Case study

ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินทดรองจ่าย


เรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินทดรองจ่าย
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 10/02/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัททำสัญญาการติดตั้งโซล่าเซลล์กับ A โดย A ได้ดำเนินการในส่วนต่างๆจนใกล้จะแล้วเสร็จ แต่มีค่าบริการการทดสอบระบบไฟฟ้าที่ต้องให้ B เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่ง B ไม่สามารถออก invoice เรียกเก็บเงินโดยตรงกับ A ได้ ดังนั้น invoice นี้จึงออกเป็นชื่อบริษัทโดยตรง บริษัทจึงต้องทดรองจ่ายเงินค่าบริการนี้ให้ B ไปก่อน และจะหักเงินจำนวนนี้กับการจ่ายเงินงวดสุดท้ายให้กับ A ต่อไป


จึงอยากสอบถามข้อมูลดังนี้

1. เมื่อบริษัทจ่ายค่าบริการทดสอบระบบไฟฟ้าให้ B บริษัทต้องหักภาษีหัก ณ ที่ จ่ายหรือไม่ และบริษัทสามารถเคลมภาษีซื้อจำนวนนี้ได้หรือไม่ โดยบริษัทจะยังไม่รับรู้ค่าใช้จ่ายที่จ่ายแทนนี้ ซึ่งจะรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายบริษัทจาก invoice ที่ได้รับจาก A ตามข้อ 2.

2. A จะออก invoice ค่าบริการงวดสุดท้ายเป็นก้อนรวม ไม่ได้แยกรายการเงินทดรองจ่ายที่บริษัทสำรองจ่ายไป บริษัทสามารถหักภาษี หัก ณ ที่จ่ายจากยอดรวมได้เลย และเคลมภาษีซื้อทั้งก้อนได้หรือไม่

3. เงินทดรองจ่ายที่บริษัทจ่ายแทนไป ต้องออก invoice ให้แก่ A หรือไม่ หรือสามารถหักออกจากการจ่ายเงินงวดสุดท้ายให้กับ A ได้เลย


คำตอบ

จากข้อเท็จจริงสำคัญคือบริษัท  B ไม่สามารถออก invoice เรียกเก็บเงินโดยตรงกับ บริษัท A ได้ ย่อมแสดงว่าบริษัท  B  ออก invoice เรียกเก็บมาที่บริษัทฯ โดยตรง ดังนั้น จึงไม่ถือเป็นการจ่ายเงินทดรองแทนบริษัท A ไปก่อน แต่เป็นการแยกสัญญางานออกเป็น 2 งาน คือ  บริษัทฯ ทำสัญญาการติดตั้งโซล่าเซลล์กับ A และ บริษัทฯ ทำทดสอบระบบไฟฟ้ากับบริษัท B


ตัวอย่าง : 

เดิม สัญญา ค่าบริการ ติดตั้งโซล่าเซลล์  และ ทดสอบระบบไฟฟ้า300,000 บาท  

ใหม่ สัญญา ค่าบริการ ติดตั้งโซล่าเซลล์250,000 บาท  

ใหม่ สัญญา ค่าบริการ ทดสอบระบบไฟฟ้า  50,000 บาท  


* หมายเหตุ: ถ้าบริษัทไม่ประสงค์จะทำตามตัวอย่างข้างต้น จะมีอีกวิธีหนึ่งคือ บริษัทฯ ต้องเรียกเก็บเป็นรายได้ของบริษัทเองอีกทอดหนึ่ง คือ บริษัทฯ ออกเอกสารเรียกเก็บค่าบริการจากบริษัท A นำส่ง VAT 7% โดยมีรายจ่ายที่บริษัทจ่ายให้ บริษัท B  เป็นต้นทุน (เเต่ไม่เนะนำวิธีนี้ค่ะเพราะไม่สมเหตุสมผล)


ดังนั้นคำตอบต่อไปนี้ จะเป็นการตอบภายใต้สมมุติฐานการแยกสัญญางานออกเป็น 2 งาน คือ

บริษัทฯ ทำสัญญาการติดตั้งโซล่าเซลล์กับ A และ บริษัทฯ ทำทดสอบระบบไฟฟ้ากับบริษัท B


ตอบ 1. เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าบริการทดสอบระบบไฟฟ้า (ค่าจ้างทำของ) ให้ บริษัท B บริษัทต้องหักภาษีหัก ณ ที่ จ่าย 3% ตาม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ข้อ 8 และ เนื่องจากเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงของบริษัท ไม่เข้าลักษณะภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหักตาม มาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทสามารถเคลมภาษีซื้อได้ และบริษัทสามารถรับรู้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนของทรัพย์สินของบริษัท เนื่องจากเป็นรายจ่ายที่ก่อให้เกิดประโยชน์มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท และเอกสารเป็นชื่อบริษัท   (ถ้าเป็นเงินทดรองจ่ายเอกสารจากบริษัท B จะต้องเป็นชื่อบริษัท A) 


ตอบ 2บริษัทฯ A ต้องออก invoice ค่าบริการงวดสุดท้าย มาแค่บางส่วน ดังนี้ (ตัวเลขสมมุติ)


เดิม  บริษัท A ต้องเรียกเก็บ  ค่าบริการ ติดตั้งโซล่าเซลล์   และ ทดสอบระบบไฟฟ้า300,000 บาท  

ใหม่ บริษัท A ต้องเรียกเก็บเฉพาะค่า ติดตั้งโซล่าเซลล์250,000 บาท  (งวดสุดท้ายให้เรียกเก็บเฉพาะยอดคงค้างให้ครบ 250,000 บาท  เท่านั้น  และสำหรับสัญญาเดิมที่ทำไว้มูลค่า 300,000 บาทนั้น ให้ทำ เอกสารแนบท้ายสัญญาว่า ลดงานในส่วนของ การทดสอบระบบไฟฟ้า 50,000 บาท  



ตอบ 3. จากคำถามนี้  แสดงว่าเหตุการณ์(ข้อเท็จจริง) ที่เกิดขึ้น น่าจะประมาณนี้นะคะ 

  • บริษัทเรา ว่าจ้างบริษัท A ติดตั้งโซล่าเซลล์  และ ทดสอบระบบไฟฟ้า
  • แต่บริษัท A ไม่สามารถทำในส่วน ทดสอบระบบไฟฟ้า ได้ เลยแจ้งเราว่า ไม่สามารถให้บริการในส่วนนี้ได้
  • บริษัทเรา จึงแจ้งบริษัท A ว่า เดี๋ยวเราจะรับจ้างบริษัท A ในงานส่วนนี้เอง แล้วจะเรียกเก็บเงินกับบริษัท A กลับ
  • บริษัทเรา ก็ทำเองไม่ได้ก็เลยไปว่าจ้างบริษัท B ทำในส่วน ทดสอบระบบไฟฟ้า ต่อ  โดยบริษัท รับรู้เป็นต้นทุนงานบริการ  ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% และสามารถใช้ภาษีซื้อได้
  • และบริษัทเราจะเรียกเก็บรายได้ค่าบริการ ทดสอบระบบไฟฟ้า จากบริษัท A 
  • เมื่อบริษัท A จ่ายชำระ  บริษัทจะถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% และต้องนำส่งภาษีขายเมื่อรับเงิน 


จะเห็นว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่สมเหตุสมผล  จะกลายเป็น บริษัทเราจ้างบริษัท A ทดสอบระบบไฟฟ้าของบริษัทเราเอง และบริษัท A ก็จ้างเรา ทดสอบระบบไฟฟ้าของบริษัทเราเอง  แต่ถ้าให้ตอบภายใต้สมมุติฐานนี้ คำตอบคือ บริษัทจะต้องออก invoice ให้แก่ A  และ สามารถหักออกจากการจ่ายเงินงวดสุดท้ายให้กับ A แต่จะไม่สมเหตุสมผล และเพิ่มภาระทางภาษีโดยไม่จำเป็น บริษัทไม่สามารถออก INVOICE ด้วยมูลค่าเดียวกัน บริษัทจะต้องบวกรายได้เพิ่มขึ้นด้วย มิเช่นนั้น บริษัทมีความเสี่ยงที่จะถูกประเมินรายได้เพิ่ม ตามมาตรา 65 ทวิ(4) แห่งประมวลรัษฎากร


คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528
 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย


ข้อ 8ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน เฉพาะที่เป็นค่าจ้างทำของ ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น

  (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0



มาตรา 82/5 ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3

(3) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด



มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(5) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้าจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า / บริษัทไนทดรองจ่ายค่าบริการแทนบริษัทต่างประเทศ (Advanced)

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 18/09/2025 - วันที่ตอบ 26/12/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

1. ค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้าจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องบวกกลับหรือไม่คะ

2. 2 ก.ย. 2025 เวลา 11:55 น.

    หนูขอรบกวนปรึกษา กรณีสำรองจ่ายแทนให้บริษัทต่างประเทศ (Advance) ค่ะ

    2.1 บริษัท K ในไทยสำรองเป็นค่าบริการให้คำปรึกษาด้านกฏหมายกับบริษัท B ในไทยแทนบริษัท P ในฟิลิปปินส์ คำถามมีดังนี้ค่ะ

          (1) ตามที่ถูกต้องบิลที่ออกเรียกเก็บจาก B ต้องเป็นชื่อ P ใช่ไหมคะ

          (2) หัก ณ ที่จ่ายก็ต้องจ่ายตามอนุสัญญาภาษีซ้อนคือ ภ.ง.ด.54 ไม่หักเพราะถือเป็นกำไรธุรกิจ ส่วนภ.พ.30 นำส่ง 7% ถูกไหมคะ

    2.2 บริษัท K ในไทยสำรองเป็นค่าบริการให้คำปรึกษาด้านกฏหมายกับบริษัท B ในไทยแทนบริษัท P ในฟิลิปปินส์ *กรณีที่บิลไม่สามารถออกในนาม P ได้ เนื่องจากสัญญาตั้งต้นเป็นของ K และ B ไม่ยินยอมจดสัญญาใหม่กับ P จึงให้ K จ่ายแทนคำถามมีดังนี้ค่ะ

          (1) เนื่องจากบิลเป็นชื่อบริษัท K ตอนจ่ายชำระให้ B ต้องหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.53 = 3% ใช่ไหมคะ

          (2) ภาษีซื้อที่เป็นชื่อ K ใช้สิทธิไม่ได้ต้องเป็นภาษีซื้อไม่ใช้สิทธิถูกไหมคะ

วิสัชนา

1. ค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้าจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ใช่ค่าปรับตามกฎหมายภาษีอากร จึงไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ทวิ (6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 40/2560 เรื่อง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560 ดังนี้ บริษัทฯ จึงไม่ต้องบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50 แต่อย่างใด

    "ด้วยกรมสรรพากรได้ขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรวินิจฉัยว่า

    1. กรณีคณะกรรมการฯ ได้มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 10/2528 เรื่อง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2528 วินิจฉัยว่า เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึงเบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับอาญาตามประมวลรัษฎากรเท่านั้น

    2. ได้มีคําพิพากษาฎีกาที่ 1109/2559 วินิจฉัยว่า ค่าปรับอาญาและเงินเพิ่มภาษีอากรตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร มิใช่ค่าปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรเท่านั้น แต่รวมถึงค่าปรับที่เป็นโทษทางอาญาและเงินเพิ่มภาษีอากรตามกฎหมายอื่นด้วย

    3. แม้คําพิพากษาฎีกาตาม 2. จะมีผลบังคับเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น แต่คําวินิจฉัยของศาลฎีกาดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบถึงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น ๆ ด้วย จึงควรพิจารณาว่า สมควรที่จะทบทวนคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 10/2528 เรื่อง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่

    คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาและได้มีคําวินิจฉัยในการประชุมครั้งที่ 45/2560 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ว่า เนื่องจากเบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับทางอาญา เป็นการลงโทษผู้กระทำความผิด จึงไม่ควรให้นํามาลงเป็นรายจ่ายทางภาษีอีก เพราะจะเป็นการสนับสนุนบุคคลผู้กระทำความผิด ดังนั้น คําว่า เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ให้หมายความถึง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับทางอาญา ตามกฎหมายภาษีอากรทุกประเภท และให้ยกเลิกคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 10/2528 เรื่อง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2528

    ทั้งนี้ คําวินิจฉัยนี้ให้ใช้บังคับถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป


 
 

2. กรณีทดรองจ่ายแทนให้บริษัทต่างประเทศ (Advanced)

    2.1 บริษัท K ในไทยจ่ายเงินทดรองเป็นค่าบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับบริษัท B ในไทยแทนบริษัท P ในฟิลิปปินส์ คำถามมีดังนี้ค่ะ

          (1) ตามที่ถูกต้องบิลที่ออกเรียกเก็บจาก B ต้องเป็นชื่อ P ถูกต้องแล้วครับ เพื่อความชัดเจนในการบันทึกบัญชี และการเรียกเก็บเงินกลับคืน (Reimbursement) 

          (2) บริษัท K ไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยาย พ.ศ. 2528 และตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – ฟิลิปปินส์ ค่าที่ปรักษาเข้าลักษณะเป็นกำไรธุรกิจ บริษัท B จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายแห่งประเทศฟิลิปปินส์ แต่อย่างใด

               บริษัท P มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงต้องเรียกเก็บภาษีขายในอัตรา 7% จากบริษัท K และยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามปกติ ถูกต้องแล้ว

    2.2 บริษัท K ในไทยสำรองเป็นค่าบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับบริษัท B ในไทยแทนบริษัท P ในฟิลิปปินส์ *กรณีที่บิลไม่สามารถออกในนาม P ได้เนื่องจากสัญญาตั้งต้นเป็นของ K และ B ไม่ยินยอมจดสัญญาใหม่กับบริษัท P จึงให้บริษัท K จ่ายแทน นั้น

          (1) เนื่องจากบิลเป็นชื่อบริษัท K ตอนจ่ายชำระให้ B ต้องหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.53 = 3% โดยถือเป็นรายจ่ายของบริษัท K ถูกต้องแล้ว  

          (2) ภาษีซื้อที่เป็นชื่อบริษัท K ดังนั้น บริษัท K ย่อมมีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าวใช้เครดิตหักภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ