Case study

ค่ารักษาพยาบาล (ใบเสร็จ/ใบกำกับ จากร้านขายยา)


เรื่อง ค่ารักษาพยาบาล (ใบเสร็จ/ใบกำกับ จากร้านขายยา)
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 13/07/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ มีสวัสดิการให้เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ กรณี ที่พนักงานได้ตรวจรักษากับสถานพยาบาล(เอกชน) และ ได้ขอแพทย์ซื้อยานอก รพ. (เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า) โดยที่แพทย์อนุญาต พนักงานได้นำใบเสร็จจากสถานพยาบาล และ ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี จากร้านขายยา ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในใบเสร็จออกเป็นชื่อของพนักงาน นำมาเบิกสวัสดิกการ 

คำถาม 

1. ใบเสร็จและใบกำกับภาษี จากร้านขายยา ที่ระบุชื่อของพนักงาน และเป็นยาที่รักษาโรคของพนักงานจริง ทางบริษัท สามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายของบริษัท (สวัสดิการ) ทางภาษีได้หรือไม่ 

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามใบกำกับจากร้านขายยา สามารถลงรวมเป็นสวัสดิการพนักงานได้หรือไม่ หรือเป็นรายจ่ายต้องห้ามต้องบวกกลับทางภาษี 

3. พนักงานควรเเจ้งให้ทางร้านขายยา ออกชื่อ-ที่อยู่ เป็นในนามบริษัทฯ แทนดีกว่าหรือไม่   ถ้าเป็นชื่อบริษัทแล้วบริษัทจะสามารถลงเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ และสามารถเคลมภาษีมูลค่าเพิ่มได้หรือไม่  

คำตอบ

คำตอบ

การบันทึก ค่ารักษาพยาบาล ที่พนักงานสำรองจ่ายก่อน แล้วนำเอกสารใบเสร็จและใบกำกับภาษีมาขอเบิกสวัสดิการจากบริษัท โดยเฉพาะกรณีที่ ใบกำกับภาษีออกชื่อพนักงาน ไม่ใช่ชื่อบริษัท ซึ่งมีผลทั้งด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้:

1. สามารถบันทึกเป็นรายจ่ายได้หรือไม่ (ภาษีเงินได้นิติบุคคล)

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

  • กรณีบริษัทฯ มีระเบียบสวัสดิการให้พนักงานทุกคน ไม่เลือกปฏิบัติ และควรกำหนดวงเงินในการรักษาพยาบาลไว้ด้วย พร้อมทั้งให้กำหนดเงื่อนไข และวิธีการไว้ โดยให้พนักงานนำใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล (ที่สถานพยาบาลไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงิน ในชื่อบริษัทได้) นำใบเสร็จหลักฐานดังกล่าวมาเบิกเงินคืนได้ในวงเงินที่กำหนด แม้ใบเสร็จนั้นออกเป็นชื่อพนักงาน บริษัทฯ สามารถนำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร 
  • แต่ต้องมี:
    • หลักฐานว่าเป็นการรักษาที่แท้จริงของพนักงาน เช่น มีใบรับรองแพทย์ ใบสั่งยา
    • มีหลักเกณฑ์/นโยบายสวัสดิการชัดเจน
    • พนักงานเป็นผู้ปฏิบัติงานกับบริษัทจริง

มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

       (13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ


ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


  • ค่ารักษาพยาบาลที่พนักงานได้รับจากบริษัทฯ เข้าลักษณะเป็นเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้าง ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (4)(ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509

     

มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

    (17) เงินได้ตามที่จะได้กำหนดยกเว้นโดยกฎกระทรวง  
             ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2496 เป็นต้นไป )

            ( ดูกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) )


กฎกระทรวง
 ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)
 ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร


ข้อ ให้กำหนดเงินได้ต่อไปนี้เป็นเงินได้ตาม (17) ของมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 

     (4) เงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้ หรือจ่ายแทนลูกจ้างเป็นค่ารักษาพยาบาล สำหรับ
                   (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง ทั้งนี้ 
เฉพาะสำหรับการรักษาพยาบาลที่กระทำในประเทศไทย




2. ภาษีมูลค่าเพิ่มในใบกำกับภาษีที่ออกชื่อพนักงาน เคลมได้หรือไม่

  • ตามหลัก มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทจะขอ เครดิตภาษีซื้อได้ ก็ต่อเมื่อ
    • ได้รับใบกำกับภาษีตามแบบที่ถูกต้อง ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร
    • ใบกำกับภาษีนั้นต้อง ออกชื่อบริษัท (ไม่ใช่ชื่อพนักงาน)
    • ใช้เพื่อประกอบกิจการที่ต้องเสีย VAT เท่านั้น

หากใบกำกับภาษีออกชื่อพนักงาน:

  • บริษัท ไม่สามารถขอเครดิตภาษีซื้อ นำไปหักออกจากภาษีขายได้
  • ภาษีซื้อที่ออกมาในนามพนักงานให้นำไปรวมเป็นรายจ่ายในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามข้อ 1 ได้ ถือรายจ่ายสวัสดิการพนักงาน(รักษาพยาบาล) ทั้งจำนวนรวม VAT แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่บริษัทกำหนด


3. ควรให้ร้านขายยาออกใบกำกับภาษีเป็นชื่อบริษัทหรือไม่

หากทางร้านขายยาหรือสถานพยาบาลสามารถออกใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินในชื่อบริษัทให้ได้ (พร้อมชื่อ-ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี) ก็จะเป็นการดี เพื่อง่ายต่อการพิสูจน์รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ และบริษัทฯ ยังสามารถนำใบกำกับภาษีมาขอใช้เป็นภาษีซื้อ นำไปเครดิตหักออกจากภาษีขายได้อีกด้วย 


สรุปคำตอบ

คำถาม

คำตอบ

1. ใบเสร็จออกชื่อพนักงาน บันทึกเป็นรายจ่ายได้หรือไม่

ได้ หากมีหลักฐานว่าเป็นสวัสดิการจริงตามนโยบายบริษัท

2. VAT ในใบกำกับชื่อพนักงาน เคลมได้หรือไม่

เคลมไม่ได้ แต่รวมเป็นรายจ่ายได้

3. หากใบกำกับภาษีออกชื่อบริษัท

บันทึกเป็นรายจ่ายได้ และ เคลม VAT ได้ (ถ้าเป็น VAT ของกิจการที่มีสิทธิ)



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีค่ารักษาพยาบาล

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

16/12/2005

เลขที่หนังสือ

กค 0706/10504

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

บริษัทฯ ได้จัดสวัสดิการให้แก่พนักงานเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล โดยระเบียบของบริษัทฯ กำหนดวงเงิน กรณีเจ็บป่วยทั่วไปของพนักงานทุกระดับไว้ไม่เกินคนละ 40,000 บาทต่อปี แต่ปรากฏว่า ในบางกรณีค่ารักษามีจำนวนเกิน 40,000 บาท ซึ่งเกินกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบของบริษัทฯ แต่เนื่องจากพนักงานผู้นั้น เป็นผู้ที่ทำงานให้กับบริษัทฯ มาเป็นเวลานานและเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญในการปฏิบัติงานของบริษัทฯเป็นอย่างมาก บริษัทฯ จึงให้ความช่วยเหลือในค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งหมด

บริษัทฯ จึงขอทราบว่า
 1. ค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทฯ จ่ายให้แก่พนักงานในส่วนที่มากกว่า 40,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเกินกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบของบริษัทฯ บริษัทฯ มีสิทธินำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทฯ ได้หรือไม่
 2. ค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทฯ จ่ายให้แก่พนักงานตามจำนวนที่พนักงานได้จ่ายไปจริงในการรักษาพยาบาล พนักงานจะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(4) (ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)ฯ ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 149 (พ.ศ. 2523)ฯ ใช่หรือไม่

แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทฯ มีระเบียบการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พนักงานทุกระดับไว้ไม่เกินคนละ 40,000 บาทต่อปี เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พนักงานคนใดเกิน 40,000 บาท ซึ่งเกินกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบของบริษัทฯ เงินค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกิน 40,000 บาท ถือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวและมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธินำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร
 2. ค่ารักษาพยาบาลที่พนักงานได้รับจากบริษัทเข้าลักษณะเป็นเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้าง ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(4)(ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509

เลขตู้

68/33745


เรื่อง

สวัสดิการให้กับพนักงาน ค่าทันตกรรม ค่าแว่นสายตา

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 13/11/2021 - วันที่ตอบ 06/12/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร, กฎกระทรวง ฉบับที่ 126, มาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

มีข้อสงสัยจะรบกวนสอบถามอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องรายจ่ายด้านสวัสดิการให้กับพนักงานของบริษัทดังนี้ค่ะ

1.บริษัทฯ มีระเบียบกำหนดให้พนักงานนำใบเสร็จรับเงินค่าทันตกรรม (ที่สถานพยาบาลไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงิน ในชื่อบริษัทได้) และใบเสร็จรับเงินค่าแว่นสายตา มาเบิกได้ภายในวงเงินที่กำหนดใบเสร็จรับเงินนั้นออกเป็นชื่อพนักงาน สามารถนำมาบันทึกค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่ค่ะ


2. รายจ่ายสวัสดิการดังกล่าวนั้นถือเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงานที่ได้รับเงินหรือไม่ค่ะ

วิสัชนา

1.บริษัทฯ มีระเบียบกำหนดให้พนักงานนำใบเสร็จรับเงินค่าทันตกรรม (ที่สถานพยาบาลไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงิน ในชื่อบริษัทได้) และใบเสร็จรับเงินค่าแว่นสายตา มาเบิกได้ภายในวงเงินที่กำหนด ใบเสร็จรับเงินนั้นออกเป็นชื่อพนักงาน สามารถนำมาบันทึกค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด


2.ค่ารักษาพยาบาลที่พนักงานได้รับจากบริษัทฯ เข้าลักษณะเป็นเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้าง ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (4)(ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509

เลขที่หนังสือ กค 0706/10504 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2548

https://www.rd.go.th/30668.html

  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับค่าสวัสดิการพนักงาน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 24/04/2020 - วันที่ตอบ 26/04/2020

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (4)(ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)

ปุจฉา

หนูมีเรื่องจะเรียนขอคำปรึกษาเกี่ยวกับสวัสดิการพนักงานค่ะ
 โดยปกติบริษัทฯ มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลให้พนักงานแต่ละคนประจำปีอยู่แล้ว โดยให้เบิกเป็นอัตราตามช่วงอายุงานค่ะ เช่น พนักงานอายุงานไม่เกิน 1 ปี เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ร้อยละ 25 ของค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายจริง อายุงาน 1 - 5 ปี เบิกค่ารักษาพยาบาล ร้อยละ 50 ของค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายจริง เป็นต้นค่ะ แต่จำกัดวงเงินที่คนละ 20,000 บาทต่อปี
 แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และมีพนักงานบางคนมีอาการไข้หวัด หลังจากไปในพื้นที่เสี่ยงมา ไม่ว่าจะไปด้วยเรื่องส่วนตัว หรือจากการไปพบลูกค้าของบริษัทฯ หรือมีอาการไข้หวัดต่อเนื่องนานในช่วงนี้ บริษัทฯ ก็จะให้พนักงานคนดังกล่าวไปตรวจหาเชื้อ โดยบริษัทฯ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการไปตรวจนั้นทั้งหมด 100% และไม่ตัดจากวงเงินค่ารักษาพยาบาลประจำปี จากการตรวจเชื้อ พบว่าพนักงานทุกคนที่ไปตรวจไม่มีเชื้อโรคโคโรน่า แต่ก็ได้รับยารักษาอาการป่วยที่เป็นอยู่มาทานด้วย (บางบิลจึงเกิดค่าใช้จ่ายทั้งจากการตรวจเชื้อโคโรน่า และ ค่าใช้จ่ายค่ายาค่ะ)
 จึงเรียนสอบถามว่า
 1. 
เงินค่าตรวจเชื้อดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้าง ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้หรือไม่คะ
 2. 
บริษัทฯ สามารถนำรายจ่ายดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่คะ

หนูได้อ่านข้อหารือภาษีอากร เลขที่หนังสือ กค 0706/10504 มาบ้างคะแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าข่ายเดียวกันหรือไม่ หรือจะไม่ถือเป็นค่ารักษาพยาบาลเพราะพนักงานยังไม่ป่วยเช่นเดียวกับกรณีการฉีดวัคซีนป้องกันหนูต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

วิสัชนา

1. เงินค่าตรวจเชื้อดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้าง เข้าลักษณะเป็นเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้หรือจ่ายแทนลูกจ้าง ซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (4)(ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509
 ....การรักษาพยาบาล หมายความว่า การให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขโดยตรงแก่ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิเพื่อการรักษาโรค การตรวจวินิจฉัย การฟื้นฟูสมรรถภาพที่จําเป็นต่อสุขภาพและการดํารงชีวิต และให้หมายความรวมถึงการตรวจสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุข ทั้งนี้ตามที่กระทรวงการคลังกําหนดแต่ไม่รวมถึงการเสริมความงาม
 ....ค่ารักษาพยาบาล หมายความว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาล ดังต่อไปนี้
 ....(1) ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ค่าเลือดและส่วนประกอบของเลือด หรือสารทดแทน ค่าน้ํายาหรืออาหารทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน และอื่นๆ ทํานองเดียวกันที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค
 ....(2) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบําบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซมอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ดังกล่าว
 ....(3) ค่าบริการทางการแพทย์ค่าบริการทางการพยาบาล ค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าวิเคราะห์โรค
 ....(4) ค่าตรวจครรภ์ค่าคลอดบุตรและการดูแลหลังคลอดบุตร
 ....(5) ค่าห้องและค่าอาหาร ตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาพยาบาล
 ....(6) ค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรค
 ....(7) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ
 ....(8) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จําเป็นแก่การรักษาพยาบาล
 (ที่มา: พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และหลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง ว่าด้วยวิธีการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553)


 2. เนื่องจากบริษัทฯ มีข้อกำหนดเพิ่มเติมแก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไป ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติแก่พนักงานเป็นบางคน บริษัทฯ จึงสามารถนำรายจ่ายดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ อันต่างไปจากหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/10504 ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2548
 
https://www.rd.go.th/publish/30668.0.html


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ