสินค้า ระหว่าง ผู้ประกอบการจดทะเบียนกับผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักร ถือเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

........กรณีผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในราชอาณาจักรขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อที่อยู่นอกราชอาณาจักรอีกทอดหนึ่ง โดยไม่มีการนำสินค้าที่ขายเข้ามาในราชอาณาจักร และไม่ได้ส่งมอบสินค้าในราชอาณาจักร ตามวรรคหนึ่ง ถือเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

........ตัวอย่าง บริษัท A. ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ก. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทย และบริษัท ก. ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ข. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทยเช่นกัน เนื่องจากบริษัท ข. ไม่มีสินค้าดังกล่าว จึงได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท B. ซึ่งเป็นผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าในประเทศญี่ปุ่นอีกทอดหนึ่ง โดยสั่งให้บริษัท B. ส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้แก่บริษัท A. โดยตรง บริษัท ข. ไม่ได้กระทำพิธีการศุลกากรนำเข้าสินค้าเพื่อส่งมอบให้แก่บริษัท ก. และบริษัท ก.ไม่ได้กระทำพิธีการศุลกากรส่งออกสินค้าไปให้บริษัท A. ดังนั้น บริษัท ก.จึงไม่ต้องนำมูลค่าของการขายสินค้านอกราชอาณาจักรให้แก่บริษัท A. มารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และบริษัท ข. ก็ไม่ต้องนำมูลค่าของการขายสินค้านอกราชอาณาจักรให้แก่บริษัท ก.มารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม"

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีตามข้อเท็จจริงที่ถามไป ตรงตามแนวทางปฏิบัติข้อ 2 ของคำสั่้งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 ลูกค้าบริษัท A ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท A ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทย และบริษัท A ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ฺB ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทยเช่นกัน เนื่องจากบริษัท B ไม่มีสินค้าดังกล่าว จึงได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท K ซึ่งเป็นผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าในประเทศจีนอีกทอดหนึ่ง โดยสั่งให้บริษัท K ส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้แก่ลูกค้าบริษัท A โดยตรง บริษัท B ไม่ได้กระทำพิธีการศุลกากรนำเข้าสินค้าเพื่อส่งมอบให้แก่บริษัท A และบริษัท A ไม่ได้กระทำพิธีการศุลกากรส่งออกสินค้าไปให้ลูกค้าบริษัท A

ดังนั้น

1. บริษัท A จึงไม่ต้องนำมูลค่าของการขายสินค้านอกราชอาณาจักรให้แก่ลูกค้าของบริษัท A ณ ประเทศญี่ปุ่น มารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเป็นกิจกรรม Out - Out: Out of VAT Scope และ

2. บริษัท B ก็ไม่ต้องนำมูลค่าของการขายสินค้านอกราชอาณาจักรให้แก่บริษัท A มารวมคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเป็นกิจกรรม Out - Out: Out of VAT Scope เช่นเดียวกัน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ