Case study

การตัดจำหน่ายสินทรัพย์เดิม


เรื่อง การตัดจำหน่ายสินทรัพย์เดิม
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 02/09/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ เคยมีการต่อเติมอาคารบันทึกเป็นทรัพย์สินไว้ เมื่อปี 2563 มูลค่า 200,000 บาท 

ต่อมาปี 2568 ได้รื้อและทำส่วนต่อเติมอาคารใหม่ (เปลี่ยนสภาพจากเดิม) 

1.ในการรื้อถอนส่วนต่อเติมเดิม ควรตัดมูลค่าทางบัญชี (ราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาสะสม) ออกจากบัญชีสินทรัพย์อย่างไร และบันทึกบัญชีอย่างไร 

2.การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคาของส่วนต่อเติมเดิม

3.ค่าใช้จ่ายจากการรื้อถอนส่วนต่อเติมเดิม ควรบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที หรือรวมเป็นต้นทุนของการก่อสร้างใหม่

คำตอบ

คำถาม-ตอบข้อ 1-2

1. ในการรื้อถอนส่วนต่อเติมเดิม ควรตัดมูลค่าทางบัญชี (ราคาทุนหักค่าเสื่อมราคาสะสม) ออกจากบัญชีสินทรัพย์อย่างไร และบันทึกบัญชีอย่างไร

2. การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคาของส่วนต่อเติมเดิม

คำตอบ
 
เมื่อมีการรื้อถอนและเลิกใช้ทรัพย์สินเดิม กิจการควรคำนวณ มูลค่าตามบัญชีคงเหลือสุทธิของทรัพย์สินเดิม ณ วันที่หยุดใช้งาน/วันที่รื้อถอน เป็นเกณฑ์ในการตัดออกจากบัญชีหรือรวมเข้าต้นทุนใหม่ (ถ้าเข้าเงื่อนไข) โดยหลักการ:

  • ทางบัญชี : ให้คิดค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินเดิมจนถึงวันก่อนวันที่เลิกใช้งานหรือรื้อถอน จากนั้นนำมูลค่าคงเหลือสุทธิ ณ วันนั้นมาบันทึกออกจากบัญชี (ตัดจำหน่าย) เป็นค่าใช้จ่ายหรือขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สินในงวดบัญชีนั้น

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี: 
 สมมติ ราคาทุนของส่วนต่อเติมเดิม = 200,000 บาท และค่าเสื่อมราคาสะสมสะสมถึงปัจจุบัน = 50,000 บาท (มูลค่าตามบัญชี 150,000 บาท) เมื่อรื้อถอนจึงต้องนำทั้งต้นทุนและค่าเสื่อมสะสมออกจากบัญชี

Dr. ค่าเสื่อมราคาสะสม-ส่วนต่อเติมอาคาร                      50,000
 Dr. ขาดทุนจากจำหน่ายสินทรัพย์ (ส่วนต่อเติมอาคาร) 150,000
                      Cr. ทรัพย์สิน-ส่วนต่อเติมอาคาร (ราคาทุน)           200,000


  • ทางภาษี: 
    • ภาษีเงินได้นิติบุคคล 
            - กรมสรรพากรยอมรับให้หักค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในการคำนวณกำไรสุทธิของปีภาษีนั้นได้เต็มจำนวน เมื่อมีการรื้อถอนทำลายทรัพย์สินแล้ว 
      ให้ใช้มูลค่าตามบัญชีที่เหลืออยู่ของทรัพย์สิน ณ วันรื้อถอน เป็นค่าใช้จ่ายได้ทันทีในปีที่รื้อถอน (คำนวณค่าเสื่อมราคาถึงวันก่อนรื้อถอน) ดังนั้น NBV ณ วันที่รื้อถอนจริง คือมูลค่าที่ใช้เป็นเกณฑ์ทั้งในการตัดบัญชีและในการหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร
             - บริษัทฯ ควรทำจดหมายแจ้งสรรพากรเพื่อเข้าร่วมการทุบรื้อถอนเช่นเดียวกับกรณีทำลายสินค้า ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 79/2541 เรื่อง แนวทางปฏิบัติกรณีการทำลายของเสีย สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิ สินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้าที่หมดอายุ และเศษซาก ด้วย เพื่อการมีพยานหลักฐานที่เพิ่มขึ้น
              - หากบริษัทฯ ไม่ได้ทำจดหมายแจ้งสรรพากร ก็จะต้องมีหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าได้มีการรื้อถอน ทำลายทรัพย์สินจริง และต้องปฏิบัติตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 79/2541 เช่น ภาพถ่ายการรื้อถอน Before-After , สัญญาเช่าที่ระบุเงื่อนไขว่าต้องคืนห้องให้อยู่ในสภาพเดิมก่อนเช่า , เอกสารจ้างรื้อถอน , อื่นๆ ประกอบ 

       
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 
            -   เกี่ยวกับทรัพย์สินที่
      ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น เคาน์เตอร์ ฝ้า ผนัง เฟอร์นิเจอร์บิวอิน อื่นๆ ที่ต้องรื้อถอน ทุบทิ้ง เท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้งานต่อได้ ไม่ถือเป็นการจำหน่าย จ่าย โอน ที่ต้องนำมูลค่าคงเหลือของอาคาร/ส่วนตกแต่งที่เหลืออยู่มายื่นเป็นภาษีขาย ไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่ต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าว มารวมคำนวณเป็นฐานภาษีเพื่อคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้นำเฉพาะรายได้จากการขายเศษซากจากการรื้อถอนอาคาร (ถ้ามี) เท่านั้น ไปรวมคำนวณเป็นฐานในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อเศษซากดังกล่าว
      -  เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น ป้ายชื่อบริษัท พาทิชั่น (ฉากกั้น) หรืออื่นๆ ซึ่งเป็นทรัพย์ที่สามารถนำไปใช้ต่อได้ แต่บริษัทฯ ไม่ประสงค์นำไปใช้งานต่อ กรณีนี้หากทุบ ทำลาย และไม่ได้มีการแจ้งทำลายแก่สรรพากร หรือยกให้แก่ผู้มารื้อถอน จะถือเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 
      77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงต้องนำมูลค่าของทรัพย์สินตามราคาตลาด(ไม่ต่ำกว่ามูลค่าสุทธิทางบัญชีที่เหลืออยู่) มารวมคำนวณเป็นฐานภาษีเพื่อคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย โดยความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อวันที่รื้อถอน ทำลาย หรือขาย(ส่งมอบ) ตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฏากร โดยไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษี และมูลค่าทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินที่บริษัทฯ ได้ตัดจำหน่าย (write off) บวกกลับไม่ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี (3) (13) แห่งประมวลรัษฎากร


มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง


มาตรา 78 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
             (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย
                   (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า
                   (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ
                   (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี
 ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี


คำถาม-ตอบข้อ 3

3. ค่าใช้จ่ายจากการรื้อถอนส่วนต่อเติมเดิม ควรบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที หรือรวมเป็นต้นทุนของการก่อสร้างใหม่

 ทางบัญชี:
 
       ตามมาตรฐานการบัญชี (TAS 16/TFRS for NPAEs) การจะรวม ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม เข้าเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนสินทรัพย์ใหม่ได้นั้น ต้องพิจารณาว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าว เกี่ยวข้องโดยตรงกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ใหม่” หรือไม่ 

คือ เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเตรียมสถานที่หรือทำให้สินทรัพย์ใหม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือเปล่า 

  • หากค่าใช้จ่ายรื้อถอนเป็น ส่วนหนึ่งของการเตรียมสถานที่เพื่อสร้างสินทรัพย์ใหม่ เช่น รื้อถอนอาคารเก่าเพื่อเคลียร์พื้นที่ก่อสร้างอาคารใหม่ในตำแหน่งเดียวกัน ก็สามารถถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนสินทรัพย์ใหม่ได้
  • หากไม่ใช่  ไม่ถือว่าค่าใช้จ่ายนี้เป็นต้นทุนในการได้มาของสินทรัพย์ใหม่ ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายจากการรื้อถอนหรือการเลิกใช้งานทรัพย์สินเดิมในงวดบัญชีนั้น (เป็นการตัดจำหน่ายทรัพย์สินเดิมออกจากบัญชี)

     
    ตัวอย่างการบันทึกบัญชี: สมมติ มีค่าใช้จ่ายรื้อถอน 20,000 บาท บันทึก

Dr. ค่าใช้จ่ายรื้อถอนส่วนต่อเติมอาคาร 20,000
                            Cr. เงินสด/เจ้าหนี้การค้า 20,000 

ทางภาษีอากร: 

  • หากค่าใช้จ่ายรื้อถอนเป็น ส่วนหนึ่งของการเตรียมสถานที่เพื่อสร้างสินทรัพย์ใหม่ เช่น รื้อถอนอาคารเก่าเพื่อเคลียร์พื้นที่ก่อสร้างอาคารใหม่ในตำแหน่งเดียวกัน ก็สามารถถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนสินทรัพย์ใหม่ได้

หากทางบัญชีบริษัทเลือกจะรวมค่ารื้อถอนเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนทรัพย์สินใหม่ กรมสรรพากรก็จะถือค่ารื้อถอนส่วนนั้นเป็น ต้นทุนของสินทรัพย์ถาวร (ต้นทุนอาคาร/ตกแต่งอาคาร) หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเป็นเวลา 20 ปี  อัตรา 5%  ตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 

  • หากไม่ใช่  ไม่ถือว่าค่าใช้จ่ายนี้เป็นต้นทุนในการได้มาของสินทรัพย์ใหม่ ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายจากการรื้อถอนหรือการเลิกใช้งานทรัพย์สินเดิมในงวดบัญชีนั้น (เป็นการตัดจำหน่ายทรัพย์สินเดิมออกจากบัญชี)

บริษัทฯ สามารถ หักค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนทั้งหมดเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เกิดรายการนั้นได้เลย ถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

ในกรณีที่ทรัพย์สินเดิมยังมีมูลค่าตามบัญชีเหลืออยู่และบริษัทตัดจำหน่ายออกเนื่องจากรื้อถอนทำลาย ก็สามารถนำมูลค่าส่วนที่เหลืออยู่ (NBV) นั้นมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวนในปีที่รื้อถอนด้วย สรุปคือ ทางภาษีอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน รวมถึงมูลค่าทรัพย์สินเดิมที่ยังเหลือ มาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันทีในปีที่เกิดขึ้น เพื่อคำนวณกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษี

มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

   (3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา

  (13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ


ตารางสรุปการรื้อถอนและการบันทึกบัญชี–ภาษี

 

หัวข้อ

หลักการ

ตัวอย่าง/แนวปฏิบัติ

1. การตัดมูลค่าทรัพย์สิน (NBV)

- คำนวณมูลค่าตามบัญชีสุทธิ (NBV = ราคาทุน – ค่าเสื่อมราคาสะสม) ณ วันรื้อถอน 
 - ตัดต้นทุนและค่าเสื่อมราคาสะสมออกจากบัญชี 
 - ส่วนต่างบันทึกเป็นขาดทุนจากการจำหน่าย/รื้อถอน

ราคาทุน 200,000 บาท 
 ค่าเสื่อมสะสม 50,000 บาท 
 NBV 150,000 บาท 

 บันทึกบัญชี 
 Dr. ค่าเสื่อมราคาสะสม 50,000
 Dr. ขาดทุนจากจำหน่ายสินทรัพย์ 150,000
 Cr. ทรัพย์สิน 200,000

2. ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินเดิม

คิดค่าเสื่อมราคาถึงวันก่อนรื้อถอน/เลิกใช้ จากนั้นหยุดคิดค่าเสื่อม และตัดบัญชีตามข้อ 1

คิดค่าเสื่อมจนถึงวันก่อนรื้อถอน

ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ข้อ 1–2)

- NBV ที่เหลืออยู่ หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันที ไม่ต้องห้ามตาม ม.65 ตรี (13)
 - ควรแจ้งสรรพากรเข้าร่วมรื้อถอนตามคำสั่ง ป.79/2541 หรือมีหลักฐานประกอบ เช่น ภาพถ่าย Before–After, สัญญาเช่า, เอกสารจ้างรื้อถอน

NBV 150,000 บาท → หักเป็นค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวนในปีภาษีนั้น

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

- ทรัพย์สินที่รื้อทิ้งใช้งานไม่ได้ เช่น ฝ้า ผนัง บิวท์อิน → ไม่ถือเป็นการขาย → ไม่ต้องนำมูลค่าคงเหลือมาคำนวณ VAT
 - ทรัพย์สินเคลื่อนย้าย/ใช้ต่อได้ เช่น ป้าย, พาทิชั่น → ถือเป็นการขาย ต้องนำราคาตลาด (ไม่น้อยกว่า NBV) มาคำนวณ VAT
 - รายได้จากการขายเศษซาก (ถ้ามี) → ต้องออกใบกำกับภาษี VAT ให้ผู้ซื้อ

ถ้ามีเศษซากขายได้ 10,000 บาท → ออกใบกำกับภาษี VAT ให้ผู้ซื้อ

3. ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน

- หากเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างทรัพย์สินใหม่ (เช่น รื้ออาคารเก่าเพื่อสร้างใหม่ที่ตำแหน่งเดียวกัน) → รวมเป็นต้นทุนสินทรัพย์ใหม่ 
 - หากไม่เกี่ยวข้อง → บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิด

ตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายรื้อถอน 20,000 บาท 
 Dr. ค่าใช้จ่ายรื้อถอน 20,000
 Cr. เงินสด/เจ้าหนี้การค้า 20,000

ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ข้อ 3)

- ถ้าเป็นต้นทุนทรัพย์สินใหม่ → หักค่าเสื่อมได้ตามอายุการใช้งาน (20 ปี อัตรา 5% กรณีอาคาร) ตาม ม.65 ทวิ (2)
 - ถ้าไม่ใช่ → หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันทีในปีนั้น 
 - NBV ของทรัพย์สินเดิมที่ถูกรื้อถอน สามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวน

ถ้ารื้อเพื่อสร้างใหม่ → รวมต้นทุนอาคารใหม่ 
 ถ้ารื้อทิ้งเฉยๆ → หักเป็นค่าใช้จ่ายทันที


ข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้อง 
      - 
มาตรฐานการบัญชีที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (TAS 16) และ TFRS for NPAEs (แนวปฏิบัติเรื่องการรวมต้นทุนการรื้อถอนกับสินทรัพย์ใหม่) 

มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  (2) ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้หักได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
             ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 25) พ.ศ. 2525 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มในหรือหลัง 1 ม.ค. 2526 เป็นต้นไป )
             ( 
ดูพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ.2527 )

      ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ได้กำหนดว่า

     “มาตรา 4 การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้คำนวณหักตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เต็มสิบสองเดือน ให้เฉลี่ยหักตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สินดังต่อไปนี้

        (1) อาคาร

              - อาคารถาวร ร้อยละ 5”


https://www.rd.go.th/3575.html

คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 79/2541

เรื่อง      แนวทางปฏิบัติ กรณีการทำลายของเสีย สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิสินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้าที่หมดอายุ และเศษซาก

                เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแนะนำการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการทำลายของเสีย สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิ สินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้า ที่หมดอายุ และเศษซาก กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

                ข้อ 3 การลงรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับของเสียเกินปกติที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิ สินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้าที่หมดอายุ และเศษซาก ถ้าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลประสงค์จะตัดต้นทุนดังกล่าวเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ทำลายนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้

                        (3) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น

                              (3.1) การทำลายของเสียหรือสินค้าหรือเศษซากที่โดยสภาพไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้

                                       (ก) ต้องมีการตรวจสอบสภาพสินค้าดังกล่าวว่า เสียหายตามเงื่อนไขที่แต่ละกิจการได้กำหนดไว้หรือไม่ และต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจในการพิจารณาให้เป็นสินค้าเสียหายตามเงื่อนไข ที่กำหนดดังกล่าว กรณีสินค้าที่ได้รับคืน บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องมีเอกสารหลักฐานการรับคืนสินค้า ซึ่งระบุรายละเอียดของสินค้าที่รับคืน เช่น วันเดือนปีที่รับคืน ปริมาณสินค้า ชนิดสินค้าหรือรหัสสินค้า สาเหตุที่รับคืนสินค้า เลขที่อ้างอิงของการสั่งซื้อสินค้าที่รับคืนนั้น และให้มีการลงลายมือชื่อของลูกค้าที่คืนสินค้า พนักงานที่รับคืนสินค้าด้วย เมื่อมีการนำสินค้าที่รับคืนมาเก็บไว้เพื่อรอทำลาย ให้พนักงานฝ่ายคลังสินค้าที่เก็บรักษาสินค้าเสียหายตรวจนับและลงลายมือชื่อกำกับไว้ พร้อมทั้งแจ้งให้ฝ่ายบัญชีทราบด้วย

                                       (ข) เมื่อได้รับอนุมัติให้ทำลายของเสียหรือสินค้าหรือเศษซากจากผู้มีอำนาจอนุมัติให้ทำลายแล้ว ให้มีบุคคลอย่างน้อยประกอบด้วย ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย หรือฝ่ายตรวจสอบ (ถ้ามี) ร่วมสังเกตการณ์ และลงลายมือชื่อเป็นพยานในการทำลาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี พร้อมทั้งให้เชิญผู้สอบบัญชีมาเป็นพยานในการทำลาย ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่จำเป็นต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่กรมสรรพากรร่วมเป็นพยานในการทำลายก็ได้

                              (3.2) การทำลายของเสียหรือสินค้าหรือเศษซากที่โดยสภาพสามารถเก็บรักษาและรอการทำลายพร้อมกันได้เมื่อมีปริมาณที่เหมาะสม บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม (3.1) และให้แจ้งการทำลายให้สรรพากรพื้นที่หรือสรรพากรจังหวัด หรือสรรพากรจังหวัด (สาขา) ในท้องที่ที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วันก่อนวันทำลาย ซึ่งสรรพากรพื้นที่ หรือสรรพากรจังหวัด หรือสรรพากรจังหวัด (สาขา) อาจส่งเจ้าหน้าที่ไปดูการทำลายด้วยก็ได้ตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินและรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

19/11/2007

เลขที่หนังสือ

กค 0706/11577

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (5)(13) และมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

     บริษัท ท. ประกอบกิจการเป็นตัวแทนโฆษณาและรับจ้างผลิตงานโฆษณาได้ทำสัญญาเช่าอาคารจากบริษัท น. ตามหนังสือสัญญาเช่าฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 มีกำหนดระยะเวลาเช่า 6 ปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2547 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 โดยมีสิทธิต่อสัญญาเช่าได้อีก 3 ปี ซึ่งบริษัทฯ ต้องทำสัญญาเช่าใหม่โดยไม่มีค่าสิทธิการเช่า บริษัทฯ ได้ทำการต่อเติมปรับปรุงอาคารเช่าดังกล่าว มีค่าใช้จ่ายออกแบบตกแต่งภายในค่าก่อสร้างงานปรับปรุงภายใน ปูพื้น กั้นห้อง ทำผนัง เพดาน ประตู รวมถึง Built-in furniture งานระบบไฟฟ้างานระบบปรับอากาศและระบายอากาศ งานระบบป้องกันเพลิง งานระบบสุขาภิบาล และงานวางท่อโทรศัพท์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 25,194,326 บาทในปี 2548 และเป็นเงินทั้งสิ้น 136,683 บาทในปี 2549 ตามสัญญาฉบับดังกล่าวเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการเช่าบริษัทฯ ต้องส่งมอบพื้นที่เช่าทรัพย์สินส่วนควบอาคารรวมทั้งส่วนประกอบอาคารทั้งเก่าและใหม่ในสภาพที่ดีให้แก่ผู้ให้เช่า
      บริษัทฯ ขอทราบว่า
        1. บริษัทฯ ต้องคำนวณหักค่าเสื่อมราคาส่วนต่อเติมและปรับปรุงอาคารเช่าในอัตราร้อยละ 5 ตามอัตรา ค่าเสื่อมราคาสำหรับอาคาร หรือสามารถหักค่าเสื่อมราคาในอัตราร้อยละ 100 หารด้วยจำนวนปีอายุการเช่า ตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527
        2. บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายจากการเช่าต้นไม้เพื่อวางในบริเวณต่าง ๆ ภายในบริษัทฯเป็นรายเดือน
บริษัทฯ มีสิทธินำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่

แนววินิจฉัย

     1. กรณีตาม 1. ค่าต่อเติมและปรับปรุงอาคารเช่า เป็นการทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน ก่อให้เกิดประโยชน์เกินกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชีต้องห้ามมิให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร แต่มีสิทธินำไปหักเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4(5) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 เมื่อบริษัทฯ ได้ต่อเติมและปรับปรุงอาคารเช่าโดยมิได้มีการรื้อของเดิมทิ้ง บริษัทฯ จะนำค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินส่วนที่ยังตัดไม่หมดไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทั้งจำนวนไม่ได้ต้องหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาต่อไปจนหมด เว้นแต่บริษัทฯ ได้มีการรื้อหรือทำลายทรัพย์สินนั้น บริษัทฯ จึงมีสิทธิตัดต้นทุนที่เหลืออยู่เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทั้งจำนวนในปีที่มีการรื้อหรือทำลายได้
 
     อนึ่ง การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาต้นทุนดังกล่าวต้องหักในฐานะเป็นมูลค่าต้นทุนของอาคารถาวรซึ่งบริษัทฯ หักได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นทุนนั้น ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527
 
     2. กรณีตาม 2. รายจ่ายค่าเช่าต้นไม้ เพื่อวางในบริเวณต่าง ๆ ภายในบริษัทฯ เป็นรายเดือน เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ บริษัทฯมีสิทธินำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

70/35458


เรื่อง

การคิดค่าเสื่อมของทรัพย์สินที่ใช้ไม่ถึงอายุการใช้งานในทางภาษี รื้อถอนอาคารเดิม ก่อสร้างอาคารใหม่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 21/11/2020 - วันที่ตอบ 27/11/2020

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 79/2541

ปุจฉา

ขอถามเรื่องคิดค่าเสื่อมราคาน้อยกว่าร้อยละ 5

เนื้อหา: บริษัทจะสร้างอาคารสูงให้บริษัทในเครือเช่า แต่เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไม่อำนวย บริษัทจึงเลื่อนแผน และสร้างอาคาร 2 ชั้นแทน เพื่อให้บริษัทในเครือ (2 บริษัท) เช่า โดยประมาณการให้ใช้งาน 4 ปี แล้วทุบทิ้งและอยู่ระหว่างเตรียมการสร้างอาคารสูง สาเหตุที่บริษัทต้องสร้างให้บริษัทในเครือเช่า เพราะเดิมบริษัทเช่าโครงการเอกชนอื่นและให้ในเครือเช่าช่วง เนื่องจากโครงการหมดสัญญาเช่าและขอคืนพื้นที่ บริษัทจึงสร้างอาคารเตี้ยให้บริษัทในเครือเช่าไปก่อน

เรียนถาม อาจารย์สุเทพว่าบริษัทสามารถคิดค่าเสื่อมราคา 4 ปี ได้หรือไม่ค่ะ

วิสัชนา

ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ได้กำหนดว่า

....“มาตรา 4 การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้คำนวณหักตามระยะเวลาที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ในกรณีที่รอบระยะเวลาบัญชีใดไม่เต็มสิบสองเดือน ให้เฉลี่ยหักตามส่วนสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สินดังต่อไปนี้

       (1) อาคาร

           - อาคารถาวร ร้อยละ 5”

นอกจากนี้ ข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527 เรื่องการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน กำหนดว่า

   “ข้อ 2 การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ให้หักได้ไม่เกินอัตราร้อยละของมูลค่าต้นทุนตามประเภทของทรัพย์สินที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 แต่ถ้าตามวิธีการทางบัญชี ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้อยู่หักต่ำกว่าอัตราดังกล่าวก็ให้หักเพียงเท่าอัตราตามวิธีการทางบัญชี ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้อยู่นั้น จะเปลี่ยนแปลงได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร หรือผู้ที่อธิบดีกรมสรรพากรมอบหมาย ในกรณีที่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงได้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับอนุมัตินั้น..”

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

     1. กรณีบริษัทฯ ได้ก่อสร้างอาคารเพื่อให้บริษัทในเครือได้เช่าใช้นั้น

          1.1 บริษัทฯ ต้องคิดค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของอาคารดังกล่าว ไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นทุนอาคาร หรือ 20 ปี นั่นเอง บริษัทฯ จึงไม่สามารถคิดค่าเสื่อมของอาคารในทางภาษี เพียง 4 ปี ได้

          1.2 ต่อมาหากบริษัทฯ มีการรื้อถอนอาคารดังกล่าวในปีที่ 4 ของอายุอาคารนั้น กรณีบริษัทฯ เลิกใช้อาคารและมีการทุบรื้อถอนอาคารออก เพื่อก่อสร้างเป็นอาคารสูงแทน มูลค่าคงเหลือ BV ของอาคารส่วนที่ทุบรื้้อถอน ณ วันที่บริษัทฯ ทำการรื้อถอน ย่อมสามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร

          1.3 ค่าใช้จ่ายในรื้อถอน ทุบ ทำลายอาคารดังกล่าว ให้นำไปถือเป็นมูลค่าต้นทุนของอาคารที่จะก่อสร้างขึ้นใหม่

          1.4 บริษัทฯ ควรทำจดหมายแจ้งสรรพากรเพื่อเข้าร่วมการทุบรื้อถอนเช่นเดียวกับกรณีทำลายสินค้า ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 79/2541 เรื่อง แนวทางปฏิบัติกรณีการทำลายของเสีย สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิ สินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้าที่หมดอายุ และเศษซาก ด้วย เพื่อการมีพยานหลักฐานที่เพิ่มขึ้น

     2. ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม การทุบ ทำลายอาคารดังกล่าว ไม่ถือเป็นการจำหน่าย จ่าย โอน ที่ต้องนำมูลค่าคงเหลือของอาคารที่เหลืออยู่มายื่น เป็นภาษีขาย แต่อย่างใด ให้นำเฉพาะรายได้จากการขายเศษซากจากการรื้อถอนอาคาร (ถ้ามี) เท่านั้น ไปรวมคำนวณเป็นฐานในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อเศษซากดังกล่าว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

การบัญชีเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารเก่า

แหล่งที่มา

FB CPA Solution ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ

วันที่


ประเภทภาษี


ข้อกฎหมาย


คำถาม

การบัญชีเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารเก่า

คำตอบ

พี่น้องครับ TFRS วางหลักการกว้างๆ ซึ่งมีหลากหลายธุรกรรมมากที่อาจต้องอาศัยการตีความ รวมทั้ง “ต้นทุนการรื้อถอนอาคาร” วันนี้เรามาลองทำความเข้าใจแนวปฏิบัติของ TFRS เกี่ยวกับประเด็นนี้กันนะครับ

    คุณสุพจน์จากกรินทร์ออดิทได้กรุณาให้ข้อคิดว่ากิจการควรรับรู้ต้นทุนการรื้อถอนอาคารที่ใช้เอง (ที่ต้องรื้อเพื่อสร้างอาคารหลังใหม่) เป็นค่าใช้จ่ายเข้า P/L มากกว่าการรับรู้เป็นต้นทุนของอาคารใหม่ ผมเลยลองหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากหลายๆ แหล่งพอจะสรุปได้ว่ากิจการมักต้องจ่ายต้นทุนรื้อถอนอาคารในสถานการณ์ต่อไปนี้ :

    • ตั้งใจรื้อถอนเพื่อเตรียมที่ดินให้พร้อมใช้งาน

    • ตั้งใจรื้อถอนอาคารเก่าเพื่อสร้างอาคารใหม่ทันที

    • ตั้งใจจะใช้อาคารที่ซื้อมาหลายปีก่อนที่จะรื้อเพื่อสร้างอาคารใหม่ หรือ รื้ออาคารที่กำลังใช้อยู่แล้วสร้างอาคารใหม่

    คราวนี้ก็เลยเกิดปัญหาในแง่การตีความเกี่ยวกับต้นทุนค่ารื้อถอน เพราะ TAS 16 ไม่ได้เขียนชัดว่าจะถือเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย เพียงแค่ระบุในย่อหน้า 16.2 ว่า “ต้นทุนทางตรงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาสินทรัพย์เพื่อให้สินทรัพย์นั้นอยู่ในสถานที่และสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้ตามความประสงค์ของฝ่ายบริหาร”

    ดังนั้นเราจึงต้องมาพิจารณาความประสงค์ของฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดแนวทางการบัญชี ซึ่งประเมินจากเอกสารจาก 3 แหล่งคือ 1) เอกสารประกอบการสัมมนาของท่านอาจารย์ รศ. ดร. วรศักดิ์ ทุมมานนท์ 2) บทความเผยแพร่ของ CPD Box และ 3) แนวทางของ US GAAP ตามเอกสารเผยแพร่ของ PwC ซึ่งให้ข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นนี้ตรงกันดังนี้

    1) เอกสารประกอบการสัมมนาของท่านอาจารย์ รศ. ดร. วรศักดิ์ ทุมมานนท์

        a. รื้อถอนอาคารทันทีเพื่อนำที่ดินเปล่าไปใช้ประโยชน์ : บันทึกค่ารื้อถอนอาคารและราคาทุนอาคารที่ซื้อมาพร้อมที่ดินเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่ซื้อมา

        b. รื้อถอนอาคารเพื่อสร้างอาคารใหม่ทันที : บันทึกค่ารื้อถอนอาคารและราคาทุนอาคารที่ซื้อมาเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนของอาคารใหม่

        c. ใช้งานอาคารไปแล้วช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วมีการรื้อถอนเพื่อสร้างอาคารใหม่ : บันทึกคำรื้อถอนอาคารและมูลค่าตามบัญชีของอาคารที่เป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุน

    2) บทความเผยแพร่ของ CPD Box

        a. ซื้อที่ดินพร้อมอาคารโดยต้องการที่ดินเปล่า : ค่ารื้อถอนสามารถรวมเป็นต้นทุนของที่ดินได้ เนื่องจากเป็นต้นทุนทงตรงให้ที่ดินพร้อมใช้งาน

        b. ซื้อที่ดินพร้อมอาคารโดยมีแผนตั้งแต่แรกในการรื้อถอนเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ : บันทึกค่ารื้อถอนเป็นต้นทุนของอาคารใหม่เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเตรียมสินทรัพย์ใหม่ให้พร้อมใช้งาน ส่วนมูลค่าของอาคารเดิมถ้าโดยปกติเราคงจะไม่ซื้ออาคารสวยๆ มูลค่าสูงมาแล้วรื้อเพื่อสร้างอาคารใหม่ ดังนั้นโดยทั่วไปเราไม่จำเป็นต้อง allocate ราคาซื้อเป็นส่วนหนึ่งของอาคารเก่าให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาที่ดินไปได้เลย อย่างไรก็ตาม หากอสังหาริมทรัพย์ชิ้นนี้เป็นที่ดินกับอาคารที่ยังมีมูลค่าอยู่ (ตัวอย่างในเอกสารเผยแพร่ของ PwC ให้แนวทางว่าให้มองในมุมของผู้มีส่วนร่วมในตลาดว่าตึกเก่ายังมีคุณค่าในการใช้มากกว่าทุบทิ้งหรือไม่) แต่เราก็ยังต้องการรื้อเพื่อสร้างอาคารใหม่ เช่นนี้ กิจการต้อง allocate มูลค่าซื้อส่วนหนึ่งให้กับอาคารเก่า แล้วรับรู้ BV ที่เหลือเข้า P/L ตอนรื้อถอน รวมทั้งรับรู้ค่ารื้อถอนเป็นค่าใช้จ่ายใน P/L ด้วยเช่นกัน

        c. ซื้อที่ดินพร้อมอาคาร ตั้งใจใช้อาคารต่อแล้วรื้อถอนในอนาคต : บันทึกค่ารื้อถอนเป็นค่าใช้จ่ายทันที เนื่องจากเป็นการใช้งานและรื้อถอนในภายหลัง ไม่เกี่ยวข้องกับการเตรียมสินทรัพย์เพื่อใช้งานใหม่

และ 3 การบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน (Demolition Costs) ตาม US GAAP

    ตามเอกสารเผยแพร่ของ PwC มาตรฐาน PPE SOP ที่ยังไม่ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการระบุว่า "ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนที่เกิดขึ้นโดยเจ้าของหรือผู้ให้เช่า ควรถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที (expensed as incurred) และรวมในผลการดำเนินงาน (results of operations) เว้นแต่ค่าใช้จ่ายนั้นเกี่ยวข้องกับการได้มาหรือการเช่าทรัพย์สิน และการรื้อถอนที่:

    - ได้รับการวางแผนไว้ตั้งแต่แรกในกระบวนการได้มาหรือเริ่มต้นสัญญาเช่า หรือ

    - ดำเนินการรื้อถอนภายในระยะเวลาที่เหมาะสม หรือมีการล่าช้าเนื่องจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกิจการ (เช่น ต้องรอให้สัญญาเช่าของผู้เช่าปัจจุบันสิ้นสุดลง หรือรอใบอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐ)"

ตัวอย่างสถานการณ์ :

    a. กรณีซื้อที่ดินพร้อมอาคารและวางแผนรื้อถอนเพื่อก่อสร้างใหม่ : หากวางแผนรื้อถอนตั้งแต่เริ่มได้มาซึ่งทรัพย์สินและดำเนินการภายในระยะเวลาที่เหมาะสม ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจะถือเป็นส่วนหนึ่งของ ต้นทุนการเตรียมพื้นที่ และ บันทึกเพิ่มในต้นทุนของที่ดิน

    b. กรณีรื้อถอนอาคารเพื่อปรับปรุง (Renovation) : หากรื้อถอนเพื่อปรับปรุงหรือซ่อมแซมอาคาร ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจะต้อง บันทึกเพิ่มในต้นทุนการปรับปรุงอาคาร

    c. กรณีรื้อถอนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการได้มาของทรัพย์สิน : หากการรื้อถอนไม่ได้เชื่อมโยงกับการได้มาของโครงสร้างหรืออาคารใด ๆ ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจะต้อง บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันทีในงวดที่เกิดขึ้น

สรุป : 

    แม้ TAS 16 จะไม่ได้ระบุชัด หลักการบัญชีสำหรับค่ารื้อถอนอาคารจากแหล่งข้อมูลทั้งสามแหล่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ 1) ถ้าต้องการที่เปล่าโดยรื้อถอนอาคารที่ซื้อมาพร้อมกันทันที ให้รับรู้ค่ารื้อถอนเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน 2) ถ้าต้องการรื้ออาคารเก่าเพื่อสร้างอาคารใหม่ทันที ให้รับรู้ค่ารื้อถอนเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร แต่ถ้าอาคารที่ได้มายังมีมูลค่ายุติธรรมในสายตาผู้มีส่วนร่วมในตลาดให้รับรู้ผลขาดทุนจากการเลิกใช้อาคารเก่าเข้า P/L และ 3) ถ้าใช้อาคารไปก่อนแล้วรื้อในอนาคต หรือรื้ออาคารของกิจการเอง ให้รับรู้ค่ารื้อถอนเข้า P/L ประจำงวด ส่วน BV ของอาคารที่ถูกรื้อให้รับรู้ผลขาดทุนจากการเลิกใช้เข้า P/L เช่นกัน

    หวังว่าจะได้รับประโยชน์นะครับ (และผมมีการแก้ไขเฉลยข้อสอบ AC1 ครั้งที่ 3/2567 ที่ตอนแรกรับรู้ค่ารื้อถอนเป็นส่วนหนึ่งของอาคารใหม่ โดยแก้ไขเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดแทน)

https://drive.google.com/.../1qDY0s_G-abcJYO.../view...

แล้วถ้าจะเตรียมสอบ AC1 – AC2 รอบ 1/2568 ก็ inbox หรือ lineID: @cpasolution หรือwww.cpasolution.bizเราเตรียมเนื้อหาดีๆ รอทุกท่านอยู่ ซึ่งเปิดสอนทั้งรอบสด และ online ครับ



 

ที่มา :

เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง “NPAEs – ข้อผิดพลาดในงบการเงิน” จัดโดย NYC หน้า 63 – 64 โดยท่านอาจารย์ รศ. ดร. วรศักดิ์ ทุมมานนท์.

“Can you capitalize demolition cost under IFRS?”https://www.cpdbox.com/003-demolition-cost-ifrs/

“Property, plant, equipment and other assets Partially updated November 2021” หน้า 1-7 ถึง 1-8 โดย PwC.

“Applying IFRS for the real estate industry” หน้า 29 โดย PwC.

#CPAAC1


 


เรื่อง

การรื้อถอนทรัพย์สินอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ติดกับตัวอาคาร และมีการขายซากให้กับผู้รื้อถอน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 02/09/2020 - วันที่ตอบ 04/09/2020

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

บริษัทฯ จะทำการรื้อถอนทรัพย์สินอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ติดกับตัวอาคาร และมีการขายซากให้กับผู้รื้อถอน

    กรณีที่ 1. ค่ารื้อถอนสูงกว่าราคารับซื้อซาก เช่น ผู้รื้อถอน คิดค่ารื้อถอน 100,000 บาท และ รับซื้อซาก 20,000 บาท ทรัพย์มีมูลค่าสุทธิทางบัญชี 50,000

    กรณีที่ 2. ค่ารื้อถอนต่ำกว่าราคารับซื้อซาก เช่น ผู้รื้อถอน คิดค่ารื้อถอน 100,000 บาท และ รับซื้อซาก 150,000 บาท ทรัพย์มีมูลค่าสุทธิทางบัญชี 50,000

อยากทราบว่าทั้งสองกรณีในทางภาษี ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติอย่างไรในการออกเอกสาร และบันทึกบัญชีผู้รับจ้างสามารถ net ระหว่างค่ารื้อถอนและรับซื้อซาก ออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่คะ

วิสัชนา

การปฏิบัติในทางภาษี ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ในการออกเอกสาร และ บันทึกบัญชี กรณีบริษัทฯ จะทำการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ติดกับตัวอาคาร โดยตกลงขายเศษซากให้กับผู้รื้อถอน เป็นดังนี้

กรณีที่ 1.ค่ารื้อถอนสูงกว่าราคารับซื้อซาก เช่น ผู้รื้อถอนคิดค่ารื้อถอน 100,000 บาท และรับซื้อซาก 20,000 บาท ทรัพย์มีมูลค่าสุทธิทางบัญชี 50,000 บาท

     1.1 ทางด้านบริษัทฯ ผู้ว่าจ้างรื้อถอน ถือเป็นการรื้อทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าสุทธิทางบัญชีคงเหลือ 50,000 บาท และมีรายได้ค่าขายเศษซากจำนวน 20,000 บาท และจ่ายค่ารื้อถอน 100,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

            เดบิตค่าเสื่อมราคาอาคารสะสม.................xxx

                   ผลขาดทุนจากการรื้อถอนอาคาร...50,000

                 เครดิตอาคาร................................................xxx

     เมื่อจ่ายค่าจ้างรื้อถอนโดยหักกลบกับค่าขายเศษซาก โดยคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% เป็นเงิน 3,000 บาท และออกใบกำกับภาษีค่าขายเศษซาก 20,000 บาท มีภาษีขายจำนวน 1,400 บาท คงเหลือต้องจ่ายเงินสุทธิ (107,000 – 3,000 – 21,400) จำนวน 82,600 บาท บันทึกรายการบัญชีโดย

            เดบิตค่ารื้อถอน...............................100,000

                   ภาษีซื้อ......................................7,000

                 เครดิตรายได้อื่น.......................................20,000

                         ภาษีขาย..........................................1,400

                         ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย....................3,000

                         เงินสด/เงินฝากธนาคาร....................82,600

      1.2 ทางด้านผู้รับจ้างรื้อถอน ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่ารื้อถอน โดยถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่ารื้อถอน และได้รับใบกำกับภาษีค่าซื้อเศษซาก ได้รับเงินสุทธิจำนวน 82,600 บาท บันทึกรายการบัญชีโดย

            เดบิตเงินสด/เงินฝากธนาคาร...............82,600

                   ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย.............3,000

                   ค่าซื้อเศษซาก...............................20,000

                   ภาษีซื้อ...........................................1,400

                 เครดิตรายได้ค่าบริการรื้อถอน......................100,000

                         ภาษีขาย...............................................7,000


กรณีที่ 2.ค่ารื้อถอนต่ำกว่าราคารับซื้อซาก เช่น ผู้รื้อถอน คิดค่ารื้อถอน 100,000 บาท และ รับซื้อซาก 150,000 บาท ทรัพย์มีมูลค่าสุทธิทางบัญชี 50,000 บาท

     2.1 ทางด้านบริษัทฯ ผู้ว่าจ้างรื้อถอน ถือเป็นการรื้อทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าสุทธิทางบัญชีคงเหลือ 50,000 บาท และมีรายได้ค่าขายเศษซากจำนวน 20,000 บาท และจ่ายค่ารื้อถอน 100,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

            เดบิตค่าเสื่อมราคาอาคารสะสม.................xxx

                   ผลขาดทุนจากการรื้อถอนอาคาร...50,000

                 เครดิตอาคาร................................................xxx

                         เมื่อจ่ายค่าจ้างรื้อถอนโดยหักกลบกับค่าขายเศษซากจำนวน 100,000 บาท มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7,000 บาท โดยคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% เป็นเงิน 3,000 บาท และออกใบกำกับภาษีค่าขายเศษซาก 150,000 บาท มีภาษีขายจำนวน 10,500 บาท บริษัทฯ ต้องได้รับเงินสุทธิจำนวน (160,500 + 3,000 – 107,000) จำนวน 56,500 บาท บันทึกรายการบัญชีโดย

            เดบิตเงินสด/เงินฝากธนาคาร...............56,500

                   ค่ารื้อถอน..................................100,000

                   ภาษีซื้อ.........................................7,000

                 เครดิตรายได้อื่น.......................................150,000

                         ภาษีขาย..........................................10,500

                         ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย.......................3,000

     2.2 ทางด้านผู้รับจ้างรื้อถอน ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่ารื้อถอน โดยถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของค่ารื้อถอน และได้รับใบกำกับภาษีค่าซื้อเศษซากจำนวน 150,000 บาท ภาษีซื้อ 10,500 บาท ต้องจ่ายเงินสุทธิจำนวน 56,500 บาท บันทึกรายการบัญชีโดย

            เดบิตค่าซื้อเศษซาก..........................150,000

                   ภาษีซื้อ........................................10,500

                   ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย.............3,000

                 เครดิตรายได้ค่าบริการรื้อถอน......................100,000

                         ภาษีขาย................................................7,000

                         เงินสด/เงินฝากธนาคาร.......................56,500

อนึ่ง ผู้รับจ้างไม่สามารถ net ระหว่างค่ารื้อถอนและค่ารับซื้อซาก เพื่อออกใบกำกับภาษี เพราะเป็นคนละกิจกรรม


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"




หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ