Case study

สินค้าขาดหาย เนื่องจากน้ำหนักสินค้าที่หายไปจากสภาพอากาศ สามารถลงเป้นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่คะ


เรื่อง สินค้าขาดหาย เนื่องจากน้ำหนักสินค้าที่หายไปจากสภาพอากาศ สามารถลงเป้นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่คะ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 17/02/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทขายสินค้ากะลาปาล์ม ในระหว่างที่สต๊อคสินค้าในคลังสินค้า สภาพของสินค้ากะลาปาล์มตอนรับเข้าคลังมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 1000 ตัน (ตัวเลขสมมุติ) 

ต่อมาในะระหว่างที่สินค้าสต๊อคในคลัง บริษัทได้มีการทยอยขายสินค้าไปเรื่อยๆ โดยขายตามน้ำหนัก จนสุดท้ายสินค้าที่ขายไป รวมได้ 900 ตัน แต่สภาพจริงคือสินค้าไม่มีเหลือแล้ว อยากทราบว่าสินค้าที่น้ำหนักขาดหายไปจากสต๊อค จำนวน 100 ตัน สามารถลงเป็นรายจ่ายทางบัญชีได้หรือไม่คะ

คำตอบ

ตอบจากคำถาม  บริษัทควรต้องพิจารณาแยกเป็น 2 ประเด็น คือ  ประเด็นทางบัญชี และ ประเด็นทางภาษี 


ประเด็นทางบัญชี

หากบริษัทรับสินค้ากะลาปาล์มเข้าคลังน้ำหนัก 1,000 ตัน แต่ภายหลังขายรวมได้เพียง 900 ตัน และสินค้าคงเหลือเป็นศูนย์ แสดงว่ามีน้ำหนักขาดหาย 100 ตัน ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัย เช่น  การระเหยของความชื้นตามธรรมชาติ   การสูญเสียระหว่างจัดเก็บหรือขนถ่าย  ซึ่งตามหลักการบัญชี สินค้าคงเหลือต้องแสดงตามมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนสุทธิ (Net Realizable Value) หากสินค้าสูญเสียหรือขาดหายจริง และมีหลักฐานรองรับ บริษัทสามารถบันทึกเป็น “ต้นทุนขาย” หรือ “ขาดทุนจากสินค้าขาดหาย” ได้ โดยควรมีเอกสารประกอบ เช่น  รายงานตรวจนับสต๊อก   รายงานเปรียบเทียบรับ–จ่าย–คงเหลือ   หรือรายงานอื่นๆที่จัดทำขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่าเป๋นการสูญเสียจริง เช่น  รายงานการสูญเสียน้ำหนักตามธรรมชาติของกะลาปาล์ม โดยจำเป็นต้องมีลายเซ็นผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บ ควบคุม และผู้ที่มีอำนาจอนุมัติด้วย  



ประเด็นทางภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล 

สินค้ากะลาปาล์มมีลักษณะของสินค้าที่สามารถสูญหายได้ด้วยกายภาพของตัวสินค้าเอง กรณีที่บริษัทได้ตรวจนับ และผลการตรวจนับออกมา มีปริมาณสต๊อกคงเหลือน้อยกว่า ในปริมาณสูญเสียที่เหมาะสม(สมเหตุสมผล)  สต๊อกคงเหลือทางบัญชี นั้น    

1.  สินค้าที่สูญหายได้ตามปกติของลักษณะกายภาพของสินค้าดังกล่าว เช่น กะลาปาล์มมีความชื้นสูง น้ำหนักลดลงตามธรรมชาติ  สามารถรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้บริษัทฯ ต้องมีระบบการควบคุมภายในที่ดี* ในเรื่องที่เกี่ยวกับการขายสินค้าดังกล่าว ว่าได้บันทึกรายการบัญชีโดยถูกต้องและครบถ้วนแล้ว อันเป็นปกติในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ปรากฎข้อความนี้ในความเห็นของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และหมายเหตุประกอบงบการเงิน เกี่ยวกับนโยบายการบันทึกบัญชี และการเสียภาษีอากรของบริษัทฯ

2.  สินค้าที่สูญหายด้วยเหตุอื่น เช่น สูญหายจากการทุจริต ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ หรือควบคุมภายในบกพร่องอย่างร้ายแรง บริษัทไม่สามารถรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้  เนื่องจากเข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร 



ภาษีมูลค่าเพิ่ม

หลักกฏหมายทั่วไป

1. สินค้าที่สูญหายได้ตามปกติของลักษณะกายภาพของสินค้าดังกล่าว เช่น กะลาปาล์มมีความชื้นสูง น้ำหนักลดลงตามธรรมชาติ  บริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่สูญหายไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย)

2. สินค้าที่สูญหายด้วยเหตุอื่น เช่น สูญหายจากการทุจริต ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ หรือควบคุมภายในบกพร่องอย่างร้ายแรง บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่สูญหายไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) ด้วย   ตามมาตรา 77/1 (8)(จ) แห่งประมวลรัษฎากรอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2  (1) แห่งประมวลรัษฎากร


อย่างไรก็ตาม สินค้ากะลาปาล์ม ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสูญหายแบบปกติ หรือไม่ปกติ บริษัทก็ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 


ระบบการควบคุมภายในที่ดี* บริษัทต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นการสูญเสียตามธรรมชาติหรือเสื่อมสภาพตามปกติ  

1. จัดให้มีการตรวจนับสต๊อค มากกว่า 1 ครั้งต่อปี  โดยต้องมี มีหลักฐานการตรวจนับและพิสูจน์ข้อเท็จจริง  

2. อัตราการการสูญเสียตามธรรมชาติของสินค้า โดย  แนวทางกำหนดเกณฑ์อัตราการสูญเสียที่เหมาะสม เพื่อให้เกณฑ์มีน้ำหนักทางภาษี ควรดำเนินการดังนี้

  • เก็บข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 3 รอบบัญชี
  • คำนวณค่าเฉลี่ยอัตราการสูญเสีย
  • จัดทำบันทึกเสนอกรรมการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร  

3. จัดทำเอกสารประกอบให้ครบถ้วน 

  • รายงานตรวจนับสต๊อก   
  • ใบรับสินค้า(เมื่อนำเข้าโกดัง)
  • ใบกำกับภาษี ขายสินค้า (เมื่อนำสินค้าออกจากโกดัง)
  • ภาพถ่ายสภาพคลังสินค้า
  • รายงานการสูญเสียน้ำหนักตามธรรมชาติของกะลาปาล์ม
  • รายงานการสูญเสียน้ำหนักตามธรรมชาติของกะลาปาล์ม



อ้างอิงกฎหมาย


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ


มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(8) " ขาย " หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง

(จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง



มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ



มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  (1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้
        (ก) การขายพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสด หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่งด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บด ทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น ข้าวสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสีข้าว แต่ไม่รวมถึงไม้ซุง ฟืน หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด



ตัวอย่างรายงาน


รายงานสรุปการสูญเสียน้ำหนักตามธรรมชาติของกะลาปาล์ม


บริษัท ........................................ จำกัด
รายงานเลขที่ ........................................
 วันที่จัดทำ ........................................

เรื่อง รายงานสรุปการสูญเสียน้ำหนักตามธรรมชาติของกะลาปาล์มในคลังสินค้า

เรียน กรรมการผู้จัดการ / ผู้มีอำนาจอนุมัติ


  1. วัตถุประสงค์ของรายงาน

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปและวิเคราะห์การสูญเสียน้ำหนักของสินค้ากะลาปาล์มระหว่างการจัดเก็บในคลังสินค้า อันเกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การระเหยของความชื้น การยุบตัวของวัสดุ และสภาพแวดล้อมในการเก็บรักษา เพื่อใช้เป็นข้อมูลทางบัญชีและภาษี และเป็นหลักฐานประกอบการควบคุมภายในของบริษัท

  1. ข้อมูลทั่วไปของสินค้า

ชนิดสินค้า กะลาปาล์ม
แหล่งที่มา ........................................
สถานที่จัดเก็บ คลังสินค้าเลขที่ ........................................
 วิธีการจัดเก็บ กองบนพื้นคอนกรีต / ใส่ถุงบิ๊กแบ็ก / อื่น ๆ ระบุ ................

  1. ข้อมูลการรับเข้า–จำหน่าย–คงเหลือ

รอบระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ .............. ถึงวันที่ ..............

3.1 น้ำหนักรับเข้าคลังรวม 1,000 ตัน
3.2 น้ำหนักจำหน่ายรวม 900 ตัน
3.3 น้ำหนักคงเหลือตามสภาพจริง 0 ตัน
 3.4 น้ำหนักขาดจากรายงาน 100 ตัน


  1. การคำนวณอัตราการสูญเสียน้ำหนัก

สูตรการคำนวณ

น้ำหนักขาดจากรายงาน = น้ำหนักรับเข้า – น้ำหนักจำหน่าย – น้ำหนักคงเหลือ

อัตราการสูญเสีย (%) = (น้ำหนักขาด ÷ น้ำหนักรับเข้า) × 100

ผลการคำนวณอัตราการสูญเสีย ........................ %

เกณฑ์อัตราการสูญเสียตามธรรมชาติที่บริษัทกำหนด

  1. อัตราการสูญเสียที่ยอมรับได้ ไม่เกินร้อยละ ........ ต่อรอบการจัดเก็บ
  2. ระยะเวลาจัดเก็บเฉลี่ย ........................ วัน
  3. ปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
    3.1 ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย ........................
     3.2 อุณหภูมิเฉลี่ย ........................

การวิเคราะห์ผลเปรียบเทียบกับเกณฑ์

  1. อัตราการสูญเสียจริง ........................ %
  2. อัตราการสูญเสียตามเกณฑ์ ........................ %
  3. ผลการประเมิน

3.1 หากไม่เกินเกณฑ์
 เห็นว่าเป็นการสูญเสียตามธรรมชาติของสินค้า สามารถบันทึกเป็นต้นทุนขายหรือขาดทุนจากสินค้าสูญเสียตามปกติของกิจการ

3.2 หากเกินเกณฑ์
 ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และจัดทำรายงานวิเคราะห์สาเหตุโดยละเอียดก่อนบันทึกบัญชี


  1. การวิเคราะห์สาเหตุการสูญเสีย

จากการตรวจสอบร่วมกันระหว่างฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายควบคุมคุณภาพ และฝ่ายบัญชี พบว่า

5.1 สินค้ากะลาปาล์มมีความชื้นสะสมเมื่อรับเข้า
5.2 ระหว่างการจัดเก็บเกิดการระเหยของความชื้นตามธรรมชาติ
5.3 การยุบตัวของกองสินค้าเมื่อระยะเวลาจัดเก็บนาน
 5.4 ไม่พบหลักฐานการทุจริตหรือการเคลื่อนย้ายสินค้าโดยมิชอบ

ผลการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติด้านเอกสารการเบิกจ่ายหรือการควบคุมภายใน



  1. การควบคุมภายในที่เกี่ยวข้อง

6.1 มีการชั่งน้ำหนักทุกครั้งเมื่อรับเข้าและจำหน่าย
6.2 มีการตรวจนับสต๊อกประจำเดือน / ไตรมาส
6.3 มีการจัดทำรายงานเปรียบเทียบน้ำหนักรับ–จ่าย–คงเหลือ
 6.4 มีการรายงานการสูญเสียน้ำหนักตามธรรมชาติของกะลาปาล์ม


7. ความเห็นฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายคลังสินค้า
 ........................................................

ฝ่ายบัญชี
 ........................................................

ฝ่ายตรวจสอบภายใน
 ........................................................



  1. ข้อสรุป  บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า 

น้ำหนักสูญเสียจำนวน .......... ตัน คิดเป็น .......... %ของน้ำหนักรับเข้า    เห็นควรบันทึกรายการเป็น

.......ต้นทุนขาย

.......ขาดทุนจากสินค้าสูญเสียตามปกติ

.......ขาดทุนจากสินค้าสูญเสียเกินปกติ ......(ระบุเหตุผล)..............

.......รอตรวจสอบเพิ่มเติม



ลงชื่อ ................................................
 ผู้จัดทำรายงาน


ลงชื่อ ................................................
 ผู้ตรวจสอบ


ลงชื่อ ................................................
 ผู้อนุมัติ



อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

การหัก ณ ที่จ่าย สำหรับการซื้อสินค้ามันเส้นและแป้งมัน / สต๊อกสินค้าสูญหาย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 29/05/2022 - วันที่ตอบ 29/05/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ, มาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

1. กรณีบริษัทฯ ได้มีการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับการส่งออกสินค้าเกี่ยวกับสินค้ามันเส้นและแป้งมัน ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทฯ ได้มีการซื้อสินค้ามันเส้น แป้งมัน ในประเทศ และยังไม่มีการขายส่งออกสินค้าดังกล่าว จึงจะเรียนสอบถามว่ากรณีนี้บริษัทฯ จะต้องมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 0.75 สำหรับการซื้อสินค้ามันเส้นและแป้งมัน ที่มีซื้อจากนิติบุคคล หรือไม่ครับเพราะสินค้าที่ซื้อมาดังกล่าวไม่ได้มีการขายส่งออกเลยครับ  


2. สอบถามเกี่ยวกับเรื่องสต๊อกสินค้าสูญหาย เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้มีการตรวจนับสต๊อกสินค้าคงเหลือประจำปี โดยได้ทำการจ้างบริษัทสำรวจ มาทำการสำรวจการตรวจนับของสินค้าของบริษัท  เนื่องจากสินค้าทางบริษัทไม่สามารถตรวจนับเองได้  และลักษณะของสินค้าที่ตรวจนับเป็นสินค้าที่สามารถสูญหายได้ด้วยกายภาพของตัวสินค้าเอง (เป็นสินค้าประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล) ซึ่งจากการที่มีการจ้างบริษัทสำรวจ มาตรวจนับผลการตรวจนับออกมา มีปริมาณสต๊อกคงเหลือน้อยกว่าสต๊อกคงเหลือทางบัญชี จึงจะเรียนสอบถามดังนี้ครับ   

     (1) บริษัทฯ สามารถทำการตัดสต๊อกสินค้าที่สูญหายได้หรือไม่เนื่องจากสูญหายเป็นปกติของกายภาพของสินค้า

     (2) การตัดสินค้าสูญหายดังกล่าวจะถือเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้หรือไม่

     (3) การตัดสินค้าสูญหายดังกล่าวจะต้องทำเปิดใบกับกำภาษีขาย และนำส่ง vat 7% หรือไม่

วิสัชนา

1. ตามข้อ 3 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น แต่ไม่รวมถึงกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 0.75 เฉพาะผู้จ่ายเงินและสำหรับการซื้อสินค้ามันสำปะหลัง ไม่ว่าจะเป็นหัว หรือจัดทำเป็นผง แป้ง เส้น ก้อน แท่ง ฝอย ชิ้น เม็ด หรือจัดทำในลักษณะอื่น เฉพาะกรณีผู้ซื้อเป็นผู้ส่งออก

    ดังนั้น กรณีบริษัทฯ ได้มีการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับการส่งออกสินค้า เกี่ยวกับสินค้ามันเส้น และแป้งมัน บริษัทฯ ย่อมมีคุณสมบัติเป็นผู้ส่งออกสินค้ามันสำปะหลังตามข้อ 3 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 แล้ว แม้ว่าสินค้าที่ซื้อมาดังกล่าวบริษัทฯ จะยังไม่ได้มีการขายส่งออกเลยก็ตาม เช่นนี้ เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จึงมีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 0.75 สำหรับการซื้อสินค้ามันเส้น และแป้งมัน  


2.กรณีบริษัทฯ ได้มีการตรวจนับสต๊อกสินค้าคงเหลือประจำปี โดยได้ทำการจ้างบริษัทสำรวจ มาทำการสำรวจการตรวจนับของสินค้าของบริษัท เนื่องจากสินค้าทางบริษัทไม่สามารถตรวจนับเองได้ และลักษณะของสินค้าที่ตรวจนับเป็นสินค้าที่สามารถสูญหายได้ด้วยกายภาพของตัวสินค้าเอง (เป็นสินค้าประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล) ซึ่งจากการที่มีการจ้างบริษัทสำรวจ มาตรวจนับผลการตรวจนับออกมา มีปริมาณสต๊อกคงเหลือน้อยกว่า สต๊อกคงเหลือทางบัญชี นั้น      

     (1) บริษัทฯ สามารถทำการตัดสต๊อกสินค้าที่สูญหายได้ ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม อัน เนื่องจากสูญหายเป็นปกติของกายภาพของสินค้าดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ ต้องมีระบบการควบคุมภายในที่ดี ในเรื่องที่เกี่ยวกับการขายสินค้าดังกล่าว ว่าได้บันทึกรายการบัญชีโดยถูกต้องและครบถ้วนแล้ว อันเป็นปกติในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ปรากฎข้อความนี้ในความเห็นของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และหมายเหตุประกอบงบการเงิน เกี่ยวกับนโยบายการบันทึกบัญชี และการเสียภาษีอากรของบริษัทฯ

     (2) การตัดสินค้าสูญหายดังกล่าวตาม (1) ย่อมถือเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

     (3) การตัดสินค้าสูญหายดังกล่าว ในส่วนของความสูญเสียตามมาตรฐานอุตสาหกรรม บริษัทฯ ไม่ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่สูญหายไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) แต่อย่างใด สำหรับส่วนสูญเสียที่เกินมาตรฐาน บริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสินค้าที่สูญหายไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

การขายหนังสือพิมพ์เก่า / ความสูญหายของน้ำหนักสินค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 29/02/2024 - วันที่ตอบ 16/03/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 81 (1)(ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

1.บริษัทฯ ดำเนินการนำเข้าหนังสือพิมพ์เก่ามาขาย โดยการขายเป็นกิโล เป็นตันแบบนี้ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มไหมค่ะ(หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร) ลูกค้าที่มาซื้อจะนำไปใช้ในการ บรรจุ ห่อ แพ็ค กันกระแทกสินค้า ค่ะ


2. น้ำหนักสินค้าสูญหายระหว่างทางก่อนการขาย ความชื้น ลม แดดทำให้น้ำหนักหนังสือพิมพ์สูญหายสินค้าที่น้ำหนักหายถ้าเราไม่เอาผลต่างมาลดใบบิลขายเราสามารถตัดสต็อกสินค้าวิธีไหนบ้างค่ะ

วิสัชนา

1. กรณีบริษัทฯ นำเข้าหนังสือพิมพ์เก่า เพื่อนำมาขายในราชอาณาจักรในรูปแบบที่เป็นหนังสือพิมพ์มิได้ดำเนินเปลี่ยนแปลงสภาพให้เป็นสินค้าอื่นใด โดยขายตามน้ำหนัก (กิโลกรัม) บริษัทฯ ย่อมได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการขายหนังสือพิมพ์เก่า ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 81 (1)(ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร และสำหรับการนำเข้าหนังสือพิมพ์เก่า ตามมาตรา 81 (2)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร


2. เกี่ยวกับการแผนเพื่อขจัดปัญหาความสูญหายของน้ำหนักสินค้า นั้น บริษัทฯ พึงต้องวางระบบการจัดเก็บให้เป็นระบบแบบแผนการควบคุมภายในที่ดี เช่น จัดวางสินค้าบน Pallet แล้วชั่งน้ำหนักก่อนจัดเก็บ ก่อนนำออกขายต้องชั่งน้ำหนักก่อน ก็จะพบความสูญเสียของน้ำหนักสินค้า เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์



เรื่อง

กรณีขายเหล็กชั่งเป็นกิโล แล้วพบว่านำ้หนักหายไปและเรื่องรับหิ้วสินค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 29/06/2021 - วันที่ตอบ 12/08/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/10 และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

1. รบกวนเรียนถามเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ กรณีบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มขายเหล็กโดยเป็นเอเย่นต์ ไม่ได้มีการสต๊อคของแบบชั่งกิโล ในบางครั้งของลอตเดียวกันยอดสั่งซื้อ 5,000 กิโลกรัม แต่พอไปขายช่างได้ 4,900 กิโลกรัม ส่วนต่างเกิดจากการที่น้ำหนักตราช่าง 2 เครื่องที่ไม่เท่ากัน

รบกวนเรียนถามว่าส่วนต่าง 100 กิโลกรัมจำเป็นต้องเปิดบิลขายเพิ่มเติมเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไหมคะ หรือมีข้อหารือที่พอจะอ้างอิงได้ว่าเป็นอัตราของเสียปกติที่ไม่ต้องคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไหมคะ

2. บริษัทรับหิ้วของตามห้าง เวลาจัดงานเซลล์ โดยคิดค่าบริการหิ้วครั้งละ 100 บาท ค่าของแยกตามจริง เช่น เครื่องสำอางค์ 10,000 บาท เป็นต้น                                

คำถามคือ

    (1) รายรับ 10,000 บาทถือเป็นรายได้ของกิจการหรือไม่ หรือเป็นเงินทดรองจ่ายได้

    (2)สืบเนื่องจากข้อ (1) ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 100 บาท หรือ 10,100 บาทคะ

วิสัชนา

1.กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นเอเยนต์ขายเหล็ก ในบางกรณีบริษัทฯ สั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ 5,000 กิโลกรัม ตามหลักฐานใบกำกับภาษี แต่เมื่อส่งไปถึงลูกค้าปรากฏว่า น้ำหนักของสินค้าตามตาชั่งของลูกค้าชั่งได้เพียง 4,900 กิโลกรัม นั้น

    ประการที่ 1สำหรับน้ำหนักที่ขาดหายไปให้บริษัทฯ ปรับปรุงลดยอดรายได้จากการขาย และลูกหนี้ ลงตามส่วนที่ขาดหายไปดังกล่าว ให้ออกใบลดหนี้ตามมาตรา 82/10 และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร ถือน้ำหน้กของลูกค้าเป็นหลัก ส่วนต่างให้ปรับลดลงตามใบลดหนี้ ถือเป็นส่วนสูญเสีย เนื่องจากน้ำหนักที่สูญหายไป เพราะตาชั่งของลูกค้า ไม่ใช่การรับคืน และส่วนของน้ำหนักที่ขาดไปดังกล่าว บริษัทฯ สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ต้องมีข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้น้ำหนักตามตาชั่งของโรงงานลูกค้าไว้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินทำการตรวจสอบได้ทันที  

    ประการที่ 2บริษัทฯ พึงต้องติดต่อ Supplier เพื่อตกลงเรื่องน้ำหนักตามตาชั่งของลูกค้า ว่าจะออกใบลดหนี้มาให้บริษัทฯ ได้หรือไม่ หรือจะช่วยเยียวยาบริษัทฯ โดยประการใดได้บ้าง เช่น ให้ส่วนลดพิเศษ เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บริษัทฯ ดังกล่าวข้างต้น

2. กรณีบริษัทฯ รับหิ้วของตามห้าง เวลาจัดงานเซลล์ โดยคิดค่าบริการหิ้วครั้งละ 100 บาท ค่าของแยกตามจริง เช่น เครื่องสำอางค์ 10,000 บาท เป็นต้น

    (1) รายรับ 10,000 บาท ที่เป็นค่าสินค้าที่รับหิ้ว นั้น หากมีหลักฐานจาก Supplier ว่าบริษัทฯ เป็นผู้ซื้อสินค้า และบริษัทฯ ต้องออกหลักฐานต่อให้แก่ลูกค้า บริษัทฯ ก็พึงต้องรับรู้เป็นรายได้ และถือเป็นต้นทุนสินค้าที่ขาย เว้นแต่ที่บริษัทฯ ได้รับใบเสร็จจาก Supplier ที่ออกให้แก่ลูกค้าโดยตรง ก็ย่อมถือเป็นเงินทดรองจ่ายได้ บริษัทฯ เรียกรับแต่เพียงเฉพาะค่าบริการหิ้วจำนวน 100 บาทต่อครั้ง

    (2) สืบเนื่องจากข้อ (1) หากถือเป็นรายได้จากการขายสินค้า ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มจากรายการสินค้าเป็น 10,100 บาท แต่สำหรับกรณีที่บริษัทฯ เป็นเพียงผู้ให้บริการรับหิ้วสินค้า อย่างแท้จริง ก็ให้ออกใบกำกับภาษีจากค่าบริการเพียง 100 บาทต่อครั้ง เท่านั้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

กรณีบริษัทฯ นำเข้า ซิงค์ Zinc ธาตุสังกะสี และเกิดส่วนสูญเสียจากน้ำหนักที่สูญหายไป เพราะตาชั่งของลูกค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 20/05/2021 - วันที่ตอบ 07/06/2021

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 82/10 และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 80/2542

ปุจฉา

มีคำถามค่ะ พอดีนำเข้าสินค้าตามใบขนมา 100 กิโล และทำการรับสินค้าตามใบขน 109 กิโล พอนำขายให้ลูกค้า ลูกค้านำสินค้าดังกล่าว ไปชั่งใหม่พบว่าสินค้ามีอยู่ 98 กิโล

คำถาม
 
1. stock สินค้าที่เราจะต้องรับ ควรเป็นเท่าไหร่คะ
 
2. ถ้ารับเข้ามา 100 กิโล แล้ว 2 กิโลที่เหลือจะต้องทำอย่างไรกับ stock จำนวนนี้คะ
 
3. ถ้ามีหลักฐานการชั่งใหม่ว่าเป็น 98 กิโล จะสามารถรับสินค้าเข้าตามจำนวนที๋แท้จริงเลยได้ไหมคะ

   เป็น ซิงค์ Zinc ธาตุสังกะสีค่ะตอนชั่งน้ำหนัก มาจาก ตปท. ตีกิโลมาแล้ว แปะสติกเกอร์จาก ตปท. มาถึงกรมศุลกากร ก็จ่ายภาษีตามกิโล ตปท. พอส่งของให้ลูกค้า ลูกค้าชั่งตาชั่งใหม่ จำนวนขาดไปค่ะ stock ส่วนต่างจากการชั่งน้ำหนักนี้ เราจะแก้ไขอย่างไรคะ

ขอบคุณค่ะ

วิสัชนา

    ให้ออกใบลดหนี้ตามมาตรา 82/10 และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร ถือน้ำหน้กของลูกค้าเป็นหลัก ส่วนต่างให้ปรับลดลงตามใบลดหนี้ครับใบลดหนี้ในกรณีนี้ ถือว่า ส่ง 100 kgs. แต่ลูกค้าชั๋งได้เพียง 98 kgs. ตามข้อเท็จจริง ถือเป็นส่วนสูญเสีย เนื่องจากน้ำหนักที่สูญหายไป เพราะตาชั่งของลูกค้า ไม่ใช่การรับคืนครับ แล้ว stock จะต่างนะครับ เพราะตอนรับเรารับยอดเต็มตามใบขนคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 80/2542 เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 86/9 และใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร
 https://www.rd.go.th/3574.html


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ