Case study

การแจกสินค้าทั้งที่เป็นสินค้าบริษัทเอง และ ที่ซื้อมาเพื่อมาทำกิจกรรม แจกให้ลูกค้าและพนักงาน


เรื่อง การแจกสินค้าทั้งที่เป็นสินค้าบริษัทเอง และ ที่ซื้อมาเพื่อมาทำกิจกรรม แจกให้ลูกค้าและพนักงาน
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 02/11/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณี 1 บริษัทมีการแจกสินค้าทั้งที่เป็นสินค้าบริษัทเอง และ ที่ซื้อมาเพื่อมาทำกิจกรรม โดยมีการแจกให้ลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งแบบแข่งขัน และ ไม่ได้ แข่งขัน ซึ่งทางบริษัทจะหัก ณ ที่จ่ายลูกค้า 5% สำหรับลูกค้าที่แข่งขัน ส่วนแจกสินค้าสำหรับลูกค้าที่ทำกิจกรรม จะหัก 3 % ถือเป็นส่งเสริมการขาย สำหรับยอดเกิน 1000 บาท 

กรณื 2 บริษัทมีการแจกสินค้าทั้งที่เป็นสินค้าบริษัทเอง และ ที่ซื้อมาเพื่อมาทำกิจกรรม ให้พนักงานร่วมทำกิจกรรมของบริษัทเท่านั้น (ผู้มีสิทธิ์คือพนักงานเท่านั้น) โดยมีระเบียบบริษัท และพนักงานทำกิจกรรม เช่น ดูวิดีโอเกี่ยวกับสินค้าบริษัท แล้วจะได้แต้มสะสม พนักงานสามารถนำแต้มมาแลกเป็นของรางวัลได้ โดยบริษัทจะนำมูลค่าสินค้าที่ซื้อ หรือสินค้าของบริษัท มาคำนวณเป็นงินได้ของพนักงานและคำนวณภาษีแบบอัตราก้าวหน้า 

อยากสอบถามเกี่ยวกับภาษีมูลเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ทางบริษัทปฏิบัติถูกต้องแล้วหรือไม่

คำตอบ

ตอบ  การพิจารณา ภาระภาษี เกี่ยวกับ การแจกสินค้า ไม่ว่าจะเป็น สินค้าของบริษัทเอง หรือ สินค้าที่ซื้อมา และไม่ว่าจะเป็นการแจกให้ลูกค้า หรือ พนักงานนั้น  แต่ละรายการจะมีภาระภาษีอย่างไรนั้น ให้พิจารณาว่า การแจกนั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร   แบ่งได้เบื้องต้นดังนี้


กรณีที่ 1 แจกให้ลูกค้า / คู่ค้า


วัตถุประสงค์

รายจ่ายภาษี

ภาษีซื้อ

ภาษีขาย

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

1.1) เพื่อการส่งเสริมการขาย   (ไม่แข่งขัน)

- แจกสินค้าตัวอย่าง 

- แถมสินค้าพร้อมขาย




สามารถลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เนื่องจาก

ไม่เข้าลักษณะ ม.65ตรี(13)

สามารถลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้

ไม่เข้าลักษณะ ม.65ตรี(13)




สามารถเคลมภาษีซื้อได้เนื่องจาก

ไม่เข้าลักษณะ ม.82/5(3)

สามารถเคลมภาษีได้

ไม่เข้าลักษณะ ม.82/5(3)



-มูลค่าของแถม ของแจกไม่เกินของขาย ไม่ต้องยื่นภาษีขายเข้าข้อยกเว้น ตาม ม.79 และ ข้อ 2(2) ประกาศ VAT ฉ.40


มูลค่าของแถมเกินของขาย ต้องยื่น VAT ขาย เนื่องจากถือเป็น “การขายสินค้า”  ตามมาตรา 77/1 (8)(9)    อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามมาตรา 77/2    


-ให้แก่บุคคลทั่วไป บริษัทผู้ผลิต (END USER ซื้อไปใช้ ปริมาณพอเหมาะ ไม่ได้ไปขายต่อ) ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ทั้งนี้ตาม ข้อ 6(1)(2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่  ป. 118/2545

-ให้แก่ตัวแทนจำหน่ายตัวแทนขาย (Dealer) 

หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% 

ทั้งนี้ตาม ข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่  ป. 118/2545

1.2) เพื่อการส่งเสริมการขาย  

- ชิงโชค (แข่งขัน)


-ให้แก่บุคคลทั่วไป (END USER)  และ ให้แก่ตัวแทนขาย (Dealer) 

หักภาษี ณ ที่จ่าย 5%

ทั้งนี้ตาม ข้อ 6 วรรคสอง ของคำสั่งกรมสรรพากรที่  ป. 118/2545

2) เพื่อการให้โดยเสน่หา เป็นการส่วนตัว เลือกปฏิบัติติ  เช่น แจกในงานปีใหม่ของลูกค้าบางราย แจกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร)

ไม่สามารถลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้

ทั้งนี้ ตาม ม.65ตรี(3)

ไม่สามารถเคลมภาษีได้  ทั้งนี้ ตาม  ม.82/5(3) ภาษีซื้อไม่สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้

ทั้งนี้ ตาม ม.65ตรี (6ทวิ)

ต้องนำส่งภาษีขาย 


เนื่องจากถือเป็น “การขายสินค้า”  ตามมาตรา 77/1 (8)(9)    อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามมาตรา 77/2         


ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่าย

** สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้ามูลค่าไม่ถึง 1,000 บาท ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามข้อ 12/7 ของ ท.ป.4/2528



กรณีที่ 2 แจกให้พนักงาน 


วัตถุประสงค์

รายจ่ายภาษี

ภาษีซื้อ

ภาษีขาย

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

1) เพื่อเป็นสวัสดิการพนักงาน

สามารถลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้

ไม่เข้าลักษณะ ม.65ตรี(13)

สามารถเคลมภาษีได้

ไม่เข้าลักษณะ ม.82/5(3)

กรณีให้สิทธิพนักงานสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก

นำส่งภาษีขายในราคาที่ขายให้พนักงาน




กรณีให้พนักงานร่วมกิจกรรมและนำแต้มมาแลกสินค้า เเละให้สินค้าพนักงานฟรี   

นำส่งภาษีขายในราคาตลาด



หมายเหตุ : ทั้ง 2 กรณี ต้องนำส่ง VAT เนื่องจากถือเป็น “การขายสินค้า”  ตามมาตรา 77/1 (8)(9) อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามมาตรา 77/2 (ต่างกันที่ราคาที่ต้องนำส่ง)


กรณีให้สิทธิพนักงานสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก

ไม่ถือเป็นเงินได้ เนื่องจากพนักงานซื่อสินค้า พนักงานจึงไม่ต้องถูก ภาษี ณ ที่จ่าย


กรณีให้พนักงานร่วมกิจกรรมและนำแต้มมาแลกสินค้า และ

ให้สินค้าพนักงานฟรี  

ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน เนื่องจากเป็นประโยชน์ส่วนเพิ่ม พนักงานต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 

2) เพื่อการให้โดยเสน่หา เช่น แจกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้แค่พนักงานบางรายโดยไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆ)

ไม่สามารถลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้

ทั้งนี้ ตาม ม.65ตรี(3)

ไม่สามารถเคลมภาษีได้  ทั้งนี้ ตาม  ม.82/5(3)

ภาษีซื้อไม่สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้(ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายบวกกลับ) 

ทั้งนี้ ตาม ม.65ตรี (6ทวิ)

ต้องนำส่งภาษีขาย 


เนื่องจากถือเป็น “การขายสินค้า”  ตามมาตรา 77/1 (8)(9)    อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามมาตรา 77/2         


ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจากไม่มีกฎหมายกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่าย

** การหัก ภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า มาตรา 50   เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีแล้ว คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 ไม่มีกำหนดขั้นต่ำ 1,000 บาท เหมือน ท.ป.4/2528


กฏหมายประกอบ


มาตรา 82/5 ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3

            (3) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
 
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) 


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

   (3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่

   (6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

  (13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ



มาตรา 77/1ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง....

(9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด

มาตรา 77/2การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้

  1. การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ

มาตรา 79ภายใต้บังคับมาตรา 79/1 ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ได้แก่มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ รวมทั้งภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1 (19) ถ้ามีด้วยมูลค่าของฐานภาษีให้หมายความถึง เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน ค่าบริการหรือประโยชน์ใด ๆ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน

มูลค่าของฐานภาษีไม่ให้รวมถึง

(4) ค่าตอบแทนที่มีลักษณะ และเงื่อนไขตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) 


** อย่างไรก็ตาม ถ้าเข้าตามประกาศอธิบดีเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 40 ก็ไม่ต้องนำมูลค่าสินค้าที่แจกไปมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากรจึงไม่ต้องนำส่งภาษีขาย



ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)

เรื่อง    กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี 

ตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร


ข้อ 2ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี

(1) มูลค่าของสินค้าที่แถมพร้อมกับการขายสินค้า หรือการให้บริการไม่ว่าสินค้าที่แถมนั้นจะเป็นสินค้าประเภท และชนิดเดียวกับสินค้าที่ขายหรือบริการที่กระทำหรือไม่ แต่มูลค่าของสินค้าที่แถมจะต้องไม่เกินมูลค่าของสินค้าที่ขายหรือมูลค่าของการให้บริการ

        (2) มูลค่าของสินค้าที่แจกหรือให้เป็นรางวัลกับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการในแต่ละวัน โดยมีมูลค่ารวมกันตามที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนกำหนด แต่มูลค่าของสินค้าที่แจกหรือให้เป็นรางวัลต้องมีมูลค่าไม่เกินมูลค่าของสินค้าที่ขายหรือมูลค่าของการให้บริการ

"(6) มูลค่าของสินค้าที่แจกหรือให้เป็นของขวัญ เนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ การเปิดแนะนำสินค้าใหม่ทั้งนี้ เฉพาะสินค้าที่เป็นปฏิทิน สมุดบันทึกประจำวัน (Diary) หรือสินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกันของขวัญหรือของชำร่วยที่มีชื่อผู้ประกอบการ ชื่อการค้า หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบการปรากฏอยู่ โดยของขวัญหรือของชำร่วยดังกล่าว ต้องเป็นสิ่งของที่พึงให้แก่กันตามประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และต้องมีราคาหรือมูลค่าไม่เกินสมควร

(7) มูลค่าของสินค้าตัวอย่างที่แจก เนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย"



คำสั่งกรมสรรพากร
 
ที่ ท.ป. 4/2528
 
เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย


ข้อ 2ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินคำนวณหักภาษีไว้ทุกครั้งที่จ่ายเงินได้พึงประเมินแต่ละครั้งในอัตราร้อยละของเงินได้พึงประเมินตามที่ระบุในคำสั่งนี้

ข้อ 9ให้บุคคล บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น
                   (1) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคลเฉพาะที่เป็นรางวัลในการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค หรือการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 5.0

         “ข้อ 12/7 การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องมีจำนวนตามสัญญารายหนึ่งๆ มีจำนวนตั้งแต่หนึ่งพันบาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่งๆ ไม่ถึงหนึ่งพันบาท”



คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 118/2545

เรื่อง      การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายรางวัล ส่วนลดหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย

ข้อ   1   กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อซึ่งได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ หรือตามพฤติการณ์ผู้ซื้อได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ เช่น ผู้ซื้อสินค้าเป็นผู้ประกอบการขายปลีกหรือขายส่งสินค้าหรือผู้แทนจำหน่าย เมื่อผู้ขายสินค้าดังกล่าวจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ซึ่งอาจเป็นสัญญาระยะยาว ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามวรรคหนึ่ง หมายถึง เงินอุดหนุน เงินสนับสนุน เงินช่วยเหลือ เงินส่วนลด หรือเงินอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันที่ผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายได้จ่ายให้แก่ผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ซื้อสินค้าโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะคำนวณจากฐานการซื้อขายหรือคำนวณจากฐานอื่นใด เพื่อให้มีผลต่อการขาย การลดต้นทุน หรือลดรายจ่าย ของผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่าย

ข้อ6 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นตามข้อ 1 ได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อดังต่อไปนี้ เมื่อผู้ขายสินค้าดังกล่าวจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

              (1) กรณีการขายสินค้าที่ผู้ขายทราบโดยชัดแจ้งว่าเป็นการขายให้แก่ผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยตรง และได้ขายในปริมาณซึ่งตามปกติวิสัยของผู้บริโภคนั้นจะนำสินค้าไปบริโภคหรือใช้สอย โดยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ เช่น ผู้ซื้อได้ซื้อสินค้าเพียงเล็กน้อย เป็นต้น

             (2) กรณีการขายสินค้าที่ผู้ขายทราบโดยชัดแจ้งว่าเป็นการขายให้แก่ผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่นำสินค้าไปใช้ในการประกอบกิจการของตนเองโดยตรง โดยมิได้มี วัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ เช่น การขายอาหารสัตว์ให้แก่ผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

         ความในวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับกับกรณีผู้ซื้อสินค้าเป็นผู้แทนจำหน่ายของผู้ขายซึ่งซื้อสินค้าเพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการของตนเองโดยตรง




อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

การแจกสินค้าเพื่อส่งเสริมการขาย แจกสินค้ายกเว้น VAT

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 07/01/2025 - วันที่ตอบ 26/01/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)

ปุจฉา

ขอสอบถามเกี่ยวกับการแจกสินค้า ดังนี้ค่ะ

กรณีที่ 1บริษัทฯ ซื้อสินค้ามาเพื่อขายส่งให้กับผู้จัดจำหน่าย ลักษณะขายเป็นลัง (ผู้จัดจำหน่ายนำไปขายให้ผู้บริโภค) บริษัทฯ ได้มีการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยนำสินค้าที่มีเพื่อขายนั้นไปไปแจกให้ผู้บริโภคใช้ หน่วยเป็นขวด

รบกวนสอบถาม

    1.1 กรณีแจกสินค้านี้ เข้าหลักเกณฑ์ การแจกสินค้าตัวอย่างเนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ตาม (ข้อ 2 (7) ของประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)) ไม่ต้องนำมูลค่าสินค้าตัวอย่างที่ได้แจกไปในกรณีดังกล่าวไปเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช่ไหมคะ

    1.2 ค่าสินค้าที่นำไปแจกนั้นเป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายได้ไม่ต้องห้ามใช่ไหมคะ

    1.3 มีเอกสารอื่น ๆต้องจัดเพิ่มเติมเพื่อประกอบไหมคะเช่น เอกสารการเบิกสินค้าเพื่อแจกให้ผู้บริหารอนุมัติ ภาพถ่ายในการแจกสินค้า


กรณีที่ 2ถ้ากรณีซื้อสินค้าตัวอย่าง เป็นขนาดทดลองเป็นขวด แล้วนำไปแจกให้ผู้บริโภคโดยตรง เช่นนี้ ต้องทำรายงานสินค้าไหมคะ

รบกวนสอบถาม

    2.1 กรณีนี้ก็ไม่ต้องนำมูลค่าสินค้าตัวอย่างที่ได้แจกไปนั้นไปเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช่ไหมคะ

    2.2 สินค้าตัวอย่างนี้ต้องจัดทำรายงานสินค้าไหมคะ

    2.3 ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้าตัวอย่างนี้สามารถนำไปหักภาษีขายได้ใช่ไหมคะ


กรณีที่ 3หากเหมือนกรณีที่ 1 แต่สินค้านั้น เป็น เป็นสารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

รบกวนสอบถาม

    3.1 ต้องนำมูลค่าสินค้าที่แจกนั้นไป รวมในรายงานภาษี ภ.พ. 30 และรวมเป็นฐาน เพื่อเฉลี่ยภาษีซื้อไหมคะ

    3.2 ค่าสินค้าที่นำไปแจกนั้นยังคงเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายได้ไม่ต้องห้ามใช่ไหมคะ

    3.3 มีเอกสารอื่นๆต้องจัดเพิ่มเติมเพื่อประกอบไหมคะเช่น เอกสารการเบิกสินค้าเพื่อแจกให้ผู้บริหารอนุมัติ ภาพถ่ายในการแจกสินค้า

วิสัชนา

ตามข้อ 2 (7) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 55) ใช้บังคับ 1 สิงหาคม 2537 เป็นต้นไป อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดลักษณะ และเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ไว้ดังนี้

    “ข้อ 2 ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี

         (7) มูลค่าของสินค้าตัวอย่างที่แจก เนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย"


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีที่ 1บริษัทฯ ซื้อสินค้ามาเพื่อขายส่งให้กับผู้จัดจำหน่าย ลักษณะขายเป็นลัง (ผู้จัดจำหน่ายนำไปขายให้ผู้บริโภค) บริษัทฯ ได้มีการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยนำสินค้าที่มีเพื่อขายนั้นไปไปแจกให้ผู้บริโภคใช้ หน่วยเป็นขวด เช่นนี้

    1.1 กรณีแจกสินค้านี้ เข้าหลักเกณฑ์ การแจกสินค้าตัวอย่างเนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ตาม (ข้อ 2 (7) ของประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)) ไม่ต้องนำมูลค่าสินค้าตัวอย่างที่ได้แจกไปในกรณีดังกล่าวไปเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ถูกต้องแล้ว

    1.2 ค่าสินค้าที่นำไปแจกนั้น เป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายได้ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด ถูกต้องแล้ว

    1.3 เกี่ยวกับเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ พึงต้องมีนโยบายการส่งเสริมการขายในกรณีดังกล่าวโดยชัดแจ้ง มีการอนุมัติโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ ที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบดำเนินการ ต้องจัดให้มีรายงายผลการดำเนินการตามสมควรแก่กรณี และเอกสารเพิ่มเติมอื่น เช่น เอกสารการเบิกสินค้าเพื่อแจกให้ผู้บริหารอนุมัติ ภาพถ่ายในการแจกสินค้า


 กรณีที่ 2
ถ้ากรณีซื้อสินค้าตัวอย่าง เป็นขนาดทดลองเป็นขวด แล้วนำไปแจกให้ผู้บริโภคโดยตรง เช่นนี้ ต้องทำรายงานสินค้าไหมคะ

    2.1 กรณีนี้ก็ไม่ต้องนำมูลค่าสินค้าตัวอย่างที่ได้แจกไปนั้นไปเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

    2.2 สินค้าตัวอย่างนี้ ต้องจัดทำรายงานสินค้าตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89) ฯ

    2.3 ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้าตัวอย่างนี้ เป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ สามารถนำไปใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร


 กรณีที่ 3หากเหมือนกรณีที่ 1 แต่สินค้านั้น เป็นสารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม รบกวนสอบถาม

    3.1 บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำมูลค่าสินค้าที่แจกนั้นไป รวมในรายการในแบบ ภ.พ.30 และรวมเป็นฐาน เพื่อเฉลี่ยภาษีซื้อ ในส่วนของรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

    3.2 ค่าสินค้าที่นำไปแจกนั้น ยังคงเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายได้ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด ถูกต้องแล้ว

    3.3 มีเอกสารอื่นๆต้องจัดเพิ่มเติมเพื่อประกอบไหมเช่นเดียวกับกรณีที่ 1 ข้างต้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

ภาระภาษีกับการแจกสินค้าตัวอย่าง

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 11/11/2019 - วันที่ตอบ 14/11/2019

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (7) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

ปุจฉา

เรื่อง ภาระภาษีกับการแจกสินค้าตัวอย่าง ไม่มีไว้ขาย
บริษัทฯ ประกอบธุรกิจขายสินค้าอุปโภคบริโภค ซื้อสินค้าหลายชนิดจาก Supplier และได้รับสินค้าแถมบนบิล ซึ่งเป็นสินค้าขนาดทดลองใช้ ห้ามจำหน่าย บริษัทฯ รับเข้า Stock เป็นสินค้า FOC (ไม่มีราคา) มีไว้เพื่อแจกเป็นสินค้าตัวอย่าง ไม่มีไว้ขายหรือจำหน่าย
ต่อมาบริษัทฯ ได้เบิกสินค้า FOC ดังกล่าวนำมาจัดชุด Gift Set เป็นสินค้าตัวอย่างเพื่อส่งเสริมการขาย เน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นคุณแม่คลอดบุตรโดยผ่านโรงพยาบาล มีวัตถุประสงค์แจกเป็นสินค้าตัวอย่างให้คุณแม่ทดลองใช้ และมีหลักฐานเอกสารขออนุมัติกิจกรรมส่งเสริมการขายดังกล่าว ขอเรียนสอบถามดังนี้
 1. กรณีบริษัทฯ นำสินค้าชุด Gift Set (สินค้าทุกชิ้นทุกรายการเป็นขนาดทดลองใช้ ห้ามจำหน่าย เป็นสินค้า FOC ไม่มีราคาต้นทุน) แจกให้คุณแม่คลอดบุตรผ่านเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นผู้รับสินค้าเพื่อนำไปแจก
บริษัทมีภาระภาษีต้องนำส่งภาษีขายและภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่
 2. หากต้อง
เสียภาษีตามข้อ 1 มูลค่าของฐานภาษีจะต้องใช้ราคาอะไรเนื่องจากเป็นสินค้าขนาดทดลองใช้ ได้มาฟรี ห้ามจำหน่าย ไม่มีไว้ขาย
 3. กรณีบริษัท ฯ นำสินค้า FOC (สินค้าทดลองใช้ ห้ามจำหน่าย) ดังกล่าว แจกเป็นสินค้าตัวอย่างให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ไม่ระบุของแถมไว้ในบิลใบกำกับภาษี
ต้องนำส่งภาษีขายหรือไม่
 4. บริษัทฯ ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไป (Trading Goods) นำสินค้าปกติที่มีไว้เพื่อขาย นำไปแจกเพื่อส่งเสริมการขายให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่าย โดยไม่ได้ระบุของแถมในใบกำกับภาษี (แถมภายหลัง) ถือเป็นการขายบริษัทต้องนำส่งภาษีขายสินค้า ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้ามารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี เพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา 79 โดยไม่ต้องออกใบกำกับภาษี และมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากร้านค้าตัวแทนตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.118/2545 
บริษัทฯ จะต้องใช้มูลค่าฐานภาษีด้วยราคาต้นทุนหรือราคาขายในการเสียภาษี

วิสัชนา

ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (7) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร โดยกำหนดให้ค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการมูลค่าของสินค้าตัวอย่างที่แจก เนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
 1. และ 2. กรณีบริษัทฯ นำสินค้าชุด Gift Set (สินค้าทุกชิ้นทุกรายการเป็นขนาดทดลองใช้ ห้ามจำหน่าย เป็นสินค้า FOC ไม่มีราคาต้นทุน) แจกให้คุณแม่คลอดบุตรผ่านเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นผู้รับสินค้าเพื่อนำไปแจก บริษัทฯ ไม่มีภาระภาษีต้องนำส่งภาษีขายและภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่อย่างใด เพราะเข้าลักษณะเป็นการแจกสินค้าตัวอย่าง เพื่อการส่งเสริมการขาย
 3. และ 4. กรณีบริษัท ฯ นำสินค้า FOC (สินค้าทดลองใช้ ห้ามจำหน่าย) ดังกล่าว แจกเป็นสินค้าตัวอย่างให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ไม่ระบุของแถมไว้ในบิลใบกำกับภาษี และได้นำสินค้าปกติที่มีไว้เพื่อขาย นำไปแจกเพื่อส่งเสริมการขายให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่าย โดยไม่ได้ระบุของแถมในใบกำกับภาษี (แถมภายหลัง) ถือเป็นการขายบริษัทต้องนำส่งภาษีขายสินค้า ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้ามารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี เพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา 79 โดยไม่ต้องออกใบกำกับภาษี และมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากร้านค้าตัวแทนตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.118/2545
....(1) สำหรับสินค้าที่ได้รับแจก ให้ประมาณราคาตลาด เพื่อใช้เป็นมูลค่าของฐานภาษี ในการคำนวณภาษีขาย ตามมาตรา 79/3 แห่งประมวลรัษฎากร
 ....(2) สำหรับสินค้าที่มีเพื่อขาย ให้บริษัทฯ ใช้มูลค่าฐานภาษีด้วยราคาต้นทุน ในการคำนวณภาษีขาย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการแจกสินค้าทดลอง คูปองส่วนลด และการส่งเสริมการขาย

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

20/03/2006

เลขที่หนังสือ

กค 0706/พ./2334

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

     บริษัทฯ ประกอบกิจการนำเข้าและจำหน่ายเครื่องสำอาง บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมการขายหลายกรณีจึงขอทราบว่า
1. กรณีแจกสินค้าตัวอย่างให้กับลูกค้าเพื่อส่งเสริมการขาย บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้าตัวอย่างที่แจกให้กับลูกค้ามารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
2. กรณีแจกคูปองให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในแต่ละครั้งครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนด ลูกค้ามีสิทธินำคูปองมาใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าในครั้งต่อไป บริษัทฯ จะออกใบกำกับภาษีตามราคาสินค้าหักด้วยมูลค่าคูปองทั้งจำนวนได้หรือไม่
3. กรณีจัดรายการส่งเสริมการขาย โดยแจกคูปองให้ลูกค้าฟรีจากการที่ลูกค้าสะสมแต้มจากการซื้อสินค้าครบจำนวน จากการชิงโชค และจากการเล่นเกม โดยลูกค้ามีสิทธินำคูปองมาใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าครั้งต่อไป บริษัทฯ จะถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีใด
        4. กรณีแจกสินค้าที่มีไว้เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการทดลองใช้สินค้า มูลค่าของสินค้าที่แจกดังกล่าว บริษัทฯ จะต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

แนววินิจฉัย

     1. กรณีตาม 1 การแจกสินค้าตัวอย่างเพื่อส่งเสริมการขาย บริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าสินค้าตัวอย่างที่แจกเนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ ตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(7) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กำหนดลักษณะ และเงื่อนไข ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4)แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535
      2. กรณีตาม 2 การแจกคูปองให้กับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้านำคูปองมาใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าในครั้งต่อไป ซึ่งบริษัทฯ ให้ส่วนลดตามนั้น ถือเป็นส่วนลดที่ผู้ขายลดให้แก่ผู้ซื้อในขณะขายสินค้า ดังนั้น ในการออกใบกำกับภาษีให้ใช้ราคาสินค้าหักด้วยส่วนลดเป็นมูลค่าของฐานภาษี โดยแสดงให้เห็นไว้ชัดแจ้งว่า ได้มีการหักส่วนลดไว้แล้ว ทั้งนี้ ตามมาตรา 79 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
      3. กรณีตาม 3 การให้ส่วนลดในขณะขายสินค้าหรือให้บริการ บริษัทฯ ไม่ต้องนำส่วนลดดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด ส่วนการให้ส่วนลดหลังจากที่ขายสินค้าหรือให้บริการ หากการให้ส่วนลดดังกล่าวได้ให้กับบุคคลโดยทั่ว ๆ ไป เพื่อสนับสนุนหรือส่งเสริมการขายหรือการให้บริการ ส่วนลดนั้นถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ รายจ่ายในกรณีนี้ไม่ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร

 
     4. กรณีตาม 4 การแจกสินค้าที่มีไว้เพื่อจำหน่าย ให้ลูกค้าทดลองใช้สินค้าเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1(8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้าดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี เพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

69/44000



หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ