Case study

สอบถามเรื่องภาษีการขายสินค้านอกราชอาณาจักรค่ะ


เรื่อง สอบถามเรื่องภาษีการขายสินค้านอกราชอาณาจักรค่ะ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 04/03/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

เราเป็นบริษัทที่ซื้อสินค้าจากประเทศจีนแล้วขายสินค้าให้ลูกค้าที่เป็นบริษัทที่จัดตั้งอยู่ในประเทศพม่า  (ไม่ได้มีการนำสินค้าผ่านไทย)   

 มีคำถามดังนี้ค่ะ 

1. เราจะรับรู้ต้นทุนเมื่อไหร่คะ 

2. แบบนี้เรียกว่าเป็นการขายสินค้านอกราชอาณาจักรไหมคะ 

3. ไม่ต้องมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช่ไหมคะ 

4. แล้วจะต้องมีการเสียภาษีอื่นๆที่เกี่ยวข้องอย่างอื่นใดใดอีกไหมคะ 

5. เอกสารประกอบเบื้องต้นควรมีอะไรบ้าง

ขอบคุณค่ะ

คำตอบ


คำถาม-ตอบข้อ 1

1. เราจะรับรู้ต้นทุนเมื่อไหร่คะ 


คำตอบ

บริษัทฯ ต้องรับรู้รายได้ และต้นทุน ตามเงื่อนไขทางการค้าที่ตกลงกัน ตาม Incoterm เช่น ตกลงซื้อขายกันตาม  เงื่อนไข CIF ให้รับรู้รายได้ และต้นทุน ณ วันที่สินค้าวางบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง (on board the vessel) ณ ประเทศจีน  ให้พิจารณาจุดส่งมอบแต่ละเงื่อนไขใน Incoterm (ตรงเครื่องหมายตกใจ) คือจุดโอนความเสี่ยงของสินค้า

 

ขอบคุณภาพจาก https://www.smartfreight.co.th/incoterms/




คำถาม-ตอบข้อ 2

2. แบบนี้เรียกว่าเป็นการขายสินค้านอกราชอาณาจักรไหมคะ 


คำตอบ

ใช่ค่ะ แบบนี้เรียกว่าเป็นการขายสินค้านอกราชอาณาจักรค่ะ เนื่องจากสินค้าไม่ได้ส่งเข้ามาในประเทศไทย เป็น Out to Out 

คือ ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ และ ขายสินค้าให้ต่างประเทศ 


** แนะนำศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับการปันส่วนภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกันสำหรับการขายสินค้านอกราชอาณาจักร ตาม ป.164/2568  ที่ Tax-EZ Update ด้วยนะคะ คลิ๊ก



คำถาม-ตอบข้อ 3

3. ไม่ต้องมีการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช่ไหมคะ 


คำตอบ

ในทางภาษีมูลค่าเพิ่มการดำเนินการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นกิจการที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope) ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้ารายการดังกล่าว 



คำถาม-ตอบข้อ 4

4. แล้วจะต้องมีการเสียภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างอื่นใดใดอีกไหมคะ 


คำตอบ

บริษัทฯ ยังมีหน้าที่ต้องบันทึกรายได้จากการขายสินค้า และต้นทุนสินค้าจากการซื้อ นำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร


การบันทีกรายการบัญชีเงื่อนไข Incoterm CIF

บริษัท รับรู้ต้นทุนและรายได้พร้อมกัน ณ จุดส่งมอบที่ประเทศจีน 


    (1) เมื่อบริษัทฯ ได้รับมอบสินค้า เช่น ณ ท่าเรือในประเทศจีน ให้บันทึกรายการบัญชีโดย

             เดบิตต้นทุนสินค้าที่ขาย

                 เครดิตเงินสด/เงินฝากธนาคาร


    (2) เมื่อส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า

             เดบิดลูกหนี้

                 เครดิตรายได้ – ขายสินค้า





คำถาม-ตอบข้อ 5

5. เอกสารประกอบเบื้องต้น


คำตอบ

เอกสารที่ใช้ประกอบการบันทึกบัญชีที่ควรได้รับ คือ Invoice , Packing list, Airway bill (กรณีส่งทางเครื่องบิน) , B/L (กรณีส่งทางเรือ) และเอกสารตามที่แจ้งมาก็นำมาแนบเพิ่ม ส่วนเอกสารขาเข้าประเทศพม่า ถ้ามีก็นำแนบได้แต่ถ้าไม่สามารถขอได้ก็ไม่เป็นไรคะ สิ่งที่ใช้แสดงว่าได้มีการส่งมอบและโอนความเสี่ยงของสินค้าแล้วคือ Airway bill หรือ B/L ที่จำเป็นต้องมี


อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

การซื้อ-ขายนอกราช เงื่อนไข CIF

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 13/05/2024 - วันที่ตอบ 13/05/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

บริษัทฯ ขายสินค้าให้ลูกค้า โดยสั่งสินค้าจากประเทศจีน ส่งไปขายให้ลูกค้าที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยสินค้าไม่เข้าไทย ขายเทอม CIF 

ขอสอบถามว่า

1. บริษัทต้องรับรู้รายได้ ณ วันที่เรือถึงเนเธอร์แลนด์ใช่ไหมคะ

2.บริษัทต้องนำเข้าสต๊อกไหมคะ

3. บริษัทต้องนำส่ง ภพ.30 vat 0 ไหมคะ

4. หากบริษัทบันทึกเข้า-ออกสต๊อก จะต้องนำรายได้ยื่น ภพ.30 vat 0 ไหมคะ

วิสัชนา

เงื่อนไข CIF (Cost, Insurance & Freight) คือ เงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบเมื่อสินค้าวางบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง (on board the vessel) และผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายพิธีการส่งออก รวมทั้งทำสัญญาการขนส่ง จ่ายค่าขนส่งสินค้าจากท่าเรือต้นทางไปยังท่าเรือปลายทาง (ค่าระวางเรือ) และค่าประกันภัยขนส่งสินค้า

https://www.kasikornbank.com/.../4-conditions...


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีบริษัทฯ ขายสินค้าให้ลูกค้า โดยสั่งสินค้าจากประเทศจีน ส่งไปขายให้ลูกค้าที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยสินค้าไม่เข้าไทย ขายเทอม CIF นั้น

1.บริษัทฯ ต้องรับรู้รายได้ ณ วันที่สินค้าวางบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง (on board the vessel) ณ ประเทศจีน ไม่ใช่วันที่เรือถึงเนเธอร์แลนด์

2. บริษัทฯ ไม่ต้องนำเข้ารายงานสินค้าและวัตถุดิบ เพราะสินค้าไม่ได้เข้ามาอยู่ในครอบครองของบริษัทฯ ในประเทศไทย

3. บริษัทฯ ไม่ต้องกรอกรายงานภาษีขาย และไม่ต้องนำรายได้จากการขายดังกล่าวแสดงในแบบ ภ.พ.30 เนื่องจากเป็นรายได้จากการประกอบการที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope)

4. บริษัทฯ ไม่ต้องบันทึกเข้า-ออกสต๊อก และไม่ต้องนำรายได้จากการขายดังกล่าวแสดงในแบบ ภ.พ.30 แต่อย่างใด


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์



เรื่อง

การบันทึกบัญชีซื้อขายสินค้านอกราชอาณาจักร

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 27/05/2023 - วันที่ตอบ 12/06/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

บริษัท ก ตั้งอยู่ในประเทศไทย จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัท ก ซื้อสินค้าจาก บริษัท A ประเทศอิตาลี เพื่อขายให้ บริษัท M ที่อยู่ประเทศมาเลเซีย โดยบริษัท A ส่งสินค้าให้บริษัท M โดยตรงไม่ต้องผ่านเข้าประเทศไทย

คำถามคือ

    1) บริษัท ก ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี ถูกต้องหรือไม่คะ

    2) บริษัท ก ต้องชำระเงินซื้อสินค้าให้บริษัท A โดยบันทึกตั้งหนี้ตามใบอินวอยซ์ที่ออกในนามบริษัท ก ได้หรือไม่คะแม้ว่าไม่ได้เข้ามาในประเทศ

ต้นทุนสินค้าในการบันทึกจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนอย่างไรคะ ด้วยสินค้า ex-works จากบริษัท Aประเทศอิตาลี ส่งตรงไปประเทศมาเลเซีย และกรณีขายต้องตัดสินค้าขายให้บริษัท M จะใช้อัตราแลกเปลี่ยนอย่างไรคะ

วิสัชนา

กรณีบริษัท ก ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้ซื้อสินค้าจาก บริษัท A ประเทศอิตาลี เพื่อขายให้ บริษัท M ที่อยู่ประเทศมาเลเซีย โดยบริษัท A ส่งสินค้าให้บริษัท M โดยตรงไม่ต้องผ่านเข้าประเทศไทย เช่นนี้ ถือเป็นการขายสินค้านอกราชอาณาจักร เป็นกิจการที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope) 

    1. บริษัท ก ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี ถูกต้องแล้ว

    2. บริษัท ก ต้องชำระเงินซื้อสินค้าให้ บริษัท A โดยสามารถบันทึกตั้งหนี้ตามใบอินวอยซ์ ที่ออกในนามบริษัท ก ได้ แม้ว่าไม่ได้เข้ามาในประเทศ

    3. ต้นทุนสินค้าซึ่งใช้เงื่อนไข INCOTERMs “ex-works” ประกอบด้วย

        (1) เบื้องต้นราคาสินค้าตาม Invoice ของบริษัท A ณ โรงงานของบริษัท A ผู้ผลิตสินค้าในประเทศอิตาลี โดยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ได้รับมอบสินค้า ณ โรงงานของบริษัท A ดังกล่าว

        (2) หากบริษัทฯ ขายสินค้าด้วยเงื่อนไข DDP คือ ส่งมอบสินค้าใหแก่บริษัท D ณ ที่ทำการของบริษัท D ในประเทศมาเลเซีย ต้นทุนสินค้าต้อง รวม

             (ก) ค่าขนส่งสินค้าจากโรงงานของบริษัท A ผู้ผลิตถึงท่าเรือในประเทศอิตาลี รวมทั้งค่าใช้จ่ายในกระบวนการส่งออกของบริษัท A ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่บริษัทฯ ได้รับใบแจ้งหนี้ และล้างออกด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชำระค่าขนส่งดังกล่าว

             (ข) ค่าระวางขนส่งสินค้าโดยเรือเดินทะเล  

             (ค) ค่าเบี้ยประกันภัยทางทะเล

             (ง) ค่าใช้จ่ายในการออกของ และค่าภาษีศุลกากร รวมทั้งภาษีการขายและบริการ ณ ด่านศุลกากร

             (จ) ค่าขนส่งสินค้าจากท่าเรือถึงที่ทำการของบริษัท D 

         การบันทึกจะใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่บริษัทฯ ได้รับใบแจ้งหนี้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในแต่ละรายการโดยบันทึกเป็นเจ้าหนี้ไว้ และล้างหนี้ออกด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังกล่าว ซึ่งจะเกิดกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เว้นแต่ชำระเป็นเงินสด ก็ให้ใช้อัตราแลกเปลียนตามที่ได้ชำระค่าใช้จ่ายนั้นไปแต่ละรายการ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



 


เรื่อง

กรณีซื้อขายสินค้านอกราชอาณาจักร กับการบันทึกบัญชี

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/09/2017 - วันที่ตอบ 06/09/2017

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ปุจฉา

บริษัท ก. เป็นผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ได้รับใบสั่งซื้อจาก บริษัท ข. โดยให้ส่งสินค้าตรงจากประเทศผู้ผลิต (ฝรั่งเศส) ไปให้สาขาของบริษัท ข. ที่อยู่ประเทศเนปาล โดยไม่ได้ผ่านประเทศไทย ซึ่งในการจ่ายเงิน บริษัท ข. จ่ายให้ บริษัท ก. และ บริษัท ก. จ่ายให้กับผู้ผลิตเองอยากทราบว่าในกรณีนี้ บริษัท ก. จะต้องบันทึกบัญชี, ต้นทุนอย่างไร หรือบริษัทต้องปฎิบัติอย่างไร

วิสัชนา

กรณีบริษัท ก ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ประกอบกิจการเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ได้รับคำสั่งซื้อจากบริษัท ข ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยด้วยเช่นกัน โดยให้บริษัท ก ส่งสินค้าตรงจากประเทศผู้ผลิต คือ ฝรั่งเศส ไปให้สาขาของบริษัท ข ที่อยู่ประเทศเนปาล โดยไม่ได้ผ่านประเทศไทย ซึ่งในการจ่ายเงิน บริษัท ข. จ่ายให้ บริษัท ก. และ บริษัท ก. จ่ายให้กับผู้ผลิตเอง นั้น

    1. สมมติเงื่อนไขในการสั่งซื้อคือ CIF Destination Nepal กล่าวคือ ส่งมอบสินค้าที่ประเทศเนปาล ทั้งกรณีบริษัท ก และบริษัท X เช่นนี้ บริษัท ก จะได้รับสินค้าก็ต่อเมื่อสินค้าถึงประเทศเนปาล และส่งมอบสินค้านั้นให้แก่บริษัท ข ที่ประเทศเนปาลเช่นเดียวกัน

       ....บริษัท ก รับรู้ต้นทุนและรายได้พร้อมกัน ณ จุดส่งมอบที่ประเทศเนปาล โดยรับรู้ต้นทุนตาม Invoice ที่บริษัท X เรียกเก็บ และรับรู้รายได้ตาม Invoice ที่บริษัท ก เรียกเก็บบริษัท ข

    2. การนำเข้าสินค้าที่ประเทศเนปาล ให้ใช้ Invoice ที่บริษัท ก ออกให้แก่บริษัท ข จุดหมายปลายทางประเทศเนปาล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ