ประเภทเงินลงทุน 1. แบ่งตามระยะเวลาของการลงทุน ได้แก่ 1.1 เงินลงทุนชั่วคราว หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้ไม่เกิน 1 ปี เงินลงทุนชั่วคราวรวมถึง หลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไป และตราสารหนี้ที่จะครบกำหนดภายใน 1 ปี 1.2 เงินลงทุนระยะยาว หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งใจจะถือไว้เกิน 1 ปี เงินลงทุนระยะยาวรวมถึง ตราสารทุนที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขายเงินลงทุนทั่วไป ตราสารหนี้ที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผื่อขายและตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด 2.แบ่งตามสถานภาพของผู้ถือหลักทรัพย์ต่อกิจการ 2.1 ตราสารทุน หมายถึง สัญญาที่แสดงว่าผู้ถือตราสารมีความเป็นเจ้าของในส่วน ได้เสียคงเหลือของกิจการที่ไปลงทุนได้แก่ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ 2.2 ตราสารหนี้ หมายถึง สัญญาที่แสดงว่าผู้ออกตราสารมีภาระผูกผันทั้งทางตรง และทางอ้อมที่จะต้องจ่ายเงินสดหรือสินทรัพย์อื่นให้แก่ผู้ถือตราสารตามจำนวนและเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้โดยชัดเจนหรือโดยปริยายได้แก่ หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล 3. แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการถือหลักทรัพย์ 3.1 หลักทรัพย์เพื่อค้า หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดที่กิจการถือไว้โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ ทำให้กิจการถือหลักทรัพย์นั้นไว้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อหากำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ ดังนั้น หลักทรัพย์เพื่อค้าจึงมีอัตราการหมุนเวียนสูง 3.2 หลักทรัพย์เผื่อขาย หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดซึ่งไม่ถือเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้าและในขณะเดียวกันไม่ถือเป็นตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดหรือเงินลงทุนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม หลักทรัพย์เผื่อขายสามารถแยกประเภทเป็นเงินลงทุนชั่วคราวหรือเงินลงทุนระยะยาว 3.3 เงินลงทุนทั่วไป หมายถึง เงินลงทุนในตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาดทำให้กิจการไม่สามารถจัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้าหรือหลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไปสามารถแยกประเภทเป็นเงินลงทุนชั่วคราวหรือเงินลงทุนระยะยาว 3.4 ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด หมายถึง เงินลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ที่กิจการมีความตั้งใจแน่วแน่และมีความสามารถที่จะถือไว้จนครบกำหนดไถ่ถอน นอกจากนี้ มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 ได้กำหนดให้กิจการต้องปฏิบัติเมื่อได้มาซึ่งเงินลงทุน 1. จัดประเภทตราสารหนี้และตราสารทุนในความต้องการของตลาดดังนี้ 1.1 หลักทรัพย์เพื่อค้า 1.2 หลักทรัพย์เผื่อขาย 1.3 ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด 2. จัดประเภทตราสารทุนที่ไม่อยู่ในความต้องการของตลาดเป็นเงินลงทุนทั่วไป บทความโดย :https://sites.google.com หลักทรัพย์เพื่อค้า หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดที่กิจการถือไว้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ทําให้กิจการถือหลักทรัพย์นั้นไว้เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อหากําไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ ดังนั้น หลักทรัพย์เพื่อค้าจึงมีอัตราการหมุนเวียนสูง หลักทรัพย์เผื่อขาย หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดซึ่งไม่ถือเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้า และในขณะเดียวกันไม่ถือเป็นตราสารหนี้ ที่จะถือจนครบกําหนดหรือเงินลงทุนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม การร่วมค้า หลักทรัพย์เผื่อขายสามารถแยกประเภทเป็นเงินลงทุนชั่วคราวหรือเงินลงทุนระยะยาว
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 1. กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ เปลี่ยนความตั้งใจไม่ขายภายใน 1 ปี โดยถือไว้เพื่อการลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล อีกทั้งราคาตลาดมีแต่ต่ำลง ซึ่งบริษัทฯ ไม่ต้องการที่จะใช้ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในแต่ละปีเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีแล้ว เนื่องจากบริษัทฯ มีขาดทุนสะสมจำนวนมาก นั้น ถือว่าหลักทรัพย์เพื่อค้า lot เดิมที่เคยซื้อมาจะพิจารณาว่าเป็นสินทรัพย์ได้ โดยต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามวิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไป อาทิ (1) หลักการและเหตุผล ความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงประเภทหลักทรัพย์ จากหลักทรัพย์เพื่อค้า เป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย (2) รายละเอียดเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลง ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ มูลค่าของหลักทรัพย์ ประวัติการได้มาซึ่งหลักทรัพย์รายการนั้นๆ (3) หลักฐานการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงประเภทหลักทรัพย์ โดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ (4) รายงานผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงประเภทหลักทรัพย์ ทั้งในทางบัญชีและภาษีอากร 2. เมื่อบริษัทฯ ได้เปลี่ยนแปลงประเภทหลักทรัพย์จากหลักทรัพย์เพื่อค้า เป็นหลักทรัพย์เผื่อขาย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนขตามข้อ 1 ข้างต้น แล้ว ในทางบัญชีเมื่อมีการวัดมูลค่ายุติธรรม หากเกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง บริษัทฯ พึงต้องบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนถ้าเป็นกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ต้องหักออก ถูกต้องแล้วครับ 3. ราคามูลค่ายุติธรรมทางภาษี กรณีในทางบัญชีถ้าเป็นหุ้นในตลาดฯ จะใช้ราคา last bid price แต่ถ้านอกตลาดจะใช้ NAV ถูกต้องแล้วครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |