Case study

ได้รับเงินค่าบริการจากต่างประเทศ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกี่ %


เรื่อง ได้รับเงินค่าบริการจากต่างประเทศ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มกี่ %
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 23/04/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัท A ในประเทศไทย ได้รับเงินเป็นค่าบริการจากการทำคลิปโฆษณา ให้กับบริษัทในประเทศเวียตนาม โดยได้รับเป็นเงิน usd จากประเทศเวียตนามโดยตรง

คำถาม   บริษัท จะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่  ถ้าต้องชำระ ต้องชำระกี่ % 

คำตอบ

ตอบ

ค่าบริการทำคลิปโฆษณาให้กับบริษัทต่างประเทศ นั้น เป็น การให้บริการ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศบริษัทจะได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร


อย่างไรก็ตาม ให้พิจารณาข้อเท็จจริง  จาก การให้บริการ และ การรับบริการ เป็นหลักนะคะ สรุปได้ดังตารางข้างล่าง  


การให้บริการ

การรับบริการ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

1

ในประเทศไทย

ต่างประเทศ

0%

2

ในประเทศไทย

ในประเทศไทย

7%

3

ต่างประเทศ

ต่างประเทศ

ไม่อยู่ในบังคับ Out of VAT Scope


ตัวอย่างเช่น

1. บริษัททำคลิปในประเทศไทย และส่งคลิปไปให้บริษัท V ที่ประเทศเวียดนาม  บริษัท V ใช้โฆษณานั้นที่ประเทศเวียดนาม และ/หรือ ประเทศอื่นใด ที่ไม่ใช่ประเทศไทย กรณีนี้จะเข้าตามตารางข้างต้นข้อ 1  บริษัทจะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0%


2. บริษัททำคลิปในประเทศไทย และส่งคลิปไปให้บริษัท V ที่ประเทศเวียดนาม    บริษัท V ใช้โฆษณานั้นที่ประเทศอื่น รวมทั้งในประเทศไทย กรณีนี้จะเข้าตามตารางข้างต้นข้อ 2  บริษัทจะ เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7%


3. บริษัทให้พนักงานออกไปทำคลิปที่ต่างปนระเทศ (ประเทศใดก็ได้ที่ไม่ใช่ประเทศไทย) และส่งคลิปไปให้บริษัท V ที่ประเทศเวียดนาม  บริษัท V ใช้โฆษณานั้นที่ประเทศเวียดนาม และ/หรือ ประเทศอื่นใด ที่ไม่ใช่ประเทศไทย กรณีนี้จะไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  บริษัทจะไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 


หมายเหตุ การวิเคราะห์เรื่องอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มให้วิเคราะพห์จาก การให้บริการ และ การรับบริการ ตามที่อธิบายข้างต้น ส่วน ประเทศของลูกค้า หรือ สกุลเงินที่รับชำระ ไม่ได้มีผลต่อการวิเคราะห์เรื่องอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม


มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(2) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด


มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้

  (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ

  (2) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า

การให้บริการในราชอาณาจักรให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักรโดยไม่คำนึงว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร
 การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรให้ถือว่าการให้บริการนั้น เป็นการให้บริการในราชอาณาจักร



เรื่อง

บริษัท ก. (เป็น บริษัท ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย) ได้ให้บริการการโฆษณาแก่บริษัท ข. ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 25/09/2024 - วันที่ตอบ 24/10/2024

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ขอสอบถามข้อมูล เพื่อเป้นแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้องหน่อยค่ะ

     บริษัท ก. (เป็น บริษัท ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย) ได้ให้บริการการโฆษณาแก่บริษัท ข. ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ มูลค่า 10,000 บาท ซึ่งมีกฎหมายในประเทศเค้าคือภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% 

ยากถามว่า

ในกรณีที่เราต้องออกใบแจ้งหนี้เพื่อเรียกเก็บจากลูกค้ายอดที่เราต้องออกในใบเเจ้งหนี้ต้องเป็นยอด 10,000 บาท + Vat 7% หรือ 10,000 บาท + 10% ที่เป็น VAT ของประเทศเค้า แล้วนำมาคิด 7% คะ

วิสัชนา

ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 181) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่กระทำ ในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ดังต่อไปนี้

    “ข้อ 2 กำหนดให้การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ เป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

         (1) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรแก่ผู้รับบริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้น ในต่างประเทศ

              กรณีการให้บริการตามวรรคหนึ่งซึ่งมีการใช้บริการบางส่วนในราชอาณาจักรด้วย ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะส่วนที่ได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ

              การให้บริการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า แต่ไม่รวมถึงการให้บริการจัดนำเที่ยวในต่างประเทศ” 


 

ต่อข้อถามขอเรียนว่า

    บริษัท ก. (เป็น บริษัท ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย) ได้ให้บริการการโฆษณาแก่บริษัท ข. ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ มูลค่า 10,000 บาท ซึ่งมีกฎหมายในประเทศเค้าคือภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% นั้น เนื่องจากการให้บริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ ได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

    ดังนั้น ในกรณีที่บริษัทฯ ออกใบแจ้งหนี้ เพื่อเรียกเก็บเงินค่าบริการจากบริษัท ข ยอดที่เราต้องออกในใบแจ้งหนี้ ต้องเป็น ยอด 10,000 บาท เท่านั้น ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่อย่างใด

    เมื่อได้รับชำระเงิน ให้นำมาบันทึกรายงานภาษีขายในอัตรา 0% แล้วนำไปคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในแบบ ภ.พ.30 ต่อไป


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

ค่าบริการรับทำบัญชี เงินเดือน และ บริการอื่น ๆ กับบริษัทในประเทศสิงค์โปร์

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 26/02/2025 - วันที่ตอบ 21/03/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ผมจะขอคำปรึกษา เรื่อง การส่งออกบริการไปนอกราชอาณาจักรครับ

บริษัทในประเทศไทยทำสัญญาให้บริการรับทำบัญชี เงินเดือน และบริการอื่น ๆ กับบริษัทในประเทศสิงค์โปร์) โดยการบริการแบ่งออกเป็น

1.บริการรับทำบัญชี และเงินเดือน ทุกอย่างทั้งหมดในประเทศไทย (ผ่านระบบคลาวด์)


2. บริการอื่น ๆ เช่นให้คำปรึกษาด้านการขาย และคำปรึกษาด้านกลยุทธ ซึ่งบริการดังกล่าว บริษัทในประเทศไทยให้บริการกับบริษัทซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัทสิงค์โปร์ โดยที่บริษัทในประเทศไทยเรียกเก็บเป็นค่าบริการอื่น ๆ แต่บริการดังกล่าวส่งออกไปยังคู่สัญญาของบริษัทสิงค์โปร แต่ค่าบริการเรียกเก็บไปที่บริษัทสิงค์โปร


อยากทราบว่าค่าบริการ ทั้งข้อหนึ่ง และข้อสอง ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือเปล่าครับ

วิสัชนา

1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล  

    ค่าบริการรับทำบัญชี เงินเดือน และ บริการอื่น ๆ กับบริษัทในประเทศสิงค์โปร์ ที่บริษัทฯ เรียกเก็บไปยังลูกค้าในประเทศสิงคโปร์ นั้น เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจ (Business Profit) ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – สิงคโปร์ บริษัทฯ จึงได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายภาษีอากรแห่งประเทศสิงค์โปร์ เนื่องจากบริษัทฯ มิได้ประกอบกิจการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทสสิงคโปร์


  
2. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม

    การให้บริการรับทำบัญชี เงินเดือน และบริการอื่น ๆ แก่บริษัทในประเทศสิงค์โปร์ โดยบริการทั้งหมดได้กระทำในประเทศไทย (ผ่านระบบคลาวด์) เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในประเทศไทย และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 77/2 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่ กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตาม มาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

รายได้ค่าจ้างเขียนซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมระบบของ รพ. กับอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 03/05/2023 - วันที่ตอบ 04/05/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/2 วรรคสอง, มาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)

ปุจฉา

กรณีที่บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการเขียนซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมระบบของ รพ. กับอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องส่องกล้องและอื่น ๆบริษัทฯ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว นอกจากการเขียนซอฟแวร์ บริษัทฯ ยังจัดหาเครื่องฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานให้ด้วย ในกรณีที่บริษัทฯ ได้งานจาก รพ. ในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยเราจะเขียนซอฟต์แวร์แนะนำการใช้งานที่ รพ. และหลังการบริการหากมีปัญหาเราจะรีโมทจากประเทศไทยไปช่วยเหลือ

    กรณีดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ ได้ส่งอินวอยซ์ไปเรียกเก็บกับ รพ. ต่างประเทศดังนี้จะถือเป็นการบริการที่ได้รับการยกเว้นหรือเป็นภาษีฯ ศูนย์ ค่ะ และสำหรับค่าใช้จ่ายตั้งแต่ไปนำเสนองานจะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายและเคลมภาษีซื้อได้ไหมค่ะ

วิสัชนา

กรณีบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ให้บริการเขียนซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมระบบของโรงพยาบาลกับอุปกรณ์เครื่อมือทางการแพทย์ เช่น เครื่องส่องกล้อง และอื่น ๆ

    1. สำหรับรายได้จากการรับจ้างเขียนซอฟต์แวร์ให้แก่โรงพยาบาลของลูกค้าในต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในประเทศไทย และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 77/2 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ย่อมได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่ กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตาม มาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 


 
    2. เนื่องจากรายได้ดังกล่าว เป็นรายได้ที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น ภาษีซึ้อที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการดังกล่าว จึงถือเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ที่บริษัทฯ สามารถนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร

 

    3. เงินได้ค่าจ้างเขียนซอฟต์แวร์ดังกล่าว เข้าลักษณะเป็น “กำไรจากธุรกิจ” (BUSINESS PROFIT) ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ไทย – เยอรมัน โดยเหตุที่บริษัทฯ ประกอบกิจการแต่เฉพาะในประเทศไทย ไม่มีสถานประกอบการถาวร และไม่ได้ประกอบกิจการผ่านสถานประกอบการในประเทศของลูกค้า คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย แต่อย่างใด บริษัทฯ จึงไดัรับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย และไม่อยู่ในบังคับที่ต้องถูกหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่ายตามกฎหมายแห่งประเทศเยอรมัน แต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย แล้วแต่กรณี


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "



เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการ

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

05/09/2013

เลขที่หนังสือ

กค 0702/พ.7951

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

     บริษัทฯ ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการสนับสนุนการค้า การลงทุนเพื่อการส่งออก โดยบริษัทฯ มีลูกค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ลูกค้าในประเทศไทย คือ บริษัท ก. ลูกค้าในต่างประเทศ คือ บริษัท A (บริษัทแม่) และบริษัท B ลูกค้าทั้ง 3 ราย (ผู้ว่าจ้าง) ได้ว่าจ้างให้บริษัทฯ ดำเนินการสรรหาทั้งผู้ซื้อและผู้ขายดังนี้
1. ผู้ว่าจ้างได้ว่าจ้างให้บริษัทฯ หาผู้ซื้อและติดต่อประสานงานเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์รถยนต์ ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์รถยนต์ ได้ว่าจ้างให้บริษัทฯ หาผู้ซื้อแบบผลิตภัณฑ์รถยนต์ และทำหน้าที่ประสานกับผู้ซื้อและผู้ผลิตรถยนต์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนแบบผลิตภัณฑ์รถยนต์ตามความต้องการของผู้ซื้อ แล้วสรุปผลส่งให้ผู้ว่าจ้างในรูปแบบรายงานและแบบแปลนที่อนุมัติโดยผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้ซื้อ ซึ่งผู้ว่าจ้างเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะขายแบบผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ซื้อหรือไม่
2. ผู้ว่าจ้างได้ว่าจ้างบริษัทฯ ให้ติดต่อประสานงาน หาผู้ขายสินค้า ผู้ว่าจ้างได้ว่าจ้างบริษัทฯ ให้ทำหน้าที่หาผู้ขายสินค้า เช่น วัตถุดิบ เครื่องจักร หรือแม่พิมพ์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีราคาถูกกว่าที่ซื้อจากบริษัทในประเทศญี่ปุ่น โดยจะสรุปผลและส่งมอบข้อมูลให้แก่ผู้ว่าจ้างในรูปแบบรายงาน และไม่รับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ของผู้ขาย การปฏิบัติตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ดังกล่าวบริษัทฯ ได้ส่งพนักงานเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้น ทำงานตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างและหาผู้ซื้อ ผู้ขายให้แก่ผู้ว่าจ้าง บริษัทฯ นำข้อมูลที่ได้มาทำการรวบรวม คัดกรอง คัดสรร และสรุปผลในที่ประชุมของผู้บริหารระดับสูงในประเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทั้งหมด แล้วส่งผลสรุปการหาผู้ซื้อและผู้ขายไปให้ผู้ว่าจ้างต่อไป โดยบริษัทฯ จะไม่รับรองผู้ซื้อ ผู้ขาย และไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ในการชี้ช่องให้ผู้ว่าจ้างทำสัญญากับผู้ผลิตสินค้า ผู้ซื้อหรือผู้ขายในประเทศไทย หรือเข้ามาทำสัญญาในประเทศไทย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจคัดเลือกผู้ซื้อ ผู้ขายของผู้ว่าจ้าง แต่อย่างใด

 
     บริษัทฯ ขอหารือว่า กรณีบริษัทฯ รับจ้างหาผู้ซื้อและผู้ขายทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศให้แก่ผู้ว่าจ้างในต่างประเทศ โดยส่งพนักงานไปต่างประเทศเพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้น แล้วนำข้อมูลมาสรุปผลในที่ประชุมในประเทศไทยและส่งผลไปให้ผู้ว่าจ้างในต่างประทศ และไม่มีผลต่อเนื่องหลังจากส่งรายงานไปแล้ว เมื่อเรียกเก็บเงินจากผู้ว่าจ้างในต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราใด และกรณีบริษัทฯ ได้รับรองปริมาณและคุณภาพของผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างในต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราใด

แนววินิจฉัย

     กรณีบริษัทฯ ให้บริการแก่ผู้ว่าจ้างในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ ได้หาผู้ซื้อแบบผลิตภัณฑ์รถยนต์ และทำหน้าที่ประสานกับผู้ซื้อและผู้ผลิตรถยนต์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนแบบผลิตภัณฑ์รถยนต์ตามความต้องการของผู้ซื้อ รวมทั้งการหาผู้ขาย ผู้ผลิตสินค้า เช่น วัตถุดิบ เครื่องจักร หรือแม่พิมพ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการหาผู้ซื้อ ผู้ขายดังกล่าว บริษัทฯ ได้ส่งพนักงานไปต่างประเทศเพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้น นำข้อมูลที่ได้มาทำการรวบรวม คัดกรอง คัดสรร และสรุปผลในที่ประชุมของผู้บริหารในประเทศ แล้วส่งผลสรุปในรูปแบบรายงานและแบบแปลนให้แก่ผู้ว่าจ้างในการตัดสินใจ โดยบริษัทฯ อาจมีการรับรองปริมาณและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของผู้ซื้อและผู้ขาย แต่บริษัทฯ ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ในการชี้ช่องให้ ผู้ว่าจ้างทำสัญญากับผู้ผลิตสินค้า ผู้ซื้อหรือผู้ขายในประเทศไทย หรือเข้ามาทำสัญญาในประเทศไทย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจคัดเลือกผู้ซื้อ ผู้ขายของผู้ว่าจ้าง แต่อย่างใด กรณีดังกล่าว ถือว่าเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการในต่างประเทศ แม้ว่าผู้ว่าจ้างในต่างประเทศอาจพิจารณาตัดสินใจเลือก ผู้ซื้อหรือผู้ขายในประเทศไทยในภายหลังก็ตาม หากบริษัทฯ มีหลักฐานแสดงการชำระราคาค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ในนามบริษัทฯ ย่อมได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 2(1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543

เลขตู้

76/38738


เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการในต่างประเทศ

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

03/03/2015

เลขที่หนังสือ

กค 0702/2897

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/2 และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

     กรณีการให้บริการในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการ ในต่างประเทศ สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า บริษัทฯ ประกอบธุรกิจให้บริการด้านวิศวกรรมเดินเครื่องบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า รวมถึงการให้บริการฝึกอบรมประเภทต่างๆ ให้แก่โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ บริษัทฯ ได้ทำสัญญาฝึกอบรมพนักงานกับบริษัท อ. ในประเทศไทย ซึ่งได้ทำสัญญากับบริษัท S. ตั้งอยู่ในประเทศซูดาน ดำเนินกิจการเกี่ยวกับระบบส่งไฟฟ้าและเป็นหน่วยงานของรัฐบาลซูดาน ให้บริษัทฯ ดำเนินการฝึกอบรมทางด้านเทคนิควิศวกรรมไฟฟ้าทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ แก่พนักงานของ S. ซึ่งปฏิบัติงานประจำในประเทศซูดาน โดยพนักงานได้นำทักษะและความรู้ไปฏิบัติงานในประเทศซูดาน การให้บริการฝึกอบรม แต่ละหลักสูตรมีระยะเวลาประมาณ 20 วัน บางส่วนฝึกอบรมในประเทศซูดาน แต่โดยส่วนใหญ่ฝึกอบรมในประเทศไทย บริษัทฯ รับเงินค่าบริการทั้งหมดจาก บจ. อ. และสามารถแยกรายรับการให้บริการในประเทศและต่างประเทศได้

บริษัทฯ หารือดังนี้
       1. กรณีที่บริษัทฯ ทำสัญญากับบริษัทลูกค้าในประเทศไทย เพื่อให้บริการแก่บริษัทต่างประเทศ โดยการให้บริการนั้นเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ผลงานของการบริการนั้นไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด
จะเข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่ทำในราชอาณาจักรแก่ผู้รับบริการต่างประเทศ และได้ส่งผลของการให้บริการนั้นไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด ที่จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา ร้อยละ 0ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(1) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 181)ฯ ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554 หรือไม่
       2. หากการให้บริการตามสัญญาดังกล่าว บริษัทฯ ได้ให้บริการในต่างประเทศ โดยไม่ได้ให้บริการอื่นใดในประเทศไทย
ถือเป็นการบริการที่กระทำนอกประเทศ ไม่เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
       3. หากการให้บริการตามสัญญาดังกล่าว บริษัทฯ ได้ให้บริการในประเทศบางส่วน และ ในต่างประเทศบางส่วน
โดยผลของการให้บริการไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร

แนววินิจฉัย

     บริษัทฯ ได้ทำสัญญาฝึกอบรมพนักงานกับ บริษัท อ. ในประเทศไทย ซึ่งได้ทำสัญญากับ S. อยู่ในประเทศซูดาน บริษัทฯ ให้บริการฝึกอบรมทางด้านเทคนิควิศวกรรมไฟฟ้าทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ให้แก่พนักงานของ S. ซึ่งปฏิบัติงานประจำในประเทศซูดาน โดยพนักงานได้นำทักษะและความรู้ไปปฏิบัติงานในประเทศซูดาน การให้บริการฝึกอบรมแต่ละหลักสูตร มีระยะเวลาประมาณ 20 วัน การฝึกอบรมบางส่วนฝึกในประเทศซูดาน แต่โดยส่วนใหญ่ฝึกอบรมในประเทศไทย บริษัทฯ รับเงินค่าบริการทั้งหมดจาก บจ. อ. และสามารถแยกรายรับการให้บริการในประเทศและต่างประเทศได้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวแยกพิจารณา ดังนี้
 

        1. กรณีบริษัทฯ ได้ให้บริการฝึกอบรมแก่พนักงาน S. ในประเทศไทย 
เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร มิใช่การให้บริการให้กับผู้ประกอบการในต่างประเทศ จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)ฯ ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 77/2 และมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร
 

        2. กรณีบริษัทฯ ให้บริการฝึกอบรมแก่พนักงาน S. ในประเทศซูดาน โดยได้
ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกสอนและอุปกรณ์การฝึกอบรมไปยังประเทศซูดาน เข้าลักษณะเป็นการให้บริการนอกราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นนอกราชอาณาจักร การให้บริการดังกล่าวไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

78/39555


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ