Case study

การหักภาษี ณ ที่จ่าย และการคิดค่าเสื่อมราคา


เรื่อง การหักภาษี ณ ที่จ่าย และการคิดค่าเสื่อมราคา
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 29/09/2025
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

สมมุติรายการดังต่อไปนี้

1. ซื้อ  แอร์ 20,000 + ติดตั้ง 2,000 

2. ซื้อ(ฟิล์มด้าน + กันแสง 37,500) +  ค่าติดตั้ง 3,000

3. คอมพิวเตอร์  35,500    Windows 11 (ซื้อขาด)   2,500    MS Office 365 (Subscription)  3,000


คำถาม   ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และการคำนวณค่าเสื่อมราคา ของสินค้าแยกไม่แยกรายการ  มีวิธีพิจารณาอย่างไร


คำตอบ

หลักการพิจารณา ก่อนอื่นต้องแยกก่อนว่า รายการที่เราจ่ายนั้นเข้าเงื่อนไขใด 


1.การขายสินค้า  

  1. มุ่งโอนกรรมสิทธิ์ ถือเป็นการขายสินค้าทั่วไป      
  2. มุ่งถึงการส่งมอบงานตามข้อตกลง(เพื่อผลสำเร็จของงาน)    ตามมาตรา 587 แห่งประมวลแพ่งและพาณิชย์ถือเป็นการจ้างทำของ     

2. งานบริการ  

  1. ไม่ได้ยึดผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ แต่เน้นความพึงพอใจของผู้รับบริการ  ถือเป็นงานบริการทั่วไป
  2. มุ่งถึงผลสำเร็จของงาน    ตามมาตรา 587 แห่งประมวลแพ่งและพาณิชย์ถือเป็นการจ้างทำของ     


มาตรา 587 อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น




เมื่อแยกประเภทได้แล้ว ให้พิจารณาต่อว่ารายการนั้นต้องหักภาษี ณ ทีจ่ายหรือไม่ ด้วยมูลค่าใด และอัตราเท่าไหร่ 


กรณี

รายการ

ต้องหัก WHT?

อัตรา

ท.ป. 4/2528

1.แอร์ 20,000 + ติดตั้ง 2,000 

ขายสินค้า

แสดงรวมยอด 22,000 เป็น “ค่าสินค้า”

ขายสินค้า ไม่ต้องหัก

แยกรายการ (แอร์ 20,000 / ติดตั้ง 2,000)

หักเฉพาะค่าติดตั้ง

3% จาก 2,000

ค่าติดตั้งบริการ ข้อ 12/1





2. ฟิล์มกันแสง + ค่าติดตั้ง


Turnkey Project

แสดงรวมยอด “ฟิล์มพร้อมติดตั้ง”

ขายสินค้า ไม่ต้องหัก 

แยกรายการ (ฟิล์ม/ค่าติดตั้ง) แยกใบกำกับ

 หักเฉพาะค่าติดตั้ง

3%

ค่าติดตั้ง บริการ ข้อ 12/1

แยกรายการ (ฟิล์ม/ค่าติดตั้ง) ไม่แยกใบกำกับ

 หักเฉพาะค่าติดตั้ง

3% จากทั้งหมด

จ้างทำของ ข้อ 8





คอมพิวเตอร์ + Software

ขายสินค้า

คอมพิวเตอร์

ขายสินค้า ไม่ต้องหัก

Software  

สินค้าไม่มีตัวตน/ลิขสิทธิ์

Windows 11 (ซื้อขาด)

ต้องหัก

3% ราคาWindows 11

ค่าสิทธิ์ ข้อ 3/2

Software  

สินค้าไม่มีตัวตน/ลิขสิทธิ์

MS Office 365 (Subscription)

ต้องหัก

3% จากมูลค่า 2 ปี

ค่าสิทธิ์ ข้อ 3/2


อ้างอิงสไลด์สรุปอาจารย์สุเทพ




คำสั่งกรมสรรพากร
ที่ ท.ป. 4/2528
 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย


 “ข้อ 3/2 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น
 
  (1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย นอกจากที่ระบุใน (2) หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0



ข้อ 8 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน เฉพาะที่เป็นค่าจ้างทำของ ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น

(2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0


   "ข้อ 12/1 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ 8 ข้อ 9 (2) ข้อ 10 ข้อ 12 ข้อ 12/3 และข้อ 12/4 แต่ไม่รวมถึงการจ่าย ค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น

(2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0


เมื่อแยกประเภทได้แล้ว ให้พิจารณาต่อว่ารายการนั้นเป็นทรัพย์สินประเภทใด อัตราค่าเสื่อมกี่เปอร์เซ็นต์ 


กรณี

รายการ

มูลค่าทรัพย์สิน

อัตราค่าเสื่อมราคา

มาตรา .65 ทวิ(2)  

พ.ร.ฎ.145 

1. แอร์ 20,000 + ติดตั้ง 2,000

แสดงรวมยอด 22,000 เป็น “ค่าสินค้า”

22,000

5 ปี (20%)

มาตรา 4 (5)


แยกรายการ (แอร์ 20,000 / ติดตั้ง 2,000)

 22,000





2. ฟิล์มกันแสง + ค่าติดตั้ง

แสดงรวมยอด “ฟิล์มพร้อมติดตั้ง”

40,500

5 ปี (20%)

มาตรา 4 (5)


แยกรายการ  (ฟิล์มด้าน + กันแสง 37,500) + (ค่าติดตั้ง 3,000)

40,500





3. คอมพิวเตอร์ + Software

คอมพิวเตอร์

35,500

5 ปี (20%)  มาตรา 4 (5) หรือ

3 ปี (33.33%) มาตรา 4 จัตวา


Windows 11 (ซื้อขาด)

2,500


MS Office 365 (Subscription)

3,000


 

 

มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  (2) ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้หักได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา


พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 
ว่าด้วยหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145)พ.ศ. 2527

มาตรา การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินให้คำนวณหักตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีในกรณีที่รอบระยะเวลาใดไม่เต็มสิบสองเดือนให้เฉลี่ยตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ 

(5) ทรัพย์สินอย่างอื่น ซึ่งโดยสภาพของทรัพย์สินนั้นสึกหรอหรือ เสื่อมราคาได้นอกจากที่ดินและสินค้า

ร้อยละ 20


มาตรา 4 จัตวาการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซื้อ ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ หรือได้มาซึ่งสิทธิการใช้ แล้วแต่กรณี เพื่อมีไว้ในการประกอบกิจการของตนเอง ทั้งนี้ เฉพาะทรัพย์สินที่ได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้ได้ตามประสงค์ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ ให้หักได้ดังต่อไปนี้
 
     (1) ภายในสามรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่วันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เต็มสิบสองเดือน ให้เฉลี่ยตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยจะเลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปวิธีใดก็ได้
(2) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ถาวรซึ่งไม่รวมที่ดินไม่เกินสองร้อยล้านบาทและมีการจ้างแรงงานไม่เกินสองร้อยคน ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในอัตราร้อยละสี่สิบของมูลค่าต้นทุน สำหรับมูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือให้หักตามเงื่อนไขและอัตราที่กำหนดไว้ใน (1)
        
ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่งหมายความว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์ตลอดจนอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์อันได้แก่ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องช่วยหรือเครื่องประกอบกับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากการขายสินค้าพร้อมติดตั้ง

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 10/01/2022 - วันที่ตอบ 09/04/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

ข้อหารือของกรมสรรพากร เลขที่หนังสือ กค 0702/9274 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528

ปุจฉา

อยากสอบถามอาจารย์เกี่ยวข้องกับสัญญาติดตั้งโซลาร์เซลล์ ดังนี้ ค่ะ

     บริษัทฯ ขายโซลาร์เซล์พร้อมติดตั้ง โดยทำสัญญาเป็นสัญญาบริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดนหัก ณ ที่จ่าย 3% ทั้งค่าแผงโซลาร์และค่าบริการติดตั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่เยอะมากหากต้องการทำสัญญาแยกระหว่างค่าสินค้าและค่าติดตั้งออกจากกันเพื่อที่จะได้ถูกหัก ณ ที่จ่ายเฉพาะค่าติดตั้งทำได้หรือไม่หรือมีข้อหารือไหนเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์ ที่ระบุว่าต้องถูก หัก ณ ที่จ่ายทั้งค่าของและสินค้ารวมกัน หรือต้องทำอย่างไรถึงจะถูกหัก ณ ที่จ่าย เฉพาะค่าติดตั้งได้คะ

วิสัชนา

ตามแนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากร เลขที่หนังสือ กค 0702/9274 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เกี่ยวกับประเด็น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ กรมสรรพากรได้วินิจฉัย ดังนี้

    “1. กรณีการขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้งโดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าพร้อมบริการติดตั้งรวมเป็น ยอดเดียวกัน และกรณีการขายสินค้าโดยมิได้ให้บริการติดตั้งหรือซ่อมแซมบำรุงรักษา ถือเป็นการขายสินค้า ผู้จ่ายเงินได้ ไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

    2. กรณีการขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าและค่าบริการติดตั้งแยกออก จากกันเป็น 2 ฉบับ คือ ค่าสินค้าหนึ่งฉบับและค่าบริการติดตั้งหนึ่งฉบับหรือออกใบกำกับภาษี ฉบับเดียวแต่แยกรายการคือสินค้า หนึ่งรายการและค่าบริการติดตั้งอีกหนึ่งรายการ เฉพาะค่าบริการที่แยกออกจากราคาสินค้า เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528” 


https://www.rd.go.th/42086.html


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีบริษัทฯ ขายโซลาร์เซล์พร้อมติดตั้ง นั้น บริษัทฯ สามารถประยุกต์แนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากร เลขที่หนังสือ กค 0702/9274 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 มาใช้ ดังนี้

    1. กรณีบริษัทฯ ขายการขายโซลาร์เซล์พร้อมบริการติดตั้ง โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าพร้อมบริการติดตั้งรวมเป็นยอดเดียวกัน และกรณีการขายสินค้าโดยมิได้ให้บริการติดตั้งหรือซ่อมแซมบำรุงรักษา ถือเป็นการขายสินค้า ผู้จ่ายเงินได้ ไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ  ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 แต่อย่างใด เพราะนับแต่มีการนำระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมาใช้ในการจัดเก็บแทนที่ภาษีการค้า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา นั้น การขายสินค้าพร้อมติดตั้ง ที่นิยมเรียกกันว่า “Turn Key Project”  นั้น จะไม่ถือเป็น “การรับจ้างทำของ” แต่อย่างใด และในกรณีนี้ บริษัทฯ ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์บนตราสาร เพราะไม่มีตราสาร ตามลักษณะตราสาร 4 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ที่ต้องติด แต่ประการใน


    2. กรณีบริษัทฯ ขายการขายโซลาร์เซล์พร้อมบริการติดตั้ง โดยออกใบกำกับภาษีหรือใบแจ้งหนี้ค่าสินค้าและค่าบริการติดตั้งแยกออก จากกันเป็น 2 ฉบับ คือ ค่าสินค้าหนึ่งฉบับและค่าบริการติดตั้งหนึ่งฉบับหรือออกใบกำกับภาษี หรือออกใบกำกับภาษีฉบับเดียว แต่แยกรายการคือสินค้าหนึ่งรายการ และค่าบริการติดตั้งอีกหนึ่งรายการ เฉพาะค่าบริการที่แยกออกจากราคาสินค้า เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำของผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 หากบริษัทฯ จัดทำสัญญารับจ้างติดตั้ง บริษัทฯ ต้องปิดอากรแสตมป์สำหรับค่าจ้างติดตั้งในอัตรา 1 บาทต่อทุกจำนวนค่าจ้าง 1,000 บาท และเศษของ 1,000 บาท อีกด้วย



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




เรื่อง

บริษัทฯ ประกอบกิจการรับติดตั้งหลังคาเมทัลชีท สั่งซื้อแผ่นหลังคาเพื่อไปติดตั้งให้ลูกค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 17/01/2021 - วันที่ตอบ 08/02/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ทวิ, มาตรา 65 ตรี, มาตรา 78(1), มาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528

ปุจฉา

รบกวนสอบถามเกี่ยวกับการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่าย ในธุรกิจรับติดตั้งหลังคาค่ะ

ปัจจุบันดิฉันเป็นพนักงานบัญชีที่ทำธุรกิจรับติดตั้งหลังคาเมทัลชีทค่ะ ลักษณะของกิจการคือ สั่งซื้อแผ่นหลังคาเพื่อไปติดตั้งให้ลูกค้า การรับเงินจะรับตามเปอร์เซ็นงานที่ทำเสร็จ

คำถามคือ
 ยกตัวอย่างค่ะ งวดนี้รับเงิน 60% บันทึกบัญชี เดบิต ลูกหนี้ เครดิต ภาษีขายรอตัด เครดิต รายได้ค่าติดตั้ง

ส่วนค่าใช้จ่ายหากว่าซื้อมาแล้ว 100% แต่รายรับได้ 60% ตรงนี้ค่าใช้จ่ายจะบันทึกบัญชีอย่างไรคะ?

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการรับติดตั้งหลังคาเมทัลชีท สั่งซื้อแผ่นหลังคาเพื่อไปติดตั้งให้ลูกค้า นั้น เข้าลักษณะเป็นงาน Turn Key Project ซึ่งกรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้

   ....“1. กรณีการขายสินค้าพร้อมให้บริการติดตั้ง พิจารณาได้ดังนี้
        .....1.1 กรณีไม่มีการแยกรายการสินค้าและค่าบริการ 
ถือเป็นการขายสินค้าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อมีการส่งมอบสินค้า โอนกรรมสิทธิ์สินค้า ได้รับชำระราคาสินค้าหรือได้ออกใบกำกับภาษี แล้วแต่การกระทำใดเกิดขึ้นก่อน ตามมาตรา 78(1) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินได้ค่าสินค้าไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
        .....1.2 กรณีแยกราคาสินค้าและค่าบริการต่างหากจากกัน 
ราคาสินค้าที่แยกให้ถือเป็นการขายสินค้าความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นไปตามข้อ 2.1 ส่วนค่าบริการที่แยกให้ถือเป็นการให้บริการรับจ้างทำของความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าบริการ เว้นแต่ ได้ออกใบกำกับภาษีก่อนได้รับชำระค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าบริการ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2530

   ....2. การบันทึกบัญชีของบริษัทฯ สามารถใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปวิธีการใดก็ได้ แต่ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ บริษัทฯ ต้องใช้เกณฑ์สิทธิในการคำนวณรายได้หักด้วยรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร”

(หนังสือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811/14736 ลงวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2540)

https://www.rd.go.th/22879.html

จึงขอให้ทำความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้ชัดแจ้ง และรับรู้รายได้ทั้งกรณีภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ถูกต้องต่อไปครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


เรื่อง

การจัดหาระบบ AI มาใช้งานในบริษัท มูลค่า 1 ล้านบาท เข้าลักษณะเป็น “ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์”

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 24/04/2025 - วันที่ตอบ 28/04/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527

ปุจฉา

ขอสอบถามว่า บริษัทฯ จ้างทำโครงการระบบ AI มาใช้งานในบริษัทฯ ราคา 1 ล้านบาทไม่ทราบเป็นทรัพย์สินประเภทไม่มีตัวตนใช่ไหมค่ะ สามารถหักค่าเสื่อมได้กี่ % ค่ะ

วิสัชนา

ตามมาตรา 4 จัตวา แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 473) พ.ศ. 2551 ใช้บังคับวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ ดังนี้

    “มาตรา 4 จัตวา การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซื้อ ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ หรือได้มาซึ่งสิทธิการใช้ แล้วแต่กรณี เพื่อมีไว้ในการประกอบกิจการของตนเอง ทั้งนี้ เฉพาะทรัพย์สินที่ได้มาและอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้ได้ตามประสงค์ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ ให้หักได้ดังต่อไปนี้

         (1) ภายในสามรอบระยะเวลาบัญชีนับแต่วันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เต็มสิบสองเดือน ให้เฉลี่ยตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยจะเลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปวิธีใดก็ได้

         (2) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีสินทรัพย์ถาวรซึ่งไม่รวมที่ดินไม่เกินสองร้อยล้านบาทและมีการจ้างแรงงานไม่เกินสองร้อยคน ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในอัตราร้อยละสี่สิบของมูลค่าต้นทุน สำหรับมูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือให้หักตามเงื่อนไขและอัตราที่กำหนดไว้ใน (1) 

         ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่งหมายความว่า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์ตลอดจนอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์อันได้แก่ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องช่วยหรือเครื่องประกอบกับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์”



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    การจัดหาระบบ AI มาใช้งานในบริษัท มูลค่า 1 ล้านบาท เข้าลักษณะเป็น “ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์” ตามมาตรา 4 จัตวา แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ ย่อมมีสิทธิคำนวณหักค่าสึกหรอภายในกำหนดเวลา 3 รอบระยะเวลาบัญชีนับแต่วันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เต็มสิบสองเดือน ให้เฉลี่ยตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยจะเลือกใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปวิธีใดก็ได้

    อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติบริษัทฯ อาจเลือกหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคามากกว่า 3 รอบระยะเวลาบัญชีก็ได้ เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

คำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาโปรแกรมสำเร็จรูป 5 ปี

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 27/06/2022 - วันที่ตอบ 01/07/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527

ปุจฉา

ในกรณีที่เราคิดค่าเสื่อมราคาโปรแกรมสำเร็จรูปเป็น 5 ปี ซึ่งเป็นตั้งแต่ปี 2020 แต่ถ้าตามสรรพากรแล้วให้คิด 3 ปี ใช่ไหมคะ แบบนี้เราควรต้องทำอย่างไรคะ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ คำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาโปรแกรมสำเร็จรูป ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินประเภท “คอมพิวเตอร์” ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ตามประมาณอายุการใช้งานของบริษัทฯ คือ 5 ปี นับแต่วันที่พร้อมใช้งาน (วันที่ซื้อ) นับตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2563 เป็นต้นมา นั้น แม้ตามมาตรา 4 จัตวา (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 จะกำหนดให้คำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินประเภท “คอมพิวเตอร์” ภายใน 3 รอบระยะเวลาบัญชีก็ตาม ในทางปฏิบัติก็อนุโลมให้บริษัทฯ คำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินประเภท “คอมพิวเตอร์” เกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวได้ เช่นนี้ บริษัทฯ ไม่ต้องปรับปรุงใดๆ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ