Case study

บริษัทต่างประเทศ ถือหุ้นในประเทศไทย และต้องการขายหุ้นที่ถือในประเทศไทยให้แก่บริษัทต่างประเทศ
| เรื่อง | บริษัทต่างประเทศ ถือหุ้นในประเทศไทย และต้องการขายหุ้นที่ถือในประเทศไทยให้แก่บริษัทต่างประเทศ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แหล่งที่มา | Case study | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันที่ | 24/09/2026 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม,อากรแสตมป์ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อกฎหมาย | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำถาม | บริษัท ก. ตั้งอยู่ในไทย มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 ราย (สัญชาติจีน 100%) ได้แก่ บริษัท A ถือหุ้น 80% บริษัท B ถือหุ้น 10% และบริษัท C ถือหุ้นอยู่ 10% ทั้งหมดได้ชำระค่าหุ้นเสร็จสิ้นแล้ว ต่อมาบริษัท C ที่ถือหุ้นอยู่ 10% จะทำการขายบริษัท โดยมีโอกาสขายหุ้นให้บริษัทใหม่ (เรียกแทนว่าบริษัท F) ในมูลค่า 0 บาท หรือ ราคาที่ต่ำมากๆ ต่ำกว่าราคาตลาด **ทำให้ผู้ถือหุ้นบริษัท ก. เปลี่ยนจาก C เป็น F ** ดังรูปภาพ ขอเรียนถามดังนี้ 1. ในกรณีที่บริษัท C ขายราคา 0 บาท หรือต่ำกว่าราคาตลาด มีผลกระทบอะไรกับบริษัท ก. หรือไม่ 2. บริษัท ก. ต้องทำการยื่นอัพเดท บอจ.5 และต้องจัดทำเอกสารอื่นอีกหรือไม่ 3. อากรแสตมป์ที่บริษัท F ต้องชำระ อาจจะไม่สามารถชำระได้โดยตรงกับสรรพากร บริษัท ก. สามารถชำระแทนก่อนได้หรือไม่ และคำนวณมูลค่าฐานจากอะไร ? 4. บริษัท ก. หรือ C หรือ F จะต้องทำการชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด. 54 หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำตอบ | จากรูปภาพที่แนบมา เป็นแผนผังแสดง โครงสร้างการถือหุ้นและการโอนหุ้นของบริษัท ก. โดยมีรายละเอียดดังนี้ อธิบายรายละเอียดของรูปภาพ
1. ผลกระทบต่อบริษัท ก.
2. การยื่นอัปเดต บอจ.5 และเอกสารที่ต้องจัดทำบริษัท ก. ต้องจัดทำและยื่นอัปเดต บอจ.5 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทางระบบ e-Filing และต้องจัดทำ/จัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ :
3. อากรแสตมป์และการคำนวณฐานภาษี
ตัวอย่าง : หากหุ้น 10% ที่โอน มีมูลค่าชำระแล้วรวม 100,000 บาท อากรแสตมป์จะเท่ากับ (100,000 / 1,000) = 100 บาท
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (4) เงินได้ที่เป็น (ช) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วน โอนหน่วยลงทุน หรือโอนหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก รวมทั้งเงินได้จากการขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นกองทุนรวม ทั้งนี้ เฉพาะซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน |
มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4)(5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม บัญชีอัตราภาษีเงินได้ " (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล "(ข) ภาษีตามมาตรา 70 นอกจากที่ระบุใน (ค) ร้อยละ 15 |
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ส่วนที่ ๒ ------------------------- มาตรา ๑๑๒๙ อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น ซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น |
ลักษณะแห่งตราสาร | อากรแสตมป์ | ผู้ที่ต้องเสียอากร | ผู้ที่ต้องขีดฆ่า แสตมป์ |
คิดตามราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือตามราคาในตราสาร แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่าทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร ก. โอนพันธบัตรของรัฐบาลไทย ข. โอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ และใบรับรองหนี้ซึ่งสหกรณ์หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นผู้ออก |
|
|
|
อ้างอิงคำตอบ
เรื่อง | ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักและนำส่งภาษีตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร |
แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร |
วันที่ | 20/09/2004 |
เลขที่หนังสือ | กค 0706/8706 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 40(4)(ช), มาตรา 70 |
ข้อหารือ | บริษัท ป. ลูกค้าของบริษัทฯ จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายไทย และประกอบธุรกิจในประเทศไทย มีความประสงค์จะลงทุนถือหุ้นในบริษัทจำกัดบริษัทหนึ่งที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บริษัท ก.) ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งภายใต้กฎหมายไทย และประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยบริษัท ป.จะซื้อหุ้นของบริษัท ก. จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศอังกฤษ (บริษัท A) ซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย และมิได้มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย กรณีดังกล่าวบริษัทฯ เข้าใจว่า กรณีที่บริษัท ป. จ่ายเงินค่าหุ้นของบริษัท ก. ให้แก่บริษัท A โดยการขายหุ้นนั้นมีผลประโยชน์ที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินลงทุนตามมาตรา 40(4)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท ป. ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามข้อ 14 แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ดังความละเอียดแจ้งอยู่แล้ว |
แนววินิจฉัย | บริษัท A ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศอังกฤษ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร ที่จ่ายจากประเทศไทย จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม เงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นผลได้จากทุน ตามข้อ 14 แห่งอนุสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ซึ่งตามวรรค 4 กำหนดให้ถิ่นที่อยู่ของผู้มีเงินได้เป็นผู้มีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ดังกล่าวเท่านั้น ดังนั้น บริษัท A ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย และบริษัท ป. จึงไม่มีหน้าที่หักและนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด |
เลขตู้ | 67/33139 |
เรื่อง | ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศขายหุ้นในบริษัทไทย |
แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร |
วันที่ | 04/06/2007 |
เลขที่หนังสือ | กค 0706/5527 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 40(4)(ช) และมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร |
ข้อหารือ | กรณีบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีสถานประกอบการในประเทศไทย เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ก. ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นประสงค์จะขายหุ้นบริษัท ก. ให้แก่บริษัท ข. ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งในการขายหุ้นดังกล่าว บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนในบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย จะมีภาระภาษีอย่างไร |
แนววินิจฉัย | "การซื้อขายหลักทรัพย์ที่กระทำเป็นปกติในธุรกิจการค้า โดยบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ซึ่งกระทำโดยบริษัทหลักทรัพย์ โดยในกรณีบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ เข้ามาลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่านบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในประเทศไทย กำไรที่ได้จากการขายหลักทรัพย์ของบริษัทดังกล่าว อาจเป็นกำไรจากอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์ตามอนุสัญญา เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ซึ่งรัฐบาลไทยตกลงไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ โดย |
เลขตู้ | 70/34969 |
เรื่อง | ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศขายหุ้นในบริษัทไทย |
แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร |
วันที่ | 16/04/2015 |
เลขที่หนังสือ | กค 0702/4044 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 40(4) (ช) และมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร |
ข้อหารือ | 1. บริษัทฯ แจ้งว่า ลูกค้าของบริษัทฯ คือ บริษัท B จำกัด มีความประสงค์จะซื้อหุ้นของบริษัท C จำกัด จากบริษัท ข .และ ค. ในราคาหุ้นละ 100 บาท จำนวน 100,000 หุ้น และจำนวน 130,000 หุ้น ตามลำดับ ราคาหุ้นที่จะซื้อดังกล่าว มีมูลค่าสูงกว่าราคาทุนหุ้นละ 60 บาท บริษัททั้งสองเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนภายใต้กฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย |
แนววินิจฉัย | กรณีที่บริษัท ข. และบริษัท ค. ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีนและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ได้ขายหุ้นให้บริษัท B ในประเทศไทย โดยได้รับผลประโยชน์ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) (ช) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีดังกล่าวถือเป็นผลได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยตามข้อ 13 แห่งความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ ดังนั้น บริษัท ข.และบริษัท ค. จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ประเทศไทย โดยบริษัท B ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีนำส่งตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร |
เลขตู้ | 78/39613 |