Case study

ข้อหารือแนวทางปฏิบัติกรณีการนำเข้าอะไหล่เพื่อทดแทนส่วนที่เสียหาย (Replacement) ภายใต้สิทธิประโยชน์ BOI
| เรื่อง | ข้อหารือแนวทางปฏิบัติกรณีการนำเข้าอะไหล่เพื่อทดแทนส่วนที่เสียหาย (Replacement) ภายใต้สิทธิประโยชน์ BOI | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แหล่งที่มา | Case study | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันที่ | 18/02/2026 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อกฎหมาย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำถาม | บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้นำเข้าเครื่องจักรจากผู้ขายในต่างประเทศ (Company A) เมื่อเดือนธันวาคม 2568 โดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า ต่อมาพบว่าในระหว่างการติดตั้ง อะไหล่บางส่วนเกิดความเสียหายโดยความผิดพลาดของ Company A ที่เข้ามาทำการติดตั้งเครื่องจักรให้ (มูลค่าประมาณ 300,000 บาท) ทางผู้ขายจึงตกลงส่งมอบอะไหล่ชิ้นใหม่มาทดแทนให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (Free of Charge) ซึ่งมีกำหนดนำเข้าในเดือนกันยายน 2569 บริษัทจึงขอหารือในประเด็นดังนี้: 1. การจำแนกประเภทรายการ : การนำเข้าอะไหล่ชิ้นใหม่เพื่อเปลี่ยนแทนชิ้นส่วนที่เสียหาย เพื่อให้เครื่องจักรสามารถใช้งานได้ตามสมรรถนะเดิม โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากทางบริษัท กรณีนี้ถือเป็นการ "ซ่อมแซมเครื่องจักร" หรือเป็นการ "นำเข้าอุปกรณ์ทดแทน (Replacement)" เพื่อทำให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าเดิม 2. การจัดการส่วนประกอบที่เสียหาย : ในกรณีที่ Company A ประสงค์จะให้นำอะไหล่ชิ้นเดิมที่เสียหายไปทำลายทิ้ง โดยผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำลายทั้งหมด บริษัทต้องดำเนินการขออนุมัติจาก BOI เพื่อตัดบัญชีเครื่องจักร/อะไหล่ หรือแจ้งต่อกรมศุลกากรอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิประโยชน์ย้อนหลัง และมีภาระภาษีในส่วนของเศษซาก (Scrap) ที่ต้องชำระหรือไม่? และชิ้นส่วนที่ชำรุดสามารถทำลายเพื่อรักษาความลับของกิจการได้โดยไม่กระทบกับการบันทึกบัญชีใดๆใช้หรือไม่ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำตอบ | ตอบ 1 การจำแนกประเภทรายการ กรณีนี้เป็นการเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุด และมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้เครื่องจักรกลับมามีสมรรถนะตามสภาพเดิม มิใช่การปรับปรุงหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นกว่าที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายเดิม ดังนั้น หลักคือเป็นรายจ่ายเพื่อการซ่อมแซม แต่เนื่องจากอะไหล่ ความผิดพลาดของผู้ขาย โดยไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม ข้อพิจารณาทางกฎหมายและศุลกากร ในทางศุลกากร การนำเข้าสินค้าทดแทน (Replacement) ที่ส่งมาโดยไม่คิดมูลค่า อาจถือเป็นการนำเข้าสินค้าใหม่แยกต่างหาก แม้จะไม่มีการเรียกเก็บเงิน แต่ยังคงมี “มูลค่าทางศุลกากร” เพื่อใช้ประกอบการคำนวณอากรและภาษีอากร เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นตามประกาศหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีโครงการ BOI หากอะไหล่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติเดิม และการนำเข้าเป็นไปเพื่อทดแทนของเสียหายโดยไม่มีการเพิ่มกำลังการผลิตหรือเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของโครงการ โดยหลักแล้วสามารถขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าได้อีกครั้ง ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องขออนุมัติและแจ้งต่อ BOI ให้ชัดเจนว่าเป็น Replacement ภายใต้สัญญาเดิม สรุป ลักษณะดังกล่าวควรจัดเป็น “การนำเข้าอุปกรณ์ทดแทน (Replacement)” มากกว่าการ “ซ่อมแซม” เนื่องจากเป็นการนำเข้าสินค้าใหม่เข้ามาแทนของเดิมที่เสียหาย มิใช่การนำของเดิมออกไปซ่อมแล้วส่งกลับอย่างไรก็ดี ในทางบัญชี เมื่ออะไหล่ใหม่ถูกนำมาติดตั้งแทนของเดิมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และไม่เพิ่มประสิทธิภาพเกินกว่าที่กำหนดไว้เดิม การบันทึกบัญชีจึงไม่ถือเป็นสินทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่เป็นการรักษาสภาพการใช้งานของเครื่องจักรเดิมเท่านั้น ตอบ 2 การจัดการส่วนประกอบที่เสียหาย 2.1 การแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง* เมื่อทำลาย/ทิ้ง ชิ้นส่วนที่เสียหาย ในกรณีที่ผู้ขายประสงค์ให้ทำลายอะไหล่ชิ้นเดิม และเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด บริษัทควรพิจารณาดำเนินการดังนี้ - แจ้งและขออนุมัติจาก BOI หากอะไหล่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้า การตัดจำหน่ายหรือทำลาย ควรแจ้ง BOI เพื่อขออนุมัติการตัดบัญชีทรัพย์สินหรือแก้ไขรายการเครื่องจักรในระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ย้อนหลัง - แจ้งต่อกรมศุลกากร เนื่องจากเครื่องจักรเดิมได้รับยกเว้นอากรขาเข้า การจำหน่าย โอน ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงสภาพ อาจต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของ กรมศุลกากร โดยเฉพาะหากยังอยู่ภายในระยะเวลาควบคุมของ BOI เพื่อป้องกันการถูกเรียกเก็บอากรย้อนหลัง หมายเหตุ* : เนื่องจากทางเรา เป็นที่ปรึกษาภาษี ในส่วนของหน่วยงานอื่น รวมทั้ง BOI หรือ ศุลกากรนั้น ทางเราหาคำตอบเบื้องต้นให้เท่านั้น เพื่อความถูกต้องชัดเจน แนะนำให้บริษัทสอบถามไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอีกครั้งด้วยนะคะ 2.2 ภาระภาษีในส่วนของเศษซาก (Scrap) ต้องพิจารณาแยกกันว่ากรรมสิทธิ์์ของอะไหล่เดิมที่เสียหายเป็นเศษซากนั้น 1) เป็นของผู้ขาย Company A - การขายผู้ซื้อเป็นเพียงตัวแทนของบริษัทผู้ขายเท่านั้น บริษัทผู้ซื้อจึงไม่มีภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง แต่บริษัทผู้ขายถือว่าได้เข้ามาขายสินค้าในประเทศไทยผ่านตัวแทนอิสระ (บริษัทผู้ซื้อ) ถือว่าบริษัทผู้ขายเข้ามาขายสินค้าในประเทศไทยชั่วคราวโดยไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราว ดังนั้นผู้ที่ซื้อเศษซากนี้ไปเมื่อจ่ายชำระจะต้องนำส่ง ภ.พ.36 ตามมาตรา 83/6(1) แห่งประมวลรัษฎากร - การทำลายไม่มีภาระภาษีใดๆทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ 2) เป็นของบริษัท (ผู้ซื้อ)ถ้ากรรมสิทธิ์เป็นของผู้ซื้อ แสดงว่าบริษัทได้รับโอนกรรมสิทธิ์อะไหล่ที่เสียหาย(เศษซาก) จากผู้ขาย - การขาย เศษซากดังกล่าวทำให้เกิดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ กล่าวคือ ถ้าขายในประเทศไทย บริษัทต้องนำส่งภาษีขาย ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร นำส่งด้วยมูลค่าที่ได้รับ (ขายได้) ตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร และเมื่อขายได้ บริษัทต้องนำรายได้มารวมคำนวณกำไรสุทธิ และเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล - การทำลาย บริษัทต้องจัดให้มีเอกสารหลักฐานการทำลายครบถ้วน เพื่อพิสูจน์ว่าบริษัททำลายจริงไม่ได้นำไปขาย
2.3 การทำลายเพื่อรักษาความลับทางธุรกิจ บริษัทสามารถทำลายชิ้นส่วนที่ชำรุดเพื่อรักษาความลับของกิจการได้ แต่ต้องมี (1) รายงานการตรวจสอบสภาพทรัพย์สิน หากดำเนินการครบถ้วน การทำลายดังกล่าวไม่ควรกระทบสิทธิประโยชน์ BOI และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางบัญชีเกินกว่าการตัดจำหน่ายมูลค่าทางบัญชีของชิ้นส่วนเดิม (ซึ่งในกรณีนี้ หากถือเป็นส่วนประกอบของเครื่องจักรหลัก อาจไม่มีมูลค่าแยกต่างหาก) ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ
อ้างอิงกฎหมาย
อ้างอิงคำตอบ
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
