Case study

เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มกับธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์


เรื่อง เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มกับธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 11/04/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ ทำกิจการโรงพยาบาลสัตว์ ส่วนของการรักษา และ ยา เข้า VAT ทั้งหมด ได้ปฎิบัติตามข้อหารือ กค 0702/6816 วันที่ 24/11/2566 

ส่วนของ อาหารสัตว์ ไม่ได้เข้า VAT ได้ปฏิบัติตามข้อหารือ กค 0811/พ.4701 วันที่ 9/6/2543 เพราะอาหารสัตว์ ได้รับการยกเว้น 

คำถาม บริษัท ต้องเอาอาหารสัตว์ เสียVAT ด้วยหรือไม่

คำตอบ

คำตอบ 


1. หากรายได้จากการขายอาหารสัตว์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากการรักษาสัตว์ ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการโรงพยาบาลสัตว์ แต่เป็นการจำหน่ายอาหารสัตว์แยกออกมาต่างหากจากการรักาษาพยาบาลสัตว์ พิสูจน์ได้ชัดเจน มีหลักฐานประกอบว่าไม่เกี่ยวข้องกับกิจการโรงพยาบาลสัตว์ รายได้จากการขายอาหารสัตว์จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร


2. หากรายได้จากการขายอาหารสัตว์ดังกล่าว เกิดจากการรักษาสัตว์ ซึ่งเป็นการสั่งโดยแพทย์หรือมีความเกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลสัตว์ รายได้จากการขายอาหารสัตว์ จะถือเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร


ดังนั้น แนะนำว่า ควรแยกการประกอบกิจการขายอาหารสัตว์ ออกมาต่างหากจากการให้บริการรักษาสัตว์ ให้ชัดแจ้ง รวมทั้งอาจแยกหน่วยทางภาษีอากร เพื่อขจัดปัญหาการเฉลี่ยภาษีซื้อ และมีสิทธิตั้งสถานประกอบการแห่งเดียวกับโรงพยาบาลสัตว์ก็ได้



มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
             (1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้

                  (ง) การขายปลาป่น อาหารสัตว์



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประกอบกิจการโรงพยาบาลสัตว์ในรูปของบริษัท(การรักษา การขายอุปกรณ์ เเละการขายอาหารสัตว์)

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 20/03/2022 - วันที่ตอบ 30/04/2022

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

กิจการ รพ.สัตว์ ตอนนี้มีการซื้อยาและอาหารซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มี VAT แต่ตอนเราเปิดใบกำกับภาษีจะเปิดโดยทั้งหมดเสีย VAT ค่ะ จึงอยากจะสอบถามอาจารย์ว่าเราสามารถเพิ่มวัตถุประสงค์กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร ให้การขายสินค้าที่ซื้อมาดังกล่าวไม่มี VAT จะได้หรือไม่ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือเปิดบริษัทใหม่เพื่อที่จะขายโดยเฉพาะ แบบไหนที่จะทำให้ไม่เกิดความยุ่งยากคะอาจารย์ หลัก ๆ กิจการให้บริการรักษาสัตว์ แต่จะมีการขายพวกยาและอาหารด้วยค่ะ

วิสัชนา

การประกอบกิจการโรงพยาบาลสัตว์ในรูปของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล

    1.1 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงพยาบาลสัตว์มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิจะต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีดังนี้

         (1) การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องยื่นแบบแสดงรายการพร้อมชำระภาษี(ถ้ามี) ตามแบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของทุก 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี เว้นแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรก และรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายทีมีกำหนดเวลาน้อยกว่า  12 เดือนตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

         (2) การเสียภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีจะต้องยื่นแบบแสดงรายการพร้อมชำระภาษี (ถ้ามี) ตามแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี พร้อมทั้งแนบบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุนที่ต้องจัดทำตามมาตรา 68 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ไปพร้อมกับแบบ ภ.ง.ด.50 นั้นด้วย ตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร

    1.2 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

         (1) กรณีผู้จ่ายเงินได้ค่ารักษาสัตว์เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของเงินได้ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528  

         (2) กรณีผู้จ่ายเงินได้ค่ารักษาสัตว์เป็นรัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ้น ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของเงินได้ตามมาตรา 50 (4) หรือมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี


2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

    การให้บริการรักษาสัตว์ของโรงพยาบาลสัตว์ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร จึงอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องนำรายได้ที่ได้รับมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มดังนี้

    2.1 กรณีมีรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ย่อมได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 จึงไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

         หากผู้ประกอบการโรงพยาบาลสัตว์ประสงค์จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มก็ให้กระทำได้โดยให้แจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้แจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตามมาตรา 81/3 (2) และมาตรา 85/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

    2.2 กรณีมีรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ตามมาตรา 85/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร

https://www.facebook.com/Suthep.Pongpitak/posts/1554711797913124/


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    1. การประกอบกิจการโดยสุจริต ตามธรรมเนียมประเพณีทางการค้า ที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ย่อมเป็นสิทธิของผู้ประกอบการที่จะดำเนินการ ขอให้มีความมั่นใจ ว่า ไม่มีใครจะทำกระไรที่เป็นการให้ร้ายแก่ท่านได้

       ภายใต้การประกอบกิจการโรงพยาบาลสัตว์ เป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งค่าบริการรักษาสัตว์ ค่าห้องพักหรือที่พัก ค่ายา ค่าอาหาร รวมทั้งรายได้ทั้งหลายอื่นใดที่เกิดแต่การประกอบกิจการโรงพยาบาลสัตว์ทั้งสิ้น

    2. การประกอบกิจการขายอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์ เป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ด้วยเช่นกัน

    3. การประกอบกิจการขายอาหารสัตว์ และยาหรือเคมืภัณฑ์เพื่อบำรุง รักษา กำจัดศัตรูหรือโรคของสัตว์ ที่แยกต่างหากจากการรักษาพยาบาลสัตว์ ตามข้อ 1 ย่อมได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะมีรายได้จากการประกอบกิจการเป็นจำนวนเท่าใดก็ตาม

    ดังนั้น หากจะแยกการประกอบกิจการขายอาหารสัตว์ และยาหรือเคมืภัณฑ์เพื่อบำรุง รักษา กำจัดศัตรูหรือโรคของสัตว์ ต่างหากจากการให้บริการรักษาสัตว์ ก็ย่อมกระทำได้ และควรแยกส่วนต่างหากจากกันให้ชัดแจ้ง รวมทั้งอาจแยกหน่วยทางภาษีอากร เพื่อขจัดปัญหาการเฉลี่ยภาษีซื้อ และมีสิทธิตั้งสถานประกอบการแห่งเดียวกับโรงพยาบาลสัตว์ก็ได้


 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายผลิตภัณฑ์อาหาร

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

09/06/2000

เลขที่หนังสือ

กค 0811/พ.4701

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 81 (1)(ข)(ง)

ข้อหารือ

     บริษัท ซ. จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋อง จำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศบริษัทฯ ขอหารือปัญหาภาษีอากรดังนี้

     1. สินค้าตามมาตรา 81 (1)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร หากได้ปรุงแต่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแล้วไม่ว่าจะบรรจุกระป๋องภาชนะหรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมโดยผนึกในลักษณะมั่นคงหรือไม่จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช่หรือไม่

     2. สินค้าอาหารสัตว์ ตามมาตรา 81 (1)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร จะถือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารตามมาตรา 81 (1)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่

     3. ผลิตภัณฑ์อาหาร ตามมาตรา 81 (1)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึง อาหารสำหรับคนใช่หรือไม่

     4. ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ตามมาตรา 81 (1)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึงอาหารสัตว์ทุกชนิดใช่หรือไม่

     5. ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ตามมาตรา 81 (1)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึงอาหารสำหรับสัตว์ไม่ว่าจะบรรจุกระป๋อง ภาชนะหรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรม โดยผนึกในลักษณะมั่นคงใช่หรือไม่เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขกระป๋อง (TOP DOG) อาหารแมวกระป๋อง (TOP CAT)

แนววินิจฉัย

     1. สินค้าตามมาตรา 81 (1)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ที่จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเป็นกรณีการขายสัตว์ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ไข่ น้ำนมและวัตถุพลอยได้จากสัตว์ ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสด หรือรักษาสภาพไว้มิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งหรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่ง แต่การขายสัตว์ดังกล่าวจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีการนำสัตว์ดังกล่าวมาแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะหรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรม ฉะนั้น ผลิตภัณฑ์อาหารจึงหมายถึงอาหารสำหรับคนเท่านั้น

     2. สินค้าตามมาตรา 81 (1)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร ที่จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเป็นกรณี ปลาป่น อาหารสัตว์ โดยไม่ได้จำกัดว่าจะบรรจุกระป๋อง ภาชนะหรือหีบห่อหรือไม่ก็ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉะนั้นหากสินค้าที่ขายคือ ปลาป่น และอาหารสัตว์ ไม่ว่าจะบรรจุกระป๋อง ภาชนะหรือหีบห่อ ที่ทำเป็นอุตสาหกรรม โดยผนึกในลักษณะมั่นคงหรือไม่ ก็ยังคงได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และคำว่าอาหารสัตว์ หมายถึง อาหารสำหรับสัตว์ทุกชนิด เช่น อาหารปลา อาหารสุนัข อาหารแมว อาหารสุกร ฯลฯ

เลขตู้

63/29430


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ