ตอบ ก่อนอื่นขออธิบายเกี่ยวกับประเภทของกรรมการก่อนนะคะกรรมการ (แยกตามที่มาของกรรมการ) แบ่งได้ 2 ประเภท คือ ประเภท ที่ 1 กรรมการโดยตำแหน่ง - คือ บุคคลที่เป็นลูกจ้างของบริษัท แต่รับตำแหน่งกรรมการ มักจะพบในตำแหน่ง C Level ลงมา เช่น CEO CFO เป็นต้น - กรรมการโดยตำแหน่ง ยังคงทำหน้าที่เหมือนลูกจ้างแต่มีหน้าที่ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย ให้บริษัทสำเร็จตามวัตถุประสงค์ - เงินได้ที่ได้รับเป็นเงินได้ประเภทใด ต้องเสียภาษีอย่างไร 1) อยู่ในรูปแบบของเงินเดือนค่าจ้าง โบนัสไม่ได้รับเบี้ยประชุม ถือว่ามีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 คือเงินได้ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้จากการจ้างแรงงาน 2) ค่าคอมมิชชั่นที่ได้รับ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจ้างแรงงานเป็นเงินได้พุึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร 3) บริษัทผู้จ่ายเงินได้จากการจ้างแรงงาน ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) โดยให้นำเงินเดือน x 12 (กรณีทำงานตลอดทั้งปี) และให้บริษัทนำส่งภาษีด้วยแบบภาษี ภ.ง.ด.1 4) กรรมการผู้รับเงินได้จากการจ้างแรงงาน คำนวณภาษีตามมาตรา 48(1) และ นำส่งภาษีด้วยแบบภ.ง.ด.91 5) การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงานได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1) (ฐ)แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อค่าคอมมิชชั่นเป็นส่วนหนึ่งของการจ้างแรงงาน จึงได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ด้วยเช่นกัน
ประเภท ที่ 2 กรรมการอิสระ - คือ กรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง มักพบในบริษัทมหาชน ตลาดหลักทรัพย์ หรือ อาจไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ - กรรมการอิสระ ไม่ต้องทำหน้าที่เหมือนลูกจ้าง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการ หรือเป็น กรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) เป็นต้น ซึ่งจะมีหน้าที่ในการกำหนดทิศทาง กำหนดนโยบาย ประเมินผล หรือ กระทำกิจกรรมบางอย่างเท่านั้น - เงินได้ที่ได้รับเป็นเงินได้ประเภทใด ต้องเสียภาษีอย่างไร 1) ไม่ได้รับเป็นเงินเดือนประจำ แต่จะได้รับเบี้ยประชุม หรือ โบนัส (ไม่ว่าจะเป็นได้รับครั้งเดียวหรือเฉลี่ยรับรายเดือน) ถือว่ามีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2 คือเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้จากการรับทำงานให้ 2) ค่าคอมมิชชั่นที่ได้รับ ถือเป็นการรับทำงานให้ เป็นเงินได้พุึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร 3) บริษัทผู้จ่ายเงินได้จากการรับทำงานให้ ต้องหักภาษีณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แต่ไม่ต้องนำเงินได้ x 12 ให้คำนวณแบบยอดสะสมเช่น มกราคมได้รับ 1 ครั้ง ให้คำนวณแค่ 1 ครั้ง และเดือนใดได้เพิ่ม ให้นำมาสะสมยอดรวมกับของมกราคม เป็นต้น (ไม่ต้อง x 12) และ ให้บริษัทนำส่งภาษีด้วยแบบภาษี ภ.ง.ด.1 4) กรรมการอิสระผู้รับเงินได้การการรับทำงานให้ คำนวณภาษีตามมาตรา 48(1) และ นำส่งภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 5) การรับทำงานให้ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกับการจ้างแรงงาน ดังนั้น ถ้ากรรมการอิสระ ได้รับค่าคอมมิชชั่นถึง 1.8 ล้านบาท ถือเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1(10) กรรมการต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไม่ได้รับยกเว้น)
สรุปคำตอบการคำนวณภาษีของ ค่าคอมมิชชั่น
| ประเภท ที่ 1 กรรมการโดยตำแหน่ง | ประเภท ที่ 2 กรรมการอิสระ(ไม่ได้ประกอบธุรกิจ) | 1. ผู้จ่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แบบใด และนำส่งแบบใด
| เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(1) หัก ณ ที่จ่ายตาม อัตราก้าวหน้า มาตรา 50(1) นำส่งด้วยแบ ภ.ง.ด.1 | ปเงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(2) หัก ณ ที่จ่ายตาม อัตราก้าวหน้า มาตรา 50(1) นำส่งด้วยแบ ภ.ง.ด.1 | 2. หากการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามอัตราก้าวหน้า สามารถหักอัตราภาษีขั้นต่ำต่อเดือนได้หรือไม่ ในอัตราเท่าไหร่
| ถ้ากรรมการมีหลักฐานในการประกอบกิจการให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า ได้ประกอบกิจการในรูปแบบของการทำธุรกิจและสามารถพิสูจน์รายจ่ายในการประกอบกิจการได้ ซึ่งต้องมีลักษณะการประกอบกิจการดังต่อไปนี้ “(ก) ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและ (ข) ได้จัดตั้งเป็นสำนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีอาคารสำนักงานเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หรือเช่าจากบุคคลอื่น โดยมีหลักฐาน เช่น หลักฐานการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่าสำนักงาน และ (ค) มีการลงทุนด้วยการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน และ (ง) มีการจ้างลูกจ้างหรือพนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีหลักฐานตามสัญญาจ้างแรงงาน หลักฐานการจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และหลักฐานการแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่ง ในกรณีการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่มีภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่ง จะต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นรายการเกี่ยวกับค่าจ้างแรงงานตามแบบ ภ.ง.ด.1 ก. (จ) มีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ เช่น ค่ารับรอง หรือค่าบริการเพื่อประโยชน์ในการติดต่องานกับลูกค้า” กรมสรรพากรก็อนุโลมให้ถือว่า เงินได้ค่าคอมมิชชั่นดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528
แต่ถ้ากรรมการไม่ได้ประกอบกิจารในรูปแบบของการทำธุรกิจ บริษัทไม่สามารถหักอัตราภาษีขั้นต่ำต่อเดือนได้ ต้องคำนวณ หัก ณ ที่จ่ายตาม อัตราก้าวหน้า มาตรา 50(1) คือ เงินได้ หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน ได้เท่าไหร่เป็นเงินได้สุทธิ นำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า(ขั้นบันได) เมื่อคูณแล้วจะได้ เงินภาษี ให้นำเงินภาษีที่คำนวณได้ มา หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น | 3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม | ค่าคอมมิชชั่นเป็นส่วนหนึ่งของการจ้างแรงงาน จึงได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1) (ฐ)แห่งประมวลรัษฎากร | ค่าคอมมิชชั่นถือเป็นการรับทำงานให้ เป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1(10) กรรมการต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม |
อ้างอิงกฎหมาย
มาตรา 40เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.7/2528)(ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.23/2533) (ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.56/2538)(ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.115/2545)(ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.120/2545) (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว
|
มาตรา 50ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีแล้ว คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายตามความในวรรคก่อนไม่ลงตัวเหลือเศษเท่าใด ให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป ) ( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ) (ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.16/2530) (ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.96/2543) (ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.115/2545) (ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.120/2545) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงานและได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (5) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสามที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ |
คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
"ข้อ 12/1 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ 8 ข้อ 9 (2) ข้อ 10 ข้อ 12 ข้อ 12/3 และข้อ 12/4 แต่ไม่รวมถึงการจ่าย ค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น (1) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 |
มาตรา 81ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้ (ฐ) การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน |
มาตรา 77/1ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (10) “บริการ”หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง มาตรา 77/2การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้ (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ
|
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 205) เรื่อง การกำหนดการกระทำที่ไม่ถือว่าเป็นการให้บริการ ตามมาตรา 77/1 (10) (ค) แห่งประมวลรัษฎากร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 77/1 (10) (ค) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 อธิบดีกรมสรรพากร โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดการกระทำที่ไม่ถือว่าเป็นการให้บริการไว้ ดังต่อไปนี้ การปฏิบัติงานในฐานะกรรมการบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามที่กฎหมายกำหนด และกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยราชการ |
อ้างอิงคำตอบ เรื่อง | หัก ณ ที่จ่าย ค่าคอมมิชชั่นให้แก่กรรมการ | แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ | วันที่ | วันที่ถาม 25/10/2023 - วันที่ตอบ 06/11/2023 | ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย | ข้อกฎหมาย | มาตรา 40 (2), มาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร , คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 115/2545 | ปุจฉา | ค่าคอมมิชชั่นที่ทำการจ่ายให้กับทางกรรมการ สามารถหัก 3% แล้วนำยื่น ภ.ง.ด.3 ได้มั้ยค่ะมีการจ่ายไม่พร้อมกับเงินเดือนนะค่ะ | วิสัชนา | โดยทั่วไปค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้กับกรรมการเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ พึงต้องนำมารวมกับเงินเดือนที่จ่ายให้แก่กรรมการแล้วคำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ทำนองเดียวกับ “โบนัส” ที่จ่ายให้แก่กรรมการ ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตามหากค่านายหน้าที่จ่ายให้แก่กรรมการเป็นไปตามเงื่อนไขตามข้อ 2 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 115/2545 โดยกรรมการมีหลักฐานในการประกอบกิจการให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า ได้ประกอบกิจการในรูปแบบของการทำธุรกิจและสามารถพิสูจน์รายจ่ายในการประกอบกิจการได้ ซึ่งต้องมีลักษณะการประกอบกิจการดังต่อไปนี้กรมสรรพากรก็อนุโลมให้ถือว่า เงินได้ค่าคอมมิชชั่นดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ที่บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 “(ก) ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและ (ข) ได้จัดตั้งเป็นสำนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีอาคารสำนักงานเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หรือเช่าจากบุคคลอื่น โดยมีหลักฐาน เช่น หลักฐานการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่าสำนักงาน และ (ค) มีการลงทุนด้วยการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน และ (ง) มีการจ้างลูกจ้างหรือพนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีหลักฐานตามสัญญาจ้างแรงงาน หลักฐานการจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และหลักฐานการแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่ง ในกรณีการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่มีภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่ง จะต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นรายการเกี่ยวกับค่าจ้างแรงงานตามแบบ ภ.ง.ด.1 ก. (จ) มีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ เช่น ค่ารับรอง หรือค่าบริการเพื่อประโยชน์ในการติดต่องานกับลูกค้า” ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |
เรื่อง | หน้าที่เเละภาษีหัก ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายค่าคอมมิชชั่น ให้กับบุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯ | แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ | วันที่ | วันที่ถาม 15/03/2022 - วันที่ตอบ 02/05/2022 | ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย | ข้อกฎหมาย | มาตรา 40 (2) มาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง มาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62) | ปุจฉา | กรณีจ่ายค่าคอมมิชชั่น ให้กับบุคคธรรมดาที่ไม่ใช่พนักงานของบริษัทฯแล้วไม่หัก ณ ที่จ่าย ด้วยให้เหตุผลว่า ถือเป็นการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ผู้รับเงินต้องเสียภาษี (จ่ายครั้งละไม่กี่บาท แต่หลายครั้ง แต่รวมทั้งปีไม่ถึงแสน) และพอสิ้นปีเราก็สรุปเงินที่จ่ายค่าคอมให้แต่ละราย โดยรวมเงินได้ที่จ่ายไปทั้งปีของแต่ละคน ยื่นเงินได้ ส่วนภาษีใส่เป็นยอด 0 ยื่นแบบ ภงด.1 ก ทำเป็นยื่นเพิ่มเติม แยกจากการยื่น ภงด.1 ก ที่เป็นเงินได้ของพนักงานประจำทำแบบนี้ในทางสรรพากรยอมรับได้มั้ยคะ | วิสัชนา | การดำเนินการเกี่ยวกับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับค่านายหน้าหรือคอมมิชชั่น ซึ่งบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อเท็จจริงข้างต้น ชอบด้วยกฎหมายแล้วครับแต่ขอให้ปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 62) ฯ ให้ถูกต้องครบถ้วนด้วยครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |
|