Case study

ค่าเสื่อมราคา บัญชี VS ภาษี สำหรับทรัพย์สินเช่าซื้อ


เรื่อง ค่าเสื่อมราคา บัญชี VS ภาษี สำหรับทรัพย์สินเช่าซื้อ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 29/05/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณีบริษัทฯ เช่าซื้อทรัพย์สิน-เครื่องจักร มีรายละเอียดดังนี้

 

·         ราคาซื้อเงินสด = 3,317,757.01 บาท






·         เงินดาวน์ 30% = 995,327.10 บาท






·         ยอดจัดไฟแนนซ์ = 2,322,429.91 บาท






·         ดอกเบี้ย 3.10%







·         ผ่อน 48 งวด (เดือนละ 56,535.91 บาท)






·         รวมยอดผ่อน = 56,535.91 × 48 = 2,713,723.68 บาท





·         ดอกเบี้ยรวม = 2,713,723.68 - 2,322,429.91 = 391,293.77 บาท


คำถาม  ต้องรับรู้รายการเเละ คำนวณค่าเสื่อมราคา บัญชี VS ภาษี สำหรับทรัพย์สินเช่าซื้ออย่างไร

คำตอบ

คำตอบ


1. ในทางบัญชี
 
      (1) ให้บริษัทฯ บันทึกรับรู้ทรัพย์สินตามราคาซื้อเงินสด เพื่อการคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งบริษัทฯ รับรู้ต้นทุนเครื่องจักร JCB ที่ 3,317,757.01 บาท


 
      (2) โดยให้บริษัทฯ รับรู้ดอกผลตามสัญญาเช่าทางการเงิน (Hire purchase) เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ตามส่วนแห่งระยะเวลาตามสัญญาเช่าแบบเช่าซื้อเป็นเวลา 4 ปี

2. ในทางภาษีอากร
 
    ให้บริษัทฯ รับรู้ต้นทุนเครื่องจักร JCB ที่ 3,709,050.78 (ราคาเงินสด+ดอกเบี้ย(ตลอดอายุสัญญา) บาทเพื่อคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา เป็นระยะเวลา 5 ปี เท่ากับปีละ 260,000 บาท
 
        (1) ในช่วงระยะเวลา 4 ปีแรก ให้บริษัทฯ บวกกลับค่าดอกเบี้ยเช่าซื้อ ที่บริษัทฯ คำนวณหักเป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ 1 (2) ข้างต้น ในส่วนที่เกินกว่าค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษีอากร ปีละ (663,551.14 + 97,823.44) – 741,810.16 = 19,564.69 บาท
 
        (2) ในช่วงระยะเวลา ปีที่ 5 ให้บริษัทฯ บวกเพิ่มค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษีอากรตามส่วนต่างของจำนวนค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษีอากรที่สูงกว่าค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางบัญชี ปีละ (741,810.16 - 663,551.14) = 78,258.75 บาท

** หมายเหตุ  

ไฟล์ Excel ประกอบความเข้าใจ.XLSX

ไฟล์ Excel ประกอบความเข้าใจ ได้คำนวณยอดบวกกลับและหักออกให้แล้ว แต่เป็นการคำนวณแบบง่ายๆ เพื่อความเข้าใจสุดท้าย ทางบริษัทจะต้องใช้ข้อมูลจริงตามตารางการผ่อนชำระที่ทาง Leasing ให้มานะคะ  

และค่าเสื่อมราคาทางบัญชีสามารถคำนวณตามอายุการใช้งานจริงได้เลย แต่ที่คำนวณไปให้ในอัตรา 20% (5 ปี) เป็นไปตามหลักของสรรพากร ตามข้อ 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 “เครื่องจักร JCB ถือเป็น ทรัพย์สินอื่น” ให้คำนวณค่าเสื่อมราคาได้ไม่เกินร้อยละ 20

สุดท้ายแล้วหากครบ 5 ปี ตามอายุทรัพย์ที่ใช้คำนวณค่าเสื่อมราคายอดจะเท่ากัน


ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ประกอบกับข้อ 7 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อดังนี้

https://www.rd.go.th/2369.html

พระราชกฤษฎีกา
 ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 ว่าด้วยหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145)
 พ.ศ. 2527

มาตรา การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินให้คำนวณหักตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีในกรณีที่รอบระยะเวลาใดไม่เต็มสิบสองเดือนให้เฉลี่ยตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้ 

(5) ทรัพย์สินอย่างอื่น ซึ่งโดยสภาพของทรัพย์สินนั้นสึกหรอหรือ


เสื่อมราคาได้นอกจากที่ดินและสินค้า

ร้อยละ 20


มาตรา ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อ หรือโดยการซื้อขายเงินผ่อนมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นให้ถือตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมด แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคาที่จะต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น


https://www.rd.go.th/3618.html

คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 3/2527

เรื่องการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน

ข้อ 7การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อน ให้ถือมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายเงินผ่อน และให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามมูลค่าต้นทุนดังกล่าว แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเมื่อรวมกับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่หักไปในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ (ถ้ามี) แล้วจะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อ หรือราคาที่ต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ จนถึงรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

                        ในกรณีที่ได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อหรือราคาตามสัญญาครบถ้วนแล้ว โดยทรัพย์สินดังกล่าวยังคงมีมูลค่าต้นทุนหลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามวิธีการดังกล่าวข้างต้นเหลืออยู่ก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่นั้นได้ต่อไป


อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/05/2021 - วันที่ตอบ 05/06/2021

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 , ข้อ 7 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527

ปุจฉา

สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูรบกวนมีเรื่องสอบถามคะ

     บริษัทฯ เช่าซื้ออุปกรณ์ ราคาทางบัญชี คือ 1,000,000 บาท โดยคิดอายุการใช้งาน ตัดค่าเสื่อมราคาทางบัญชี 5 ปี ปีละ 200,000 บาท และมีสัญญาการจ่ายชำระเช่าซื้อ 3 ปี เงินต้น 1,000,000 ดอกเบี้ย 300,000 บาท โดยผ่อนชำระ ปีละ 433,333,33

หนูรบกวนสอบถามอาจารย์ดังนี้คะ

  1. ในปีที่ 1 - 3 ในทางบัญชี ค่าเสื่อมราคา ที่ได้บันทึกไว้ คือปีละ 200,000 สามารถใช้ยอดนี้ในการยื่น ภ.ง.ด.50 ได้เลยใช่ไหมคะ เนื่องจากไม่ได้เกินยอดผ่อนชำระเช่าซื้อ
 
  2. ในปีที่ 4 - 5 ยังสามารถใช้ค่าเสื่อมราคา ปีละ 200,000 เป็นค่าใช้จ่ายในการยื่นภงด 50 ได้อยู่ไหมคะ เนื่องจาก สัญญาเช่าซื้อได้จ่ายชำระสิ้นครบแล้วในปีที่3 หรือ ต้องบวกกลับ เนื่องจากค่าเสื่อมราคาทางบัญชีนั้นมากกว่าค่างวดเช่าซื้อ
 
  3. ดอกเบี้ยจ่ายในการเช่าซื้อ ตอนยื่น ภงด 50 ต้องบวกกลับไหมคะ

วิสัชนา

ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ประกอบกับข้อ 7 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อดังนี้
 
     “ข้อ 7 การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อน ให้ถือมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายเงินผ่อน และให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามมูลค่าต้นทุนดังกล่าว แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเมื่อรวมกับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่หักไปในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ (ถ้ามี) แล้วจะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อ หรือราคาที่ต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ จนถึงรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
 
     ในกรณีที่ได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อหรือราคาตามสัญญาครบถ้วนแล้ว โดยทรัพย์สินดังกล่าวยังคงมีมูลค่าต้นทุนหลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามวิธีการดังกล่าวข้างต้นเหลืออยู่ก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่นั้นได้ต่อไป

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีบริษัทฯ เช่าซื้อทรัพย์สิน-อุปกรณ์มูลค่าทางบัญชี 1,000,000 บาท ดอกเบี้ยเช่าซื้อตลอดระยะเวลา 3 ปีเป็นเงินรวม 300,000 บาท เช่นนี้

1. ในทางบัญชี
 
      (1) ให้บริษัทฯ บันทึกรับรู้ทรัพย์สินตามราคาซื้อเงินสด เพื่อการคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งบริษัทฯ รับรู้ตันทุนอุปกรณ์ที่ 1,000,000 ล้านบาท
 
      (2) โดยให้บริษัทฯ รับรู้ดอกผลตามสัญญาเช่าทางการเงิน (ลิสซิ่ง) เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ตามส่วนแห่งระยะเวลาตามสัญญาเช่าแบบลีสซิ่งเป็นเวลา 3 ปี

2. ในทางภาษีอากร
 
    ให้บริษัทฯ รับรู้ต้นทุนอุปกรณ์จำนวน 1,300,000 บาท เพื่อคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา เป็นระยะเวลา 5 ปี เท่ากับปีละ 260,000 บาท
 
        (1) ในช่วงระยะเวลา 3 ปีแรก ให้บริษัทฯ บวกกลับค่าดอกเบี้ยเช่าซื้อ ที่บริษัทฯ คำนวณหักเป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ 1 (2) ข้างต้น ในส่วนที่เกินกว่าค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษีอากร ปีละ (200,000 + 100,000) – 260,000 = 40,000 บาท
 
        (2) ในช่วงระยะเวลาปีที่ 4 - ปีที่ 5 ให้บริษัทฯ บวกเพิ่มค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษีอากรตามส่วนต่างของจำนวนค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางภาษีอากรที่สูงกว่าค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางบัญชี ปีละ (260,000 – 200,000) = 60,000 บาท



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


เรื่อง

การบวกกลับรายจ่ายสัญญาเช่าซื้อรถเครน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 10/09/2021 - วันที่ตอบ 22/02/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

บริษัทฯ ซื้อรถเครนตามสัญญาเช่าชื้อการบวกกลับเพื่อคำนวณภาษีตามรูปที่แนบด้านล่าง นี่ถูกต้องแล้วใช่ไหมค่ะ

การคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน กรณีเช่าซื้อรถยนต์ทางภาษี (รถเครน) - เครื่องจักร

  วันที่ซื้อ            มูลค่า            ดอกเบี้ย          รวมราคา        จำนวน         อัตราค่า        จำนวนเงิน

                    ทรัพย์สิน           เช่าซื้อ              ทั้งสิ้น           วัน           เสื่อมราคา

20/07/61     2,616,822.43     661,532.57       3,278,355.00      365              10%        327,835.50

26/04/62     2,523,364.49     619,514.11       3,142,878.60      250              10%        215,265.66

18/11/62     2,380,000.00     584,336.60       2,964,336.60       44               10%        35,734.47

                                                                                              รวม                       578,835.63                  

ค่าเสื่อมราคาตามบัญชี                                                                                         463,205.84

ผลต่าง                                                                                                             115,629.79

ดอกเบี้ยตัดจ่าย (ค่าใช้จ่าย) ตามบัญชี                                                                    (342,832.31)

บวกกลับกำไรสุทธิ                                                                                        (227,202.52)

วิสัชนา

ได้พิจารณาจำนวนค่าใช้จ่ายต้องห้ามที่บวกกลับตามข้อเท็จจริงถูกต้องแล้วครับ (กรุณาดูภาพประกอบ)



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

คำนวณค่าเสื่อมราคากรณีผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทรัพย์สิน 3 ปี แต่อายุการใช้งานสินทรัพย์ 5 ปี

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 24/11/2022 - วันที่ตอบ 30/11/2022

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527ฯ

ปุจฉา

กรณีกิจการซื้อสินทรัพย์แบบเช่าซื้อมา แต่กิจการมีการเงินดาวน์เยอะทำให้ผ่อนชำระเจ้าหนี้ใช้เวลา 3 ปี แต่อายุการใช้งานสินทรัพย์ 5 ปี ทั้งทางบัญชีและทางภาษี กรณีปีที่ 4 กิจการจะมีค่าเสื่อมราคาเกินค่างวด ตามมาตรา 7 ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือโดยการซื้อขายเงินผ่อนมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นให้ถือตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดแต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชีจะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อ หรือราคาที่จะต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นกิจการสามารถใช้ค่าเสื่อมทางภาษี ในปีที่ 4 และ 5 ได้หรือไม่ครับ

วิสัชนา

ตามข้อ 7 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527ฯ ลงวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 

     “ข้อ 7 การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อน ให้ถือมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายเงินผ่อน และให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามมูลค่าต้นทุนดังกล่าว แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเมื่อรวมกับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่หักไปในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ (ถ้ามี) แล้วจะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อ หรือราคาที่ต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ จนถึงรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

         ในกรณีที่ได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อหรือราคาตามสัญญาครบถ้วนแล้ว โดยทรัพย์สินดังกล่าวยังคงมีมูลค่าต้นทุนหลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามวิธีการดังกล่าวข้างต้นเหลืออยู่ก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่นั้นได้ต่อไป”


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

     กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ มีกำหนดเวลาในการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทรัพย์สินเพียง 3 ปี แต่อายุการใช้งานสินทรัพย์ 5 ปี ทั้งทางบัญชีและทางภาษี กรณีเช่นนี้ ในปีที่ 4 และปีที่ 5 ที่แม้จะไม่มีการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อแล้ว เนื่องจากบริษัทฯ ได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อหรือราคาตามสัญญาครบถ้วนแล้ว ดังนั้น โดยเหตุที่ทรัพย์สินดังกล่าวยังคงมีมูลค่าต้นทุนหลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อ ตามวิธีการตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 เหลืออยู่ บริษัทฯ ย่อมมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่นั้นได้ต่อไปในปีที่ 4 และปีที่ 5 ตามข้อ 7 วรรคสอง คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527ฯ ลงวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 ดังกล่าว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ