Case study

การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายทรัพย์สินให้กับบริษัทต่างชาติ


เรื่อง การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายทรัพย์สินให้กับบริษัทต่างชาติ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 19/07/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ขายทรัพย์สินให้กับบริษัทต่างชาติ เช่น เครื่องจักร รถยนต์ เรือ ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

คำตอบ

การพิจารณาว่าต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือไม่ ในการขายทรัพย์สินให้บริษัทต่างชาตินั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้ซื้อ (ว่าเป็นบริษัทต่างชาติหรือไม่) แต่ขึ้นอยู่กับ "สถานที่ส่งมอบทรัพย์สิน" เป็นสำคัญ

แบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้ :

1. กรณีขายและส่งออกทรัพย์สินไปนอกราชอาณาจักร (VAT 0%)

การขายทรัพย์สินที่มีไว้ในการประกอบกิจการดังกล่าวถือเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1(9) แห่งประมวลรัษฎากร  หากบริษัททำการขายและทรัพย์สินนั้น มีการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรไทย โดยผ่านพิธีการศุลกากรส่งออกและมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ถือเป็นการส่งออกสินค้า ตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

  • หลักฐานสำคัญ : ใบขนสินค้าขาออก (Export Entry) ที่ระบุชื่อบริษัทเป็นผู้ส่งออก หรือระบุชื่อบริษัทต่างชาติเป็นผู้ซื้อ และมีหลักฐานการชำระเงินจากต่างประเทศ

อัตราภาษีขาย%

บริษัทฯ ขายสินค้า/ทรัพย์สิน ไปต่างประเทศโดยได้ดำเนินพิธีการส่งออกที่ศุลกากร จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร (IN to OUT) 

รายงานภาษีขาย

  • ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออก ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตามมาตรา 78 (4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร
  • นำส่งรายได้(ฐานภาษี) ในแบบ ภ.พ.30 ด้วยมูลค่า FOB  ตามมาตรา 79/1(1) ยอดสินค้า/ทรัพย์สิน ตามใบขนขาออก
  • วันที่ลงรายงานคือวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออก คือวันที่ตามใบขนขาออก สถานะ 0209

อัตราแลกเปลี่ยนใช้ แบ่งเป็น 3 กรณี ดังนี้

1) ขายเงินสด : ใช้อัตราแลกเปลี่ยนจริงที่รับเงิน Actual Rate ม. 79/4 (1)

2) ขายเงินเชื่อ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารพาณิชย์ (แล้วแต่นโยบายบริษัท) ในการแปลงค่าเงินจากสกุลเงินต่างประเทศ เป็นสกุลเงินบาท (จะไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามใบขนสินค้าขาออกที่กรมศุลกากรประกาศใช้) 

3) รับเงินมัดจำล่วงหน้า : เมื่อมีการดำเนินพิธีการส่งออก

  • รับมัดจำล่วงหน้าทั้งจำนวน :ใช้อัตราแลกเปลี่ยนจริงที่รับเงินล่วงหน้า Actual Rate ตามมาตรา  79/4 (1)
  • รับเงินมัดจำบางส่วน ส่วนที่ได้รับเงินแล้ว : ใช้อัตราแลกเปลี่ยนจริงที่รับเงิน Actual Rate ตามมาตรา 79/4 (1) ส่วนที่ยังไม่ได้รับ ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารพาณิชย์ 
  • เอกสาร ใบขนสินค้า ที่แนบในรายงานภาษีขาย สามารถใช้ได้ทั้งใบที่เป็น status  0209 หรือ 0409 (ที่มีรายละเอียดของ 0209)  ก็ได้ แต่ถ้าเป็น 0409 จะชัดเจนว่ามีการส่งออก


2. กรณีขายและส่งมอบทรัพย์สินในประเทศไทย (VAT 7%)

หากบริษัททำการขายและมีการ ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บริษัทต่างชาตินั้นภายในประเทศไทย เช่น บริษัทต่างชาตินั้นมีสาขาหรือตัวแทนในไทย และรับมอบทรัพย์สินไปใช้ต่อในไทย โดยไม่ได้ดำเนินพิธีการส่งออก จึงถือเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักรตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% โดยบริษัทไทย จะต้องจัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อในต่างประเทศ ตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้แก่บริษัทต่างประเทศในประเทศไทย ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นแล้ว ตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร

หมายเหตุ :บริษัทต่างประเทศอาจจะเสียเปรียบเพราะไม่ได้จดทะเบียน VAT ในไทย ทำให้ไม่สามารถนำภาษีซื้อนี้ไปขอคืนได้

3. กรณีขายและส่งมอบทรัพย์สินในต่างประเทศ (Out of VAT Scope)


หากบริษัททำการขายทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ เช่น เรือเดินทะเล ให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยมีการส่งทรัพย์สินดังกล่าวในต่างประเทศ กรณีจึงเป็นการขายสินค้า/ทรัพย์สิน นอกราชอาณาจักร ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าโดยผู้ประกอบการในราชอาณาจักร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ประการใด ทั้งนี้ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร



สรุปการพิจารณา VAT กรณีขายทรัพย์สินให้บริษัทต่างประเทศ

หัวข้อ

กรณีที่ 1 ส่งออก
 (VAT 0%)

กรณีที่ 2 ส่งมอบในไทย(VAT 7%)

กรณีที่ 3 ส่งมอบในต่างประเทศ
 (Out of VAT Scope)

ลักษณะธุรกรรม

ขายและส่งออกสินค้า/ทรัพย์สินออกนอกประเทศไทย

ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อในประเทศไทย

สินค้าอยู่และส่งมอบในต่างประเทศ

อัตรา VAT

0%

7%

ไม่อยู่ในบังคับ VAT

เหตุผล

เป็นการส่งออกสินค้า

เป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร

ไม่ใช่การขายสินค้าในราชอาณาจักร

เอกสารสำคัญ

ใบขนสินค้าขาออก (Export Entry), หลักฐานรับเงินจากต่างประเทศ

ใบกำกับภาษี

เอกสารซื้อขายและหลักฐานการส่งมอบในต่างประเทศ

ความรับผิดทาง VAT

วันที่ออกใบขนสินค้าขาออก ตามมาตรา 78(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร

วันที่ส่งมอบสินค้า ตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร

ไม่เกิดความรับผิด VAT



กฎหมายที่เกี่ยวข้อง



มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

 (9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด

(14) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง...

มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ

มาตรา 80 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 10.0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้ในมาตรา 80/2
             (1) การขายสินค้า
             (2) การให้บริการ
             (3) การนำเข้า
 อัตราภาษีตามวรรคหนึ่งให้ลดลงได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ต้องกำหนดอัตราภาษีให้เป็นอัตราภาษีเดียวกันสำหรับการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าทุกกรณี
             ( 
ดูพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 724) พ.ศ.2564 


มาตรา 78 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(4) การขายสินค้าโดยส่งออก ให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้

(ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค)ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออกเว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณีก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออก ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

มาตรา 79/1 ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในกิจการเฉพาะอย่างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
  
(1) ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าโดยการส่งออกได้แก่ มูลค่าของสินค้าส่งออกโดยให้ใช้ราคา เอฟ.โอ.บี.ของสินค้าบวกด้วยภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1 (19) และภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ทั้งนี้ไม่ให้รวมอากรขาออก
  ราคา เอฟ.โอ.บี. ได้แก่
ราคาสินค้า ณ ด่านศุลกากรส่งออกโดยไม่รวมค่าประกันภัยและค่าขนส่งจากด่านศุลกากรส่งออกไปต่างประเทศ


มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
             (1) การส่งออกสินค้าที่มิใช่การส่งออกสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3)




อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

การขายทรัพย์สินที่ใช้ประกอบกิจการให้กับบริษัทในต่างประเทศ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 22/05/2021 - วันที่ตอบ 31/05/2021

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

รบกวนสอบถามเกี่ยวกับกับ การขายสินทรัพย์ไปต่างประเทศหน่อยนะคะ

      บริษัทฯ มีเรือที่ใช้ประกอบกิจการเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ และธุรกิจประสบปัญหายุคโควิด ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ และบริษัทฯ มีความประสงค์ที่จะขายเรือดังกล่าวให้กับบริษัทในต่างประเทศที่สนใจซื้อเรือที่ใช้แล้ว กรณีนี้ถ้าส่งออกโดยผ่านกรมศุลกากร มีใบขนสินค้าขาออกและนำเรือส่งออกให้กับบริษัทที่จะซื้อเป็นบริษัทต่างประเทศภาษีขายเป็นศูนย์หรือว่าต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% คะปกติส่งออกสินค้าจะเป็น 0 แต่ถ้าเป็นสินทรัพย์ไม่แน่ใจในทางภาษีว่า ต้องแสดงรายการขายเป็น 7 % หรือว่า 0 นะคะ

ขอบคุณอาจารย์ล่วงหน้านะคะ

วิสัชนา

      การขายทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม นั้น ถือเป็นการขาย “สินค้า” ด้วยเช่นกัน เนื่องจาก คำว่า “สินค้า” หมายความว่า “ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด” (มาตรา 77/1 (9) แห่งประมวลรัษฎากร

ในส่วนของอัตราที่ใช้ในการบริหารการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้าหรือการให้บริการในราชอาณาจักร นั้น ในปัจจุบันมี 2 อัตรา คือ

1. อัตราร้อยละ 7 ของมูลค่าสินค้าหรือค่าบริการ ตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร และ

2. อัตราร้อยละ 0 ของมูลค่าสินค้าหรือค่าบริการ ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร

  ซึ่งตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการประกอบกิจการส่งออกสินค้า ซี่งรวมถึงทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ที่บริษัทฯ มีไว้เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ ซึ่งในที่นี้ หมายความรวมถึงเรือที่บริษัทฯ มีไว้ใช้ในการประกอบกิจการด้วย และ

  ตามมาตรา 77/1 (13) และ (14) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำนดนิยามของคำว่า “ผู้ส่งออก” และ “ส่งออก” ไว้ดังนี้

  “ผู้ส่งออก” หมายความว่า ผู้ประกอบการซึ่งส่งออก และ

  “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ ตามลำดับ

ตามมาตรา 78 (4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

  “(4) การขายสินค้าโดยส่งออก ให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้

     (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออก ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร”

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

     ตามข้อเท็จจริงที่แจ้งไปข้างต้น บริษัทฯ ประสงค์ที่จะขายเรือที่ใช้ประกอบกิจการเป็นทรัพย์สินของบริษัทให้กับบริษัทในต่างประเทศที่สนใจ โดยดำเนินพิธีการทางศุลกากร มีใบขนสินค้าขาออกและนำเรือส่งออกให้กับบริษัทผู้ซื้อในต่างประเทศ บริษัทฯ ย่อมได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 เช่นเดียวกับการส่งออกสินค้าทั่วไป ทั้งนี้ ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

เครดิต อาจารย์ ก้อย Sirada Jarutakanont

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


เรื่อง

บริษัทขนส่ง ขายเรือและส่งมอบเรือให้กับผู้ซื้อต่างประเทศ ในประเทศไทยที่ท่าเรือแหลมฉบัง

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 12/05/2023 - วันที่ตอบ 13/05/2023

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

บ. A เป็นนิติบุคคลไทย ประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางเรือเดินทะเล โดยมีเรือเป็นของตนเอง บ. A ขายเรือเดินทะเลให้บริษัทต่างชาติ โดย บ. A ได้ทำการส่งออกและทำใบขนขาออกตามขั้นตอนของพิธีการศุลกากรตามปกติ แต่ในขั้นตอนตามสัญญาซื้อขายมีข้อตกลงว่า บ. A ผู้ขายได้ส่งมอบเรือให้กับผู้ซื้อในประเทศไทยที่ท่าเรือแหลมฉบัง

ขอเรียนถามว่า

กรณีนี้บ. A จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% เนื่องจากเป็นการส่งออก หรืออัตรา 7% เนื่องจากมีการส่งมอบในประเทศไทย ถือเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร

วิสัชนา

กรณีบริษัท A เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ประกอบกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเรือเดินทะเล โดยมีเรือเป็นของตนเอง บริษัท A ขายเรือเดินทะเลให้บริษัทต่างชาติโดยบริษัท A ได้ทำการส่งออกและทำใบขนขาออกตามขั้นตอนของพิธีการศุลกากรตามปกติ แต่ในขั้นตอนตามสัญญาซื้อขายมีข้อตกลงว่าบริษัท A ผู้ขายได้ส่งมอบเรือให้กับผู้ซื้อในประเทศไทยที่ท่าเรือแหลมฉบัง เช่นนี้ บริษัท A ได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เพราะได้ดำเนินพิธีการทางศุลกากรเพื่อการส่งออกเรือดังกล่าว ตามเงื่อนไขในมาตรา 78 (4) แห่งประมวลรัษฎากร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "


เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายเรือขนสินค้าในต่างประเทศ 

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

31/08/1999

เลขที่หนังสือ

กค 0811/พ.09044

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/2 (1)

ข้อหารือ

     บริษัท ก. จำกัด บริษัท ข. และ บริษัท ค. จำกัด ซึ่งแต่ละบริษัทประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศ ได้นำเข้าเรือจากต่างประเทศโดยผ่านพิธีการศุลกากรและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เรือทุกลำจดทะเบียนเป็นเรือสัญชาติไทย จากการตรวจปฏิบัติการพบว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามวิธีการของกรมศุลกากรปล่อยเรือเพื่อขนสินค้าไปยังต่างประเทศ ในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศบริษัทฯ ได้ขายเรือเดินทะเลดังกล่าวให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศและส่งมอบเรือ ณ ต่างประเทศ โดยมีการโอนเงินชำระราคาเรือทั้ง 3 ลำ เข้าในประเทศไทยกรณีของเรือเดินทะเลของบริษัท ค. ได้แจ้งกรมเจ้าท่าเพื่อขอโอนทะเบียนเรือไทยเพื่อนำไปจดทะเบียนต่างประเทศ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2539 ก่อนวันส่งมอบเรือส่วนเรือเดินทะเลอีก 2 ลำ บริษัทฯ ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ณ กรมเจ้าท่าจึงขอทราบว่า บริษัทฯ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 สำหรับมูลค่าที่ได้รับจากการขายเรือดังกล่าวหรือไม่ นั้น

แนววินิจฉัย

     ตามข้อเท็จจริงเป็นกรณีการขายเรือเดินทะเลให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยมีการส่งมอบเรือดังกล่าวในต่างประเทศ กรณีจึงเป็นการขายสินค้านอกราชอาณาจักร ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าโดยผู้ประกอบการในราชอาณาจักร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ประการใด ทั้งนี้ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

62/28264


เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายเครื่องจักรที่มีไว้ในการประกอบกิจการให้บริษัทในต่างประเทศ 

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

04/07/2001

เลขที่หนังสือ

กค 0811/พ./6657

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80/1(1), มาตรา 65

ข้อหารือ

     บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มบริษัทฯ ได้ซื้อเครื่องจักรจากบริษัทในประเทศไทยเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า แต่ปรากฏว่า เครื่องจักรดังกล่าวไม่สามารถผลิตสินค้าตามที่กำหนดได้ บริษัทฯ จึงประสงค์จะขายเครื่องจักรดังกล่าวให้แก่บริษัทซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ในประเทศญี่ปุ่นบริษัทฯ จึงขอทราบว่าบริษัทฯ มีภาระภาษีใดบ้าง และต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0หรือร้อยละ 7.0

แนววินิจฉัย

     การที่บริษัทฯ จะขายเครื่องจักรที่มีไว้ในการประกอบกิจการให้แก่บริษัทซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ มีภาระภาษีดังนี้
 

        1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากการขายเครื่องจักรที่มีไว้ในการประกอบกิจการดังกล่าวถือเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1(9) แห่งประมวลรัษฎากร หากบริษัทฯ ได้ขายเครื่องจักรดังกล่าว ให้แก่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ในประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการส่งออกสินค้าตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(1) 

 
แห่งประมวลรัษฎากร
 

        2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล เนื่องจากเงินที่ได้รับจากการขายเครื่องจักรที่มีไว้ในการ
 ประกอบกิจการของบริษัทฯ ถือเป็นรายได้เนื่องจากกิจการของบริษัทฯ จึงต้องนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีรายได้นั้น
ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

64/30664


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ