Case study

บริษัทได้ดำเนินการเลิกกิจการและอยู่ระหว่างขั้นตอนชำระบัญชี มีเงินกู้ยืมกรรมการซึ่งยังไม่ได้ชำระคืน


เรื่อง บริษัทได้ดำเนินการเลิกกิจการและอยู่ระหว่างขั้นตอนชำระบัญชี มีเงินกู้ยืมกรรมการซึ่งยังไม่ได้ชำระคืน
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 23/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณีบริษัทได้ดำเนินการเลิกกิจการและอยู่ระหว่างขั้นตอนชำระบัญชี ปัจจุบันในงบยังคงมีรายการ เงินกู้ยืมจากกรรมการ จำนวน 12,700,000 บาท ซึ่งยังไม่ได้ชำระคืน ทางผู้ชำระบัญชีมีความประสงค์จะปิดบัญชีและปิดเรื่องให้เรียบร้อย จึงอยากสอบถามแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ โดยถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของกรมสรรพากรค่ะ

คำตอบ

กรณีบริษัทเลิกกิจการแต่ยังไม่เสร็จการชำระบัญชี ตามมาตรา 1250 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “หน้าที่ของผู้ชำระบัญชี คือชำระสะสางการงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้เสร็จไป กับจัดการใช้หนี้เงินและแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น”

    ดังนั้น ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่สะสางการงานรวบรวมทรัพย์สินนำออกขายให้ได้เป็นเงินเพื่อชำระคืนเจ้าหนี้ และคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น ตามมาตรา 1267 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “ผู้ชำระบัญชีต้องทำรายงานยื่นไว้ ณ หอทะเบียนทุกระยะสามเดือนครั้งหนึ่งว่า ได้จัดการไปอย่างใดบ้าง แสดงให้เห็นความเป็นไปของบัญชีที่ชำระอยู่นั้น และรายงานนี้ให้เปิดเผยแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนและผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้ทั้งหลายตรวจดูได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม” 


ตามโจทย์

ในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างการชำระบัญชี แต่ยังมีหนี้สิน "เงินกู้ยืมจากกรรมการ" ค้างอยู่ และบริษัทไม่มีกระแสเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายคืนได้ การจะปิดบัญชีให้เรียบร้อยตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับของกรมสรรพากร มีแนวทางหลักที่นิยมปฏิบัติ 2แนวทาง ดังนี้

1. กรรมการทำหนังสือ "ยกหนี้" (Debt Forgiveness)


วิธีนี้คือการที่กรรมการ (เจ้าหนี้) ทำหนังสือแสดงเจตนาสละสิทธิเรียกร้องหนี้เงินกู้ทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บริษัท โดยลงนามทั้ง 2 ฝ่าย 

  • ผลทางบัญชี : บริษัทต้องบันทึกรายการยกหนี้เป็น "รายได้อื่นๆ จากการยกหนี้" ในงบกำไรขาดทุน ณ วันที่ทำรายการ (งบหลังเลิกกิจการ)
  • ผลทางภาษี : รายได้จากการยกหนี้ถือเป็น รายได้อื่นๆ ต้องนำมารวมเพื่อคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล  (อัตราปกติ 20%) ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อกรรมการมีหนังสือยกหนี้ บริษัทต้องบันทึกเปลี่ยนหนี้เป็นรายได้และคำนวณภาษีตามนั้น รายได้จากการยกหนี้ไม่ถือเป็นรายได้จากการขายสินค้า/บริการ จึงไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่นำมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ตัวอย่างผลกระทบ :
    หากยกหนี้ 12.7 ล้านบาท บริษัทจะมีรายได้อื่น 12.7 ล้านบาท หากไม่มีขาดทุนสะสมเพียงพอมาชดเชย (ปีปัจจุบันและย้อนหลัง 5 ปี) จะเกิดกำไรสุทธิและต้องเสียภาษีประมาณ 2.54 ล้านบาท (20% ของ 12.7 ลบ.) อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีขาดทุนสะสมค้างยกมา 5 ปี ที่ครอบคลุมยอดนี้ ก็จะไม่ต้องเสียภาษี (เพราะกำไรจากการยกหนี้ถูกหักด้วยขาดทุนสะสม) 
  • ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่มีเงินที่พอจะชำระภาษี 2.54 ล้านบาทได้ และเจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะเหตุที่เจ้าหนี้ยกหนี้ให้ภายหลังที่บริษัทฯ เลิกกิจการแล้ว ผู้ชำระบัญชีไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีตามหนังสือแจ้งการประเมินในส่วนที่เกินกว่าทรัพย์สินที่บริษัทฯ มีอยู่ และไม่ถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอากรแต่อย่างใด (จึงไม่ต้องพะวงในเรื่องของคดีอาญาเพราะเหตุที่ไม่ชำระหนี้ภาษีอากรนั้น) แต่ยังถือว่าบริษัทติดหนี้ภาษีสรรพากรอยู่ ดังนั้นแล้วผู้ชำระบัญชี ยังต้องรับผิดชอบต่อหนี้ภาษีอากรดังกล่าว แต่ไม่เกินจำนวนเงินสดและทรัพย์สินที่บริษัทฯ มีอยู่ ณ วันเลิกกิจการ (ตามที่แจ้งมีเงินสดอยู่เพียง 3,000 บาท) ก็ให้ชำระภาษีได้เพียงเท่านั้น ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 4638/2546 กรมสรรพากร โจทก์ บจ. เอ็มซารูอินเตอร์เนชั่นแนล กับพวก จำเลย เรื่อง ความรับผิดของผู้ชำระบัญชี ดังนี้

    “จำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะชำระต่อทางราชการนั้น ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รวบรวมจำนวนเงินที่บริษัทฯ มีอยู่เพื่อชำระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงเท่าที่มีส่วนที่เหลือเท่านั้น ไม่สามารถจะไปหาจากที่ใดมาชำระหนี้ จึงไม่อยู่ในความรับผิดของผู้ชำระบัญชี”
  

2. กรณีบริษัท "มีสินทรัพย์ไม่เพียงพอชำระหนี้" (มาตรา 1266 ป.พ.พ.)  


หากตรวจสอบแล้วว่าบริษัทมีสินทรัพย์ (เงินสด+เงินฝาก+ลูกหนี้ ฯลฯ) น้อยกว่าหนี้สินที่มีอยู่ (ซึ่งรวมถึงหนี้กรรมการ 12.7 ล้านบาทนี้ด้วย)

  • ข้อกฎหมาย : ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1266 ระบุว่า หากผู้ชำระบัญชีปรากฏว่าสินทรัพย์ไม่พอชำระหนี้ ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอต่อศาลเพื่อสั่งให้บริษัทล้มละลาย

ดังนั้น ในกรณีนี้ผู้ชำระบัญชีเห็นว่าบริษัทฯ มีเจ้าหนี้ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี มีจำนวนมากเกินกว่าที่จะชำระหนี้ได้ และมีจำนวนมากพอที่จะฟ้องล้มละลาย

    (1) ให้เป็นหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีที่ต้องฟ้องบริษัทฯ ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อแบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของลูกหนี้เป็นครั้งแรก

    (2) ให้ผู้ชำระบัญชีนำประกาศของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี แจ้งแก่เจ้าหนี้ทั้งปวง ซึ่งเข้าลักษณะเป็นหนี้สูญตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) หากเจ้าหนี้เป็นบริษัทฯ ก็ย่อมสามารถนำจำนวนหนี้ที่ไม่ได้รับชำระไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของบริษัทที่เลิกกิจการครั้งแรกนั้น

   (3) ถือเป็นการเสร็จการชำระบัญชีไปในตัว เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้รับคืนทุน ก็ย่อมนำขาดทุนจากการลงทุนไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีอากรในรอบระยะเวลาบัญชีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของบริษัทที่เลิกกิจการครั้งแรกนั้น



ดังนั้น กรณีนี้ ต้องพิจารณาว่าจะเลือกวิธีใด ระหว่างข้อ 1 หรือ ข้อ 2 ให้วิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงของบริษัท

ข้อแนะนำเพิ่มเติม:

  1. ตรวจสอบขาดทุนสะสม : ก่อนทำการยกหนี้ ให้เช็คก่อนว่าบริษัทมี "ผลขาดทุนสะสมยกมาไม่เกิน 5 ปี" หรือไม่ หากมีจำนวนมาก การยกหนี้ 12.7 ล้านบาท อาจจะไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เพิ่มเลย เพราะรายได้จะถูกหักลบด้วยขาดทุนสะสมจนหมด
  2. ความสมเหตุสมผล : กรมสรรพากรมักตรวจสอบว่าเงิน 12.7 ล้านบาทนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร (มีการโอนเงินเข้าบริษัทจริงหรือไม่) หากหลักฐานพิสูจน์ได้ การยกหนี้เป็นวิธีที่ง่ายกว่าฟ้องล้มละลาย (แต่ต้องดูผลขาดทุนสะสมที่ใช้ได้ก่อน ว่าเพียงพอกับรายได้ที่ยกหนี้หรือไม่)

เอกสารและหนังสือรับรองที่ควรจัดทำประกอบการยกหนี้และชำระบัญชี

บริษัทควรเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ เพื่อใช้ในการดำเนินการชำระบัญชีและยื่นต่อหน่วยงานต่างๆ ดังนี้:

  • จดหมายยกหนี้จากกรรมการ : ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และกรรมการลงนามรับรองการยกหนี้ด้วยความยินยอม ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญยืนยันว่ากรรมการสละสิทธิเรียกหนี้
  • บันทึกมติผู้ถือหุ้น/คณะกรรมการ : ร่างมติการประชุมอนุมัติการเลิกกิจการและการยกหนี้ (หากจำเป็น) รวมถึงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เพื่อเป็นหลักฐานตามกระบวนการชำระบัญชี
  • หนังสือรับรองบริษัท (หนังสือรับรองนิติบุคคล) : ใบรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน (ระบุการจดทะเบียนเลิกกิจการหากเลิกแล้ว)
  • งบการเงินฉบับสุดท้าย (งบดุลและงบกำไรขาดทุน) : งบการเงิน ณ วันเลิกกิจการที่แสดงสินทรัพย์ หนี้สิน (รวมยอดเงินกู้กรรมการ) เพื่อใช้ในการยื่น แบบ ภ.ง.ด.50 งวดสุดท้าย
  • บัญชีเจ้าหนี้/รายการหนี้สิน : รายการเจ้าหนี้ทั้งสิ้นของบริษัท (โดยเฉพาะยอดเจ้าหนี้เงินกู้กรรมการ) เพื่อประกอบการชำระหนี้และนำส่งพิทักษ์ทรัพย์ (กรณีฟ้องล้มละลาย)
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ชำระบัญชี : บัตรประจำตัวของผู้ปฏิบัติหน้าที่ชำระบัญชี (โดยทั่วไปคือกรรมการ)
  • หนังสือรับรองการยกเลิกภาษี/ชำระภาษี : ใบรับรองการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 รอบสุดท้ายและการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เรียบร้อย (เพื่อขออนุมัติเลิกกิจการจากสรรพากร)
  • เอกสารการฟ้องล้มละลาย (ถ้ามี) : หากยื่นคำร้องล้มละลายต่อศาล ให้เตรียมรายละเอียดคำร้องและเอกสารประกอบตามที่ศาลกำหนด
  • หนังสือรับรองการชำระบัญชี : เมื่อชำระบัญชีเสร็จสิ้น (สินทรัพย์แจกแจงเรียบร้อยแล้ว) บริษัทต้องนำส่งผลสรุปการชำระบัญชีให้กรมสรรพากร ซึ่งกรมสรรพากรจะออกหนังสือรับรองว่าได้ปิดบัญชีบริษัทตามภาษีแล้ว

ตารางสรุปแนวทางปิดบัญชีบริษัทระหว่างชำระบัญชี


กรณีมีหนี้เงินกู้ยืมจากกรรมการ และไม่มีทรัพย์สินเพียงพอ

ประเด็น

แนวทางที่ 1 :
 กรรมการยกหนี้ (Debt Forgiveness)

แนวทางที่ 2 :
 สินทรัพย์ไม่พอชำระหนี้ (ฟ้องล้มละลาย)

กฎหมายหลัก

ป.พ.พ. ม.1250, ม.1267

ป.พ.พ. ม.1266

หลักการ

เจ้าหนี้ (กรรมการ) สละสิทธิเรียกร้องหนี้

ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นศาลให้บริษัทล้มละลาย

เงื่อนไขการใช้

บริษัทไม่มีเงินสดเพียงพอ และกรรมการยินยอมยกหนี้

สินทรัพย์รวม < หนี้สินทั้งหมด

การดำเนินการ

กรรมการทำหนังสือยกหนี้เป็นลายลักษณ์อักษร

ผู้ชำระบัญชียื่นคำร้องล้มละลายต่อศาล

สถานะหนี้เงินกู้กรรมการ

หนี้ระงับโดยการสละสิทธิ

หนี้เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

ผลทางบัญชี

บันทึกเป็น “รายได้อื่นจากการยกหนี้”

ไม่มีการบันทึกรายได้จากการยกหนี้

การบันทึกบัญชี

Dr. เงินกู้ยืมจากกรรมการ
 Cr. รายได้อื่นจากการยกหนี้

ไม่เกี่ยวข้อง

ผลทางภาษีเงินได้นิติบุคคล

เป็นรายได้ตาม ม.65 ต้องนำมาคำนวณภาษี

ไม่เกิดรายได้จากการยกหนี้

อัตราภาษี

20% ของกำไรสุทธิ

ไม่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างผลกระทบ

ยกหนี้ 12.7 ลบ. → ภาษี 2.54 ลบ. (หากไม่มีขาดทุนสะสม)

ไม่มีภาษีจากการยกหนี้

การใช้ขาดทุนสะสม

ใช้ขาดทุนสะสมย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีหักได้

ไม่เกี่ยวข้อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ไม่อยู่ในบังคับ VAT (ม.77/2(1))

ไม่เกี่ยวข้อง

กรณีไม่มีเงินชำระภาษี

ผู้ชำระบัญชีรับผิดไม่เกินทรัพย์สินที่มีอยู่จริง

ไม่เกิดภาษีจากการยกหนี้

ความรับผิดผู้ชำระบัญชี

จำกัดตามทรัพย์สิน ณ วันเลิกกิจการ

จำกัดตามทรัพย์สินในคดีล้มละลาย

แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกาที่ 4638/2546

กฎหมายล้มละลาย

ผลต่อเจ้าหนี้

ไม่มีหนี้คงค้างหลังยกหนี้

เจ้าหนี้ขอรับการเฉลี่ยหนี้

ผลทางภาษีของเจ้าหนี้

ไม่เกิดเงินได้แก่กรรมการ

เจ้าหนี้ถือเป็นหนี้สูญทางภาษีได้

ผลต่อผู้ถือหุ้น

ปิดการชำระบัญชีได้

ถือเป็นผลขาดทุนจากการลงทุนทางภาษี

ระยะเวลาและความซับซ้อน

สั้น / ขั้นตอนน้อย

ยาว / ขั้นตอนทางศาล

ความเหมาะสมเชิงปฏิบัติ

เหมาะสมกว่าการฟ้องล้มละลาย

ใช้เมื่อไม่สามารถยกหนี้ได้


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง


ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1266 ถ้าผู้ชำระบัญชีมาพิจารณาเห็นว่า เมื่อเงินลงทุนหรือเงินค่าหุ้นได้ใช้เสร็จหมดแล้ว สินทรัพย์ก็ยังไม่พอกับหนี้สินไซร้ ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอต่อศาลทันที เพื่อให้ออกคำสั่งว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นล้มละลาย

ข้อสำคัญ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1266 เป็นกรณีที่ เมื่อผู้ชำระบัญชีได้เรียกเก็บเงินลงหุ้นที่ค้างชำระจากผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น ตามมาตรา 1266 จนครบหมดสิ้นแล้ว แต่ปรากฎว่าสินทรัพย์ที่รวบรวมได้ทั้งหมดยังไม่พอใช้หนี้สินที่ค้างชำระ ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอต่อศาลทันที เพื่อให้ศาลออกคำสั่งให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น ล้มละลาย จะได้เฉลี่ยสินทรัพย์นั้นใช้หนี้สินตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย ต่อไป


พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483

มาตรา 9 เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อ
          (1) ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

         (2) ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทท์คนเดียวหรือหลายคน เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทย์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาทและ

        (3) หนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม

มาตรา 88 ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น นอกจากเจ้าหนี้จะฟ้องขอให้ล้มละลายได้ตามความในหมวด 1 แล้วผู้ชำระบัญชีของนิติบุคคลนั้น ๆ อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้สั่งให้นิติบุคคลนั้นล้มละลายได้ ถ้าปรากฏว่าเงินลงทุนหรือเงินค่าหุ้นได้ใช้เสร็จหมดแล้วสินทรัพย์ก็ยังไม่พอกับหนี้สิน

   เมื่อศาลได้รับคำร้องขอแล้ว ให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นเด็ดขาดโดยทันที และให้ที่ประชุมเจ้าหนี้แต่งตั้งเจ้าหนี้คนหนึ่งขึ้น ให้มีสิทธิและหน้าที่เสมือนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์


อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

บริษัทเลิกกิจการแต่ยังไม่เสร็จการชำระบัญชี มีเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 01/09/2025 - วันที่ตอบ 28/12/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)

ปุจฉา

บริษัทฯ เลิกกิจการมีผลขาดทุนทำให้ระหว่างนั้นต้องยืมเงินกรรมการมาทดแทน แต่พอเลิก สรรพากรกับตรวจให้กิจการยื่น ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม ส่วนเงินกู้ยืมกรรมการเป็นรายได้แบบนี้ต้องทำไงคะพอดีลูกค้าไม่สามารถชำระได้

วิสัชนา

1.กรณีบริษัทเลิกกิจการแต่ยังไม่เสร็จการชำระบัญชี ตามมาตรา 1250 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “หน้าที่ของผู้ชำระบัญชี คือชำระสะสางการงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้เสร็จไป กับจัดการใช้หนี้เงินและแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น”

    ดังนั้น ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่สะสางการงานรวบรวมทรัพย์สินนำออกขายให้ได้เป็นเงินเพื่อชำระคืนเจ้าหนี้ และคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น ตามมาตรา 1267 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “ผู้ชำระบัญชีต้องทำรายงานยื่นไว้ ณ หอทะเบียนทุกระยะสามเดือนครั้งหนึ่งว่า ได้จัดการไปอย่างใดบ้าง แสดงให้เห็นความเป็นไปของบัญชีที่ชำระอยู่นั้น และรายงานนี้ให้เปิดเผยแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนและผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้ทั้งหลายตรวจดูได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม” 


2. หากเจ้าหนี้ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี มีจำนวนมากเกินกว่าที่จะชำระหนี้ได้ และมีจำนวนมากพอที่จะฟ้องล้มละลาย

    (1) ให้เป็นหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีที่ต้องฟ้องบริษัทฯ ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อแบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของลูกหนี้เป็นครั้งแรก

    (2) ให้ผู้ชำระบัญชีนำประกาศของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี แจ้งแก่เจ้าหนี้ทั้งปวง ซึ่งเข้าลักษณะเป็นหนี้สูญตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) หากเจ้าหนี้เป็นบริษัทฯ ก็ย่อมสามารถนำจำนวนหนี้ที่ไม่ได้รับชำระไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของบริษัทที่เลิกกิจการครั้งแรกนั้น

    (3) ถือเป็นการเสร็จการชำระบัญชีไปในตัว เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้รับคืนทุน ก็ย่อมนำขาดทุนจากการลงทุนไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีอากรในรอบระยะเวลาบัญชีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของบริษัทที่เลิกกิจการครั้งแรกนั้น

3. กรณีเจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะเหตุที่เจ้าหนี้ยกหนี้ให้ภายหลังที่บริษัทฯ เลิกกิจการแล้ว ผู้ชำระบัญชีไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีตามหนังสือแจ้งการประเมินในส่วนที่เกินกว่าทรัพย์สินที่บริษัทฯ มีอยู่ และไม่ถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอากรแต่อย่างใด (จึงไม่ต้องพะวงในเรื่องของคดีอาญาเพราะเหตุที่ไม่ชำระหนี้ภาษีอากรนั้น)

บริษัทฯ ไม่สามารถหาเงินมาชำระภาษีอากรจำนวนดังกล่าวได้ ดังนั้นแล้วผู้ชำระบัญชี ยังต้องรับผิดชอบต่อหนี้ภาษีอากรดังกล่าว แต่ไม่เกินจำนวนเงินสดและทรัพย์สินที่บริษัทฯ มีอยู่ ณ วันเลิกกิจการ ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 4638/2546 กรมสรรพากร โจทก์ บจ. เอ็มซารูอินเตอร์เนชั่นแนล กับพวก จำเลย เรื่อง ความรับผิดของผู้ชำระบัญชี ดังนี้

    “จำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะชำระต่อทางราชการนั้น ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รวบรวมจำนวนเงินที่บริษัทฯ มีอยู่เพื่อชำระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงเท่าที่มีส่วนที่เหลือเท่านั้น ไม่สามารถจะไปหาจากที่ใดมาชำระหนี้ จึงไม่อยู่ในความรับผิดของผู้ชำระบัญชี”


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

บริษัทฯ ขาดทุนเกินทุน ต้องการปิดกิจการ มีเงินกู้ยืมในเครือและกรรรมการ ยกหนี้ให้ หรือ ฟ้องล้มละลาย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 18/03/2024 - วันที่ตอบ 30/03/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

ปุจฉา

      ถ้าบริษัทฯ ขาดทุนเกินทุนติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว เนื่องจากลักษณะของธุรกิจปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยี แต่ที่อยู่มาได้นั้นอยู่ได้ด้วยเงินกู้ยืมกรรมการ และเงินกู้ยืมจากบริษัทในเครืออื่นที่กรรมการบริหาร บริษัทได้รับการตรวจสอบจากสรรพากรในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบไม่ติดประเด็นใดๆ กับสรรพากร ตรวจไม่พบความผิดปกติจากการหลบเลี่ยงผิดกฎหมายใดๆแต่เป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดสรรพากรก็มีให้ adjust ผลขาดทุนยกมาออกบ้างแค่นั้นค่ะ

    วันนี้กรรมการตัดสินใจจะปิดบริษัท จึงยกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการให้ทั้งหมด โดยบริษัทนำมาบันทึกเป็นรายได้ แต่ก็ยังคงขาดทุนเกินทุนมากอยู่ค่ะ (ขาดทุนเกินทุนเป็นหลักหลายสิบล้านบาทค่ะ)

ปัจจุบันบริษัทได้ขายสินค้า สินทรัพย์ตีตามสภาพ และเคลียร์เงินกู้ยืมธนาคาร และเจ้าหนี้ทุกรายแล้ว คงเหลือแต่เงินกู้ยืมบริษัทในเครือค่ะ (ซึ่งยังเป็นหนี้ก้อนใหญ่)

ขอสอบถามดังนี้ค่ะ

    1.การขาดทุนเกินทุนทำให้ไม่สามารถปิดบริษัทโดยขั้นตอนปกติได้ใช่ไหมคะ มีทางเดียวคือต้องล้มละลายเท่านั้นใช่ไหมคะ

    2.บริษัทขอยื่นฟ้องล้มละลายตัวเองได้ไหมคะ (ไม่มีแผนฟื้นฟูกิจการค่ะ)หรือต้องรอให้บริษัทในเครือยื่นฟ้องบริษัทเอง ในกรณีที่บริษัทไม่มีทรัพย์สินเงินสดคงเหลือใดๆ ที่จะชำระแม้แต่ดอกเบี้ย และบริษัทในเครือไม่ยอมยกหนี้ให้

    3.ในกรณีที่บริษัทในเครือตกลงยอมยกหนี้ให้โดยการตัดหนี้สูญ ยอดเงินที่ให้ยืมนั้นจำนวนมาก ทางบริษัทนำมาบันทึกเป็นรายได้ จะเป็นวิธีที่ดีกว่าข้อ 2 ไหมคะแต่ประเด็นคือยังเจรจากันไม่ได้เลยค่ะ

    4.ขณะนี้บริษัทได้ทำการปิดโรงงาน และคงเหลือไว้แค่สำนักงาน ยื่น ภพ.09 ยุบสาขา ย้ายออก ย้ายเข้า หยุดดำเนินกิจการเกินสามสิบวันแล้ว บริษัทได้จ้างพนักงานออกตามกฎหมาย ยังคงเหลือรายจ่ายคือค่าเช่าสำนักงาน ค่าสอบบัญชี และค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี) แค่นั้นค่ะบริษัทยังต้องบันทึกบัญชีต่อไปตามปกติ และยื่นแบบ ภงด. 1/2/53 ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ยอดจะเป็น 0 ใช่ไหมคะ

วิสัชนา

1.การขาดทุนเกินทุน ทำให้ไม่สามารถปิดบริษัทโดยขั้นตอนปกติได้ มีทางเดียวคือต้องล้มละลายเท่านั้น ถูกต้องแล้วครับ

2. ผู้ชำระบัญชีของบริษัทฯ มีสิทธิยื่นฟ้องล้มละลายบริษัทฯ ในฐานะลูกหนี้ได้ ตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

    “มาตรา 88 ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น นอกจากเจ้าหนี้จะฟ้องขอให้ล้มละลายได้ตามความในหมวด ๑ แล้ว ผู้ชำระบัญชีของนิติบุคคลนั้น ๆ อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้สั่งให้นิติบุคคลนั้นล้มละลายได้ถ้าปรากฏว่าเงินลงทุนหรือเงินค่าหุ้นได้ใช้เสร็จหมดแล้วสินทรัพย์ก็ยังไม่พอกับหนี้สิน

         เมื่อศาลได้รับคำร้องขอแล้ว ให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นเด็ดขาดโดยทันที และให้ที่ประชุมเจ้าหนี้แต่งตั้งเจ้าหนี้คนหนึ่งขึ้น ให้มีสิทธิและหน้าที่เสมือนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์” 
 

3. ในกรณีที่บริษัทในเครือตกลงยอมยกหนี้ให้โดยการตัดหนี้สูญ ยอดเงินที่ให้ยืมนั้นจำนวนมาก ทางบริษัทนำมาบันทึกเป็นรายได้ ไม่ถือว่า เป็นวิธีที่ดีกว่าข้อ 2 เลย หากแต่จะเลวร้ายกว่า ดังนี้  

    (1) บริษัทฯ ต้องบันทึกรับรู้เป็นรายได้ หากปรากฏเป็น “กำไรสุทธิทางภาษีอากร” บริษัทฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ ทั้งที่ไม่เงิน (ปัญญา!!!) จะเสีย  

    (2) เจ้าหนี้บริษัทในเครือ ที่ยกหนี้ให้แก่บริษัทฯ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2543)

4. ขณะนี้บริษัทฯ ได้ทำการปิดโรงงาน และคงเหลือไว้แค่สำนักงาน ยื่น ภพ.09 ยุบสาขา ย้ายออก ย้ายเข้า หยุดดำเนินกิจการเกินสามสิบวันแล้ว บริษัทได้จ้างพนักงานออกตามกฎหมาย ยังคงเหลือรายจ่าย คือ ค่าเช่าสำนักงาน ค่าสอบบัญชี และค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี) แค่นั้นค่ะ บริษัทยังต้องบันทึกบัญชีต่อไปตามปกติ และยื่นแบบ ภ.ง.ด. 1 3 53 (ถ้ามีการหัก และนำส่ง) ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ยอดจะเป็น 0 ถูกต้องแล้วครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์


เรื่อง

บริษัทจดเลิกกิจการและมีเงินกู้ยืมจากกรรมการจำนวนมาก สรรพากรแจ้งว่าให้ยื่น ภ.ง.ด.50 เพราะกรรมการยกหนี้ให้ ถือเป็นรายได้

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 07/01/2023 - วันที่ตอบ 26/01/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

ขอสอบถามข้อมูลและแนวทางแก้ปัญหาค่ะ

    ปัญหาของกรณีเลิกกิจการและมีเงินกู้ยืมจากกรรมการจำนวนมาก 56 ล้านบาท ที่สรรพากรแจ้งว่าให้ยื่น ภ.ง.ด.50 เพราะกรรมการยกหนี้ให้ โดยต้องถูกถือเป็นรายได้ ซึ่งจะมีภาษีจากการถูกถือเป็นรายได้ประมาณ 11.2 ล้านบาท และไม่มีขาดทุนสะสมยกมา 5 ปีที่จะหักได้ค่ะต้องการจบปัญหานี้มีแนวทางแก้ไขไหมคะเพราะนานหลายเดือนแล้วค่ะรบกวนด้วยค่ะอาจารย์คะเคสคล้ายกันแต่เสียภาษี 6 แสน ต้องจบยังไงคะ

วิสัชนา

1. ณ วันที่จดทะเบียนเลิกกิจการยังคงค้างยอดเงินทดรองไว้เช่นนั้น

2. เพื่อให้สามารถจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีได้ กรรมการพึงต้องยกหนี้ให้แก่บริษัทฯ ไปเสียทั้งหมด  

3. กรณีเลิกกิจการ และมีการชำระบัญชี

    3.1 ทางเลือกที่ 1 เจ้าหนี้ยอมยกหนี้ให้แก่บริษัทฯ ในทางภาษีอากรย่อมถือเป็นรายได้เนื่องจากกิจการ แต่จำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะชำระต่อทางราชการนั้น ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รวบรวมจำนวนเงินที่บริษัทฯ มีอยู่เพื่อชำระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงเท่าที่มีส่วนที่เหลือเท่านั้น ไม่สามารถจะไปหาจากที่ใดมาชำระหนี้ จึงไม่อยู่ในความรับผิดของผู้ชำระบัญชี ทั้งนี้ ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 4638/2546 กรมสรรพากร โจทก์ บจ. เอ็มซารูอินเตอร์เนชั่นแนล กับพวก จำเลย เรื่อง ความรับผิดของผู้ชำระบัญชี

         ในการกรอกแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เลิกนั้น ตามความคิดผมยังคงกรอกเหมือนเดิม คือ คงเจ้าหนี้กรรมการไว้ และในการเสร็จการชำระบัญชี เมื่อเจ้าหนี้กรรมการยกหนี้ให้ หากเจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบ ไต่สวนแล้วมีภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องชำระ ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รวบรวมจำนวนเงินที่บริษัทฯ มีอยู่เพื่อชำระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงเท่าที่มีส่วนที่เหลือเท่านั้น ไม่สามารถจะไปหาจากที่ใดมาชำระหนี้ จึงไม่อยู่ในความรับผิดของผู้ชำระบัญชี

         แต่ถ้าประสงค์จะยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 โดยนำเงินทดรองจ่ายกรรมการยกหนี้ให้กลับมาเป็นรายได้ ทำให้งบการเงินมีกำไรสุทธิ เมื่อหักขาดทุนสะสมไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีฯ แล้วยังมีกำไรอยู่ ตรงส่วนของหน้า 2 นั้น บริษัทฯ ก็ต้องคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ แต่ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รวบรวมจำนวนเงินที่บริษัทฯ มีอยู่เพื่อชำระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงเท่าที่มีส่วนที่เหลือเท่านั้น ไม่สามารถจะไปหาจากที่ใดมาชำระหนี้ จึงไม่อยู่ในความรับผิดของผู้ชำระบัญชี เช่นนี้ ผู้ชำระบัญชีก็สามารถชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เพียงเท่ากับเงินสดที่มีในงบเท่านั้น (หากไม่มีทรัพย์สินอื่นใดอีก)

    

3.2 ทางเลือกที่ 2 ผู้ชําระบัญชีร้องขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย โดยลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกหรือศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้ว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ